นั่งสมาธิจนกว่าจะหายปวดขาเป็นมิจฉาทิฏฐิ.docx
เนื้อหาในไฟล์
นั่งสมาธิจนกว่าจะหายปวดขาเป็นมิจฉาทิฏฐิ _ตุ้ม พรทิพย์ : กราบนมัสการค่ะ มีเพื่อนพอพูดคุยกันเรื่องธรรมะ เพื่อนเคยไปนั่งสมาธิหลับตาหลวงพ่อที ท่านก็ว่า หลวงพ่อสอนให้อ่านเวทนาอาการเจ็บปวดของร่างกาย พิจารณามัน ห้ามกระดุกกระดิก พอนานไปก็เกิดอาการเจ็บปวดจากเหน็บชา ท่านให้พิจารณาถึงอาการเจ็บอาการปวดตามดู พอนั่งต่อไปนานไปอาการเจ็บอาการปวดก็หายไปเอง ท่านก็บอกว่านี่ไงอาการเจ็บปวดมันไม่เที่ยง เพื่อนก็บอกว่า ตัวนี้ก็เป็นฐานที่เอามาพิจารณาเวลาเราได้ผัสสะจากข้างนอก คือการปฏิบัติธรรมแบบลืมตาที่พ่อครูสอน คืออันเดียวกัน พอฟังมันก็จริงเหมือนกันนะ ภาพพิจารณาตามดูอารมณ์ แต่มันมีความนิดๆที่มัน มันไม่ใช่ แต่ไม่รู้จะบอกเขาอย่างไรได้ความรู้สึกคือมันไม่ใช่เหมือนกัน ฝากถามท่านค่ะ ว่าจุดที่แตกต่างในการพิจารณาความเจ็บปวด พ่อครู พูดว่าคือการสมถะแต่เขาก็ว่ามัน การใช้วิตกวิจารณ์การใช้ปัญญา กราบขออธิบายด้วยค่ะ 9 ม.ค. 64 พ่อครูว่า…อาการปวดที่หายไปไม่ได้หายเพราะการลดเหตุปัจจัย การนั่งสมาธิหลับตาแล้วก็แก้ไขการเจ็บปวดอะไรไปนี้ มันไม่ใช่การปฏิบัติเพื่อเรียนรู้กิเลส แล้วก็แก้กิเลส กิเลสไม่ใช่มาแก้ความเจ็บปวด ไม่ใช่ ไม่ใช่แก้ความเจ็บปวดที่เป็นสรีระ ความเจ็บปวดเป็นเรื่องของสรีระ เช่นคุณนั่งทับแขน ทับขา ก็ต้องเจ็บปวดต้องชา มันเป็นเรื่องของสรีระ แต่กิเลสเป็นเรื่องของจิตวิญญาณ เอาเท่านี้ต่างกันนิดเดียว ตรงกายกับจิต นิดเดียวแต่เป็นคนละฟากฟ้า เป็นภาษาสิริมหามายา เมื่อจับเป้าที่มันเป็นเหตุ ถ้าหากมันนั่งทับเท้าแล้วเหน็บชาก็เลิกนั่งทับเท้ามันก็หาย แก้ไม่ยาก ฉลาดซะอย่าง ถ้าโง่ต่อไปก็นั่งทับต่อไปนะเขาก็เป็นโรคภัยต่างๆนานาสารพัดได้เยอะ ดีไม่ดีจะเป็นมะเร็งเอา ประเด็นที่เขานั่งแล้วปฏิบัติไปทั้งหมดนี้ มันเป็นการปฏิบัติผิ
อ่านต่อ
ด ปฏิบัติไม่เข้าหลักเกณฑ์
640110_รายการวิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ร้อยมาลัยพระอภิธรรมตามแบบพ่อครู