สื่อธรรมะพ่อครู(นิยามศัพท์) ตอน selfish คืออะไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
selfish คืออะไร พ่อครูว่า…วันนี้วันพุธที่ 21 ธันวาคม 2559 อีก 10 วัน ก็สิ้นปี ขึ้นปีใหม่ 2560 วันเวลาดำเนินไปไม่มีใครหยุดยั้งได้ ไม่มีอะไรยับยั้ง คนที่อาศัยอยู่ในโลกรูปหนึ่งที่หมุนไปให้เกิดเวลานี้ ข้อแตกต่างรู้ว่าชีวิตของเราเกิดมา เป็นชีวิต ได้อัตภาพมีจิตนิยาม ก็ต้องศึกษา พระพุทธเจ้าท่านสอนให้ปรึกษาเรื่องกรรมเรื่องธรรมะ ผู้ที่มีจิตนิยาม มีจิตวิญญาณมีพลังงานที่เป็นธาตุรู้ มีอัตโนมัติในตัว มี self มี ish ก็รวมเป็น selfish selfish เป็นสิ่งที่รวม ish i คือตัวประธานเป็นอัตภาพหนึ่งหน่วย แล้วรวม อิตถีภาวะ(she) กับปุริสภาวะ(he) อีกสองหน่วย สังขารเป็นสามเส้า ผู้รู้ผู้ศึกษาก็สามารถที่จะจัดการกับอิตถีภาวะ ที่เป็นพลังงานดิ้น พลังงานลบ ส่วนปุริสภาวะเป็นพลังงานบวก เกิดปฏิกิริยาสังเคราะห์กันตลอดเวลา ผู้ที่มีประธานคือตัว i ตัว s คือshe ตัว h คือ he เราสามารถคุมพลังงานเพศหญิงให้มาเป็นพลังงานเพศชาย รวมกับพลังงานเพศชายให้เป็นหนึ่ง นี่คือความรู้ของพระพุทธเจ้า ที่ท่านตรัสไว้ว่า ธรรมทั้งสองเหล่านี้ รวมเป็นอันเดียวกันกับเวทนา โดยส่วนสอง (เทฺว ธมฺมา ทฺวเยน เวทนาย เอกสโมสรณา ภวนฺติ ฯ ) ล.10 ข.60 ทำพลังงาน 2 ให้กลายเป็นพลังงานหนึ่งได้ ก็จะกลายเป็นพลังงานที่มีเอกภาพมีพลังงานเยอะ แต่ถ้าปล่อยให้อิตถีภาวะ ทำงานแล้วเป็นพลังงานที่ขัดแย้งก็จะเป็นพลังงานที่สูญเสีย อันนี้เป็นความตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่อาตมาพยายามเอาภาษาทางวิทยาศาสตร์มาอธิบาย ผู้ที่เรียนรู้ธรรมะพระพุทธเจ้า ท่านเจตนาให้เรียนรู้จิตเจตสิกต่างๆ แล้วก็จัดการกับจิตของเรา ให้มีพลังปัญญา พลังปัญญาจะทำให้เราสะสมพลังงานที่ตกผลึกเรียกว่าพลังงานเจโต มันจะมีเอกภาพ เป็นพลังงานหนึ่งพลังงานรวมที่กลมกลืนไม่ขัดแย้งกันไม่ทะเลาะกันไม่สูญเสีย
อ่านต่อ
เป็นพลังงานที่มีน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เอกีภาวะ เป็นพลังงานที่เราเองสามารถเรียนรู้แล้วทำให้เป็นดังกล่าวมา แล้วเอาไปใช้งาน พลังงานจิตนี้รู้จักดีรู้จักชั่วรู้จักกุศลรู้จักอกุศล แล้วยังรู้จักสมมติ ของทางโลก ว่าเขาสมมติว่าดี สมมติว่าไม่ดี สมมุติว่าควรหรือไม่ควร สมมุตินี้จะต่างกันในแต่ละวัฒนธรรมแต่ละชาติ มีความยึดถือต่างกัน ต่างกันมากหรือต่างกันน้อย ต่างคนละขั้วเลย ก็ยังมี ประเทศนี้ยึดถืออันนี้ว่าดี ในประเทศถือกันว่าเป็นความชั่วต่างกันกลับหัวเลย ส่วนทาง ปรมัตถสัจจะ ก็จะเรียนรู้จิตวิญญาณและปฏิบัติตามสมมติโลกอนุโลมตามให้เป็นประโยชน์แก่กันและกันในสังคม เรียนรู้แล้วเราจะสร้างประโยชน์ให้แก่กันอย่างไร สิ่งที่ควรจะขัดกัน อย่างนี้เราเห็นว่าชั่ว เราก็ต้องใช้ความดีขัดชั่วออก ก็จะเป็นพลังงานดีที่มารวมกัน คนมาศึกษาดังกล่าวจะทำให้สังคมอยู่เย็นเป็นสุข ผู้บริหารประเทศก็ต้องการ ให้ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข ก็จัดส่งเสริมให้สอดคล้องกันดีไม่ทะเลาะวิวาทแย่งชิงทำร้ายกัน ฆ่าแกงกัน นักบริหารถ้าศึกษาธรรมะได้ดี จะเอาธรรมะของพระพุทธเจ้านี้ ไปปฏิบัติ ธรรมะของศาสนาไหน ก็พยายามให้หมู่กลุ่มอยู่อย่างอยู่เย็นเป็นสุข ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน แจกจ่าย เจือจาน เกื้อกูลกัน เป็นแต่เพียงว่า ทฤษฎีของศาสนาไหนหรือศาสดาใดจะเจาะไปถึงต้นตอ ศาสนาพุทธเรียนรู้จิตวิญญาณ จนถึงพลังงานต้นตอ จนอาตมาได้หลักฐาน พลังงานอุตุนิยาม พีชนิยาม จิตนิยาม ที่จะรู้จักกรรม ธรรมะ รู้โลกียธรรมก็จัดการโลกียธรรมให้เป็นโลกุตรธรรม จัดสรรให้ใจเป็นประธาน ควบคุมใจได้ก็ควบคุมภายนอกได้ มีปัญญาเป็นพลังงานมีอำนาจเป็นอธิปไตย สามารถควบคุมภายนอกได้ด้วย เรียกว่ามีอำนาจ อุตตะ ด้วยพลังปัญญา สติเป็นอธิปไตย ปัญญาเป็นอุตระ ในมูลสูตรว่าไว้ ผู้ที่ศึกษาเอาพยัญชนะมาเรียกขานชื่อ ของสภาวะพลังงานจิต ที่เป็นสภาวะแท้ของจิตได้ เราก็สามารถกำหนดทำจิต ให้เป็นอย่างที่เรารู้ความหมาย แล้วทำให้จิตใจเป็นตามที่เรากำหนดหมาย เช่น เราเจตนาให้เป็นกุศลอย่างใดเราก็ทำพลังงานจิตสร้างประกอบด้วย อภิสังขาร ประกอบกันขึ้นเป็นพลังงานนั้น เป็นกายกรรมวจีกรรมภายนอก อย่างสมบูรณ์แบบ มนุษย์สามารถควบคุมจิตตนเอง ให้มาเป็นพลังงานที่จะมาขับเคลื่อนกายกรรมวจีกรรม ให้เกิดเป็นกุศลต่อโลก พลังงานที่เอามาล้างพลังงานไม่ดีออกจากจิตได้ ให้กลายเป็นพลังงานที่ดี ที่ประเสริฐ ที่เป็นอาริยะให้ทำงานได้ นี่เป็นทฤษฎีหรือหลักธรรมของพระพุทธเจ้า ที่ค้นพบแล้วมาสอนมนุษย์ มันรวมยอดเลย มนุษย์เรียนอันนี้ เสร็จจะรู้กิจกรรมกิจการของสังคมโลก แล้วจะรู้ว่าอะไรดีไม่ดีอย่างไร ดูข้างนอกแล้วรู้จิตใจของเราได้ สามารถมีเจโตปรับได้ง่าย ปรับได้เร็วเรียกว่า มุทุภูตธาตุ จัดสรรได้เร็วได้ดี สามารถทำให้มนุษย์มีพฤติกรรมอยู่กับมนุษยชาติได้อย่างเป็นประโยชน์สุดยอด จึงเป็นคนที่อยู่ในสังคม ทำงานอย่างไม่มีบาป สัพพะปาปัสสะอะกะระณัง ทำแต่ความดี กุสลัสสูปสัมปทา ทำจิตใจให้ผ่องใส สจิตตปริโยทปนัง วิชชาที่ทำให้เกิดคนชนิดที่ไม่ทำบาปทั้งปวง ทำกุศลให้ถึงพร้อม ทำจิตให้ผ่องใส ความรู้นั้นเรียกว่าโลกุตรธรรม หรือความรู้ที่เป็นอาริยธรรม พวกเราได้พยายามเก็บบันทึกที่อาตมาสอน ทั้งที่เป็นในการเทศน์และในชีวิตประจำวันที่ได้สอนอีก ก็อนุโมทนาสาธุ ก็ขอบคุณที่เห็นคุณค่า ที่อาตมาได้พูดไปแล้วคนเห็นว่าดี ก็เก็บไปใช้ อะไรเสียๆหายๆเขาก็ได้ยินได้ฟัง อาตมาก็ไม่มีพูดเสียหายบ้าง อาจมีเพ้อเจ้อบ้างก็ไม่มาก ก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะว่าคนที่เก็บไปบันทึกไว้ ก็แสดงว่าอาตมามีข้อเสียหายน้อยหรือไม่มี เพราะผู้รู้ก็เก็บไว้ หรือบางทีบอกอาตมาบ้างว่าอันนี้ไม่ดี จะได้แก้ไขปรับปรุงเนอะ ที่จริงพริ้นมาให้บ้างก็ได้ อะไรที่ไม่ดี comment บ้างว่าอย่างนี้น่าจะไม่ดีนะ อาตมาจะได้พัฒนาตนเองด้วย
591221_เทศน์ก่อนฉัน ศีรษะอโศก เอกชนที่ทำงานราชการ