สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท) ตอน ความจริงของปัจจุบันเล็กยิ่งกว่าปลายเข็ม(เวทนา 108).docx
เนื้อหาในไฟล์
ความจริงของปัจจุบันเล็กยิ่งกว่าปลายเข็ม(เวทนา 108) 0893867xxxญตธ.ประจำจอบุญนิยมหน้าโต๊ะงานฝีมือว่าจะส่งเฉพาะวันสุดสัปดาห์ แต่อดกราบขอบคุณพ่อครูบ่ได้กับธ.ผัสสะค้ำจุณชีวิต ที่ตามดูรู้ทันสุขเวทนา,ทุกขเวทนา, อทุกขมสุขเวทนาฤาผัสสาหาร ในอาหาร4 เรามีชีวิตอยู่ในโลก ที่ผันผวนด้วยทุกขวิบาก ปรวนแปรด้วยกรรมพิบัติภัยเตือนใจเราว่า เรายึดกิเลสคืออัตตา เอามาอยู่กับกาลเวลา จนคิดว่ามีอดีตปัจจุบันอนาคตมาตลอด! จริง ๆ กาลเวลาในโลก มีวันเดือนปี! แต่กาลเวลาในจิตใจคนไม่มีถ้าละอัตตาตัวตนได้...ถ้าละอัตตาตัวตนได้! จะรู้ว่าอดีตเป็นอนัตตา! ปัจจุบันคือนิพพาน! อนาคตคือสุญญตา! ตรงกับธ.พ่อครูเคยกล่าว อดีต+ปัจจุบัน = อนาคตคือ 0+0=0 จริงเที่ยงแท้ ตอบ...เขาบอกว่าตามดูก็รู้ทัน สุขเวทนา, ทุกขเวทนา, อทุกขมสุขเวทนา ฤาผัสสาหารในอาหาร 4 เรามีชีวิตอยู่ในโลก ที่ผันผวนด้วยทุกขวิบาก ปรวนแปรด้วยกรรมพิบัติภัย มันไม่ใช่กรรมพิบัติภัย แต่เป็นผลจากวิบาก เหมือนทำให้เรามีวิบัติภัย ...เขาว่า เตือนใจเราว่า เรายึดกิเลส คืออัตตาเอามาอยู่กับกาลเวลา จนคิดว่ามีอดีต ปัจจุบัน อนาคต มาตลอด! จริงๆแล้วกาลเวลาในโลก มีวันเดือนปี แต่กาลเวลาในใจ ไม่มีวันเดือนปี จริงๆแล้ว กาลเวลาในโลก มีวันเดือนปี แต่กาละเวลาในจิตใจคน...ไม่มี ถ้าละอัตตาตัวตนได้ จะรู้ว่าอดีตเป็นอนัตตา! ปัจจุบันคือนิพพาน! อนาคตคือสุญญตา! ขอแวะไปหาธัมมชโย ที่เขามีแต่อดีตกับอนาคต หยั่งรู้ว่า ใครตายไปแล้ว อยู่ที่ไหนก็ได้ แต่โกหก จนปาราชิกแล้ว แล้วก็มีปาราชิก ข้อโกงเงินอีกข้อ ส่อให้เห็นว่า ศาสนาพุทธในเมืองไทย ไม่มีใครเอาภาระเลยหรือ มีพระระดับสูงสมเด็จ แต่ไปขึ้นอยู่กับ สมีธัมมชโยหมด มันเสื่อมต่ำ จนไม่เหลือซากอะไร ของศาสนาพุทธเลย มันน่าขนพองสยองเกล้าจริงๆ ศาสนาพุทธมันไม่เหลือ
อ่านต่อ
อาตมารู้สึกว่า ไม่ไหวแล้ว อาตมาเลยลาออกจากหมูสงฆ์ใหญ่ อย่างพระโมคคัลลานะ เคยดึงพระสงฆ์ที่ไม่บริสุทธิ์ ออกจากหมู่ ที่จะทำปาติโมกข์ ไม่อย่างนั้น จะทำสังฆกรรมไม่ได้ เพราะมีพระที่ไม่บริสุทธิ์ อยู่ในหมู่นั้น แค่องค์เดียวก็ไม่ได้นะ แต่นี่อยู่ในหมู่ที่แสนเน่า ความจริงไม่มีในอดีตและอนาคต ความจริงมีแต่ในปัจจุบันเท่านั้น ความจริง ยิ่งกว่าปลายเข็มที่จิ้มอยู่ แล้วยก เร็วทะลุเร็วเลย จะเร็วเท่าหรือกว่าแสงเลย นี่คือความจริง ปัจจุบันที่มันเกิดเหตุปัจจัยกัน เกิดกระทบอะไรมา มันไม่มีอะไรเลย อนาคตยังไม่มีเหตุปัจจัยอะไรเลย เราต่างหากแส่ไปหาว่า อนาคตจะเป็นอย่างไร เราโง่เองที่ไปสร้างภพชาติ ทั้งที่มันเป็นอดีตไปแล้ว ผ่านไปแล้ว คนนี้บอกอีกว่า ตรงกับธรรมพ่อครูเคยกล่าว อดีต+ปัจจุบัน=อนาคต คือ 0+0=0 จริงเที่ยงแท้ รู้เคหสิตเวทนา 18 รู้เนกขัมสิตเวทนา 18 รู้สองอันนี้ สามารถปฏิบัติไปนิพพานได้ ต้องรู้ว่า แม้แต่เป็นอุเบกขา แต่เป็นเคหสิตเวทนา ก็ไม่ใช้ฐานนิพพาน สุขอาริยสัจไม่มี มีแต่สุขขัลลิกะ ก็เป็นเวทนา สุขทุกข์อยู่ที่อาการของจิต ที่เรียกว่าเวทนา ที่อื่นไม่มี จึงต้องเรียนรู้ สุขทุกข์จากเวทนา เวทนาจึงเป็นกรรมฐานเดียวเท่านั้น ของศาสนาพุทธ ต้องทำสุขทุกข์ให้หมดไป เป็นเนกขัมสิตเวทนาอุเบกขาให้หมด เพราะฐานนิพพานคือ เนกขัมมสิตอุเบกขาเวทนา คนที่จะทำได้ ต้องรู้มโนปวิจาร 18 ทำจิตของตน ให้เป็นอย่างนั้นให้เป็น เนกขัมมสิตอุเบกขาเวทนา ให้ได้จนแข็งแรง จนเป็น คุณเริ่มทำเป็นเมื่อไหร่ก็ทำ มโนปวิจาร 36 นี่แหละคือ เคหสิตเวทนา 18 รู้เนกขัมสิตเวทนา 18 ทำทุกปัจจุบัน เมื่อมันเกิดเป็นเคหสิตเวทนา ก็ทำให้เป็น เนกขัมมสิตอุเบกขาเวทนาเสมอ ทำให้เป็นสุญญตา ทำเสร็จก็เป็นอดีต ปัจจุบันทุกปัจจุบัน ถ้ามีผัสสะ ก็ทำจนเป็นกิเลส 0 แต่ถ้ายังทำไม่ได้ หรือติดลบอยู่ ก็ไม่บริบูรณ์ ต้องทำให้สมบูรณ์ทุกปัจจุบัน เป็น 0 ก็ผ่านเป็นอดีต 0 ทุกปัจจุบัน ทำได้อย่าง นิจจัง (เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสสตัง (ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง (ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง (ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง (ไม่กลับกำเริบ) ทุกปัจจุบันและอดีต เป็น 0 อนาคตก็ 0 ทำได้เพราะปัจจุบันแข็งแรง ทำมากๆ จนอดีตแข็งแรงตั้งมั้น ทุกปัจจุบันมา จะมีการกระทบกระแทกอย่างไร ก็ไม่มี effect อะไร ไม่มีอะไรเกิดเลย ยังเป็นความเสถียร เป็น 0 อยู่ตลอด อันนี้เมื่อขยายองค์ธรรม 5 ของอุเบกขา ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา จะเข้าใจเพิ่มขึ้น ปริสุทธา คือบริสุทธิ์ เมื่อกระทบสัมผัส เมื่อเกิดการเกี่ยวข้อง มีสัมผัสเป็นปัจจัย จิตของคน ก็มีความบริสุทธิ์ผุดผ่องอยู่อย่างเก่า ก็คือมีปริสุทธา ปริโยทาตา แข็งแรง สัมผัสเกี่ยวข้องอย่างไร ก็ทำจิตเปิดสุดขาวผ่องขาวรอบ ตลอดเวลา ประสิทธิภาพของจิต จึงเก่งขึ้นเก่งขึ้นด้วย มุทุ รู้ทัน สายปัญญา หรือเชิงปัญญาของจิต เราก็รู้เร็วรู้ไว เชิงเจโต เชิงจิตก็ปรับได้ไว โดยไม่ต้องปรับด้วยซ้ำ ไปไม่หวั่นไหว อเนญชาภิสังขาร แข็งแรงตั้งมั่นอย่างสัมผัสกับโลกธรรมใดๆ จิตใจก็ไม่หวั่นไหวแล้ว ผุฏฺฐสฺส โลกธมฺเมหิ จิตฺตํ ยสฺส น กมฺปติ ทางปัญญาก็รู้เร็ว รู้ทัน รู้ไว ทางเจโตก็ปรับได้ง่าย มีฐานแข็งแรง ฐานรบก็ไปรอบทันกาล ทั้งสอง ปัญญาและเจโตเป็นมุทุภูตธาตุ เป็นธาตุจิต ที่มีประสิทธิภาพยิ่งใหญ่ จึงเป็นต้นทุนที่ดีมากของจิต ทำการงานทุกการงาน ไม่ว่าจะเป็นกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ก็มาจากฐานคือ มโนปุพพังคมา ธัมมา มโนเสฏฐา มโนมยา ทำการงานได้อย่างสละสลวย งดงาม บริสุทธิ์ ผุดผ่อง มีประสิทธิภาพดีที่สุด ไม่เป็นโทษภัยกับใครเลย เพราะปราศจากอคติ ปราศจากกิเลส เรียกว่า กัมมัญญา สุดท้าย ปภัสสรา ก็ยังผุดผ่อง ผ่องแผ้ว สะอาดบริสุทธิ์ อย่าง นิจจัง (เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสสตัง (ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง (ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง (ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง (ไม่กลับกำเริบ) มั่นคงแข็งแรงอย่างเสถียรสนิทเลย ที่พูดภาษาบาลีนี้ ไม่ได้อวดเก่งนะ แต่ให้รู้ว่า ธรรมะของพระพุทธเจ้านี้ ยิ่งใหญ่วิเศษ แล้วเป็นจริงได้อย่างนี้ ถ้าไม่เป็นจริง อาตมาจะสึกแล้วก็ได้ แต่อาตมาออกมาบวช อย่างมี นิจจัง (เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสสตัง (ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง (ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง (ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง (ไม่กลับกำเริบ) มีตั้งแต่ก่อนบวช มาอย่างประกาศโพธิสัตว์ มาเป็นผู้ที่จะสืบสานศาสนา แล้วมาแก้กลับว่า โพธิสัตว์คืออะไร โพธิสัตว์คือผู้ที่บรรลุธรรม อย่างน้อยเป็นอรหันต์ มาก่อน อรหันต์ในโสดาบัน อรหันต์ในสกิทาคามี อรหันต์ในอนาคามี อรหันต์ในอรหันต์ แล้วเป็นอนุโพธิสัตว์ อนิยตโพธิสัตว์ นิยตโพธิสัตว์ มหาโพธิสัตว์ สัมมาสัมพุทธโธ คือพระพุทธเจ้า ในปางที่เก้าคือปางที่มี แต่ถ้าจะอยู่ที่ปางไม่มี ก็คือปางที่สิบ เป็นผู้อมตะ จะมีหรือไม่มี จะตายหรือไม่ตายก็ได้ เป็นอมตะ
600110_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ความ 0 แบบพุทธ