สื่อธรรมะพ่อครู(นิยามศัพท์) ตอน ขิฑฑาปโทสิกะ กับมโนปโทสิกะ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.88 KB
วันที่แก้ไข18 มิถุนายน 2560

เนื้อหาในไฟล์

ขิฑฑาปโทสิกะ กับมโนปโทสิกะ ขิฑฑาปโทสิกะ ก็คือเชิงกาม พวกที่ไม่เอากามก็เอา อัตตา จะหลงทำให้แน่นแข็ง อย่างพวกนั่งหลับตา ให้ดิ่งดับแข็งนิ่งไป ไม่รับรู้ อย่างนี้ก็พวก สุภกิณหาพรหม ส่วนพวกอาภัสราพรหม อย่างธรรมกาย เป็นพวกที่หลงใสสว่าง พริ้งเพรา พวกนี้เหนื่อยฉิบหาย ไม่เหมือนพวกที่ดับ จะไม่เอามาก เหมือนพวกที่ใสสว่างนี้ เขาก็หลอกกัน ให้มีมาก ให้ใหญ่ ให้มีหรูหรา มีสวยงาม อะไรต่างๆนานา สารพัด เอาอย่างที่โลกเขาเป็น เหมาทั้ง ขิฑฑาปโทสิกะ กับมโนปโทสิกะ มโนเป็นโทษจิตเป็นโทษ ไม่รู้จักจิต เจตสิก รูป นิพพาน ไม่รู้จักจิตมโน วิญญาณ มีแต่สร้างให้มีกับมี มีไม่มีที่สิ้นสุด ลัทธิอย่างธรรมกายนี้ ไม่วันนี้ที่เขาต้องเจออุปสรรค วันหน้าต่อไป เขาต้องเจอ เพราะเขาจะเป็น ตัวกูของกูไม่หยุด เขาไม่เจอในวันนี้ ก็ต้องเจอในวันหน้า ใครจะไปยอมตลอด ที่จะให้รีดนาทาเร้น ไปตลอด เขาต้องเจออุปสรรค ไม่วันใดวันหนึ่ง นี่ก็เจอแล้ว เขาแพ้ไม่เป็นด้วย ก็จะต้องหนัก เขายิ่งดึงดันเท่าไหร่ มี action ก็จะมี reaction เขาไม่รู้ตัวหรอก ดูว่าเขาจะหมดน้ำยาเมื่อไหร่ คำว่าน้ำยา คือเขายึดมั่นถือมั่น ถ้าเขาไม่ยอม สุดอดสุดทน คำว่า สุดอดสุดทน ไม่ใช่ว่า จะไม่มีผู้สุดอดสุดทน แต่คนที่เขาไม่ทนแล้ว เขาบ้าดีเดือดได้ คนนี้จะเป็นคนเผด็จศึก ก็อยู่ที่กรรมวิบาก ที่เขาจะหาเรื่อง ให้คนมาเผด็จศึก ให้สมใจสมน้ำหน้า เขาจะทำ เขาทำยั่วยวนเอง การยั่วยวน อย่างธัมมชโย กับที่คานธีทำ แล้วคนมายิง (คานธีไม่ได้ยั่วยวน) คานธีไม่ได้ทำด้วยอกุศล แต่ธัมมชโยนี้ทำด้วยอกุศล เขาจะต้องได้รับผล จากสิ่งที่เขาทำ นี่คือ ความละเอียดลึกซึ้ง สมณะเดินดินว่า...คานธี รู้ตัวเองเหมือนกันว่า จะต้องถูกยิงตาย พ่อครูว่า..แต่ธัมมชโยเขาไม่รู้ นี่คือสัจจะ ที่เราจะต้องดูไป ขณะนี้ ความรู้ท

อ่านต่อ

ี่อาตมาเอามาขยาย ยังไม่มาก แต่สำคัญ คำว่ากาย คำว่าบุญ คำว่าสมาธิ

เป็นคำสำคัญ ที่ต้องรู้จักสภาวธรรมแท้จริง และปฏิบัติถึง จะมีมรรคผล ถ้าไม่รู้จักคำว่ากาย ที่เป็นธรรมสอง แล้วทำให้เป็นหนึ่ง จะต้องรู้ว่า อีกอันหนึ่งไม่ควรให้มี ก็ต้องรู้วิธีทำให้ไม่มี แล้วคนไม่รู้ ก็ทำไม่ได้หรอก ไม่มีทาง ขนาดเรารู้ ก็ยังไม่ใช่ง่าย แต่ผู้มีบารมีสูงก็จะทำได้ ไม่มีใครทำให้เราได้ เราต้องอุตสาหะพากเพียรด้วยตัวเอง

ขยายถึง ขิฑฑาปโทสิกะ และ มโนปโทสิกะ ธรรมกายเป็นทั้งสองอย่าง มีทั้งสะกดจิต และมีทั้งเอามากมาย หรูหรา ขิฑฑาปโทสิกะ และเป็นอัตตาตัวตน เป็น มโนปโทสิกะ พอกันกับทักษิณ แต่ทักษิณโอกาสเขาดี เขาอยู่ห่าง แต่ธัมมชโยนี้ เขาร้ายแรงกว่า แต่ทักษิณนี้ ลูกเต้าเหล่าหลานเขาอยู่ในนี้ ก็ชะลอ มีเงินทองข้าวของ มีผู้นับถืออยู่ ก็ชะลอ ก็ต้องให้นานๆ จะเห็นอะไร สรุปคือ อย่าเล่นกับกรรม กรรมเป็นของจริง การกระทำเป็นของจริง กระทำทางกาย ทางวาจา แม้แต่กระทำทางจิต ก็เป็นของจริง ถ้าเป็นอกุศลกรรม ก็เป็นตามสัจจะ โลภ กับยึด สองอย่างนี้ ผู้ใดปล่อยไปได้ก็สบาย ผู้ใดยังโลภไม่หยุด ยึดไม่วาง แพ้ไม่ได้ ยอมไม่ได้ แล้วเขายังหลบอยู่ ยังห่วง แถมอยู่อย่างไม่ยอมคลาย เป็นสิ่งซับซ้อนลึกซึ้ง มีตัวอย่างในเมืองไทย คนไทยทั้งลักษณะของทักษิณ และลักษณะที่คล้ายๆกัน มีเณรคำ เป็นต้น ก็ค่อยศึกษาให้ดี เมืองไทยจะมีเรื่องราว จะมีบุคคลจริง จะมีของจริงนี้ ให้เราได้ศึกษาทั้งนั้น และอาตมาก็จะยังอยู่แฉ ยังไม่ยอมหยุด พูดแล้วดูน่าเกลียด แต่อาตมาแฉแล้วดีไหม ก็ดี ยังจะแฉอีกต่อไป อาตมาจะมาเป็นผู้เปิดเผยธรรมะ อาตมามีโศลกว่า เราจะเปิดเผยธรรมให้ได้ทุกขณะ ( "เราจะต้องเปิดเผยธรรมะ ไม่มีเวลาใดเลยที่ไม่สมควรเปิดเผยธรรมะ ธรรมะจะต้องถูกเปิดเผย ให้มากที่สุดในทุกๆ เวลา ผู้อำพรางธรรมะ หรือ ผู้เจตนาล้มล้างธรรม หรือ ช่วยปกป้องช่วยขัดขวาง ไม่ให้คนแสดงธรรม ไม่ให้คนเปิดเผยธรรมะนั้น เป็นผู้ทำร้ายมนุษยชาติ ที่โหดเหี้ยมที่สุด บาปที่สุด")

591202_พุทธศาสนาตามภูมิ แยกแยะกายคือ จิต มโน วิญญาณ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน