651223 การวัดคุณค่าของมนุษย์กับสิ่งสร้างขึ้นของมนุษย์ พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราช.docx
เนื้อหาในไฟล์
651223 การวัดคุณค่าของมนุษย์กับสิ่งสร้างขึ้นของมนุษย์ พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราช https://www.boonniyom.net/52622.html
ดาวโหลดเอกสารที่ https://docs.google.com/document/d/1gLeC0LgLBa8s-H6sgGL7LVowm6u0FbFIgyQKelVRfGc/edit?usp=sharing
ดาวน์โหลดเสียงที่ https://drive.google.com/file/d/1GqyqFUGVbF17sIWvDPaQhL49L7lAHBtJ/view?usp=share_link
ดูวิดีโอได้ที่ https://youtu.be/Sxm4q0uNi58 และ https://fb.watch/hBxXCe1Fcw/
สมณะฟ้าไท... วันนี้วันศุกร์ที่ 23 ธันวาคม 2565 ที่บวรราชธานีอโศก ขึ้น 1 ค่ำ เดือนยี่ปีขาล ช่วงนี้เราเตรียมงานตลาดอาริยะ ปีใหม่ คนปุถุชนก็จะคิดอะไรได้อะไรใหม่ๆ ก็ตัวเองอยากได้ไปเที่ยวที่ใหม่ๆได้ของขวัญใหม่ๆ แต่คนโลกุตระที่พ่อครูพาทำพาเป็น เป็นคนจนที่ให้อะไรใหม่ๆแก่คนอื่นอยู่เสมอๆ ในช่วงปีใหม่เราให้อะไรใหม่ๆ ปีนี้ก็ให้ใหม่กว่าทุกปี ปกติเราขาดทุน 2-3 ล้านต่อปีในตลาดอาริยะ แต่ปีนี้เราตั้งไว้ 10 ล้าน ขาดทุนตลาดอาริยะให้ใหม่กว่าทุกปี มากกว่าทุกปี เราก็ต้องเตรียมงานให้เต็มที่ ใครมาก่อนก็ได้สร้างกุศลก่อน เด็กๆสัมมาสิกขามาก่อนก็ได้สร้างกุศลก่อน แถมได้มาฟังธรรมหลวงปู่บ่อยๆ ด้วย ปกติเด็กสัมมาสิกขาได้ฟังธรรมสัปดาห์ละครั้ง มาที่นี่ก็ได้ฟังเพิ่ม แม้ว่าตอนนี้จะยังเข้าใจไม่ได้ แต่ว่าอนาคตก็จะเข้าใจได้ เป็นการฝังชิพเอาไว้ สิ่งนี้เป็นสิ่งประเสริฐในชีวิตไม่ใช่หาฟังได้ง่ายๆ หลวงปู่เป็นบุคคลเดียวในโลกในตอนนี้ เราได้มีโอกาสมาฟังธรรมะในชีวิตที่เกิดมา ถือว่าเป็นความประเสริฐแก่ชีวิตอย่างยิ่ง ถ้าเราฟังแล้วได้ประโยชน์ลดละกิเลสไปด้วยก็ยิ่งเป็นประโยชน์มากขึ้น
พ่อครูว่า... ก็มาเริ่มต้นที่ SMS ก่อน SMS วันที่ 21-22 ธันวาคม 2565
_นภารัตน์ อิ่มรัง · อยากได้ปฏิทินทำงั้ยดี
อ่านต่อ
พ่อครูว่า... สนใจอยากได้ก็ส่งข้อความแจ้งไปที่ Facebook Page อโศกอักษร
จะคนจบกิจจริง ต้องเป็นกบฏต่อพระเจ้า _ ตุ๊ก อัศวิน : ภาษิตจีน..'บุญคุณต้องทดแทน_มีแค้นต้องชำระ'..เป็นสิ่งที่เขาสอนถ่ายทอดสืบต่อๆกันมา..วนเป็น loop ดุจสังสารวัฎ หาที่สุดมิได้..ช่างน่าสงสารเจ้าค่ะ จะหลุดออกจาก loop นี้ได้ต้อง ปฎิโสต ด้วยคำสอนของพ่อครู..มั่นคงในศีลข้อที่ ๑.คือ.ยอมให้ถูกฆ่า(กระทำ) ดีกว่าไปฆ่า(กระทำ)เขา..ชิมิ เจ้าค่ะ จากหนังสือปัญญา ๘ หน้า ๑๙๓ พ่อครูเขียนว่า "อรหันต์ ทุกองค์ คือ ผู้'กบฏ'ต่อ'พระเจ้า'แท้สำเร็จอรหันต์ ทุกองค์ ทำตนเองเป็น'อิสระ' ที่แท้จริงได้เด็ดขาด" นี้คือ คำประกาศ 'อิสรภาพ' ที่หมดจด..งดงาม..อร่ามแท้..แลตะลึง..!! ท้าทายฝุดๆ เจ้าค่ะ น้อมกราบเจ้าค่ะ ปล. ชักชวนให้มาร่วมขบวนการ'กบฏ' เย้ๆๆ พ่อครูว่า... ใช่ ยอมให้เขาฆ่า ดีกว่าไปฆ่าเขา ถ้าเราเข้าใจกรรมวิบากแล้ว เราไปฆ่าเขา ไม่อโหสิ ไม่จบ แต่เราเลิกฆ่าใคร ใครจะฆ่าเราก็ฆ่าไป สักวันหนึ่งเราก็หลุดพ้น ไม่มีใครมาฆ่าเราอีก หลุดพ้นเลย ลอยตัว พลังของความไม่มีตัวตน พลังของความรู้จักการเกิดการตายมันไม่มีปัญหา ตายแล้วก็เกิด ยิ่งเกิดเจริญ เกิดเจริญ ตายโดยไม่มีโลภโกรธหลง ตายโดยไม่มีตัวตนสุดยอด การตายไม่มีปัญหาเลย เป็นเรื่องสำคัญของชีวิต เป็นคนแล้วรู้จักดีศึกษาธรรมะพระพุทธเจ้าแล้วรู้จักตายก็ตาย ถ้าเรายังไม่ปรินิพพานเป็นปริโยสาน พระพุทธเจ้าก็ตรัสสอนเรื่องปรินิพพานเป็นปริโยสาน ผู้จบแล้ว เป็นอมตะบุคคลหรือเป็นพระอรหันต์ เป็นอนุปคัมมะ รู้ว่าตายแล้วเลิกเลย ทำตนปรินิพพานปริโยสาน แยกธาตุจิตนิยามของเราเป็นดินน้ำไฟลมไปเลย ดังที่ได้อธิบายมาจนครบหมดแล้ว ทุกวันนี้รู้สึกเมื่อยที่อธิบายธรรมะซ้ำซาก วน อย่างที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า 2 มือแบหมด 2 มือแบ แล้วก็วนเอารายละเอียดมาวนซ้อนอธิบายไปอยู่ตลอดเวลา ก็เมื้อย เมื่อย เพราะว่าสังขารของอาตมาต่ออายุขัยไป 2 นักษัตร 12 คูณ 7 เป็น 84 ถ้าไปถึง 96 ก็จะเป็น 2 กัป เป็นการพิสูจน์ธรรมะพระพุทธเจ้าที่บอกว่าอานนท์ เราจะอายุเลยกว่า กัปก็ได้ ประเด็นที่ว่า จากหนังสือปัญญา 8 ข้อ 193 อรหันต์ทุกองค์คือ ผู้กบฏต่อพระเจ้า พระเจ้าในความหมายของโลกียะในเทวนิยม หรือพระเจ้าในโลกของโลกุตระหรือโลกของพุทธ ผู้ที่ยังมีพระเจ้าอยู่ ในพุทธนี้ก็ตาม ยังมีเทวะน้อยเทวะใหญ่ ขนาดไหนก็คือปัญญาหรือวิชชา ที่สามารถรู้จักพลังงาน ที่เรียกว่า ยึดตัวตนอยู่ ยึดอยู่น้อยหนึ่งก็เป็นเทวะน้อยๆ ยึดอยู่มากขึ้นก็เป็นเทวะมากขึ้น หรือว่า ยังไม่ใช่น้อยหรือมากก็ยังนึกว่าตัวเองยิ่งใหญ่ อยากยิ่งใหญ่ ยิ่งเล็ก ยิ่งกลาง ยิ่งใหญ่ เป็นต้น มันก็เป็นจิตที่รู้สึกเป็น รู้สึกมี ตามสภาวะนั้นจริง บัญญัติเป็นภาษาที่อธิบายบอกสภาวะ คนจะเข้าถึงสภาวะจากบัญญัติหรือพยัญชนะที่บอกไว้ เข้าไปถึงนั้น ยาก ไม่ง่าย ไม่ง่ายเลย แล้วจะมีปัญญารู้ในสภาวะธรรมของตนของตนนั้น หรือความเป็นตัวตน ความเป็น เทวะ เทวะน้อยเทวะใหญ่ก็แล้วแต่ จนจบอเทวะ คือ ไม่มีปัญหากับ เทวะ เทวะ แปลว่า 2 ไม่มีปัญหากับความเป็น 2 แล้ว 2 คู่นี้จะเป็นตัวตนเป็นตัวตนใหญ่เล็กอะไร มีตัวตนหรือไม่มีตัวตน เล็กที่สุด กระทั่งใหญ่ที่สุด ยึดมั่นถือมั่นว่าข้านี่แหละใหญ่ ข้านี่แหละใหญ่คือพระเจ้าหรือพระพรหม ฮินดูเรียกว่าพระพรหม ข้านี่แหละใหญ่ๆ สิ่งเหล่านี้ก็เป็นเรื่องจริงที่มีอยู่ในความยึดถือ หรือ ความไม่มีปัญญา แม้ผู้มีปัญญาก็รู้ว่าพวกนี้เขายึดอย่างนี้ เราไม่ยึดแล้ว เรารู้แล้วว่า สิ่งนี้มีสิ่งนี้ไม่มี ก็จบ จบที่คำว่ามีและไม่มี ผู้รู้เข้าใจดีๆเลยว่า โลกนี้มี เทวะ 2 คือความมีและไม่มี ดังที่พระพุทธเจ้าสอนไว้ในพระไตรปิฎกเล่ม 16 ข้อ 43 คุณตุ๊ก อัศวิน บอกว่า ทำตัวเอง เป็นอิสระจากพระเจ้า เราก็รู้จักพระเจ้า เราไม่ได้ดูถูก พระเจ้าต้องเป็นคนดีสอนให้คนเป็นคนดี ก็เป็นประโยชน์สำหรับคนที่ยังต้องอาศัยความเป็นตัวตน ความมีพระเจ้าและมีมากด้วยเทวนิยมในโลกยุคนี้ แม้แต่พุทธเอง จะหมด พระเจ้าจริงๆก็คือรหัสแล้วมันมีเท่าไหร่ คน 70 ล้านในยุคนี้ อรหันต์ในประเทศไทยมีสัก777 องค์ไหมล่ะ ก็แถวอโศกนี่แหละ ที่อื่นไม่มีหรอกอรหันต์มีในชาวอโศกนี่แหละ นี่ก็พูดความจริงทั้งนั้นไม่ได้พูดเล่น ไม่ได้พูดโว้ย ไม่ได้พูดหลงตัวหลงตนอะไร แต่คนเข้าใจไม่ได้เขาก็เข้าใจไปยึดถือว่าอรหันต์ต้องเป็นอย่างที่เขาเข้าใจ อย่างโพธิรักษ์นี้หรืออรหันต์ เขาก็ไม่เชื่อ อรหันต์อะไรอย่างกับลิง พูดว่าคนนั้นคนนี้ เวลาชมก็ชมตัวเองนี่คือความจบ คนที่รู้ดีที่สุดเลยว่า สิ่งที่ไม่ดีนี่ไม่ใช่เรา สิ่งที่ดีที่สุดนั่นคือเรา...จบ คนที่รู้ว่าสิ่งที่ไม่ดีทั้งหมดเลยไม่ใช่เรา แต่สิ่งที่ดีสมบูรณ์สุดเลย เป็นนิพพาน เป็นอรหันตผลหรือเป็นอรหันต์นั่นคือเรา...จบ คนจบกิจเป็นอย่างนี้
ชีวิตสุด 8 ประการ คืออะไร _ช่อทิพ หนูทอง · แจกข้าวสารและของแก่ชาวบ้านในโอกาสต่างๆ ชาวบ้านไปร่ำลือว่า..รวย..ดิฉันพยายามอธิบายเรื่องคนจนมหัศจรรย์ ให้ชาวบ้านฟัง ชาวบ้าน..ไม่เข้าใจเลย.. พ่อครูว่า... การซื้อของราคาถูก พวกเราไม่ได้เป็นเจ้าของ ของไม่ได้ผลิตเองเท่านั้น เอง ไม่ทั้งหมดหรอก มีบ้างที่เราผลิตเองนิดหน่อย แต่ของที่ซื้อมาเป็นเครื่องใช้ที่จำเป็นนั้น เราไม่ได้ซื้อของที่เฟ้อๆเกินๆ ที่เป็นแฟชั่นของโลกๆที่เขาหลงไม่เอา เอาแต่ของที่เป็นสาระเอาแต่ของที่เป็นประโยชน์ ของกินของใช้ที่เป็นของแท้ ไปซื้อมาจากคนอื่นที่เขาสร้าง ซื้อมาแล้วก็มาขายต่ำกว่าทุน เจตนาเอามาขายให้ต่ำกว่าทุน เป็นการสร้างเศรษฐกิจ เป็นการช่วยเศรษฐกิจของประเทศ ช่วยประเทศช่วยรัฐบาล นี่แหละคือการช่วยเศรษฐกิจสร้างเศรษฐกิจ คนจนมหัศจรรย์ ไม่ใช่คนรวยที่ขี้โลภ รวยไม่เสร็จ รวยไม่จบ โกยเอา ก็หาวิธีเอากำไร แย่งชิงได้เปรียบมาไม่มีจบ พวกนั้นพวกบาปกินหัว พวกเขาไม่รู้จริงๆว่าเขาบาป เขาเอาเปรียบมนุษยชาติแทนที่จะเสียสละอันเป็นกุศล เป็นสิ่งดีงามของมนุษยชาติขึ้นมา เขาก็ไปทำอกุศลไปเอาเปรียบเอารัดใช้เล่ห์เหลี่ยม ใช้วิธีโกง จนกระทั่งถูกต้องตามกฎหมาย เขาก็ต้องยอม กฎหมายต้องยอมพวกนี้ แต่ธรรมะพระพุทธเจ้านั้นไม่ได้ยอม ดูถูก กำราบตำหนิ ด่า ดังที่อาตมาทำอยู่ ซึ่งเขาทำผิด มันน่าตำหนิ ต้องตำหนิ เพราะฉะนั้นผู้ที่มาแจกชาวบ้าน แล้วก็ชาวบ้านไปร่ำลือว่า..รวย.. ดิฉันพยายามอธิบายเรื่องคนจนมหัศจรรย์ ให้ชาวบ้านฟัง ชาวบ้าน..ไม่เข้าใจเลย.. คนจนที่มีแบบ นี่เล่ม 1 จำนวน 512 หน้า อาตมาก็เพิ่งอ่านจบวันนี้ อ่านทวน แล้วมีติ๊กแก้นิดหน่อย บอกว่าไม่แก้ แต่อดไม่ได้หรออก มันผิด หรือควรจะเติมนิดหน่อย คนจนที่มีแบบ เล่ม 1 หนาเหมือนกันนะ เป็นหมอนหนุนหัวได้สบาย อ่านทวนหลายวันเลย เพราะงานอื่นต้องทำไม่ได้ตั้งใจอ่านทีเดียว ก็รู้สึกว่าได้เขียนไว้ครบบริบูรณ์สมบูรณ์ดีแล้ว คําสอนพระพุทธเจ้านี่ อัปปิจฉะ มาชอบที่จะมาเป็นคนจน มักจน กล้าจน ท่านบอกว่ามักน้อย น้อยคือจนนั้นแหละ ไม่ใช่ มหัปปิจฉะคือมีมาก อัปปิจฉะคือมีน้อยๆ มาเป็นคนจน กล้าจน มันสุดยอดมนุษย์แล้วเป็นคนจนที่มีประโยชน์เป็นคนจนที่ช่วยเหลือเศรษฐกิจของมนุษยชาติของสังคม เป็นคนจนที่อุดมสมบูรณ์ เป็นคนจนที่ อิสระ สบาย สงบ อบอุ่น อิ่มเอม เกษมใส ใจเกื้อกูล เพิ่มพูนการเสียสละ อย่างนี้เป็นสุดยอดของมนุษย์จริงๆ ... เพิ่มไปเดี๋ยวถึง10 มันมีคุณสมบัติที่พิเศษไปเรื่อยๆ ธรรมะพุทธเจ้าสัมมาทิฏฐิ มันเป็นการทวนกระแสไม่เหมือนโลกที่เขาคิดหรอก เขาคิดเขาก็ไม่เชื่อหรอกว่าพวกนี้จะเป็นได้จริงอย่างที่พูด บางทีเขามีปฏิภาณเข้าใจเหมือนกัน ว่าอย่างที่เราพูดนี้คืออะไร แต่เขาไม่ค่อยเชื่อว่าจะเป็นจริง เราทำได้จริง จริงอย่างสุขสำราญเบิกบานใจด้วยไม่ใช่ฝืน เราทำได้เราสบาย สบายจริงๆ สบาย สงบ อบอุ่น อิ่มเอม เกษมใส ใจเกื้อกูล เพิ่มพูนเสียสละ จริงๆ
_ป่ารุ่ง วนาศิริ · กราบนมัสการพ่อท่านด้วยความเคารพสูงยิ่ง วันนี้ฟังพ่อท่านเทศน์แล้ว เข้าใจละเอียดขึ้นอีกครับ เมื่อก่อนนี้อยู่ในโลกธรรม ผมพูดสัจจะความจริงที่ตรงไปตรงมา บางครั้งทำให้คนรอบข้างไม่เข้าใจ เพราะคนโลกๆมักมีคำกล่าวกันว่า ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย แต่อาจทำให้ตายได้ ทำให้ผมรู้สึกว่าตนเองเป็นคนขวางโลกตามที่เค้าชอบตำหนิผม ปัจจุบันพอผมได้เข้าใจธรรมะโลกุตระ จึงทำให้เข้าใจคนโลกๆไปด้วย ว่าคนโลกๆนั้นมักไม่ชอบความจริงที่ไม่ชอบใจ พ่อครูว่า... นี่เป็นอานิสงส์ในการฟังธรรม ฟังด้วยดีมีอานิสงส์ 5 ของการฟังธรรม ฟังธรรมแล้วรู้สึกเพิ่มขึ้นลึกซึ้งขึ้น ความจริงที่ไม่ชอบใจ มันเป็นความจริงเหมือนกัน แล้วเขาก็ไปชอบความจริงที่ไม่ชอบใจ เขาคิดว่าเป็นความจริงไหม เป็นความจริงที่เขาไม่ชอบ เขาไม่ชอบใจ เขามักไม่ชอบความจริงที่ไม่ชอบใจ ก็คือเขาไม่ชอบใจ ใจเขาเป็นจริงกว่าความจริง อย่างนี้เป็นต้น _สู่แดนธรรม... เช่นความจริงที่ขัดเกลาจิตใจเขาไม่ชอบ พ่อครูว่า... อย่างที่เราพูดนี้เขาไม่ชอบ เขาไม่ชอบที่เราพูดความจริง เขาชอบความไม่จริงไง
_ซึ้งซื่อ วิเชียร · กราบนมัสการพ่อท่านด้วยสุดเศียรเกล้าครับ Happy new year ครับ ขอกราบเท้าพ่อท่านในปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง ขอให้พ่อท่านปฏิบัติด้วยการสร้างอายุขัย จงประสบความสำเร็จ และขอให้หมู่มารร้ายจงแพ้พ่ายฤทธานุภาพของพ่อท่านด้วยเถิด และอยู่กับลูกหลานไปนานๆครับ และขอเจริญธรรมปีใหม่แก่ญาติธรรมชาวอโศกทุกท่าน ขอให้ปฏิบัติตนแข็งแรงทั้งสุขภาพกายใจพร้อมด้วยสติปัญญาสมบูรณ์ ขอขอบพระคุณครับ ขอจงเจริญศีลเจริญธรรม สุขสันต์ปีใหม่ ๒๕๖๖ ครับ พ่อครูว่า... อาตมาพยายามสร้างอายุขัยจริงๆต่อ พยายามต่ออายุขัย ก็ขอบคุณมาก ดี อันนี้เป็นความระลึกถึงกันที่ลึกซึ้ง (พ่อครูไอตัดออกด้วย) สมณะฟ้าไท... ชุมชนเราอยู่ด้วยสาราณียธรรม 6 พุทธพจน์ 7 ก็นึกถึงที่จะเกื้อกูลกัน ถ้าคนโลกจะระลึกถึงเพื่อเอาเปรียบเขาเราแล้วนึกถึงเพื่อจะช่วยเหลือเขา รักเขาเพื่อช่วยเหลือเขาไม่ใช่รักเขาเพื่อเอาผลประโยชน์กับตัวเอง
หากจะปิดทองลูกนิมิต พ่อครูคิดอย่างไร _รักกันฉันพี่น้อง · ทราบว่า พ่อครูจะปิดทอง ยกลูกนิมิต เป็นอย่างไรคะ แล้วทำไมปิดองค์เดียว ไม่ให้ใครปิดบ้างคะ พ่อครูว่า... คือการปิดลูกนิมิตนี่มันเป็นกลยุทธ์ของวิธีหาตังค์ ของพระอาบัติ หรือพระนอกรีต ภิกษุของศาสนาพุทธนี่ มาสร้างลูกนิมิต แล้วก็มาทำเป็นลูกกลมๆ แล้วก็เอาให้คนเอาทองมาปิด ไม่ใช่เอาทองมาปิดเท่านั้นนะ หาวิธีมาให้เกิดการเอาเงินมาทำทาน บริจาคให้พระให้วัด เป็นวิธีโง่ๆ เป็นวิธีอวิชชา เป็นวิธีบาปของพระที่ไปทำอย่างนั้นกัน พระที่ให้มาปิดทองลูกนิมิตนี้บาปกินหัวทั้งนั้น อาตมาไม่ได้พูดเล่นนะ พูดความจริงแต่เขาฟังไม่เป็น เขาก็บอกว่าทำตามๆกันมา ก็ทำตามกันมาแล้วมันชั่วจะทำต่อไปทำไมเล่า มันบาป อาตมาก็ขอยืนยันว่า อาตมาพูดถูกต้อง มันบาปจริงๆ ทำลายศาสนาพระพุทธเจ้าเสียไม่มีดี ไอ้นิมิตนี้มันไม่ใช่เป็นลูก ทำนิมิตที่พระพุทธเจ้าท่านใช้ เป็นเครื่องหมายที่จะกำหนดเขตวัด เขตโบสถ์ ให้ภิกษุเข้าใจว่า เขตนั้นถึงเขตนี้ จุดนั้นถึงจุดนี้ ท่านเรียกว่าทักนิมิต เดี๋ยวนี้ก็เพี้ยน เอาภาษามาแปลงเป็นเรื่องครอบหลอกชาวบ้านให้เอาเงินเอาทองมาบริจาค มันเป็นความชั่วเป็นความโง่ที่ทำแล้วก็บาปกินหัว กรรมเป็นอันทำ อาตมาไม่ได้พูดเข้าไปลงโทษเขา แต่มันเป็นกรรมวิบากของเขาที่มันทำบาปกรรม มันทำร้ายศาสนาพุทธ เพราะฉะนั้นมันเสื่อมไปจนกระทั่งผิดเพี้ยนที่ทำกันอยู่นั้น พากันบาปและไม่ใช่บาปคนเดียวด้วย ไปชวนกันบาป ศาสนาพุทธพังทลายเพราะคนที่เข้าใจผิด คนมิจฉาทิฏฐิพวกนี้ มันก็เสียหายหมดเลย อาตมาก็พูด พูดเป็นการเตือนๆสติเขา อาตมาไม่ได้ทำจริงทำจังอะไรหรอก พูดบ่อยๆก็ลูกนี้เป็นลูกนิมิต เรามีหินก้อนหนึ่งยกขึ้นสูง เทินเอาไว้ ไม้ร่มเขาไปจัดหินจัดดินจะภูเขา อาตมาเห็นลูกหินอันนี้ก็เลยพูดขึ้นมา เห็นว่ามันเป็นเรื่องที่จะพูดเพื่อจะอาศัยความหมายนี้ อธิบายสัจธรรม อย่างที่อธิบายนี้นำมา อาตมาพูดไปก็มีคนติดใจ มีคนมาถาม จะได้อธิบายอย่างที่ว่า มันเป็นวิธีการของอาตมาที่จะได้เอามาอธิบายสัจธรรม
นี่ที่เห็นนี้ ที่ราชธานีอโศกจะเห็นรูปนี้ อาตมาก็เลยเอาตรงนี้เป็นเรื่องสำหรับอาศัยอธิบายเลย ให้เขาทาสีทองเลย นี่เขากำลังทำ นั่นแหละมันก็เชิญอยู่ตรงนั้น ใครมาเห็นก็สะดุดตาพวกเขานี้สะดุดเลยมองเห็น ภูเฮา ฮวมกันส่าง เขาเรียกพวกเขาแต่เราจะเรียก ภูเฮา เขาจะทาสีพื้น 3 ชั้น ชั้นแรกชั้นที่ 1. ลงสีเหลือง ชั้นที่ 2. ลงสีขาว 3. พ่นสีทอง สามชั้น ลูกนิมิตลูกเดียวจ่ายไปหลายตังค์ จ่ายเองไม่ได้ไปเรียกร้องประชาชนให้มาจ่าย ไม่ได้ไปหว่านล้อมหลอกเอาเงินเอาทองจากประชาชน ไม่ได้เป็นเครื่องหมายให้ประชาชน แต่ทำต้องลงทุนเองเพื่อจะได้อธิบายสัจธรรม คนชาวพุทธนี่แหละให้รู้ว่าอย่าไปถูกหลอก ล้วงตับกินไส้ล้วงกระเป๋าเรา โง่ทำลายศาสนาอีกต่างหาก ได้บาปกันไปอีกต่างหาก ขออภัยนะนี่พูดความจริง อย่าไปหลงพระโง่ๆ ขี้หลอก คือบางทีไม่ได้เจตนาจะโง่หรอก แต่มันโง่จริงๆ แล้วก็เอาตามๆกันมา โง่ตามๆกันมา ถ่ายทอดความโง่ตามกันมา ทำไมโง่ไม่เสร็จสักที _สู่แดนธรรม... เขาถามมาอีกแล้วว่าทำไมปิดองค์เดียว พ่อครูว่า... ก็ทำเป็นนิมิตหมายทำเป็นเครื่องหมายให้รู้ เพราะอาตมาไม่ได้โง่ อาตมาไม่ได้ทำผิดนะ แต่มาทำเป็นเครื่องหมายให้รู้ว่าเขาทำผิดอย่างนี้ อย่ามาทำอย่างอาตมา อย่างนี้นี่เป็นลักษณะทำให้รู้ว่าคนมาทำอย่างนี้ เป็นจุดหมายเครื่องหมายเพื่อจะได้อธิบายว่าอย่างนี้แหละทำโง่ๆ _สู่แดนธรรม... แล้วเขาถามว่าไม่ให้ใครปิดบ้างหรือคะ พ่อครูว่า... ก็จะให้คนไปโง่ปิดต่อทำไมล่ะ ก็คนมันทำแบบนี้มันโง่ แต่อาตมามันเหนือความโง่ ไม่ได้โง่ แต่ทำเพื่อจะสอนคนโง่ _สู่แดนธรรม... ปิดได้เฉพาะพ่อท่านองค์เดียว พ่อครูว่า... ใช่ เพราะอาตมาปิดเหนือความโง่ ไม่ได้โง่ อาตมาทำสอน อาตมาทำได้ อาตมาไม่ได้ทำบาป ไม่ได้ทำชั่ว ไม่ได้ทำโง่ _สู่แดนธรรม... ผมเข้าใจผิดคิดว่า จะเปิดโอกาสให้คนอื่นผิดด้วย พ่อครูว่า... จะบ้าหรือ คิดอย่างนั้นได้อย่างไร _สู่แดนธรรม... แสดงว่าเขาเข้าใจถูกหมดแล้ว มีแต่ผมเข้าใจผิด พ่อครูว่า... ใช่ เลิกคนหนึ่ง คนอื่นเขาจะได้เลิกด้วย
_แสงอรุณ . น้อมกราบ นมัสการหลวงปู่ด้วยความเคารพอย่างยิ่งค่ะ หลานขอโอกาสใช้ปัญญา 8 ข้อที่ 2 คือ ฟังจากสัตตบุรุษ ไม่ใช่ฟังจากพระพุทธเจ้าทีเดียว พ่อครูว่า... แล้วทุกวันนี้ไม่มีพระพุทธเจ้าแล้ว ก็มาซักถามจากสัตตบุรุษนี่แหละ ข้อที่ 1 ก็ได้แต่ว่าข้อที่ 2 เข้ามายังมีรายละเอียดจากข้อที่ 2 ตรงที่มาถามแล้วถามอีก ไม่ใช่พบสัตตบุรุษหรือพบพระพุทธเจ้าแล้วฟังคนเดียวแล้วจบเลยไม่ใช่ ต้องมาถามแล้วถามอีก ถามแล้วถามอีก ก็จะเข้าใจลึกซึ้งไปเรื่อยๆ อานิสงส์ในการฟังธรรม 5 ประการจะสูงขึ้นได้เรื่อยๆ ๆๆ แม้ ฟังความเดิมที่เคยพูดไปแล้ว แล้วท่านจะมีพลความที่อธิบายเพิ่มจากความเดิม อ๋อๆ อานิสงส์ 1. ได้ฟังสิ่งใหม่เพิ่มขึ้น 2. เข้าใจยิ่งขึ้น 3. บรรเทาความสงสัยได้ 4. ทิฏฐิตรงขึ้น 5. จิตผ่องใส เลื่อมใส สมบูรณ์แบบ นี่คืออานิสงส์ 5 ประการ มีจริงในศาสนาพุทธ ผู้ใด ตรวจสอบสภาวะ 5 ประการในการฟังธรรมทุกที ทุกที ทุกที ไปตรวจสอบตัวเองดู ๑. ผู้ฟังย่อมได้ฟังสิ่งที่ยังไม่เคยฟัง (อัสสุตัง สุณาติ) ๒. ย่อมเข้าใจชัดในสิ่งที่ได้ฟังแล้ว (สุตัง ปริโยทเปติ) ๓. ย่อมบรรเทาความสงสัยเสียได้ (กังขัง วิหนติ) ๔. ย่อมทำความเห็นให้ถูกตรง (ทิฏฐิง อุชุง กโรติ) . ๕. จิตของผู้ฟังย่อมเลื่อมใส (จิตตมัสสะ ปสีทติ) (พตปฎ. เล่ม ๒๒ ข้อ ๒๐๒)
นี่สุดยอดทั้งนั้น ที่นี้พูดให้ฟังธรรมะจากสัตบุรุษทุกวันนี้ไม่มีพระพุทธเจ้า อาตมาก็ประกาศว่าอาตมาเป็นสัตบุรุษแล้วไม่ได้หลอกไม่ได้พูดผิด ถ้าหากอาตมาพูดผิดตัวเองไม่ได้เป็น แล้วไปหลอกชาวบ้านบาปกินหัวหนัก อาตมาไม่ทำบาปให้แก่ตัวเอง มั่นใจไม่ได้ทำบาปให้แก่ตัวเองเพราะอาตมามีปัญญาพอที่จะรู้ว่า อาตมาทำนี้มันจริงหรือไม่จริงถูกหรือไม่ถูก ไม่มีปัญญาพอจริงๆ เพราะฉะนั้นปัญญาข้อที่ 2 ที่คุณแสงอรุณเขียนมาว่าเขาใช้ข้อนี้ เพราะยุคนี้ไม่มีพระพุทธเจ้ามีแต่สัตบุรุษ แล้วก็ถามแล้วถามอีก
จะเกิดหิริโอตตัปปะ อย่างแรงกล้าในปัญญา 8 ได้อย่างไร _แสงอรุณ...ถามคำถามหลวง จากหนังสือปัญญา หลวงปู่เขียนไว้ในหน้า ๑๑๓ ว่า “เมื่อได้มาศึกษากับพระพุทธเจ้า หรือจากสัตตบุรุษ หรือจาก ผู้ที่อยู่ในฐานะครูที่สัมมาทิฎฐิจริงก็จะเกิด “ปัญญา” ข้อที่ 1 ซึ่งใน “ปัญญา” ข้อที่ 1 นี้ มันต้องอธิบายสาธยาย แจกแจงกันอย่างสำคัญมาก เพราะมันลึกซึ้งในทาง “จิตวิญญาณ” ชั้น "ปัญญา เหลือล้ำ เพราะผู้จะมี “ปัญญา” นั้นจะมี "ความละอาย (หิริ)” เป็น “เทวธรรม” ข้อแรกกันจริงๆ แต่แง่ “ ความละอาย" นี้ ก็เป็นความลึกล้ำของ “ปัญญา” อย่างยิ่งยวด ที่อาตมาก็ยังสาธยาย ให้ลึกไปกว่านี้ได้ไม่เท่าไหร่เลย” หลานขอความเมตตาจากหลวงปู่ ขยายความ ประเด็น ความละอายที่ทำให้เกิดปัญญาโลกุตระ อย่างสัมมาทิฏฐิด้วยเจ้าค่ะ กราบขอบพระคุณหลวงปู่ด้วยความเคารพบูชาอย่างยิ่ง แสงอรุณ ๒๑/๑๒/๒๕๖๕
พ่อครูว่า... มันลึกซึ้งจริงๆ แค่ความละอาย เป็นสัจธรรมที่ต้องมีจริงในมนุษย์ทุกคน ยกตัวอย่างเช่น ขออภัยวันนี้ ขออภัยต่อท่านประยุทธ์ปยุตโต ท่านประยุทธ์ ปยุตโตดูถูกดูแคลนไม่ใช่ทำเล่นด้วย เอาจริงๆจนอาตมาติดคุกด้วย แต่เขาขอให้อยู่นอกคุก 2 ปีรอลงอาญา 2 ปี เอาขนาดนั้นเลย ท่านประยุทธ์นี้เอาอาตมาขนาดนั้น และท่านไม่เคยรู้หรอก เดี๋ยวนี้อาตมาก็ยังไม่รู้ว่าท่านจะรู้สึกละอายหรือยัง อาตมาก็ยังเชื่อว่าท่านยังไม่ละอาย หากท่านละอายคงจะมี signal มา ถ้าเกิดความละอายบ้าง ก็จะได้ อัญญธาตุ อาตมาสาธยายไปแต่ท่านไม่ถึงขีดที่จะรู้สึกสำนึกสำเหนียกว่า เราได้ไปดูถูกดูแคลนท่านโพธิรักษ์ ตายๆๆๆ ท่านจะรู้สึกละอาย เพราะฉะนั้นการจะเกิดความละอายนี่คือ เทวธรรม คือธรรมะความเจริญ แต่ถ้าไม่เกิดอันนี้คือยังไม่เจริญ ท่านประยุทธ์ไม่ได้เกิดความละอายที่ได้มาดูถูกดูแคลนสมณะโพธิรักษ์ ยังไม่สำนึกเมื่อใด ไม่มีละอายเมื่อใด มันจะเกิดจริงในจิต ละอาย หิริโอตตัปปะ อย่างแรงกล้าด้วย เพราะดูถูกอย่างแรง ข่ม ดูถูกอาตมามาก เพราะว่าจะรู้สึกแรงสำหรับคนที่เข้าใจสัจธรรม แต่อาตมาว่า ท่านก็คงจะยากอยู่ที่จะรู้สึก หรือท่านจะรู้สึกแล้ว หากท่านรู้สึกแล้วอาตมาขออนุโมทนา น่าจะมีสัญญาณมาบอกบ้าง signal มาบอก แต่นี่ไม่มีสัญญาณมาบอกว่าท่านรู้สึก อาตมากับท่านเคยสัมพันธ์ติดต่อกัน คือ เมื่อท่านด่าอาตมา เขียนหนังสือตำหนิอาตมามาอย่างนี้ อาตมาก็เขียนจดหมายขอบคุณท่านไป ท่านก็เงียบ ไม่มีตอบ เขียนด่าต่อ เขียนว่าต่ออีก 3 เล่มหนังสือ อาตมาก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็พยายามญาติดีกับท่าน จนครั้งหนึ่งท่านไม่สบาย อาตมาเขียนจดหมายแสดงความเห็นใจ ว่าท่านไม่สบายก็ขอให้หายวันหายคืนตามประสาโลกๆเขานั่นแหละ เพื่อทำความสมานเสมอ เขียนจดหมายอันนี้ไป ท่านก็ส่งหนังสือของท่าน 2 เล่มมาให้อาตมา หนังสือพจนานุกรมของท่านสำคัญ อาตมาก็ยังได้อาศัย ใช้ 2 เล่มนั้น ส่งมาให้ โดยเขียน ด้วยสาราณียธรรมต่อท่านโพธิรักษ์ ระลึกถึง สาราณียธรรม นี่ก็เล่าเรื่องที่ผ่านมาจริง มีปรากฏการณ์จริง พจนานุกรมฉบับประมวลธรรม แล้วก็มีอีกเล่มหนึ่ง พจนานุกรมพุทธศาสนาฉบับประมวลศัพท์ ท่านเก่งพยัญชนะ แต่ท่านไม่เก่งสภาวะ นี่ขออภัยที่พูดความจริง อาตมาก็ยังนึกอยู่เลย ท่านจะเข้าใจคำว่ากายหรือยัง ท่านจะเข้าใจถึงสภาวะคำว่ากายที่เป็น สักกะหรือยัง เพราะว่ามันไม่ใช่เรื่องธรรมดา บุญ งั้นท่านไม่เข้าใจแน่ เพราะท่านเข้าใจบุญว่าเป็นกุศล ท่านก็ยังเข้าใจว่า อปุญญะ เป็นบาปอีก ซึ่งมันไม่ใช่ เพราะบุญมันเป็น One Way Traffic บุญมันมีทางเดียว เอกังสะ ส่วนเดียว มันทำงาน กำจัดกิเลสหมดสิ้นแล้วบุญก็หมดไป บุญไม่เหลือค้างอยู่ที่ไหน ฉะนั้นศาสนาพุทธที่มันผิด ไปสะสมบุญ ไปเอาบุญ ไปสร้างบุญ อะไรพวกนี้ พยัญชนะมันก็พาให้สภาวะผิด ผิดหมดเลย บุญมันสะสมไม่ได้ บุญมันเอาไม่ได้ บุญใครไม่อยากมีหรอก เป็นอรหันต์แล้วเป็นคนไม่มีบุญ ถ้ายังไม่เป็นอรหันต์คุณอยากได้บุญอยู่ด้วยความโง่ทั้งนั้น คนที่ยังไม่เป็นอรหันต์อยากได้บุญด้วยความโง่ๆทั้งนั้น พูดอีก 100 ครั้งก็อย่างนี้ ผู้ที่ยังไม่เป็นอรหันต์ก็อยากได้บุญทั้งนั้น นี่โง่ แล้วผิดใช้พยัญชนะผิดสภาวะผิด สุดท้ายก็เลยไม่ได้เจริญไปถึงไหน หลานขอความเมตตาจากหลวงปู่ ขยายความ ประเด็น ความละอายที่ทำให้เกิดปัญญาโลกุตระ อย่างสัมมาทิฏฐิด้วยเจ้าค่ะ กราบขอบพระคุณหลวงปู่ด้วยความเคารพบูชาอย่างยิ่ง
พ่อครูว่า….เมื่อกี้อธิบายขยายความไปบ้างแล้ว ว่า ความละอาย ไม่ละอาย เพราะไม่เกิดความจริง ไม่เกิดความละอาย ความรู้สึกจริงๆเป็นเวทนา ละอาย ละอายจริงๆ มันเป็นความรู้สึกจริงๆของจิตใจเลย ไม่ใช่เรื่องพูดตื้นๆ เล่นๆ แต่สำนึกละอายจริงๆ พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ในปัญญาข้อที่ 1 ข้อที่ 2 มีความละอายจริงๆ ไม่ใช่ละอายเล่นๆด้วยแต่ละอายอย่างแรงกล้า เพราะอะไร เพราะคนเรามันโง่มาหนัก โง่เป็นเทวนิยม โง่เป็นอัตตา สิ่งที่โง่มาจนถึงทุกวันนี้คือยังไม่เป็นอรหันต์นี่แหละ ผู้เป็นอรหันต์จึงจะหยุดโง่ หมด เกลี้ยง สิ้นความโง่ สิ้นเกลี้ยง ยังไม่หมดก็ เป็นโสดาบันก็ลดลงไปส่วนหนึ่ง เป็นสกิทาคามีก็ลดลงไปส่วนหนึ่ง ถ้าอนาคามีก็ลดลงไปส่วนหนึ่ง เป็นอรหันต์ทั้งหมด ก็หมดอวิชชา ก็เป็นอย่างนั้นจริงๆสัจธรรมเป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้นถ้าผู้ใดไม่สามารถที่จะศึกษาสัมมาทิฏฐิจริง ก็ไม่บรรลุธรรมในชาตินั้น อาตมาเคยพูดว่ายังสงสัยอยู่ว่า ผู้ไม่บรรลุธรรมในชาตินี้อย่างท่านประยุทธ์ ไม่รู้แม้แต่โสดาบัน แต่เก่งที่ท่านศึกษา เป็นนักศึกษา learned man ทุกวันนี้ท่านก็ยังศึกษา สังขารร่างกายท่านก็ป่วยเจ็บอยู่หลายรอบ แล้วท่านก็บอกว่า ท่านทำงานยังไม่เสร็จเพราะท่านศึกษายังไม่จบ แต่ท่านไม่ได้ปฏิบัติธรรมให้ตนเองบรรลุธรรมในชาตินี้ ท่านก็เลยกลายเป็นที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่าผู้ที่เป็นเช่นนี้คือ ผู้ที่เป็น ปทปรมบุคคล ผู้ที่มีแต่ธรรมะโดยบท ไม่ได้ธรรมะโดยธรรม ไม่ได้ธรรมะโดยสภาวะ ได้แต่ธรรมะโดยบท พยัญชนะบทบัญญัติบทภาษาเท่านั้น คือ ผู้ที่ปทปรมบุคคล คือผู้ที่ทรงจำธรรมะของพระพุทธเจ้าไว้ก็ได้มาก ท่องบ่นได้มากทรงจำได้มาก สอนคนอื่นอยู่ได้มาก แต่ตนเองไม่ได้บรรลุธรรมในชาตินั้นๆ นี่อาตมาก็ยังสงสัยอยู่ว่า ท่านจะเป็น ปทปรมบุคคล แต่ท่านเป็นผู้ที่ทรงจำธรรมะพระพุทธเจ้าได้มาก ท่องบ่นได้มาก สั่งสอนได้มากจริงๆแล้ว แต่ท่านจะบรรลุธรรมในชาตินี้ไหม แม้โสดาบัน ขออภัยนะท่านประยุทธ์ ขณะนี้ที่อาตมาพูด เป็นความเมตตาและเป็นความสงสารเกื้อกูลกัน ความสงสารคำนี้ก็หมายความว่า ยังเห็นท่านยังวนเวียนอยู่ในสังสารวัฏ ไม่ได้หมายความว่าอาตมาต้องมีใจไปสงสารท่าน ท่านสูงกว่าอาตมา ท่านมีคนนิยมชมชอบ ยกย่องสรรเสริญยิ่งกว่าอาตมาเยอะ ท่านควรจะสงสารอาตมา เพราะอาตมาด้อยกว่า ตกต่ำกว่า ดูถูกดูแคลน เป็นผู้ใดก็ควรถูกสงสารแต่ท่านเป็นผู้สูง
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive