สื่อธรรมะพ่อครู(สัมมาทิฎฐิ 10) ตอน ชาวพุทธควรจัดงานคริสต์มาสไหม.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.11 KB
วันที่แก้ไข20 มกราคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สัมมาทิฎฐิ 10) ตอน ชาวพุทธควรจัดงานคริสต์มาสไหม _0938 พ่อท่านคิดว่าพวกเราควรจัดงานวันคริสมาสไหมคะ เห็นจัดที่สันติ พ่อครูว่า...จัดก็ได้ไม่มีปัญหาอะไร ทุกศาสนาศาสดาพาให้เจริญทั้งนั้น ศาสนาเทวนิยมเข้าใจในวงกรอบโลกียะแต่ก็ทำให้ดีเท่าที่จะมีภูมิปัญญา พากเพียรประพฤติดี คงคุณความดีให้นานเท่านาน ซึ่งตรงนี้แหละ มันเป็นไปไม่ได้มันค้างอยู่ไม่ได้มันต้องเลื่อนไหลมาตกต่ำลง ไม่ชาตินี้ก็ชาติต่อไป เพราะมันดีแล้วก็จะชินชาแฉะแล้วลงต่ำลงไป กิเลสมันก็เตรียมตัวจากที่มันเคยชินชา มันก็ไปยินดีกับความเป็นกิเลสความเป็นรสชาติรสโลกียะ ได้ลาภยศสรรเสริญ จากโลกียะอีก มันซ้อน คนดีมีความสามารถมีสมรรถนะมีความฉลาดเฉลียวแบบโลกียะ แม้มันจะเฉื่อยชามันก็ยังมีความชำนาญ มีสมรรถนะที่ดีในตัวเยอะ มันก็จะได้ ได้แล้วก็จะชะล่าใจ ก็มีการเสพติดแล้วตกต่ำไปหมุนเวียนกันอยู่อย่างนี้ เพราะไม่ได้รู้จักสัจจะที่เป็นกิเลส ว่าเราไปโลภยินดีกับไม่ยินดี ยินดีในโลกที่บำเรอความได้ความมีความเป็นของโลกีย์ ลาภยศสรรเสริญโลกียสุขไม่รู้จักโลกธรรม ก็เลยต้องวนเวียนเป็นสุขเป็นทุกข์คู่กันไม่มีจบ เป็นเทวนิยมเป็น 2 ต้องมีจิตต้องรู้โลกุตระ ต้องเรียนรู้ล้างกิเลสในเจตสิก มีปัญญาไม่ยึดมั่นถือมั่นในโลกที่วนเวียน จบที่โสดาบัน สกทาคามี อนาคามี อรหันต์ ไม่วนเวียนอีกเลย ไม่สูงต่ำไม่ดีไม่ชั่วกับเรา อาตมาเป็นโพธิสัตว์ผ่านพระอรหันต์มา เข้าใจแล้วก็ช่วยเขา เจตนาเป็นคนที่ไม่ต้องขึ้นต้องลง จิตของเราไม่วนเวียน จิตเป็นอุเบกขาปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา มีแต่คุณสมบัติ 5 ประการที่เจริญขึ้นเป็นอเนญชาภิสังขาร เป็นโพธิสัตว์สูงขึ้นเท่าไหร่ก็เข้าใจตัวนี้ดีมากขึ้นเท่านั้น จะอยู่กับโลกที่หยาบและแรงจะอนุโลมปฏิโลม จะไปคลุกกับโลกต่ำแค่ไหนเราก็ไ

อ่านต่อ

ม่เสียท่า จิตของเราก็ไม่มีกระเทือนไม่มีแวบวาบหวั่นไหว จิตใจจะยิ่งแข็งแรงยิ่งจะสู้ได้ นี่คือสัจจะความจริงที่อาตมามีในตนแล้วเอามาอธิบายให้ฟัง คณะใหญ่เขาผิดเพี้ยนไปกันมากแล้ว อาตมาทำอยู่คนเดียว ไม่ได้หรอก ถ้าจะมาทำงานมา 40 ปีมี 20 คนก็ไม่ไหว ทำไม่ออก มันไปไม่ได้หรอก แต่นี่มันก็ยังมีเป็นร้อยเป็นพันก็ยังพอเป็นไป นี่มันเป็นสัจจะ แม้จะอยู่อย่างนี้เราก็รู้ เหนื่อยหนักหนาแน่นอน พวกเราเป็นคนส่วนน้อยแล้วทวนกระแสใจกิเลสด้วย เราอยู่รอดถึงขนาดทุกวันนี้หนักหนา ทีนี้ศาสนาเทวนิยมเขาก็มุ่งหมายดี ไม่ต้องเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน คุณจะส่งเสริมอะไรเล็กๆน้อยๆก็ได้ แต่ถ้าไปทำเสียเต็มที่เลย คนก็จะสงสัย คุณเป็นเทวนิยมหรือเป็นอเทวนิยมกันแน่เขาก็จะสงสัย เพราะจริงๆแล้วอเทวนิยม ไม่ได้ส่งเสริมสนับสนุนให้คนไปติดอยู่กับเทวนิยม เพราะคนติดยึดในเทวนิยมก็ไม่ออกนอกกรอบโลกีย์ก็วนใน cyclic order ไม่มีเจริญไปกว่านี้ วงวนโลกียะไม่จบไม่เลิกแต่โลกุตระนั้นจบเลิกลดความวนไปจนสูญได้ รู้จักอัตภาพรู้จักความเป็นจิตนิยามที่สมบูรณ์ จนกระทั่งรู้ความปรุงแต่งของจิตนิยาม ปรุงแต่งเป็นธรรมะ 2 ทำให้เป็น 1 รักษาสภาพ 1 ให้แข็งแรง หรือทำให้เป็น 0 ทำให้ไม่เหลือสภาพปรุงแต่งก็ได้ ก็เป็นพระอรหันต์ อยู่ไปก็มีแต่ความบริสุทธิ์สูญเฉยกลาง แล้วจิตใจของเราจะยิ่งแข็งแรงและเก่งควบคุม static ได้ดี กลุ่มพลังงานบวกลบในนิวเคลียสในจิตของเราได้ดีให้เร็วหมุนได้เร็ว เปลี่ยนแปลงได้เร็วแข็งแรงเป็นแก่นแกนได้ดี เหมือนลูกข่างหมุนเร็วกินน้ำจั้น นิ่ง มันแข็งแรงเป็นมุทุภูตธาตุ โลกจะเปลี่ยนแปลงอย่างไรก็รับมือได้ไวความรู้เร็วทั้ง เจโตและปัญญา ไม่ได้เปลี่ยนแปลงโดยเสียหาย มีปฏิภาณปัญญามีความหวังดีปรารถนาดีเร็ว ช่วยคนอื่นได้เร็วขึ้น ควบคุมไม่ให้ผิดพลาดมาให้เสียหายได้ดียิ่งขึ้น จิตก็จะยิ่งประภัสสรแจ่มใสไปเรื่อยๆนี่คือองค์ธรรม 5 ข้อของอุเบกขา เป็นแต่เพียงว่าคุณจะจัดอะไร อย่างงานวันวิสาขบูชา เราไม่ได้จัดอะไรมาก หากเราจัดวิสาขบูชาเราก็จะไปเสริมโลกุตระให้ดีขึ้น แต่ถ้าไปจัดงานคริสมาสคุณจะไปเสริมโลกียะจะทำอย่างไร อาตมาก็แปลความว่าคุณจะจัดรื่นเริงบันเทิงอย่างนั้นไม่เข้าท่า วันคริสต์มาสคุณจะบันเทิงเริงรมย์มันไม่ใช่แบบนั้นของเขา งานจริงๆของเทวนิยมเขาก็ระลึกถึงพระเจ้า สายของอิสลามเขาก็ทำพิธีกรรม ทางศาสนาคริสต์ก็มีพิธีมิสซา นั่นก็คืองาน แต่การร่าเริงเล่นหัวมันเป็นการหาเรื่องของคน เป็นการฉุดให้เสื่อมต่ำลง ที่สันติฯจัดคริสมาสต์ทำไม นี่พูดไม่ให้มันแรงแล้วนะ สรุปแล้วจะไปจัดทำไม 620116_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ หยุดปฏิบัติการ IO โลกียะพาฉิบหาย

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน