สื่อธรรมะพ่อครู(ธรรมะ 2) ตอน โลกโลกียะไม่อาจมองเห็นคุณค่าของพ่อครู.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.78 KB
วันที่แก้ไข20 มกราคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(ธรรมะ 2) ตอน โลกโลกียะไม่อาจมองเห็นคุณค่าของพ่อครู _3867โลกกระแสหลักเชื่อบ่เชื่อพ่อครูเป็นโพธิสัตว์? จะมีคนศรัทธาพ่อครูกี่มากน้อย? แต่สากลโลกก็เชื่อใจลูกศิษย์โพธิรักษ์ให้รางวัลลุงจำลองฯผู้ว่าฯแมกไซไซ!เชื่อถือหมอใจเพชรชูเกียรติบัตรหมอเขียวเพชรเอเซียศิษย์เอกโพธิรักษ์ฯ พ่อครูว่า...เป็นนัยซับซ้อน ประเด็นแรกคือ ความรู้ของชาวโลกคือโลกียะทั้งสิ้นยังไม่เข้าถึงความรู้ทางโลกุตระเลย ความรู้ทางโลกุตระ ที่จะเข้าถึงโลกุตระได้ จะต้องมีความรู้ในจุดนี้ ที่บอกว่าโลกสากลเชื่อใจลูกศิษย์โพธิรักษ์ ให้รางวัลหมอเขียว คุณจำลอง ทำไมไม่ให้โพธิรักษ์ ไปให้ลูกศิษย์เท่านั้น โพธิรักษ์นั้นทั้งแสดงธรรมทั้งพามาปฏิบัติธรรม เป็นหมวดเป็นหมู่เป็นหมู่บ้านเป็นชุมชนเป็นพฤติกรรมสังคมเลย ทำไมไม่ให้รางวัลโพธิรักษ์ มาให้รางวัลแค่คุณจำลองหมอเขียว ทำไม ใช่ไหม เพราะฉะนั้นแสดงว่า ความเป็นศิษย์ ไม่ว่าจะเป็นคุณจำลองหรือหมอเขียว ไปได้รางวัลมันไม่ใช่เรื่องของความเป็นลูกศิษย์โพธิรักษ์ แต่ไปได้รางวัลสำหรับเข้าตาโลกสากลเขา ของคุณจำลอง ของหมอเขียว นี่แหละเป็นประเด็นซับซ้อนลึกซึ้ง เป็นประเด็นที่เป็นสิริมหามายาอย่างมากเลย สิริมหามายาคือโลกกลับตาลปัตรดีเป็นชั่ว ชั่วเป็นดี เห็นผิดเป็นถูก เห็นถูกเป็นผิด เห็นมีเป็นไม่มี เห็นไม่มีเป็นมี กลับกันไป กลับกันมา เขาจะหมุนจะงงแล้วคิดว่าไม่ใช่ อย่างนี้เป็นต้น อาตมาเป็นสิริมหามายาที่ให้กำเนิดสิทธัตถะ คนจะรู้จักสิทธัตถะรู้จักพระพุทธเจ้าแท้ๆ ต้องศรัทธาสิริมหามายา คนใดที่ยังไม่ศรัทธาสิริมหามายายังไม่มีปัญญาพอที่จะศรัทธาสิริมหามายา แน่นอนจะเห็นสิทธัตถะไม่ได้ จะบูชาเคารพสิทธัตถะไม่ได้ จะไม่มีพระพุทธเจ้าอยู่ในหัวใจ คนที่รู้จักสิริมหามายาดีจึงจะรู้จักสิทธัตถะ ภาวะสิริมหามายาเป็นผู้

อ่านต่อ

ให้กำเนิดสิทธัตถะ อาตมาเองอาตมาเป็นคนไม่มีตัวตน คนจะเข้าใจนับถือยกย่อง อาตมาไม่มีปัญหาเลย แต่อาตมามีหน้าที่ดูแลธรรมะแสดงธรรมะ คุณจำลองหรือหมอเขียวเข้าใจก็มาเอาได้ จนคุณจำลองบอกว่าจำลองวันนี้ได้ดีเพราะอโศก แต่หมอเขียวก็ไม่รู้จะพูดอะไรบ้างก็แล้วแต่ยอมรับนับถือโพธิรักษ์เป็นอาจารย์อยู่ ลูกศิษย์หมอเขียวก็ยอมรับนับถือโพธิรักษ์เป็นอาจารย์อยู่ เช่นหมอเขียว อาตมาได้ยินจากปากคนอื่นว่า หมอเขียวก็บอกว่าตนเองเป็นโพธิสัตว์ระดับ 5 แล้วรับอาตมาว่า อาตมาเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 ก็ไม่มีปัญหาไม่แปลกอะไรก็ทำงานแล้วก็มีผลงานอะไรออกมาก็ดี ใช้ได้ ก็ทำให้คนเข้าใจสัจธรรมไปตามลำดับอยู่ คนที่มีภูมิปัญญาก็จะชัดเจนรู้ได้ เพราะฉะนั้นในเถรวาทหรือในศาสนาพุทธเมืองไทยเป็นเถรวาท 100% ไม่รู้จักโพธิสัตว์ แล้วบอกว่าโพธิสัตว์เป็นปุถุชน อาตมามายืนยันว่าโพธิสัตว์เป็นปุถุชนไม่ได้ ต้องเป็นอาริยะเป็นอรหันต์มาก่อน ต้องมีภูมิธรรมโพธิตั้งแต่โสดาบันเป็นเรื่องแรกก็เป็นโสดาบันโพธิสัตว์คือ โพธิสัตว์ระดับ 1 ต้องมีอรหัตตผลของโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ โพธิสัตว์ 9 ระดับ 1.โสดาบันโพธิสัตว์ 2.สกิทาคามีโพธิสัตว์ 3.อนาคามีโพธิสัตว์ 4.อรหันต์โพธิสัตว์ 5.อนุโพธิสัตว์ 6.อนิยตโพธิสัตว์ 7.นิยตโพธิสัตว์ 8.มหาโพธิสัตว์ 9.พระปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อาตมาก็สาธยายตามภูมิ อาตมาแจกแจงธรรมะ อาตมาพูดตั้งแต่ต้นแล้วว่าไม่ได้มาพูดเพื่อให้คนเชื่อ หรือ อยากให้คนเชื่อหรือบังคับให้คนเชื่อ หว่านล้อมให้คนเชื่อ ไม่มี อาตมามีหน้าที่พูดความจริงให้จริงที่สุด ส่วนแต่ละคนจะมีภูมิปัญญาเห็นว่าอันนี้เป็นความจริงน่าได้น่ามีน่าเป็นก็เอาเอง หรือคุณเห็นว่าเป็นความจริงแต่ไม่เอา ก็เรื่องของเขา เขาเห็นว่าอันนี้ดีอันนี้จริง แต่เขาไม่เอา ก็ไม่มีปัญหาอะไร ใครที่เห็นว่าดีจริงก็เอา คนเห็นว่าไม่ดีแน่นอนเขาก็ไม่เอาหรอก ก็ถ้าไม่จริงแน่นอนเขาไม่เอา ต้องเป็นคนที่เห็นว่าดีเห็นว่าจริงเขาถึงจะเอา ไม่เห็นว่าดีไม่เห็นว่าจริงเขาไม่เอาหรอก ใครจะเอาหรือไม่เอาถ้ามาไม่มีปัญหาอาตมามีหน้าที่ที่จะรับผิดชอบสาธยายไป ต้องให้จริง และก็พยายามจะให้คนเข้าใจให้ได้ อันนี้ก็มีด้วย เท่าที่พยายามสามารถได้ อาตมาเก่งสาธยายได้เพียงเท่านี้ อาตมาทำให้ง่ายที่สุดเท่าที่จะทำได้แต่ได้เท่านี้ อาตมาไม่เก่งกว่านี้ ไม่พยายามจะทำให้ยาก แต่ธรรมะพระพุทธเจ้ามันยาก ท่านตรัสว่าธรรมะของท่านนั้น คัมภีรา (ลึกซึ้ง) ทุททัสสา (เห็นตามได้ยาก) ทุรนุโพธา (บรรลุรู้ตามได้ยาก) สันตา (สงบระงับอย่างสงบพิเศษ แม้จะวุ่นอยู่) ปณีตา (สุขุมประณีตไปตามลำดับ ไม่ข้ามขั้น) อตักกาวจรา (คาดคะเนด้นเดามิได้) นิปุณา (ละเอียดลึกถึงขั้นนิพพาน) ปัณฑิตเวทนียา (รู้แจ้งได้เฉพาะผู้เป็นบัณฑิต บรรลุแท้จริงเท่านั้น) (พตปฎ. เล่ม 9 ข้อ 34) สันตา สงบพิเศษคือสงบยังดิ้นแรงไม่ใช่สงบอย่างหยุดง่าย ไม่ใช่ แต่เป็นสงบที่หมุนเร็วแรง เหมือนลูกข่างกินน้ำจั้น ลูกข่างนอนวัน เร็ว นิ่ง ถ้าไม่เร็วได้ขอบเขต ลูกข่างไม่นิ่ง ลูกข่างที่หมุนและเร็วได้นิ่งนั้นเพราะสามารถเอาชนะแรงโน้มถ่วงได้ จึงหยั่งลงได้ มันคือความสงบของศาสนาพุทธ ความสงบของศาสนาพุทธคือความสงบที่เร็วและแรง ไม่ใช่ความสงบที่หยุดนิ่งเฉยช้าไม่ใช่เบา ไม่ใช่เลย สมณะแปลว่าผู้สงบ เถรสมาคมเขาให้มานะ อาตมาไม่ได้ตั้งเอง สัจธรรมเป็นเรื่องที่ต้องเป็นเช่นนั้นมันต้องเป็นเช่นนั้น ทั้งที่ในสังคมประเทศไทยเขาไม่เรียกพระเป็นสมณะหรอกเขาเรียกพระ อย่างนี้เขาเรียกภิกษุ ไม่ได้เป็นสมณะหรอก แต่เอาไปเอามา เรามากลายเป็นสมณะ เขาให้ นี่มันคือความลงตัวเป็นความจริงที่เลี่ยงไม่ได้ สงบของศาสนาพุทธเป็นผู้ที่ไม่มีกิเลสในใจ คือไม่มีตัวที่ทำให้ไม่สงบ กิเลสคือตัวที่ทำให้ไม่สงบ กิเลสเป็นตัวที่ทำให้คนไม่สงบ คนที่หมดกิเลสแล้วจึงเป็นคนสงบ อาตมาประกาศไปหมดแล้วว่าตนเองเป็นอรหันต์อาตมาจึงสงบ คนเห็นว่าอาตมาไม่สงบเพราะเขารู้ไม่ได้ อุตส่าห์บอกก็ยังไม่รู้ ยังไม่เชื่อถือ สันตาคือสงบ สมาธิคือจิตตั้งมั่น จิตอะไรที่ตั้งมั่นก็คือจิตใจที่สะอาดปราศจากกิเลสตั้งมั่นเป็นแกน Static ที่แข็งแรง ยิ่งแข็งแรงเท่าไหร่ก็ยิ่งหมุนได้เร็วเท่านั้น เพราะมีคู่ Static กับ Dynamic สัมพันธ์กัน สัมผัสกันอย่างแข็งแรง แกนจึงแข็งแรงมากจึงหมุนได้เร็วอาตมาจึงแรงได้มากเร็วได้บ้าง แสดงธรรมเร็วไม่คิดช้าเลยเดี๋ยวนี้ค่อยยังช้าหน่อย แต่ก่อนที่แสดงธรรมวัดมหาธาตุ เรียกว่าแสดงจนพอเราลงจากเวที ไอ้หนุ่มบอกว่า มันชิบหายเลยหลวงพี่แต่พูดให้ช้าหน่อยฟังไม่ทันเลย 620114_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 34

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน