คนจนโลกุตระ วรรณะ9 จึงทำให้เกิดสังคมสาราณียธรรม 6.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์15 KB
วันที่แก้ไข25 กุมภาพันธ์ 2566

เนื้อหาในไฟล์

คนจนโลกุตระ วรรณะ9 จึงทำให้เกิดสังคมสาราณียธรรม 6 พ่อครูว่า... เรา มีจารีตประเพณีน้อย ต่างกันกับจารีตประเพณีของสังคมพุทธ ต่างกันมาก ต่างกันจนกระทั่งเรามาอยู่ที่ไหน ชุมชนชาวอโศก คนข้างนอกเขาเข้ามาไม่ได้ เขาเองเขารู้สึก ว่ามันข้ามเขตอันหนึ่ง เขตโลกุตระ เพราะฉะนั้นคนเหล่านั้นไม่ได้ห้ามเขานะ อาตมาไม่ได้ห้ามเขานะ อยากให้เข้ามาด้วย อาตมาอยากให้เขามาฟังธรรมไหม(ถาม)..(พวกเราตอบ).. อยาก เขาไม่กล้ามาเข้ามา เขาก็ไม่รู้เรื่อง มันถิ่นนี้แดนนี้ มันมีจารีตประเพณีอย่างนี้มันใช่พุทธหรือเปล่า ทำไมมันแปลก แต่คนที่พอมีปฏิภาณปัญญาก็จะบอกว่ามันไม่เลวนะ มันดีนะ อย่างชาวอโศกอยู่ที่ไหน คนมา คนที่กล้าเข้ามา มาทำงานด้วย จนกระทั่งมารับจ้าง อาตมาก็พยายามเปิดทางที่เพื่อจะให้คนเข้ามา อย่างราชธานี เดี๋ยวนี้งานน้อยลงแต่ก็ยังมีเยอะอยู่ ทำงานวันๆหนึ่งเฉลี่ยแล้ว เคยมีคนทำบัญชีการเงินเขาเคยคิด ว่ามันตกวันหนึ่งเดือนหนึ่งเท่าไหร่ ของราชธานีเอง ของสันติเอง ของที่ไหนๆ ชุมชน จะมีชุมชนที่คนข้างนอกเขามาทำงานด้วยไม่มากนัก คือถิ่นที่เขาไม่ได้สร้าง ไม่ได้ก่ออะไรมาก คนชาวอโศกเองทำงานเอง อาตมาก็ไม่รู้ว่าจะเป็นที่ไหนบ้าง แต่อย่างปฐมอโศกมีน้อยลง แต่ก็ยังมีคนข้างนอกมาทำงานอยู่บ้าง มาเป็นกิจจะลักษณะ ไม่ได้จรเหมือนกับบางที่บางแห่งอยู่เป็นหลัก ทำเป็นหลักกันไปเลยประจำเดือนอย่างปฐมอโศกอย่างนี้ เพราะฉะนั้นจึงมีความเที่ยงในเรื่องของรายรับรายจ่าย มีความเสถียรในเรื่องงานการที่มันเข้าที่เข้าทางแล้ว ก็เป็นชุมชนแรก ชุมชนที่ตั้งมั่นในด้านเศรษฐกิจ ก็เลี้ยงๆน้องๆ บ้านราชนี้ แต่ก่อนเขาส่งให้เดือนละล้าน ล้านกว่า เดี๋ยวนี้เขาไปซื้อที่เพิ่มก็เลยของด บ้านราช ก็เลยต้องพากเพียรเองช่วยตัวเองให้รอดนะ พี่ๆเขาไม่ได้อุ้มไว้อย่างนี้เป็นต้น ก็ว่ากัน

อ่านต่อ

ไป เราก็ทำไปเรื่อยๆได้ แล้วที่เราทำแล้วมันก็เป็นเช่นนี้ มันเป็นว่าพวกเราในลักษณะหรือในระบบ ของสาธารณโภคี พวกเราเลยกลายเป็นกลุ่มมนุษย์ที่ไม่มีหนี้ อาตมาให้เขาปริ้น ว่าประเทศไหนไม่มีหนี้บ้าง มีอยู่ 2 ประเทศที่ไม่มีหนี้ใน 209 ประเทศทั่วโลก 208 Liechtenstein ไลเคนสไตน์ 0.00 2001 [195] 0.00 0.00 209 Niue (New Zealand) นีอูเอ 0.00 27 October 2016 [196] 0.00 0.00 อันนี้ก็ไม่ชัดเหมือนกัน เขาบอกว่ารายได้ต่อหัวเป็น 0 เขาไม่มีรายได้เป็นอยู่อย่างไร รายได้ต่อหัว คงจะไม่มีข้อมูล หรือแม้แต่ประเทศบรูไน พลเมืองเขาไม่ถึงล้าน แต่รายได้จากน้ำมัน โอ้โห มหาศาลเลย ยังมีหนี้อยู่ตั้ง 186 Brunei 340 million 2017 [174] 27,200 2.80 ประเทศภูฏานมีหนี้น้อยกว่า

สรุปแล้วอาตมาอยากจะพูดตรงนี้ ไม่มีประเทศไหนในโลกไม่มีหนี้ หนี้คืออะไร คนที่กู้หนี้ได้มากๆเขาถือว่ามีเครดิตดี มันซ้อนลึกอยู่ตรงที่ว่า จะอธิบายไปถึงคำว่า คนจน คนไม่มีหนี้กับคนจน หรือคนมีหนี้กับคนจน ชาวอโศกนี่เป็นคนจน เป็นคนจนที่ไม่มีหนี้ ส่วนนอกเขาข้างนอกเขานี่เป็นคนจนที่มีหนี้ และยังแยกได้ละเอียดอีกว่า คนจนที่ไม่มีหนี้ เพราะว่าเป็นคนจนที่เขาไม่มีใครให้กู้ ไม่มีเครดิตเลย ก็เลยต้องจน กับ คนที่จน เพราะเต็มใจจน ตั้งใจจน เข้าใจความจน แล้วทำความจนให้แก่ตนสำเร็จนั้น...ยิ่งใหญ่ที่สุด เป็นคนจนที่อุดมสมบูรณ์ เป็นคนจนที่ อิสระ สบาย สงบ อิ่มเอม เกษมใส ใจเกื้อกูล และเพิ่มพูนเสียสละ คนจนอะไรไปเพิ่มพูนการเสียสละ มันเป็นภาษานะแต่ลักษณะจริงมันมีไหม? ...มี ใครเอ่ย? ชาวอโศก คนอะไรทำไมประหลาดนัก มันเป็นความประหลาดเป็นความลึกซึ้งไม่ใช่ลึกลับ เพราะว่าเอามาพิสูจน์ได้ เอามาปฏิบัติ เอามาประพฤติได้ จนกลายเป็นหมู่สังคมชุมชน เป็นบุคคลที่มีความเป็นอยู่ร่วมกัน มีจารีตประเพณีมีพฤติการณ์พฤติกรรม อยู่อย่าง สาราณียธรรม 6 นี่คือหลักฐานเอามาจากคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งสิ้นไม่ได้ออกนอกรีตนอกราว พิสูจน์โลกุตรธรรมของพระพุทธเจ้าได้บรรลุจริง จึงเกิดชุมชนสาราณียธรรม 6 ได้ คืออยู่กันอย่างมี สาราณียธรรม 6 เมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม ร่วมกันสร้างสรรค์มีรายได้ร่วม ได้รายได้ได้ผลผลิตก็เอามารวมกันกินกันใช้ร่วมกันลาภธัมมิกา เรียกว่า สาธารณโภคี ในยุคพระพุทธเจ้าพิสูจน์ได้ในวงสงฆ์ ในยุคโน้น พระสงฆ์ไปทำกสิกรรมไม่ได้ก็เลยพิสูจน์ความสมบูรณ์แบบไม่ได้เพราะมีข้อจำกัดเป็นยุคสมบูรณาญาสิทธิ ยังเป็นยุคทาส เป็นยุคที่ยังไม่มีใครเข้าใจเข้าใจเรื่องสิทธิมนุษยชน สิทธิมนุษยชนยังมีไม่ได้ มีแต่นายทาสลูกทาสอะไรอย่างนี้ มันเป็นข้อจำกัดที่ อาตมาก็พูดไปหมดแล้วเคยอธิบายไปแล้ว แต่ยุคนี้ไม่มีแล้วทาส ไม่ใช่สมบูรณาญาสิทธิราชย์ด้วย ทุกคนรู้จักสิทธิมนุษยชนเต็มที่ อิสระบริบูรณ์ เพราะฉะนั้นจึงทำได้หมด ไม่ใช่อาตมาทำเก่งกว่าพระพุทธเจ้า ในยุคพระพุทธเจ้าทำไม่ได้ มันมีข้อจำกัดจริงๆ แต่ยุคนี้มันไม่ใช่แล้วมันทำได้ไม่ใช่เก่ง แต่มันทำได้เพราะมันหมดข้อจำกัด มันไม่มีข้อจำกัดอย่างยุคพระพุทธเจ้าแล้ว มันเป็นยุคอิสรเสรีภาพสมบูรณ์แบบ เพราะฉะนั้น พวกเราจึงมาเป็นพวกที่มีอิสรเสรีภาพเต็มที่ แล้วก็เข้ามารวมกันเป็นภราดรภาพ เป็นพี่เป็นน้องกันจริงๆ เป็นพี่เป็นน้องเลยยิ่งกว่ากงสีของชาวจีน กงสีของชาวจีนเขายังมีการแบ่งทรัพย์ออกไปได้ แต่ของเราไม่มีใครแบ่งกองกลางออกไปเลยยิ่งกว่ากงสี แล้วก็ฝากผีฝากไข้ยิ่งกว่าญาติพี่น้องสายเลือด ฝากผีฝากไข้ได้ เจ็บป่วยก็ดูแลรักษากัน ตายก็ช่วยกันจัดการให้เรียบร้อยตามจารีตประเพณีที่ดี อะไรต่างๆพวกนี้ ซึ่งเป็นการพิสูจน์เรื่องมนุษย์และสังคมได้สมบูรณ์แบบจริงๆ สักวันหนึ่ง นักวิชาการทั้งหลายแหล่จะมาเห็น เสียดายแต่ชาวพุทธเถรสมาคมที่ยังตาบอดอยู่ อาตมาว่าคนต่างประเทศที่เขาพยายามแสวงหา เขาจะมาเห็นก่อนนะ จะมาเห็นก่อนชาวพุทธหรือว่าเห็นก่อนเถรสมาคม ว่าอย่างนี้ธรรมะพระพุทธเจ้าตรัสรู้ ชาวอโศกนี้นำมาสถาปนาลงไปในสังคมยุคนี้ มีจริงเป็นจริง เป็นโลกุตรธรรม สาราณียธรรม 6 นี่ เป็นโลกุตรธรรม ไม่ใช่เอาปากเปล่า เอาพยัญชนะมาอ้างเฉยๆ พวกเรามีพฤติกรรมจริง มีทั้งกายทั้งจิต ที่บรรลุมรรคผลของโลกุตรธรรมพระพุทธเจ้า มาเป็นจริง คนมีภูมิธรรม มีภูมิปัญญาเข้าใจ มองออกเข้าใจได้ แม้แต่ในหมู่เถรสมาคมหรือประชาชนทั่วไปที่เขาเข้าใจได้ แต่เขายังมีภาระ ยังมีวิบากเข้ามาไม่ได้ก็เข้ามาสัมพันธ์บ้าง คอยตามศึกษาตามประพฤติปฏิบัติอยู่ แต่มันยากที่จะเข้าใจ มันมีจำนวนที่สัจจะจะคัดเลือกสัจจะ สัจจะจะคัดเลือกสัจจะ มันจึงได้มีจำนวนของสัจจะความจริงที่บอกว่ามันเป็นเรื่องยาก เป็นเรื่องที่ คัมภีรา (ลึกซึ้ง) ทุททัสสา (เห็นตามได้ยาก) ทุรนุโพธา (บรรลุรู้ตามได้ยาก) สันตา (สงบระงับอย่างสงบพิเศษ แม้จะวุ่นอยู่) . ปณีตา (สุขุมประณีตไปตามลำดับ ไม่ข้ามขั้น) อตักกาวจรา (คาดคะเนด้นเดามิได้) นิปุณา (ละเอียดลึกถึงขั้นนิพพาน) ปัณฑิตเวทนียา (รู้แจ้งได้เฉพาะผู้เป็นบัณฑิต บรรลุแท้จริงเท่านั้น) (พตปฎ. เล่ม 9 ข้อ 34) ก็จะได้ว่าอย่างนี้เป็นความสงบโลกุตระ ส่วนความสงบโลกียะเขาก็หยาบๆไปไม่เข้าใจความจริง สงบอย่างที่ภาษาทางโลกเขาเรียกกันทั่วไปว่าสันติภาพ พวกเรามีภราดรภาพ พวกเรามีสันติภาพ อิสรเสรีภาพ พวกคุณนี่มาโดยไม่มีใครไปบังคับ ไม่มีใครไปล่อลวง ไม่มีใครไปหว่านล้อมมา คุณมากันเอง มากันอย่างมีปัญญารู้ แล้วก็มากันอย่างเป็นภราดรภาพ แล้วก็มาอยู่กันอย่างสันติภาพ จากนั้นก็สร้างสมรรถภาพ สร้างบูรณภาพกันไป ทุกคนก็มาเป็นคน สุโปสะ บำรุงง่ายพัฒนาง่ายเจริญไปเป็นคนขยัน เป็นคนมีวรรณะ 9 เป็นคนยอดขยัน เป็นคนไม่สะสม ไล่มาตั้งแต่ยอด วิริยารัมภะ อปจยะ ธูตะ สัลเลขะ สันตุฏฐิ อัปปิจฉะ น้อยก็พอ 0ก็พอ น้อยจนไปถึงหลัก0 น้อยที่สุดก็คือ 0 เป็นคนพอ ใจพอและมักน้อยสูงสุด เรียกว่าเป็นคนอัปปิจฉะ จึงเป็นคนที่มาพัฒนา อาตมาสอนทุกวันนี้เป็นหลักสูตรที่สูงมาก ที่สอนพวกเรา เป็นหลักสูตรโลกุตระ ผู้มาเรียนก็เรียนได้ ได้รู้จักและมีจริง พัฒนากันไปเรียกว่า สุโปสะ และก็อยู่กันอย่างง่ายมาก สุภระ เลี้ยงง่ายอยู่ง่ายอยู่กันง่ายไม่ยาก สังคมต้องการคนชนิดอย่างนี้ มีวรรณะ 9 แล้วก็ได้เป็นสังคมสาราณียธรรม 6 นี่เป็นสุดยอดของพระพุทธเจ้าแล้วที่อาตมาหยิบมายืนยันความจริง ว่าธรรมะพระพุทธเจ้ายุคนี้ก็เอาของพระพุทธเจ้ามาเรียนรู้และปฏิบัติบรรลุได้แม้ยุคนี้ คนข้างนอกเขาไม่เข้าใจไม่มีภูมิพอ เขาไม่เชื่อ ก็บังคับกันไม่ได้ เขาไม่เชื่อ แต่พวกเราเป็นจริงไหม? เป็นจริง เป็นจริงนี่อย่างว่าหลงตัว โมเม หรือเปล่า ...ไม่ ใครตัดสินหนอ ตัวเองตัดสิน พระพุทธเจ้าไม่อยู่ เขาไม่เชื่อหรอก ไม่ใช่พระพุทธเจ้ามาตัดสิน อาตมาตัดสินให้ว่าใช่ เขาก็ไม่เชื่ออาตมา เพราะอาตมาไม่ได้เป็นคนที่ทำตนให้น่าเชื่อ จริงๆ อาตมาไม่ได้ไปทำตนปะเหลาะให้คนเป็นคนที่น่าเชื่อ คนที่ไปทำตนให้เป็นคนปะเหลาะให้คนเขาเชื่อ นั่นคือพวก ดรามาติก เป็นพวกดัดจริต เป็นพวกทำเท่วางมาด อาตมาไม่มีมาดมีแต่ความบริสุทธิ์ใจ มีแต่ความจริงใจ มีสิ่งที่ มีแต่ความจริง เทกระบะออกมามีแต่ความจริง ๆ คนอะไร คนอย่างนี้ก็มีด้วย มีแต่ความจริง ธรรมะพระพุทธเจ้าสรุปยอดมาที่ศีล สมาธิ ปัญญา 660224 ชาวอโศก ทำแล้ว ทำอยู่ และกำลังทำโลกุตระต่อไป พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน