ความเจริญสูงส่งไม่ใช่ใช้ตัวเงินเป็นเครื่องชี้วัด เพราะทุกประเทศมีหนี้.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.67 KB
วันที่แก้ไข25 กุมภาพันธ์ 2566

เนื้อหาในไฟล์

ความเจริญสูงส่งไม่ใช่ใช้ตัวเงินเป็นเครื่องชี้วัด เพราะทุกประเทศมีหนี้ พ่อครูว่า... อาตมาก็พูดธรรมะ แล้วก็เอาเรื่องคำว่าการเมือง หรือพฤติกรรมของคนที่ประพฤติอยู่ในสังคม ตั้งแต่ผู้บริหารลงมา ผู้บริหารประพฤติอย่างไรมันก็คือการเมือง สมัครตัวหรือว่าทำเข้าไปแสดงตัวต่อสังคมต่อประชาชนมากๆเขาก็เป็นนักการเมือง โดยเฉพาะไม่ได้พูดถึงเรื่องของ อะไรตัวเอง งานของตัวเองไม่พูด ที่นี้คนมาพูดงานของตัวเองอย่างพวกเรา เราพูดถึงงานของตัวเองงานของพวกชาวอโศกเราทำอะไร เราเห็นว่าอะไรควรทำก็พูดไป หาว่าอย่างนี้เป็นเรื่องอวดตัวอวดตน แต่เรื่องที่พูดไปว่าเขาจะได้เป็นผู้บริหาร เป็นผู้ได้อำนาจ ที่ประชาชนยกย่องให้ แล้วเขาก็ได้เป็นผู้บริหารเป็นผู้มีตำแหน่งหน้าที่ อะไรต่างๆ ถือว่าอย่างนั้นเป็นเรื่องเจริญเป็นเรื่องสูงส่ง ลองตั้งใจคิดดีๆสิว่า ความเจริญของคนหรือความสูงส่งขึ้น เจริญขึ้นของคนนี้ แล้วก็ทำให้ความเจริญของสังคมจริงๆ อะไรจริงๆเป็นเครื่องชี้วัด เอาเงินเป็นเครื่องชี้วัดหรือ ถ้าเอาเงินเป็นเครื่องชี้วัด ถ้าคุณมีวิสัยทัศน์แบบนั้นมี Concept แบบนั้น มี Vision แบบนั้น มี Concept แบบนั้น เขาก็จะพยายามสะสมเงินด้วยวิธีอะไรก็ได้ ขี้โกงก็ได้อย่างทักษิณ แล้วเขาก็หลงอย่างนั้นแล้วเขาก็แสดงอำนาจบาตรใหญ่ แสดงความกร่างของตัวเองที่มีเงินมาก หรือแม้แต่แจ็คหม่า มีวิธีการหมุนอะไรต่ออะไรแล้วก็ได้เงินเข้ามาให้แก่ตัวเอง หรือวิธีชัดๆก็คือวิธีค้าขาย ค้าขายด้วยการบวกเอาเกินควรจะเป็น ควรจะเป็นก็คือราคาประมาณนี้ตลาดเฉลี่ยแล้ว แต่เขาพยายามจะให้มันสูงกว่าราคาตลาดเขาขายกัน แล้วหลงกันว่าผู้ที่ขายได้ราคามาก คือคนเก่ง คนสามารถ เป็นคนทำเอาเงินเอาตัวเลขมาเป็นเครื่องวัด คนที่ไปหลงธนบัตร ไปหลงตัวเลขมาเป็นเครื่องวัดชีวิตมันตื้นเขินมากเลย

อ่านต่อ

อาตมาให้เขาพิมพ์หลักฐาน ในประเทศ 200 กว่าประเทศ มีรายได้ต่อหัว หรือมีเปอร์เซ็นต์ของ GDP อะไรเท่าไหร่เท่าไหร่ เขาคิดกันมาโอ้โห 200 กว่าประเทศ จดทำสถิติมาหมดเลย External debt หนี้ต่างประเทศ มีหนี้กันหมดทุกประเทศ อาตมาสอนพวกเราแนะนำพวกเรา ชีวิตที่เจริญคือ 1.ไม่มีหนี้ 2. ทำมาหากินเลี้ยงตัวเองให้รอด 3. ทำให้เหลือ ทำสิ่งที่จำเป็นสิ่งที่ควรสร้างควรทำนี่แหละ โดยเฉพาะพวกเรานี้เน้นพืชพันธุ์ธัญญาหาร ทำให้มาก กินอยู่ในนั้นเสร็จ อาศัยกินอยู่โดยไม่ตาย ชีวิตนี้รอดไปได้ตลอดรอดฝั่ง จนตายแหละ จะว่าไม่ตายก็ไม่ได้ก็ต้องได้ แต่ก็มีกินอยู่จนตาย ไม่อดไม่อยาก เพราะคนอื่นต้องกินต้องใช้พืชพันธุ์ธัญญาหารทั่วโลก ไปให้ขั้วโลกเหนือที่กินผักกินพืชไม่ค่อยเป็นก็ยังกินได้เลยเลี้ยงชีวิตได้ด้วย มันไม่มีกินเท่านั้นเอง ผู้ที่เห็นคุณค่าอันสำคัญของชีวิตจริงๆอย่างนี้เรียกว่าปัจจัย พระพุทธเจ้ายกเป็นหนึ่งในโลก อาหารเป็นหนึ่งในโลก โดยเฉพาะ กวฬิงการาหาร นอกจาก กวฬิงการาหารแล้วก็สิ่งที่ต้องอาศัย สัมผัสแล้วเกิดเวทนา เกิดความรู้สึก เมื่อเกิดความรู้สึกแล้วผู้ที่ไม่เรียนรู้เรื่องจิต เจตสิก รูป นิพพานก็จะเป็นตัณหา ตัณหาที่ไม่เรียนตั้งแต่กามตัณหา ตัณหาคือความอยากใคร่เอามาให้แก่ตัวเอง มันก็จะมีตัวตัณหานี่แหละเป็นตัวบงการชีวิตเลย ชีวิตคนที่ไม่ศึกษาก็จะเป็นอย่างนั้น มีกามตัณหา แล้วก็ลดได้มันจึงจะไปลดขั้นที่ละเอียดขึ้นเรียกว่า รูป รูปตัณหา เป็นภวตัณหา เป็นตัณหาที่อยู่ในภพในภวังค์ต่อไป แต่คนที่หลงผิดไปนั่งหลับตา มันมีแต่รูปในภพ เป็นนามธรรม เป็นภวตัณหา รูปตัณหา อรูปตัณหา รูปราคะหรืออรูปราคะ ซึ่งอันนั้นมันจะมาล้างกามตัณหา มันล้างไม่ได้ กามตัณหาต้องล้างมันก่อน มันเป็นของหยาบของแข็งของเหนียว ของขั้นต้น เพราะฉะนั้นคนที่ไปนั่งหลับตาปฏิบัติธรรมจึงโมฆะหมด ล้างกิเลสไม่ได้หรอกแต่ไปหลง อสัญญีสัตว์ ไปหลงนั่งสะกดจิต ทำให้จิตมันดับไม่รับไม่รู้อะไร แล้วไม่เคลื่อนไหว ไม่คิดไม่นึก ไปหลงอย่างนั้น เป็นการบรรลุธรรม ซึ่งมันไม่ได้เรียนรู้กิเลส กิเลสจะเกิดได้และเป็นกิเลสจริงๆ ไม่ใช่กิเลสอยู่ในความคิด อยู่ในสัญญานึกเอาจากอดีตหรือคิดฟุ้งไปในอนาคต ไม่มีการสัมผัสตาหูจมูกลิ้นกาย กิเลสที่มีในอดีตแล้วก็นึกออกมา คุณเคยมีก็นึกได้หรือคุณฟุ้งไปในอนาคตอยู่ในภพ จะว่าเป็นกิเลส มันก็เป็นเฉพาะคุณ มันไม่ยึดก็ได้ง่าย แต่กิเลสที่มันมาติดทางตาหูจมูกลิ้นกายแล้วนี่สิ มันเป็นตัวจริงๆเลยเป็นของจริง ถ้าไม่มีตาหูจมูกลิ้นกายมีผัสสะข้างนอก มันไม่เป็นความจริง ท่านเรียกว่า ต้อง มีทิฏฐธรรมหรือทิฏฐะกาละ ต้องมีปัจจุบันชาติ ปัจจุบันที่เกิดขณะนี้เรียกว่าปัจจุบันชาติ ชาติคือการเกิด มีปัจจุบัน มีแสงสว่าง มีตาหูจมูกลิ้นกาย และก็มีแสงสว่างมีการตื่นรับรู้ต่อผัสสะทั้งหลาย นี่เป็นความครบของความจริง ศาสนาเทวนิยมไม่มีความจริงตั้งแต่พระเจ้า พระเจ้าสัมผัสด้วยตาหูจมูกลิ้นกายไม่ได้ ตลอดตั้งแต่มีแต่ไหนแต่ไหนจนถึงทุกวันนี้ ไม่มีใครสัมผัสได้ แม้แต่พระศาสดาหรือพระบุตรยกให้พระเจ้าเป็นพระบิดาเป็นพ่อ แล้วตัวเองเป็นคนเข้าใจผิดว่าตัวเองเป็นลูกพระเจ้า ส่วนคนนี้ไม่ใช่ลูกพระเจ้า มีพระบุตรเท่านั้นเป็นลูกพระเจ้า เพราะฉะนั้นคนจะไปเป็นลูกพระเจ้าหรือไปเป็นพระเจ้าไม่ได้ ตัดขาดกันเลย นี่เป็นเรื่องไม่ใช่เรื่องของคนเป็นเรื่องเพ้อเจ้อ เป็นเรื่องขบคิดตัดตัวเองออกขาดจากประชาชนแล้วมาสอนประชาชน โดยอธิบายกลบเกลื่อนไปว่า คำสอนของพระเจ้านี่คือคำสอนที่จะทำให้คนดี ก็พระเจ้าไม่ใช่คน จะดีไม่ดีจะรู้เรื่องได้อย่างไรเพราะเป็นสิ่งลึกลับ ก็มีคนนั่นแหละมาสอนแต่บอกว่าตัวเองไม่ใช่คน ตัวเองเป็นลูกพระเจ้า แล้วคนนี้เป็นไม่ได้ คนเป็นศาสดาไม่ได้ คนไหนก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะมาเป็นศาสดา ต้องพระเจ้าเท่านั้นบัญชาให้มาเป็น นี่เป็นคำอธิบาย เป็นการให้นิยามความรู้ มันก็ประหลาดดีนะ แล้วคนก็เชื่อเยอะเพราะคนในโลกไม่ค่อยมีความรู้ในเรื่องละเอียดลึกซึ้งพวกนี้ได้ จะเรียกว่าคนโง่ก็นั่นแหละคือไม่รู้ได้ก็ยังโง่อยู่ มันมีเยอะกว่าคนฉลาด 660224 ชาวอโศก ทำแล้ว ทำอยู่ และกำลังทำโลกุตระต่อไป พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน