วางใจอย่างไรกับลูกที่ไม่ดูแลพ่อแม่ยามแก่เฒ่า.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์10 KB
วันที่แก้ไข25 กุมภาพันธ์ 2566

เนื้อหาในไฟล์

วางใจอย่างไรกับลูกที่ไม่ดูแลพ่อแม่ยามแก่เฒ่า _จาก สินทวีสอร์ท ...ดิฉันมีเพื่อนที่โหยหาความรักความเอื้ออาทรจากลูกไม่สร่างซา เรื่องมีว่า เพื่อนดิฉันอายุ 70 ปีอัพมีลูกสาว 2 คนซึ่งต่างคนต่างก็มีครอบครัวและแยกบ้านออกไปแล้วทั้งคู่ ทุกวันนี้เพื่อนอยู่บ้านคนเดียว เขาเป็นโรคร้าย หลังการให้คีโมและฉายแสงก็จะต้องไปพบหมอตามนัด สิ่งที่เป็นตัวกวนเขาอยู่เป็นระยะๆก็คือ ความดันโลหิตสูง ทำให้เขาทรงตัวไม่ได้ จึงโทร.ให้ลูกมาอยู่เป็นเพื่อน รุ่งขึ้นความดันลดลงแต่ยังคงมึนศีรษะอยู่ ลูกก็รีบกลับบ้านเลย ทำให้เพื่อนรู้สึกเป็นทุกข์มาก ขอความกรุณาพ่อครูบอกวิธีการวางจิตวางใจให้กับเพื่อนของดิฉันด้วยคะ กราบขอบพระคุณค่ะ พ่อครูว่า... ดีนะ มีปัญหาลำบากลำบนก็มาบอกให้อาตมาช่วยคลายทุกข์ รายการนี้รายการอะไร ปรับทุกข์ปลุกธรรม ไม่ใช่ เป็นพุทธศาสนาตามภูมิ ไม่เป็นไรก็คลายทุกข์ให้ ปรับทุกข์ก็คลายทุกข์ให้บ้าง อาตมาเคยอธิบายมาจนครบแล้วว่า คนเรานี่ จะพูดลงท้ายก็คือมันมีวิบาก วิบากของคนเป็นอจินไตยกรรมวิบาก มีลูก แน่นอนลูกมันก็มีครอบครัว เขาก็ไปรับผิดชอบครอบครัวของเขา มันเป็นสัจธรรมแต่ไหนแต่ไรเลย พ่อแม่ ถ้ามีวิบากไม่ดี ลูกเต้าไม่เลี้ยง ปล่อยทิ้งขว้างเลยจริงๆ มันก็มีจริงๆ ทีนี้คุณก็ระลึกชาติไม่ได้ คุณก็ไม่รู้ว่าคุณทำกรรมทำวิบากอะไรมา อาตมาก็ต้องอธิบายความจริงอย่างนี้ให้ฟัง ก็ถือซะว่าเราเองเรามีกรรมวิบาก ถ้าคุณไม่แสดงออก คนเขาก็ไม่รู้ไม่เห็น คุณก็รับอยู่คนเดียว ก็รับไปเถอะ เพราะที่จบอาตมาก็ไม่รู้จะไปลงที่ไหน นอกจากจะไปเหมาให้แก่กรรมวิบาก โดยสัจจะไม่ว่า โดยเฉพาะชาวอโศกหรือชาวเอเชีย ลูกหลานต้องเลี้ยงพ่อแม่ปู่ย่าตายาย แต่ทางเทวนิยมนั้นเขาใจดำอำมหิต ไม่มีการเลี้ยงดูเชื้อสายญาติโกโยติกา อย่าง American จารีตประเพณี ลูกอา

อ่านต่อ

ยุ 17 ออกไปเลี้ยงตัวเอง พ่อแม่ก็ว่าของตัวเองไป เสร็จแล้วก็เหลือ 2 ผู้เฒ่า มีเงินเหลือก็ไปเที่ยวไม่เกี่ยวกันเลยกับลูกจะเป็นจะตาย อย่างนั้นกันเลยวัฒนธรรมของเขา เพราะฉะนั้นพวกนี้มาเจอเมืองไทย เห็นลูกประคองทวด ประคองปู่ตายาย มันหนุงหนิงดูแลกัน เขาน้ำตาไหล เขาไม่เคยเห็นคนพวกนี้ จารีตประเพณีอย่างนี้เขาไม่เคยเห็น มันมามีทางเอเชีย เพราะทางเทวนิยมทางยุโรปทางอเมริกา มันเป็นเรื่องจิตใจดำ แม้แต่สายเลือด มันก็ไม่ดูแลกัน ตัวใครตัวมัน เห็นไหม นี่คือรากฐานของจิตวิญญาณ ที่มีจิตวิญญาณมีความรู้ มีความเข้าใจถึงสัจธรรม ถ้าเผื่อว่าตระกูลไม่เลี้ยงกันมันก็เป็นภาระแก่สังคม หนักเข้าก็เป็นภาระรัฐบาล วัฒนธรรมจารีตประเพณีแบบนั้นรัฐบาลหนัก แต่อย่างเอเชียอย่างพุทธ แบ่งเบากัน ครอบครัวก็ช่วยรัฐบาล รัฐบาลก็ช่วยครอบครัว มันจะเป็นการบริหารเป็นอยู่สังคมที่ดีกว่าลัทธิจารีตประเพณีวัฒนธรรมแบบตะวันตกแบบอเมริกา นี่ไม่ได้ยกตนข่มท่านนะ มันเป็นสัจจะอย่างนั้น ที่ถามมาอาตมาก็ไม่รู้จะช่วยอย่างไร ก็ต้องให้คุณปลงว่าเป็นวิบากของเรานะ อาตมาว่าคุณก็ลองค่อยๆพูดจากับลูกหลาน ส่งข่าวส่งข่าวว่า แม่เป็นอย่างนี้นะ มาช่วยแม่หน่อยได้ไหม พูดได้เท่าไหร่ก็ อย่าไปสร้างความหวังเอาไว้ในใจ ว่าลูกจะมา เขามาก็พอดีใจเท่านั้น ตั้งความหวังไว้แค่นั้นก็น่าจะสบายใจ นอกนั้นแล้วอาตมาก็ต้องไปลงกับคำว่า กรรมวิบากของคุณ อาตมาไม่มีที่ลงจริงๆก็ต้องเหมาไปให้ตรงนี้ แล้วก็พยายามพิจารณาความจริงให้ได้ว่าคนเราเกิดแก่เจ็บตาย เพราะฉะนั้นก็อย่าไปให้มันมาก อย่าไปหลงตนว่าเราอยากอยู่ แต่เราเจ็บป่วยอย่างนั้นอย่างนี้ รับเอา ๆ ให้เห็นทุกข์ของการเกิดมามีชีวิต มันเป็นทุกข์อริยสัจจริงๆ มันเกิดมามันต้องมีทุกข์อย่างนี้ เพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าถึงมาสอนเรื่องบอกว่า ให้เข้าใจความจริงว่าเกิดแก่เจ็บตาย ให้เกิดปัญญารู้จริงเป็นอรหันต์แล้ว มันไม่กลัวเกิดแก่เจ็บตาย เป็นอนาคามีมันก็ไม่กลัวเท่าไหร่แล้ว เพราะมันรู้ที่ไป มันมีสุทธาวาส ถ้าเป็นโสดาบัน สกิทาคามิก็จะมีบ้างแต่ลดลง ลดลงตามภูมิธรรม มันก็จะไม่กังวลห่วงตายห่วงเกิดอะไร แล้วมันจะเข้าใจความเกิดความตาย ศาสนาเทวนิยมไม่รู้การเวียนตายเวียนเกิด ไม่เชื่อคำว่าวิบาก ไม่เชื่อ กัมมัสโกมหิ กัมมทายาโท กัมมโยนิ กัมมพันธุ กัมมปฏิสรโณ กัมมังสัตเตวิภัชติ กัมมุนาวัตตติโลโก ไม่เชื่อกรรมของตนแล้วตนเองต้องรับมรดกกรรมของตนเอง ไม่ใช่มาจากพ่อแม่ปู่ย่าตายาย คุณทำดีเป็นของคุณ คุณทำชั่วเป็นของคุณ ทายาท คุณรับกรรมวิบากดีชั่วของคุณ เอาไปแบ่งให้พ่อแม่ไม่ได้ เอาไปแบ่งให้ใครก็ไม่ได้ ไม่เอาก็ไม่ได้ แล้วก็กรรมวิบากของคุณนี่แหละพาคุณเกิดคุณเป็น กัมมโยนิ มันตกเป็นพันธุ์ เป็นตระกูล เป็น DNA ของคุณเลย กรรมพันธุ์ จริงๆกรรมพันธุ์ตัวนี้เป็นถึงขั้นนามธรรมนะ ไม่ใช่แค่วัตถุธรรม ตายแล้วมันก็จะไปเป็นเผ่าพันธุ์เป็นนามธรรมไปต่อ ไม่ใช่แค่ DNA ซึ่ง DNA คุณเปลี่ยนไปตาม กัมมโยนิ กัมมัสกะของคุณ ที่คุณจะทำใหม่เปลี่ยนใหม่เป็นโลกุตระของคุณจนมีทิศทางที่จะเลิกเกิด เลิกเป็นเลิกมี หรือแม้แต่จะยังเกิดยังเวียนตายเวียนเกิดอยู่ ก็ไม่มีปัญหา ไม่มีสุขไม่มีทุกข์ รู้จักสุขรู้จักทุกอย่างดี รู้จักดีรู้จักชั่วที่เป็นสมมุติสัจจะ แล้วก็รู้สุขรู้ทุกข์ที่มันเป็นปรมัตถสัจจะ ที่จะอยู่กับมันอย่างสบาย อย่างพวกเราเพราะเราเข้าใจสัจจะพวกนั้น อาตมาไม่ต้องไปลงรายละเอียด พวกคุณมีความรู้ไปตามภูมิของแต่ละคน จนถึงขั้นคุณมาอยู่อย่างนี้ มาเป็นคนที่มีวรรณะ 9 มาอยู่อย่าง สาราณียธรรม มาอยู่อย่างนี้ คนที่มาได้บรรลุแล้ว คนที่มาอยู่ในชุมชนชาวอโศกเป็นคนบรรลุธรรมทั้งนั้น ถ้าไม่มีภูมิธรรมอยู่ไม่ได้หรอก ไม่ได้บังคับคุณนะแต่คุณอยู่ไม่ได้เอง คุณติดโลกีย์อยู่ เพราะฉะนั้นคนไหนที่เห็นว่าดีแล้ว ก็พยายามมา มาแล้วอยู่ไม่ได้ก็ต้องไปเพราะคุณยังติดอยู่ แต่คนที่ไม่ติดแล้ว ทางโลกียะต้องออกไปเสพไปหาแสวงหาลาภยศสรรเสริญ หรือโลกียสุข ที่นี่ไม่มีให้เสพ คุณก็ต้องไปเสพข้างนอก คุณก็ต้องไปหาข้างนอก ไปแสวงหาไปเอา เพราะคุณเองยังติดมัน แต่คนที่ไม่ติดแล้วมาอยู่ที่นี่แล้ว เมื่อมาอยู่ที่นี่แล้วคุณไม่มีจิตประหวัด ไม่มีจิตโหยหา ไม่คิดออกไปอยู่ทางโน้น คุณอยู่ในนี้ก็อยู่ไปเป็นวันๆ อยู่กันอย่างสบาย ร่มเย็น ใช่ไหม คุณก็อยู่อย่างสบาย อยู่อย่างสงบ อบอุ่น อิ่มเอม เกษมใส ใจเกื้อกูล และเพิ่มพูนเสียสละ อยู่กันอย่างนี้ ตายก็สบายใจ ไม่ต้องห่วงว่าไม่มีญาติ ญาติจะมาเราก็ไม่ได้ห่วง ญาติทางสายเลือดตอนมีชีวิต เขาก็ปล่อยให้อยู่ที่นี่ ตายแล้วค่อยมา ถึงญาติไม่มา เราก็จัดการศพให้เรียบร้อยไม่มีปัญหาอะไร พึ่งเกิด พึ่งแก่ พึ่งเจ็บ พึ่งตาย กันได้จริงๆ ญาติทางสายเลือดจะมาหรือไม่มาก็ไม่มีปัญหา แล้วเราก็ไม่ได้รังเกียจรังงอน เราก็เต็มใจช่วยกันทำไป เมื่อถึงที่สุดก็ไปสู่สุดชีวิต เรือนสุดชีวิตเราก็สร้างไว้แล้ว ทำให้สบายทุกอย่าง 660224 ชาวอโศก ทำแล้ว ทำอยู่ และกำลังทำโลกุตระต่อไป พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน