คนมีภูมิปัญญาจึงมองเห็นสิ่งวิเศษที่พ่อครูทำ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข25 กุมภาพันธ์ 2566

เนื้อหาในไฟล์

คนมีภูมิปัญญาจึงมองเห็นสิ่งวิเศษที่พ่อครูทำ _สว่างแสง ขวัญดาว : น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ พ่อครูว่า... คนเขายกยอยกย่องอาตมาไม่ได้มีความอยากได้ อันนี้ถ้าใครเห็นว่า อาตมานี้พยายามแสดงออก เป็นการประเล้าประโลม พูดคำหวานให้คนมาหลงยกยอยกย่องหรือว่าอาตมาพูดไม่แคร์ อาตมานี่ไม่แคร์ใครจะยกย่องใครจะนับถือ หรือว่าต้องระวัง กลัวคนจะไม่เคารพ กลัวคนจะไม่นับถือ กลัวคนจะต้องมา.. อาตมาว่าอาตมาไม่มีสิ่งเหล่านี้ อาตมามั่นใจว่าในความจริงที่จะอาศัยภาษาอาศัยกิริยาทางกาย ทางวาจาออกไป ภาษาก็ดี กิริยาวาจาแสดงออกก็ดี มันเป็นเครื่องส่อ มันเป็นเครื่องบอกความจริง ผู้มีดวงตาจะมองทะลุ ผู้มีปัญญาจะมองทะลุ อย่างนี้ท่านไม่แคร์ ไม่แคร์กิริยากายวาจาที่แสดงออกว่าคนจะลบหลู่ ส่วนคนที่แคร์นั้นคือคนที่กลัวเสียมาด กลัวคนจะถือว่าผิด กลัวคนจะถือว่าไม่สุภาพไม่เรียบร้อย อาตมาว่ามีสิ่งที่ดีคือความจริงนี้อยู่ในกิริยา อยู่ในภาษา อยู่ในจิตวิญญาณ ความจริงที่อาตมามี ซึ่งเป็นสิ่งวิเศษ เพราะฉะนั้นคนที่มีดวงตา มีปัญญา จะรู้ว่านี่คือความจริง มองผ่านกิริยากายมองผ่านกิริยาวาจาทะลุเข้ามาได้ นั่นคือผู้ที่ได้รับคัดเลือก มาแสดงออก มาอยู่อย่างนี้เลยอย่างพวกคุณ หรือผู้ที่ยังไม่มาก็อยู่ล้อมนี่ มีทั่วในประเทศไทย แม้ไม่มาแสดงตัวเป็นชาวอโศก แต่ก็เปิดจิต เข้าใจ ก็มีอีกไม่น้อย ไม่มีใครไปสำรวจ ไม่มีใครไปทำสถิติเอาเท่านั้น นับวันจะมีมากยิ่งขึ้นเพราะว่าความจริงคือความจริง คนที่แสวงหา คนที่พยายาม จะรู้จักความจริงโดยเฉพาะความจริงของพระพุทธเจ้า ความจริงของสัจธรรมที่เป็นโลกุตระ เมื่อเกิดปฏิภาณปัญญา เขาจะรู้ว่าจริง เพราะฉะนั้นอาตมานี่ก็อยู่กับความจริง ผู้คนที่จะมาเห็นดีเห็นค่าของอาตมา เห็นค่าของธรรมะ ไม่ใช่ค่าคือตัวรูปร่างต

อ่านต่อ

ัวตน อาตมาก็ไม่ได้หล่อจนเกิน หรือไม่ได้มีรูปร่างหน้าตากิริยาท่าทางอะไรชวนให้มาน่าสนใจเท่าไรหรอก แต่ธรรมะ อาตมาแสดงธรรมะนี่แหละ เขาจะสนใจธรรมะ แล้วคนที่มีดวงตาอันนั้นก็จะได้ เขาจะคัดเลือกได้เลย _สว่างแสง(ต่อ) ณ.วันนี้ลูกเห็นว่า คำสอนของพระพุทธเจ้าที่พ่อครูนำมาสอนนี้ สามารถนำมาแก้ ปัญหาตั้งแต่ระดับครอบครัวถึงสังคมได้อย่างเด็ดขาด ไฉนทางฝ่ายเถรสมาคมจึงไม่ออกมาสนับสนุน ทำไมจึงไม่เห็นแก่พระพุทธศาสนา ประชาชน ประเทศชาติ น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ พ่อครูว่า... อาตมาก็มั่นใจว่าอาตมาสอนตั้งแต่ครอบครัวจนถึงสังคมประเทศชาติ ถึงขั้นโลกเลยจะว่าไปแล้ว เพราะว่ามันเป็นของพระพุทธเจ้า เถรสมาคมไม่ออกมาสนับสนุน พูดตรงนี้ยื่นดาบมาให้อาตมา อาตมาก็จะขอดาบหรือหอก ขอแทงด้วยหอกต่อไปนี้ เถรสมาคม ไฉนหรือทำไม ฝ่ายเถรสมาคมจึงไม่ออกมาสนับสนุน แล้วคุณสว่างแสงก็พูดต่อว่า ทำไมจึงไม่เห็นแก่พระศาสนา อาตมาบังคับเถรสมาคมไม่ได้ ก็ท่านไม่เห็นของท่านเอง ใช่ไหม อาตมาจะไปบังคับให้ท่านเห็นได้อย่างไร ไอ้ที่ไม่เห็นคือมันบอดหรือมันสว่าง ...บอด ก็ท่านบอดอยู่ เถรสมาคม ท่านกำลังบอดอยู่ นี่อาตมากำลังแสดงภาษาวิชาการความรู้ศาสตร์โดยเฉพาะศาสนาพุทธนะ ไม่ได้ไปด่าไปว่าอะไรหรอก สิ่งที่มันจะต้องข่ม พูดออกมามันก็ต้องข่ม สิ่งที่มันยกพูดออกมาควรยกมันก็เป็นการยก มันเป็นธรรมชาติของมัน เพราะฉะนั้นเถรสมาคมไม่ออกมาสนับสนุน อย่าว่าแต่ออกสนับสนุนเลย เขาจะเอาอาตมาตาย พูดไปหลายทีหลายครั้ง ย้ำซ้ำซากไม่รู้กี่ที ไม่ใช่สนับสนุน เขาจะเอาตาย แต่เขาเอาอาตมาตายไม่ได้ อาตมาก็พึ่งพาอาศัยคำสอนของพระพุทธเจ้า ธมฺโม หเว รกฺขติ ธมฺมจารึ ธรรมะย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม (พ่อครูไอตัดออกด้วย นาทีที่ 55.26) สมณะฟ้าไท... เค้าถามว่าพ่อครูเอาอะไรมาแสดง เอาความจริงมาแสดง ไม่มีตัวหลอก ใครอยากได้ก็เอาไปปฏิบัติต่อเหมือนพวกเรา แล้วแต่มาบวชแล้วพ่อครูจะบอกว่ามาตายนะ มาตายจริงๆให้หมดเนื้อหมดตัวไปเลย พ่อครูว่า... กิเลสตาย กิเลสตายระดับหนึ่งก็เป็นพระโสดาบัน กิเลสตายเพิ่มขึ้นเป็นขั้นที่ 2 เป็นพระสกิทาคา กิเลสตายระดับ 3 เป็นพระอนาคามี กิเลสตายระดับ 4 ก็เป็นพระอรหันต์ อันนี้เรื่องจริงพิสูจน์ได้ แม้ทุกวันนี้อาตมาก็ยืนยันว่าพวกเรามีอาริยบุคคล 4 มี โสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ เถรสมาคมเขาไม่เชื่อหรอก ประชาชนที่ไปนับถือเถรสมาคม มีความรู้แบบเถรสมาคม เขาก็ไม่เข้าใจ เขาก็ไม่เชื่อเหมือนเถรสมาคม มีคนดวงตาดีคือพวกคุณ เข้าใจแล้วพากเพียรมาปฏิบัติ คนที่ได้จริงๆแล้ว บรรลุธรรมจริงๆแล้ว อย่างน้อยโสดาบันเข้ามา ไม่บรรลุธรรมจริงๆไม่เข้ามาหรอก อย่างเก๊ที่สุดก็รู้ว่าควรเข้ามาแต่มันเข้ามาไม่ได้ เขาก็ไม่เข้ามา จรไปจรมา สัมพันธ์อย่างสนิทใจ เชื่อถือเคารพนับถือจริงๆแต่ว่าเขาเข้ามาไม่ได้ อันนี้เป็นวิบากของคน มันก็เป็นธรรมชาติธรรมดาจริงๆ คนที่เข้ามาได้ก็เข้ามาให้มาก จะมีอะไรติดยึดข้างนอกอยู่ ก็ไปน้อยลง ๆน้อยลงไป จนปลดวางได้ปลงได้ก็เข้ามาอยู่ได้ เข้ามาอยู่รวม เข้ามา เข้ามาอยู่รวมอยู่ในนี้ได้ มันแสดงออกถึง 1. ไม่อนาคามีก็อรหันต์ นี่เป็นคำตรัสของพระพุทธเจ้านะ มันซ้อน อยู่ในความเป็นจริงว่า อนาคามีขั้นไหน อรหันต์ขั้นไหน หรือ โสดาบันขั้นไหน สกิทาคามีขั้นไหน อาตมากำลังอธิบายอย่างพิสดาร อย่างละเอียด เช่น โสดาบันในยุคพระพุทธเจ้านั้นสูงกว่าโสดาบันพวกคุณ เข้าใจไหม พระพุทธเจ้าบอกว่าคนนี้เป็นพระโสดาบัน ประเดี๋ยวเดียวก็เป็นพระอรหันต์ไม่นานหรอก แต่โสดาบันพวกคุณนี่หลายคนชาตินี้ก็คงจะไม่ได้เป็นพระอรหันต์ อาจจะเป็นโสดาบัน สัตตขัตตุปรมโสดา เกิดอีก 7 ชาติก็จะได้เป็น หรือเป็นสกิทาฯ เป็นโสดาฯในระดับสกิทาฯ ก็เป็นโสดาฯ ที่อยู่ในโกลังโกละ อาจจะ 6 ชาติไม่ใช่ 7, 6 ชาติที่จะบรรลุ อาจจะ 5 ชาติ 4 ชาติ 3 ชาติ อาจจะ 2 ชาติ ถ้า 1 ชาติท่านเรียกว่า เอกพีชี เกิดมา 1 ชาติ เอกพีชี แตกต่างจากสกทาคามีอย่างไร สกิทาคามีท่านก็แปลว่า ผู้จะเกิดอีกหนเดียวก็บรรลุอรหันต์ เอกพีชี ก็คือผู้ที่เกิดหนเดียวบรรลุอรหันต์เหมือนกันเป็นโสดาฯเอกพีชี นี่แหละเข้าใจยาก หมายความว่าเป็นผู้ที่เพียร เป็นผู้ที่สามารถพาสชั้น ลัด ตัดชาติ แทนที่จะเป็น โกลังโกละ 6 ชาติ 5 ชาติ 4 ชาติ 3 ชาติ 2ชาติที่จะบรรลุแต่ท่านพาสชั้น พรึ่บ เอกพีชี ชาติเดียวบรรลุอรหันต์เลยเป็นสมรรถภาพของพระโสดาบัน ผู้เอกพีชี ผู้น้ัน บรรลุได้ อย่างนี้เป็นต้น ส่วนสกิทาคามีต้องเกิดจริงๆไม่ใช่บรรลุในชาตินั้น สกิทาคามีต้องไปเป็นตามลำดับ ต่างกันตรงนี้ เป็นนัยยะสำคัญของธรรมะพระพุทธเจ้าที่อาตมาหยิบมาให้ละเอียดขึ้นเรื่อยๆ พวกเราอยู่ในฐานที่ฟังแล้วเข้าใจ ฟังแล้วเอาไปปฏิบัติได้เป็นลำดับ เพราะพวกเราเข้าใจ กาย โดยเฉพาะเข้าใจกายอย่างพ้น วิจิกิจฉา เป็นสังโยชน์ข้อที่ 2 แล้วก็พามาปฏิบัติศีลพรต บรรลุพ้นจาก สีลัพพตุปาทาน พวกเรา มาอยู่ในฐาน สีลัพตปรามาส สีลพตุปาทาน คือยึดถือ ศีลพรต ข้อปฏิบัติ ตามจารีตประเพณี ตามที่เขายึดถือกัน ซึ่งมันผิดเพี้ยนแล้ว มันไม่พาบรรลุแล้ว แต่ก็ทำกัน วันนี้วันพระแล้วไปทำบุญกัน ไปทำทาน ไปบริจาค ไปรับใช้ขนทรายเข้าวัด อะไรต่ออะไรไป ก็ทำไปตามจารีต ดีไม่ดี เป็นไสยศาสตร์เป็นเดรัจฉานวิชาเละเทะไปหมด เป็นจารีตประเพณี เป็นข้อปฏิบัติที่เลอะเทอะบานปลายออกไป เยอะ ทุกวันนี้ ในยุคพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นมาเห็นศาสนาพุทธของท่าน ท่านบอกว่าตายๆๆ เอาวิธีการเละเทะขนาดนี้มาใส่ศาสนาพระพุทธเจ้าได้อย่างไร แล้วถือเป็นจารีตประเพณี อันดีงามว่าอย่างนั้น อันแสนทรามอันแสนไร้ค่าไร้สาระ มันทำลาย ศาสนาด้วย เพราะมันผิด มันไปเอาไสยศาสตร์เดรัจฉานวิชา เอาความเละเทะมา ปรุงแต่งเป็นอะไรต่ออะไร ยกตัวอย่างอย่างเละๆเทะๆก็ ไม่ต้องพูดพวกคุณก็เห็นแล้ว มากมาย นับว่าเป็นพิธีการ เป็นจารีตประเพณี ซึ่งอาตมา หลายคำไม่กล้าพูด Understood ละไว้ในฐานที่เข้าใจ 660224 ชาวอโศก ทำแล้ว ทำอยู่ และกำลังทำโลกุตระต่อไป พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน