ความเป็นกลางคือไม่เข้าใกล้ส่วนสองใดๆ.docx
เนื้อหาในไฟล์
ความเป็นกลางคือไม่เข้าใกล้ส่วนสองใดๆ ข้อ[๔๔] ดูกรกัจจานะ ส่วนสุดข้อที่ ๑ นี้ว่า สิ่งทั้งปวงมีอยู่ ส่วนสุดข้อที่ ๒ นี้ว่า สิ่งทั้งปวงไม่มี ตถาคตแสดงธรรมโดยสายกลาง (พ่อครูว่า…ในพระไตรปิฎกไม่มีบาลีที่แปลว่าทางสายกลาง) ไม่เข้าไปใกล้ส่วนสุดทั้ง ๒ นั้นว่า (อุโภ อนฺเต อนุปคมฺม มชฺเฌน) พ่อครูว่า…สองอย่างที่ไม่ไปเข้าใกล้ เช่น กามกับอัตตา รูปกับอรูป ก็ไม่ไปเข้าใกล้ สรุปแล้วอะไรมี 2 อย่างก็รู้ทั้งสองอย่างแต่ไม่มีทั้ง 2 อย่าง มีทั้งสองอย่างที่เขามีในโลก แต่ถ้าไม่มีความยึดเป็นเราเป็นของเรา คือ ความเป็นกลาง กว่าอาตมาจะตายน่าจะอธิบายได้มีรายละเอียดยิ่งๆขึ้นอีก ที่พระพุทธเจ้าตรัส สัจจะมีหนึ่งเดียวไม่มีสองจนกระทั่งสัญญายนิจจานิโลเก อัญญตร สัญญาย นิจจานิโลเก เว้นแต่ว่าความกำหนดหมาย สัญญาที่เที่ยงแท้แน่นอนแล้ว ซึ่งมีหนึ่งเดียว คือ ผู้ที่มีภูมิทำถึงขั้นนิพพาน ถึงขั้นอริยสัจ 4 จบรู้ทุกข์ รู้เหตุแห่งทุกข์ ดับเหตุแห่งทุกข์ ้ด้วยมรรคมีองค์ 8 อันเป็นทางปฏิบัติเอนกของพระพุทธเจ้าจบอริยสัจ 4 ผู้ใดถึงที่สุดอันนั้นแหละอันเดียวใครก็แล้วแต่ก็คือพระอรหันต์ ต้องเป็นพระอรหันต์ขึ้นไปจนถึงพระอรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้า ถ้าไม่ใช่อรหันต์แล้ว แย้งกันหมดเถียงกันหมด ต่างกันหมดเลย เห็นไหม มันเป็นนามธรรมอย่างยิ่ง มันเป็นคุณวิเศษอย่างยิ่ง แล้วก็ปฏิบัติได้ด้วยตนเอง ผู้ได้ด้วยตนเองนั่นแหละ ถึงจะเชื่อโดยไม่ต้องเชื่อใคร สุดท้าย เชื่อสิ่งที่ตนเองเป็น แม้แต่พระศาสดาก็ไม่ต้องเชื่อ เชื่อในสิ่งที่เรามีเราเป็น แต่มันเป็นอย่างไร ตรงกับพระศาสดาทุกพระองค์และที่เป็นพระอรหันต์แล้ว ตรงกับกาลามสูตร 10 ไม่ต้องเชื่อแม้แต่ครูของเรา ผู้เป็นศาสดาของเราก็ไม่ต้องเชื่อ มันเหมือนกันกับคนเย่อหยิ่งจองหอง _สู่แดนธรรมว่า...ไม่ใช่จองหองแต่ว
อ่านต่อ
่าลูกศิษย์กับครูเข้าถึงสภาวะเดียวกันแล้ว พ่อครูว่า...ก็หมด 0 ไม่มี 1 ไม่มี 2 แล้ว 631007_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ บทกวีศาสตร์คืออาวุธหรือความรู้