พ่อท่านคือศิลปินเอกของโลก.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.63 KB
วันที่แก้ไข12 ตุลาคม 2563

เนื้อหาในไฟล์

พ่อท่านคือศิลปินเอกของโลก _Nadam Sakon นาดำ สกล : ศิลปินเอกของโลกคือพ่อท่าน พ่อครูว่า…เป็นผลงานการแสดงออกของคนทั้ง บุคคล ท่าทาง ภาษา สุ้มเสี่ยงแสดงคำพูดจนกระทั่งเป็นรูปร่างมีเส้นแสงสีเสียง มีก้อนมีแท่ง จนกระทั่งถึงสถาปัตยกรรม ศิลปะ pure art เขาแบ่งออกเป็นแค่ 5 แขนงเท่านั้นเอง เดี๋ยวนี้อะไรก็มาเรียกเป็นศิลปะหมดเอามาปะโปะเป็นศิลปะหมด จิตรกรรม ประติมากรรม สถาปัตยกรรม วรรณกรรม ศิลปะและการแสดง(นาฏกรรมกับดนตรีการ) นาฎกรรมกับดนตรีการนี่แหละ มันเป็นเรื่องล่อแหลมกับอบายมุขมาก ที่มันครองโลกอยู่ทุกวันนี้ ก็คือนาฏกรรม ในนาฏ แปลว่าการแสดงลีลาท่าทางออกมาทุกอย่าง แม้แต่กีฬา นี่ก็นาฎะ รวมอยู่ในนาฏกรรมเหมือนกันกับเพลงการ เพลงการ กับนาฏกรรมหรือมีกีฬา กับการแสดงต่างๆ มันเป็นการแสดงออกเพื่อที่จะให้คนเกิดความรู้สึกร่วม ไปในทางโทสะ กับราคะ ถ้าราคะ ก็เป็นไปในทางโรแมนติกอิซึ่ม ถ้าไปทางกีฬาก็เป็นซาดิสซึ่ม ยิ่งแรงหนัก จนใจจะขาดเลย พวกเตะบอลเข้าโกลได้ แต่ละลูก อื้อหือ แม้แต่คนตีเทนนิส หรือนักมวยกว่าจะน็อคเขาได้ แต่นักมวยไม่กล้าแสดงออกมากเพราะมันน่าเกลียด น็อคเขาลงไปดิ้นจะแสดงออกมากก็ไม่ได้พวกซาดิสซึ่ม สรุปแล้วเขาก็เรียกว่าเป็นศิลปะ ศิลปะการแสดง ศิลปะมวย ศิลปะการต่อสู้ เอาคำว่าศิลปะไปแปะๆไว้หมด เพื่อที่จะประนีประนอม พวกที่จะหาเงินก็ต้องหาคำประนีประนอมประโลมเราเพื่อให้ดูดีขึ้น ใช้บัญญัติภาษาต่างๆประเล้าประโลม แต่แท้จริงแล้วผลออกมาเป็นอย่างไร ก็จะมีสภาวะบำเรอใจ สายโทสะ ก็บำเรออีกอย่างหนึ่ง สายราคะก็บำเรออีกอย่างนึง แม้แต่โมหะ เดี๋ยวจะมีตัวอย่างของโมหะ ที่บอกว่าศิลปินเอกนั้นอาตมายอมรับนะ ว่า อาตมาเป็นศิลปินเอก แต่คนในโลกจะไม่รู้จักความเป็นศิลปะโลกุตระ เป็นศิลปินทางโลกุตระ เขาจะไม่รู้ ถึ

อ่านต่อ

งแม้ว่าอาตมาจะรับว่าเป็นศิลปินเอก มันก็เป็นเหมือนการรับที่คนอื่นฟังแล้วจะหมั่นไส้ ใครให้รางวัลใครยอมรับเอง เรียนศิลปะมาเปล่าๆ ไม่เห็นมีงานเขียนงานปั้นเลยคนอื่นทำทั้งนั้น ตัวเองไม่เห็นมีอะไรเลย วรรณกรรมก็ไม่เห็นเป็นชิ้นเป็นอัน ก็มีแต่เขียนภาษาที่เขาไม่รู้เรื่อง แต่เยอะนะ อาตมาเขียนหนังสือเยอะนะ แม้แต่เพลงการที่อาตมาแต่ง ก็เป็นเพลงโลกุตระ กวีการ กวีอาตมาไม่ได้แต่งเยอะแยะในโลกมากมาย จะแต่งก็แต่งโคลงสี่สุภาพ อาตมาแต่งได้แม้แต่ ฉันลักษณ์ ที่ต้องใช้คุรุ ลหุ จนถึง กลบทนาคบริพันธ์ เคยเขียนไปอวยพรหนังสือไทยโพสต์ 3 ปี คำว่าศิลปิน คนที่ฟังแล้วหมั่นไส้ก็ต้องขออภัย อาตมาจะต้องพูดไม่หยุดต่อไปคือจะต้องขยายความเพื่อให้เข้าใจลึกซึ้ง มีองค์ประกอบที่ชัดเจนขึ้น ว่าอาตมาเป็นศิลปินอะไร สร้างศิลปะอะไร ศิลปะโลกุตระ โลกุตระอย่างไร โลกุตระก็คือ จะเป็นหนังสือที่เขียนก็ตาม จะเป็นกวีการก็ตาม จะเป็นเพลงก็ตาม ที่อาตมาทำอยู่ประมาณแค่นี้ ภาพ สี จิตรกรรมไม่ได้ทำ ประติมากรรม ปั้น อาตมาก็ยิ่งไม่เป็นไม่เก่ง สถาปัตยกรรม ก็ไม่ได้ทำเอง สร้างภูเขาแม่น้ำก็ไม่ได้ทำเอง เป็นแต่เพียงผู้ออกแบบคิดและบอกว่าแนะนำทำอย่างนี้บ้าง ก็เป็นความคิดของผู้ที่สร้างเองประกอบกันช่วยกันก็ไม่ใช่ของตัวเอง 100% ทีเดียว ก็มีวรรณะกรรม ก็เป็นตัวหนังสือธรรมะ หนังสือธรรมะเป็นร้อยแก้ว แล้วก็มีร้อยกรอง ร้อยกรองก็เป็นธรรมะ ก็จะมีเหลืออยู่ที่เราคิดอะไรเป็นหลักฐาน ซึ่งใครจะเป็นผู้รู้ในกวีการขนาดไหน ว่าภาษาฝีมือคารมความสามารถในการแต่งกวีการ ก่อนอาตมาก็ตาม ในเรื่องวรรณกรรม หรือเขียนเพลงก็ตาม สิ่งเหล่านั้น ผู้ที่มีความรู้ ศิลปะจะมี 2 ส่วนสำคัญคือมีสารศิลป์กับสุนทรียศิลป์ มี 2 สภาพช่วยกัน ถ้ามีแต่สาระเรียกว่าสารศิลป์ ก็เรียกว่าสารคดีไม่เรียกว่า สารศิลป์ เป็นเรื่องที่พูดแต่สาระเน้นๆเป็นสารคดีวิชาการมากมายเป็นวิชาการเต็มๆ สารคดีเต็มๆ แต่ถ้ามีลูกเล่น สุนทรียมีสิ่งที่เป็นองค์ประกอบช่วยให้เบาลง มีลีลาองค์ประกอบเป็นกระสายมีสิ่งประสมเส้นแสงสีเสียง ให้สาระที่เป็นยา คุณก็เอาน้ำตาลหุ้มหน่อย ให้กินได้ง่ายขึ้น เอาสีใส่ให้ชวนกินหน่อย แต่อย่าให้คนติดสีอย่าให้คนติดน้ำตาล แต่ให้คนเขาได้สาระ แต่มันชวนกิน สุนทรียศิลป์แปลว่าสิ่งที่ชวนที่นำให้มารับเอาสิ่งนี้ แต่ไม่ใช่สิ่งที่จะให้ติดให้หลง ทีนี้คนที่เขาไม่เข้าใจเขาก็ไปติดสุนทรียะ สุดท้าย จนกระทั่งกลายเป็นคนไม่รู้จักสาระ เช่น ศิลปินใหญ่ชนะเหรียญทอง อาตมาเคยวิจารณ์ ได้เหรียญทอง เสร็จแล้วก็มีคนไปสัมภาษณ์ ว่าท่านจะให้ความหมายอะไรกับงานที่ท่านทำได้รางวัลเหรียญทอง เขาบอกว่าผมก็ไม่รู้ เจ้าของคนเขียนก็ยังไม่รู้ว่าจะให้อะไรแก่คนอื่นเขาได้รับไป มันก็โมเม สุ่มสี่สุ่มห้าไป คนก็ไปตีความไปเอง แล้วไปตีขลุมอีกว่า คนมาสัมภาษณ์งานนี้แล้วตีความไปหลากหลายนั่นแหละเป็นศิลปะที่ยิ่งใหญ่เป็นอรูป เป็น Abstract ไม่ได้กำหนดหมายไม่ได้มีตัวตน ใครจะได้อะไรก็เป็นประโยชน์ก็แล้วกันก็เป็นการตีกินล่อลวงเพื่อให้คนอื่นเขาติดใจยึดถือ ไปติดในเปลือกไม่มีสาระจนสุดท้ายก็ไม่มีสาระ ติดในเส้นแสง ติดที (เทคนิค) ของเขา อย่างแวนก๊อก เขาติดในลีลาแบบใหม่ฟรีแปรงเส้นแสงแบบใหม่ ยังไม่เคยมีใครทำเส้นแบบนี้ คนแรกเลย เรียกว่า impression บันดาลใจให้คน เสร็จแล้วตนเองและเนื้อหาสาระอยู่ที่ไหนไม่มี มีแต่เทคนิค ที เพราะฉะนั้นจะเป็นจิตรกรทำงานจิตรกรรม ก็หาเทคนิคต่างๆมาสร้าง เส้นแสงสีเสียงลีลารูปแบบเป็นอัตลักษณ์ของตนให้คนอื่นเขาชอบเขาติดยึด แล้วก็อธิบายไป 631009_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ คนไทยเลือดโลกุตระจะพาไทยชนะทั้งโลก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน