สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน มาทำแก่นชีพ-เชื้อชาติพุทธให้รุดหน้าเกินพัน.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์28 KB
วันที่แก้ไข20 กุมภาพันธ์ 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน มาทำแก่นชีพ-เชื้อชาติพุทธให้รุดหน้าเกินพัน เราก็มาพูดถึงเรื่องสัจธรรมด้วยและเหตุการณ์ตัวอย่างด้วย เป็นเรื่องที่มีพัฒนาการ โดยเฉพาะเมืองไทย โดยเฉพาะชาวอโศกเรา ขออภัยคนข้างนอกที่พูดถึงเรื่องจริงนี้ แต่ไม่ได้พูดด้วยความหลงตัวตน อวดตัวตน หรือจะเบ่งว่าตนเก่งกว่าแต่อย่างใด แต่เป็นการพิสูจน์ว่าเป็นไปได้ ยกตัวอย่าง เราปลูกกะหล่ำปลี นี่หัวมันใหญ่กว่าหน้าอาตมาไม่รู้เท่าไหร่ หัวหอมนี่เขาคัดมา มะเขือเทศเป็นต้น ผักคะน้า มีใบใหญ่เหมือนใบตองเลย มีความกรอบด้วย อย่านึกว่าใบตองนะ นี่คะน้า ซึ่งมันเป็นองค์ประกอบที่ได้สัดส่วน พร้อม และเราก็พยายามพากเพียร เราไม่ไปเอาพลังงานแคลอรี่ ไปสูญเสียกับอบายมุข เอารัดเอาเปรียบคนอื่น หรือคิดกอบโกยสะสม เพื่อจะร่ำรวยมีมากกว่าใครๆ เราไม่ควรไปจ่ายพลังงานแคลอรี่กับพวกนี้ เราประหยัด เอาแคลอรี่มาใช้ผลิตสิ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญในชีวิต ทุกวันนี้ปัจจัยที่นับว่าสำคัญในชีวิต มันเฟ้อ เสียหายเปล่าดาย หลอกล่อกันมากเหลือเกิน ผู้ใดเข้าใจปัจจัยสำคัญของชีวิตอันจำเป็นจริงๆนั้น แล้วรู้จักกรอบขอบเขตของความพอเพียง พอเท่านี้ไม่ต้องเอามากกว่า คนหลงก็ปล่อยไป บอกเขาเตือนเขา เขาไม่เชื่อก็ไปตามยถากรรม สุดท้ายเราก็เตือนผู้ที่พอจะมีปัญญา รับเอาได้ ก็ให้สติกัน เตือนกันบอกกัน ด้วยความปรารถนาดีด้วยความเมตตา ก็มีเท่านี้ ในความจริงใจ สัจธรรมต่างๆ ที่เราเป็นลูกพระพุทธเจ้า สุดยอดที่เราจะเป็นผู้ที่มีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขาแก่สัตว์โลก โดยเฉพาะมนุษย์ด้วยกัน แต่ถ้าเข้าใจผิดก็จะไปทำร้ายไปทำไม่ดีต่อกัน เป็นกรรมอกุศลต่อกัน เป็นภัยต่อเขาเองและเป็นพิษภัยต่อคนอื่นด้วย เราก็ช่วยเตือนสติกัน บอกกันห้ามกัน เราไม่ไปทำร้ายอะไรหรอก อย่างมากก็ใช้ปากหอก ว่าแรงๆ ดุแ

อ่านต่อ

รงๆ ปฏิกโกสนา คัดค้านอย่างแรงเต็มที่ ก็ได้เท่านี้ ไม่ได้ไปลงมือลงไม้ ไม่ไปตบตีทำร้ายร่างกาย พระพุทธเจ้าตรัสไว้ชัดเจน เราเข้าใจทุกอย่าง ผู้ที่ฉลาดแล้วเริ่มต้นเป็นอาริยบุคคลตั้งแต่พระโสดาบันเป็นต้นไป จึงอย่างเก่งก็แค่ปากหอกรุนแรง ใช้คำว่า มุขสตี จะไม่ไปทำร้ายร่างกาย ไปทำความแรงร้ายแก่ผู้อื่น แม้กระทั่งช้ำ หรือห้อเลือด อย่าไปพูดถึงเรื่องตาย ศาสนาพุทธชัดเจน เราศึกษาคำสอนพระพุทธเจ้าให้ดี และเรามั่นใจว่าเป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติอย่างแท้จริง เราได้พิสูจน์ตัวเองสังคมกลุ่ม จึงพาตัวเองและสังคม เสนอต่อมนุษย์อื่น ใครเห็นว่าดีก็รับไป ใครไม่เห็นว่าดีก็ไม่เอา อิสระเสรีภาพบังคับใครไม่ได้ เรายังมีชีวิตกันอยู่ แต่ละคนๆ ไม่ว่าเด็กหนุ่มสาว แก่ หากยังมีกำลัง กาย วาจา ใจ ก็ทำกรรม 3 ให้เป็นประโยชน์ต่อคนอื่น และได้บรรลุผล เป็นสังคมอาริยะ เกื้อกูลกันเป็นสาธารณโภคี เป็นสังคมที่สุดยอด เลี้ยงดูกัน พึ่งเกิดแก่เจ็บตายได้ และก็เสนอคนอื่นให้มาเอาอย่างนี้ ตอนนี้เราก็กำลังเน้นเรื่องของเศรษฐกิจ เรื่องการเมืองก็ให้เข้าใจ เศรษฐกิจที่สุดยอดนั้นพระพุทธเจ้าค้นพบแล้ว และก็พาทำพาปฏิบัติ สรุปลงสั้นๆตามหลักแบบของพุทธก็คือแบบคนจน หรือเราขาดทุนอยู่เสมอ ขาดทุนอย่างที่เราอยู่ได้ ไม่ไปเอาเปรียบเอารัดเอากำไรจากผู้อื่นเลย จริงๆ มีปัญญาเห็นชัดว่าเราขาดทุนแก่ผู้อื่นได้นั่นแหละ เราเจริญแล้ว เราเป็นผู้ขาดทุนเป็นผู้เสียสละเป็นผู้ให้ นั่นแหละคือเราสำเร็จผลเรียกว่าได้ก็ตาม yield มีประโยชน์สำเร็จแล้ว ตามที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ใช้คำว่า Gain เป็นการได้เป็นการกำไรเป็นการมีประโยชน์ ภาษาคำนี้ไม่ได้ตรงตามเศรษฐศาสตร์ของคนทั่วโลกคนทั่วไป ที่บอกว่ากำไรเป็นการได้เปรียบมาให้แก่ตน แต่กำไรที่เราได้ให้ออกไปได้สละออกไป ง่ายๆสั้นๆ สัจจะ จริงใจ ให้ไปแล้วเราก็ไม่ตาย เราก็อยู่ได้ เหลือพอจะเลี้ยงตนได้ ช่วยผู้อื่นได้ ถึงให้ ไม่ใช่เดือดร้อนตัวเองเอามาให้กู้ยืมเอามาให้ ถ้าเรามีพอเหลือเฟือ ก็แจกจ่ายผู้อื่นพอสมควร ที่เราจะมีสำรองไว้บ้าง ไม่มาก ไม่กักตุน เพราะจะเสียของ เราจะมีปัญญาทางเศรษฐศาสตร์ บางอย่างเสีย เน่า เร็ว ผุพังเร็ว เราก็รีบสะพัด สรุปแล้วเป็นเศรษฐศาสตร์ที่ถึงขั้นสาธารณโภคีด้วย เป็นเศรษฐศาสตร์แบบคนจนด้วย แบบขาดทุนของเราคือกำไรของเราด้วย มาศึกษาดีๆเถอะ ยืนยันว่าความรู้อันนี้เป็นความรู้สำเร็จรูปของพุทธศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่เป็นผู้มีภูมิปัญญา สั่งสมมา จนถึงชาตินี้ ปางนี้ ปัจจุบันนี้ และแสดงออกตั้งแต่ในหลวงร.9 หรือผู้อื่นที่ท่านเป็นสยังอภิญญา มีความรู้เก่า ภูมิเก่า และเอามาประพฤติจริงในปัจจุบันในยุคนี้กาลนี้ มีปรากฏการณ์จริงบุคคลจริงความประพฤติจริง มีเหตุปัจจัยที่สืบสาวราวเรื่องประวัติศาสตร์ได้ ยิ่งเห็นหลัดๆ อย่างชาวอโศก ทำมาแล้วก็ทำต่อ ก็จะพิสูจน์ให้ยาวนานไป อย่างมั่นใจว่าอันนี้ไม่เปลี่ยนแปลงไม่ผิดเพี้ยน ไม่เปลี่ยนอีกแล้ว สุดครบสมบูรณ์แล้วเราก็จะทำต่อไปจริงๆ ในเรื่องเศรษฐศาสตร์เศรษฐกิจ เราก็นำเสนอตลอดเวลาให้เข้าใจทฤษฎีหลักของในหลวงเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา และก็มาแบบคนจน คือเราก็มีพอสมควรแจกจ่ายได้ไม่ต้องไปรวยมากมาย กักตุน คนอื่นก็ไม่ได้ กลายเป็นเรื่องเดือดร้อนของสังคมอย่างนั้นเราไม่ทำ มันเดือดร้อนคนในสังคมและมนุษยชาติ เราก็ไม่ทำจริงๆ เราก็ทำอย่างที่เราเข้าใจ อาตมาพูดแล้วสบายใจอบอุ่นใจ มันเป็นพฤติกรรมที่ประเสริฐ คนเข้าใจแล้วทำได้ จะเป็นหมู่กลุ่มที่มีหลักเกณฑ์มีทฤษฎี ที่เป็นสามัญญตา ศีลสามัญญตา ทิฏฐิสามัญญตา เป็นหลักเกณฑ์เป็นความเห็นที่สอดคล้องกันจึงมาร่วมกันทำ

มาขยายความประชาธิปไตย 2 ขาที่มีความเป็นรูปนาม มีกายและจิตครบพร้อม ไม่ใช่มีแต่รูปหรือวัตถุ ธรรมดาองค์ประกอบชีวิต นามธรรมก็เป็นใหญ่เป็นประธานของชีวิต แต่ถ้าเอารูปเป็นใหญ่ก็จะพัง เป็นคำตรัสของพระพุทธเจ้า มโนปุพพังคมา ธัมมา มโนเสฏฐา มโนมยา มันจะเจริญจนสมบูรณ์แบบได้จริงๆ ต้องมีจิตวิญญาณเป็นประธานของสิ่งทั้งปวง มีจิตวิญญาณเป็นตัวรู้ตัวบงการ จิตวิญญาณจะต้องเป็นจิตวิญญาณของคนที่มีสมมติสัจจะและปรมัตถสัจจะ ในปัจจุบันนี้มีตัวตนร่างกาย ไม่ใช่นามธรรมที่ไม่ปรากฏตัวตนร่างกาย ที่เรียกว่าพระเจ้าหรือ God อย่างนั้นพิสูจน์กันไม่ได้ ทำความจริงให้ปรากฏแก่กันและกันไม่ได้ ใหญ่อยู่ที่พระเจ้าอย่างเดียว และเป็นจริงได้สมบูรณ์ทุกอย่างตามพระเจ้ากำหนดหรือเปล่า พิสูจน์ไม่ได้ ศาสนาพุทธตรงนี้ พระพุทธเจ้าจึงให้เอาสิ่งที่ปรากฏปัจจุบัน มีศัพท์ที่เรียกว่า สัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกาย ในพระไตรปิฎก ต้องมีประโยคนี้ พระไตรปิฎกเล่ม 36 ข้อ 151 หรืออยู่ในเล่ม 13 ข้อ 231 เป็นคำวิชาการ Technical terms สรุปคำไว้สั้น ชัด ครบ ไม่ฟุ่มเฟือยออกนอกความหมายที่สมบูรณ์แล้ว มันสั้นกว่านี้ไม่ได้ ถูกต้องวิโมกข์ 8 ด้วยกาย แล้วสำเร็จอิริยาบถอยู่ (วิหรติ) [42] บุคคลบางคนในโลกนี้ ถูกต้องซึ่งวิโมกข์ 8 ด้วยกาย แล้วสำเร็จอิริยาบถอยู่ ทั้งอาสวะบางอย่างของผู้นั้นก็สิ้นไปแล้ว เพราะเห็นด้วยปัญญา บุคคลนี้เรียกว่า“กายสักขี” กตโม จ ปุคฺคโล กายสกฺขี อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อฏฺฐ วิโมกฺเข กาเยน ผุสิตฺวา วิหรติ ปญญาย จสฺส ทิสฺวา เอกจฺเจ อาสวา ปริกฺขีณา โหนฺติ อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล กายสกฺขีฯ พ่อครูว่า... สักขีคือมีอยู่หลัดๆปัจจุบันยืนยันอยู่ได้ ใครมาพิสูจน์ตั้งแต่สองคนยืนยันตรงกันได้ ไม่ใช่อยู่ในวิมานลึกลับของใครก็ของใครอยู่ในภพ เป็นพระเจ้าหรือเทวดา ตัวตนที่ปั้นกันในจิต เอามายืนยันพิสูจน์กันไม่ได้ อย่างนี้ไม่ถือว่า มีความจริงที่ประเสริฐ หรือความจริงที่ยืนยันกันได้ครบสมมติสัจจะ ปรมัตถสัจจะ แล้วก็มีจิตของแต่ละคนเป็นสามเส้า มีลักษณะที่ 1 ลักษณะที่ 2 และมีนามธรรมเป็นประธาน คือ ISH มีตัวเรา I มี S คือ she เป็นอิตถีภาวะ ส่วน He หรือ H ก็คือ ปุริสภาวะ ซึ่งลักษณะที่จะไปได้จะต้องมีสามเส้า องค์ประกอบของการดำเนินการ cyclic จะสมบูรณ์ต้องมีตั้งแต่สามเส้า จะเกิดการหมุนเวียนการสังขาร ทุกข์ทั้งหลายเกิดได้จากอันนี้ สัมผัส 3 หรือผัสสะ 3 ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย จักขุวิญญาณเกิดขึ้นเพราะอาศัยตาและรูป เพราะประชุมธรรม 3 ประการ จึงเกิดผัสสะ เพราะผัสสะเป็นปัจจัย จึงเกิดเวทนา บุคคลเสวยเวทนาอันใด ก็จำเวทนาอันนั้น บุคคลจำเวทนาอันใด ก็ตรึกถึงเวทนาอันนั้น บุคคลตรึกถึงเวทนาอันใด ก็เนิ่นช้าอยู่ที่เวทนาอันนั้น บุคคลเนิ่นช้าอยู่ที่เวทนาอันใด ส่วนแห่งสัญญาเครื่องเนิ่นช้า ก็ครอบงำบุรุษ เพราะเนิ่นช้าอยู่ที่เวทนานั้นเป็นเหตุ ใน “รูป” ทั้งหลายที่พึงจะรู้ด้วยตา เป็นอดีตก็ดี เป็นอนาคตก็ดี เป็นปัจจุบันก็ดี. (ล.12/247) พ่อครูว่า...ในเรื่องของความรู้พระพุทธเจ้าที่ท่านสอนไว้มากมาย พวกเราชาวพุทธก็คงจะไม่มีใครปฏิเสธความรู้สัมมาทิฏฐิที่ถูกต้องของพระพุทธเจ้าสมบูรณ์แบบในเรื่องของมนุษยชาติและสังคม พระพุทธเจ้าศึกษาเรื่องของสังคมและมนุษยชาติ ยิ่งใหญ่ไม่ว่าจะเป็นลักษณะของการเมืองเศรษฐกิจ สังคม อะไรก็แล้วแต่ท่านศึกษาครบมุมหมด เลิศสุดยอดสุด จบในเรื่องวิชาการในเรื่องความเป็นไปได้ ที่ประเสริฐสุดแล้ว ท่านศึกษาจนเป็นเจ้าของความรู้ หรือธรรมะ คือเป็นธรรมสามี พิสูจน์กันไม่รู้แล้วกี่ชาติ กี่ปาง กี่ยุค กี่กัปป์ ไม่รู้กี่ล้านชาติก็ยืนยันได้ว่าไม่ใช่ของหลอกลวงไม่ใช่คิดเอาได้ ไม่ฝันเพ้อเอาได้ แต่ต้องยืนยันความจริงทำจริงได้จริง จนลูกโลกแตกไปหลายลูกก็พิสูจน์มา เป็นเรื่องอจินไตย เรื่องที่บอกไม่ได้ ไม่มีตำนานประวัติศาสตร์บันทึก แต่พอมีเค้าตามไปได้ไกลสุดมากตำนานสุดมากเรื่องราวหลักฐานจะยืนยันได้ก็เอามาพิสูจน์กันเท่านั้นเอง ก็ผู้ที่เชื่อ ฟังแล้วเห็นดีเห็นงามก็เอา ผู้ไม่เห็นดีเห็นงามก็เป็นอิสระเสรีภาพที่จะไม่เอา แต่อาตมาก็ต้องชวนกันให้เห็นดี ประชาชนคนไทย และเรามีเค้าแล้วมีต้นทุนแล้ว จากจิตที่อาตมาเท้าความยืนยันว่า ศาสนาพุทธมีมาตั้งแต่เกิดเมืองไทย คนไทยฝังรากลึกในอนุสัย เพียงแต่จำไม่ได้ แต่มันก็มีอยู่ มีเชื้อเหลืออยู่ในความจำ เรียกว่าสัญญา แม้มันเหลือน้อยก็เป็นเชื้อชาติ

อาตมากำลังได้คำพูดอยู่สองคำ คือ แก่นชีพ กับ เชื้อชาติ เชื้อคือสิ่งเหลือเชื้อที่มันเกิดของสัญชาติ การเกิดฝังอยู่ในความจำ ฝังในคลังอัตภาพของแต่ละคน เชื้อชาติ เป็นแก่นชีพ สายเจโตเรียกแก่นชีพ สายปัญญาเรียกเชื้อชาติ แก่นชีพ คือแก่นหลักแกน เป็น essence เป็น core มันอยู่ในก้นบึ้งของจิตเรา ไม่สามารถดึงออกมาใช้ได้ก็ตามแต่มีในชีพ เป็นแก่นชีพ เจโตดึงออกมายาก เป็นได้แต่ไม่มีปฏิภาณดึงออกมา หากดึงออกมาได้จะรู้จักเชื้อชาติ เชื้ออันนี้กำลังเกิดกำลังเคลื่อนไหวกำลังมีความรู้เป็นปัญญาเอามาใช้ได้ แก่นชีพเป็นเจโต เชื้อชาติเป็นปัญญา มีอยู่ในอัตภาพของแต่ละคนเป็นธรรมะ 2 ที่อาตมาใช้พยัญชนะอันนี้กำลังขึ้นถึงสภาวะ อาตมาพยายามดึงเอาความรู้ลึกต้นรากมาใช้ ผู้ที่สามารถรู้เรื่องปรมัตถ์จิตวิญญาณจิตใจ สารพัดที่พระพุทธเจ้าสอนทิ้งเอาไว้สุดยอด เมื่อมีความรู้จริงเป็นจริงได้ก็เอามาใช้ เอามาทำงาน อย่างอาตมาเอามาใช้มาทำงาน ก็ชวนกันศึกษาทำกันต่อไป จะเป็นผลประโยชน์ต่อตนต่อท่านต่อสังคมต่อมนุษย์โลก เราก็ไม่ไปเป็นคนหาเงินหาทองหรือค่าจ้างก็ไม่เอา ศาสนาทุกวันนี้แหว่งไม่ครบนอกและใน ไม่ครบ พหิทา (นอก) กับใน (อัชฌัตตัง) มีรูป อรูป ซึ่งจะมีนามธรรมประกอบ ภายนอกภายในทั้งหมด เป็นเรื่องละเอียดลึกซึ้งสัมพันธ์กันขาดกันไม่ได้ อาตมาก็พยายามประมวลให้ครบ ขนาดนั้นบางอันก็หลุดพร่องไปไม่เต็ม พยายามไม่ให้ผิด อันไหนผิดคนท้วงก็จะได้แก้ไข ก็พึ่งกัน ผู้รู้ทุกคนก็พึ่งกัน ช่วยกันคนละไม้คนละมือ เรื่องของเศรษฐศาสตร์ ที่อาตมาขยายคร่าวๆ จึงเป็นเรื่องลึกซึ้งยิ่งใหญ่ อาตมานำเสนอศาสตร์พระราชารัชกาลที่ 9 ของเรา ที่ท่านยืนยันแบบคนจน ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา อาตมาก็เอามาขยาย ไม่ใช่เรื่องเพ้อเจ้อหรือเป็นไปไม่ได้ เป็นเรื่องประเสริฐและยิ่งใหญ่ คนที่ไม่มีตัวตน ตัวตนน้อยอย่างชาวอโศกก็พิสูจน์ได้ ตัวเองอาศัยแบบ ใช้น้อยเปลืองน้อย แต่ตัวเองก็แข็งแรง สุขภาพร่างกายก็ดีพร้อม ไม่เสื่อมทรุดเสียไป เต็มบริบูรณ์ทุกมิติของความเป็นคนที่จะเอาพลังงานมาทำงานได้เต็มรอบ ไม่ขาดพร่องและไม่เกินด้วย เต็มอย่างสมบูรณ์พอดี มีความรู้จัดสรรสมดุลที่มี Coefficient สัมประสิทธิ์ ที่มันเกิดก้าวหน้าอยู่ พัฒนาไปได้ประสิทธิภาพมากที่สุดพอเหมาะพอดี ไม่เกินไม่ขาด เป็นประสิทธิภาพที่มีค่าสูงสุด หรม. ครน.ที่ชัดเจนได้ครบส่วน ประโยชน์สูงประหยัดสุด เยี่ยมยอดเลย อาตมานำเสนอต่อสังคม คนอาจจะเห็นว่า อวดดีอวดเก่งอะไร แต่อาตมาก็ขอนำเสนอความจริงอีกแบบที่เป็นโลกุตระ ให้มาพัฒนาเศรษฐกิจให้แก่สังคมประเทศชาติ เอาแบบขาดทุนให้แก่เขา อย่าไปเอาเปรียบหรือเอากำไรจากคนอื่น เท่าที่เราจะอยู่ได้ ทุกวันนี้ ไม่ว่าด้านเศรษฐศาสตร์การเมืองสังคม ของเมืองไทย มันก็ยืนยันชัดเจนที่สุดแล้ว คนอื่นมองมาก็ยืนยันว่า เมืองไทยนี้ทุกข์น้อยที่สุดหรือสุขที่สุดในโลก 4 ปีซ้อนแล้ว แม้จะมีลดหรือเพิ่มบ้าง แต่ก็มีคนมาดิสเครดิตรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ก็บอกว่าเศรษฐกิจกำลังชิบหายกำลังจะพังใหญ่แล้ว อาตมาก็ดูรายงานที่เข้าตรวจสอบ Bloomberg บอกว่าเมืองไทยเป็นเมืองที่ทุกข์น้อยที่สุดเป็นเบอร์ 1 ของโลก เขาไม่พูดว่าความสุขเลย แสดงว่าเขารู้แล้วว่า อริยสัจ มีแต่ทุกข์เท่านั้นที่เกิดขึ้น ทุกข์เท่านั้นที่ตั้งอยู่ ทุกข์เท่านั้นที่ดับไป สุขมันเป็นความตอแหลเป็นความโกหก มันไม่มีจริงหรอกสุข เป็นภาษาที่หลอกล่อความรู้สึกอย่างหนึ่งที่เป็น อุปาทาน ภาษาที่เขาใช้ก็ส่อแสดงว่ารู้สึกว่าจะใช้ภาษานี้ดีกว่า จริงๆคำว่าทุกข์กับสุข ถ้าในโลกในสังคมทั่วไปเขาก็ใช้คำว่าสุขมากกว่า ดีกว่า เขาก็ทักทายกันว่า มีสุขดีไหม How are you? ก็แปลว่าสบายดีไหม พระพุทธเจ้าตรัสทักทายกันว่า เป็นยังไงพอทนทุกข์กันได้ดีอยู่ไหม ท่านไม่ใช่คำว่าสุขดีอยู่ไหม สมณะเดินดินว่า...เขาใช้ดัชนีความทุกข์ยาก พิจารณาอัตราการว่างงานมีน้อยที่สุด และเงินเฟ้อน้อยที่สุด สองประเด็นหลัก พ่อครูว่า...เงินหรือธนบัตรเป็นตัวกำหนดค่าของวัตถุ ทั่วโลกใช้กัน เช่นอเมริกาปั๊มดอลลาร์ออกมา มันก็เลยเละเทะ หากโลกคืนดอลลาร์สหรัฐไปแล้วเอาทองกลับคืนมาก็ไม่ได้แล้ว

แบบของในหลวงเสนอ อาตมามีความรู้ความจริง ให้คนไทยเอามายืนยัน มีชีวิตอยู่อย่างนี้ และเห็นจริงเห็นจังเลยว่า อย่างนี้ใช่แล้ว ชีวิตต้องดำรงอยู่อย่างนี้ศึกษาอยู่อย่างนี้จนกระทั่งให้ถึงสุดยอดของชีวิต ทิศทางนี้เป็นทิศทางที่ถูกต้องแล้ว ทุกคนยืนยันได้ไม่ต้องเสียเวลาไปถาม มั่นใจในสัจจะ เศรษฐศาสตร์แบบนี้จึงได้ระบุแปลว่าประเทศไทยเป็นชมพูทวีป ชมพูทวีปเป็นดินแดนที่มีทั้งมนุษย์และสถานที่มีพฤติกรรมมีวัฒนธรรม มีหลักทฤษฎีในการปฏิบัติ ได้ผลมาเป็นแบบพุทธศาสนา ซึ่งมีจำนวนมาก มีความครบครันกวาดแคว้นแดนอยู่ในประเทศอินเดีย เดี๋ยวนี้ออกมาอยู่ในประเทศไทยมีรูปมีร่างอย่างครบครัน มีแบบมีทฤษฎีด้วยความเป็นมนุษยชาติชัดเจน และกำลังพัฒนาต่อ สืบสานต่อ อาตมามั่นใจว่าแต่ละคนมีรากฐานของจิต มั่นใจในความรู้ความจริงมีแล้ว อาตมาตายไปวินาทีนี้ ทุกคนก็ช่วยกันต่อไม่ล้มเหลวเลย นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ) จะยากอย่างไรพวกคุณก็จะทำต่อกันไปจริงๆ ที่อาตมาติงทางสังคมไปนี่ก็ปรารถนาดี เพื่อความมั่นใจในความจริงใจของตนเอง ก็ถ้าจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจด้วยการพาให้คนไปรวย ในหลวงเราก็ไม่ตรัสบอกว่าไม่ให้พาคนไปรวย เอาจน ไม่ต้องเก่งก้าวหน้า การรวย ในหลวงก็ตรัสไว้ชัดเจน จะเรียกว่ารวยมันก็พออยู่พอกิน มีเหลือแจกจ่ายคนอื่นได้ด้วย มีสมรรถนะมีความขยัน ไม่งอมืองอเท้าไม่เบียดเบียนเป็นภาระใคร เราก็ทำได้ก้าวหน้าแม้แต่วัตถุ ทั้งมวล ปริมาณ คุณภาพเจริญขึ้นทั้งนั้น คุณภาพก็ดีขึ้น ไร้สารพิษมีวิตามินต่างๆ เพราะเรามีความรู้และพิสูจน์กันมานานจนใช้ได้ มันก็ชอบเลยไม่ว่าจะเป็นกะหล่ำปลี คะน้า หัวหอม มะเขือเทศ อะไรต่างๆพวกนี้ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องซับซ้อน การเจริญนี่พามาจนนะ ชาวโลกีย์เขาฟังแล้วก็จะบอกว่าเป็นไปได้ยังไง พามาจนแล้วเจริญได้อย่างไร แต่เราจนอย่างมีภูมิปัญญามีความรู้ช่วยเหลือคนอื่น คนจนนี่แหละจะช่วยเศรษฐีไว้ ฟังแล้วน่าหมั่นไส้ แต่ไม่ได้พูดเล่น เศรษฐีมีความทุกข์ คนจนมีความสุข คนไหนเขาจะเสวยสุขแบบโลกีย์ สุขขัลลิกะ อุปาทานอยู่ก็เชิญ แต่เราไม่เอาแล้วความสุขแบบนั้น ไม่ต้องเป็น สุดยอดแห่งปรมัตถสัจจะ สุดยอดเรื่องของจิตวิญญาณที่จะเป็นได้ มันยิ่งใหญ่มากเลย การศึกษาจึงเป็นเรื่องของจิตวิญญาณที่ลึกซึ้งยิ่งใหญ่ ศาสนาพุทธนี้ อาตมาขอยืนยันว่าพระพุทธเจ้าบรรลุจิตศาสตร์ จิตวิทยาสูงสุดแล้ว หรือศาสตร์ย่อยๆอีกเขาก็ตั้งชื่อไป เช่น ญาณวิทยา มันมีภาษาของเขาอีก ความรู้ของพระพุทธเจ้าจึงเป็นเรื่องที่อาตมาว่า ไม่ได้เอามาอวดอ้าง ไม่ได้หลงใหลคลั่งไคล้ แต่เห็นว่าเป็นสัจจะ เป็นสิ่งที่จริงที่ประเสริฐ ที่เราจะต้องศึกษาไปใช้ให้แก่ตนเองและสังคมได้ เป็นสิ่งประเสริฐ จะเรียกว่าเศรษฐกิจ หรือการเมือง การทำงานเพื่อมนุษยชาติ การทำงานช่วยกัน ซึ่งตัวเราหลุดพ้นได้ผลสบายแล้วมีพลังเหลือที่จะไปทำงานที่ใช้แรงงาน ตามความรู้ความสามารถให้กับคนอื่น เพื่อคนอื่น คือ ตัวเองสบายแล้ว ไปรอดไม่ต้องกังวลตัวเอง อยู่ในโลกนี้เราก็ช่วยคนอื่นได้สบาย โลกมีวัฒนธรรม มีพฤติกรรมสังคม เชื่อมโยง พึ่งเกิดแก่เจ็บตายกันได้ ครบพร้อมสุดยอดแล้ว การเมืองคืองานที่ช่วยพลเมืองให้อยู่ดีกินดี ให้มีความสงบเรียบร้อย มีความสุขสำราญเบิกบานใจ เรามีครบพร้อมแล้วจริงๆ เหลือเฟือ จึงออกไปเกื้อกูล เผื่อแผ่ผู้อื่นได้ แม้จะมองกลับมาเราเมื่อไหร่ ค้นลึกในพวกเราจะเห็นสมบัติคงคลัง ก็มีไม่มาก มีไว้น้อย แต่มีประสิทธิภาพ ทำงาน สะพัด หมุน ไปทำปรุงแต่งประโยชน์สร้างสรร กระจายออกไป เป็นพลังงานสัมประสิทธิ์ Coefficient ต้นทุนน้อย จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นมากเกินกว่าจะคิด เป็นประโยชน์สูงประหยัดสุด หรือ ครน.หรม. ที่จัดสัดส่วนได้ดีที่สุดเยี่ยมยอดที่สุดแล้ว เป็นต้น จึงเป็นสูตรสำเร็จหรือเป็นความรู้ที่มนุษย์ควรจะมีกันในโลก จะได้ไม่เบียดเบียน จะได้สุขสำราญเบิกบานใจกันทั่วโลก ตอนนี้บางประเทศก็หนักหนาสาหัส เขาก็บอกว่าความทุกข์มากที่สุดเบอร์ 1 เป็นเวเนซุเอลา กลับมาในประเทศไทยคนที่กำลังหาเรื่องราว เพื่อจะมาชิงอำนาจอวดเก่ง อาตมาว่า อาตมาให้ค่าความเก่ง ตอนนี้อาตมาให้พลเอกประยุทธ์เป็นเบอร์ 1 เป็นผู้พาทำงาน ขยันเบิกบานร่าเริง มีเวลามาแต่งเพลงได้ เพลงใจเพชร ทำให้เพลงใจฟ้าของอาตมาตกกระป๋องเลย จะมีใครไหมอยู่ไหนที่ใจว่าจริง ….แพ้ตกกระป๋องเพลงใจเพชรเลย ไม่ได้พูดประชดนะ ไม่ได้พูดเล่น เพราะของเขาทันสมัย ทั้งเนื้อหาอะไร ถ้าไปดูรายละเอียดเพลงใจฟ้ายังอยู่ในตัวเอง แต่เพลงใจเพชร เพื่อสังคม นี่พูดความจริงสู่ฟัง ใช้พยัญชนะ สื่อสภาวธรรม ตามที่มีภูมิปัญญารู้แล้วเอาไปใช้ประโยชน์ จะเป็นเพลง เป็นพยัญชนะ ก็มีความรู้สามารถจะสื่อสารกันรู้เรื่อง พยายามเอามาใช้ ให้ศึกษาสื่อสารกัน ก็ได้ประโยชน์ และพัฒนามนุษย์ชีวิต สังคมกันไป

การเมืองขณะนี้อาตมาว่าไปได้สวยอยู่แล้ว แน่นอนไม่ราบเรียบเหมือนฝั่งทะเลหรือกระจกหรอก มีคลื่นบ้างเป็นธรรมดา แต่คลื่นที่ว่า ดูองค์รวมที่กำลังพัฒนา มีสัมประสิทธิ์ที่มีอัตราการก้าวหน้า ถอยนิดแต่ก้าวไปอีก ดูค่ารวมนะ อาตมาใช้มิเตอร์อาตมาวัด ที่ตะโกนกันโหวกเหวกก็พวกขี้อวดเก่งอวดดี ทั้งที่พิสูจน์ฝีมือแล้ว ตัวเองทำแล้วไม่รอดถูกขับออกนอกประเทศไป เขาเองเขาไม่กล้ามาเผชิญหน้าติดคุก ซึ่งจริงๆก็สองปี แต่มีศักดิ์ศรีใหญ่ ก็ทนไม่ได้หนีไป จนจะเป็น 10 ปีแล้ว เสร็จแล้วก็ใช้ตัวแทนมาใช้อำนาจของตัวเอง เขามีนอมีนีเป็นตุ๊กตาหุ่นเชิด ตั้งแต่สมัคร สมชาย ยิ่งลักษณ์ แล้วมันดีขึ้นไหมล่ะ จะพิสูจน์กันอะไรนักหนาเกินกว่านี้ คนที่เป็นลิ่วล้อหลงลม คลั่งไคล้ได้เศษกากอะไรมาเลี้ยงชีวิต จะหลงเพ้อพกอยู่นั่น ตรวจสอบกันให้ดีๆ ตื่นเสียที อย่าหลับไหลลุ่มหลงอะไรกันนักหนา ขนาดนี้ความอะลุ่มอล่วยของพลเอกประยุทธ์มีมาก จนกระทั่งคนบอกว่าทำไมไม่จัดการอันนั้นอันนี้ อาตมาถึงได้เห็นใจพลเอกประยุทธ์ จริง มันควรทำอย่างที่คุณว่า แต่มันก็มีเหตุปัจจัยที่ต้องคำนึงอีก ซึ่งคนพูดคนมองในด้านแต่ละคนก็มองกันไปได้หลากหลาย ถ้าใครไม่มีปฏิภาณกว้างพอที่จะดูค่ารวมที่มันเกิดขึ้น ค่ารวมความรู้รวมยอด ปัญญารวมยอดหรือเจตคติ หากไม่เข้าใจก็ต้องพยายามฟังผู้ที่เขาเสนอ แม้เขาจะไม่มีตำแหน่งไม่มีใบรับรองไม่มีปริญญาไม่มีใบประกาศนียบัตร ไม่มียศศักดิ์ ไม่มีฐานะทางสังคมอะไร ก็อย่าเพิ่งไปตีทิ้งมากมายนัก ก็รับพิจารณาดูบ้าง เอาเนื้อหาสาระแก่นสารแท้ๆจริงดูว่ามันพอเป็นไปไหม เศรษฐกิจการเมืองสังคมความหมายถึงแค่ไหนอย่างไร แล้วมันมีตัวอย่างไหม อาตมาว่า ชาวอโศกเรามีครบพร้อม แม้รูปไม่โต ปริมาณไม่ใหญ่ แต่อาตมาว่าคุณภาพคับแก้วนะ แม้ว่ารูปร่างไม่ใหญ่โตมโหฬาร แต่มีรูปทรงองค์ประกอบที่มีรูปแบบไปตามลำดับ เราระมัดระวังอยู่ ไม่ให้ใหญ่เฟ้อเกิน หรือเล็กลงเราก็ไม่ให้เล็กลง ก็ให้เจริญขึ้นอยู่ แต่ไม่ให้เจริญแบบเตี้ยอุ้มค่อม หรือฟ่าม ไม่งั้นจะเสียผล เราก็พยายามพัฒนาอยู่ ใจร้อนใจเร็วอยากเห็นความชัดเจน อยากเห็นสิ่งที่เกิดที่เป็นมันเป็นรูปร่างสมบูรณ์แบบ ที่งดงามที่ประเสริฐอย่างบริบูรณ์จริงๆ มันเป็นความเข้าใจเป็นความปรารถนาของทุกคนแหละ แต่มันยังทำได้ไปตามลำดับ อาตมาถ้าจะว่าอยากให้มันเร็วให้มันได้ไวๆ แต่มันเป็นไปไม่ได้ เป็นไปตามเหตุปัจจัย กาละเวลาพอสมควร มันก้าวหน้าขนาดนี้อาตมาก็ใช้ปัญญาประมาณ ได้ขนาดนี้ก็ดีแล้ว อาตมาจึงมีพลังใจพลังจิตที่จะฮึดสู้ทำต่อไป แม้แต่สังขารร่างกายร่วงโรยไป แต่ก็พยายามจะซ่อมแซม มีผู้ช่วยให้สังขารร่างกาย รูปธรรม แม้นามธรรมที่สำคัญของตัวเอง รูปธรรมก็ปล่อยให้เขาดูแล มันก็จะเดินไปได้ ไม่ให้ร่วงโรยจนกระทั่งจบชีวิตตายลงไป หมดสมรรถนะ ก็พยายามอยู่ พูดถึงอันนี้แล้วอาตมานึกถึง อ.ระพี ตอนนี้ศพตั้งที่วัดพระศรีมหาธาตุ กทม. เกิดปีเดียวกันแต่คนละรอบ รู้จักกันมาตั้งแต่หนุ่มแน่น อาตมาทำงานโทรทัศน์ อาจารย์ระพีก็เป็นนักวิชาการด้านการศึกษา มีความชำนาญเฉพาะด้านของท่าน อาตมาทำงานโทรทัศน์ สนิทกัน ก็เอามาอธิบายเผยแพร่ความรู้ให้แก่สังคม สนิทสนมกันเกิดปีเดียวกัน แต่แก่กันคนละรอบ ก็ทำงานร่วมกันช่วยกันมา จนกระทั่งแม้กระทั่งอายุมากแล้ว เราจัดงานให้ อ.ระพี ชาตกาล ครบรอบ เราก็เคยจัดให้ ซึ่งเป็นงานที่เราเอาผู้นี้มาส่งเสริมเสนอต่อสังคม เราก็จัดมาหลายคน อ.ระพี อังคาร กัลยาณพงศ์ เป็นต้น ในสังคมที่ร่วมกันอย่างนี้ แล้วเราก็ดูเหลี่ยมสาระชีวิตแต่ละคน อ.ระพี ก็พยายามยื้อสังขารตัวเอง เพื่อจะทำงานเพื่อประชาชน จนกระทั่งหมดพลังงาน จนทางการบอกว่าเป็นผู้หมดสมรรถภาพแล้ว ต้องออกกฎทางนิตินัยมาห้ามไม่ให้ทำงาน พอแล้ว ขนาดนั้นเลย ก็ดูใจอ.ระพีนี้ ซึ่งตัวเองจะสิ้นเรี่ยวแรง หมดชีพแล้วก็ยังอุตส่าห์ขวนขวายพยายาม จนเขาต้องสั่งว่าให้หยุด อย่างอ.ระพีนี้ พูดได้เลยว่าเป็นอาริยบุคคลที่มีเชื้อโพธิสัตว์ ตลอดชีวิตอาตมาตั้งแต่หนุ่มจนตายจากกันไปนี้ อ.ระพี อายุยาวกว่าอาตมาก็ต้องไปก่อน เป็นธรรมดา จนจากกันไปแล้วอาตมาก็เห็นก็รู้อยู่ ประมวลแล้วเท่าที่เห็นที่รู้มาไม่มีอะไรที่เป็นเรื่องเสียหายเสื่อมเสีย ของอ.ระพี จริงๆแล้วเมื่อเทียบกัน อาจารย์ระพีไม่มีปากหอกเหมือนอาตมา อาตมานี่มีฉายาสองฉายา 1. ขวานจักตอก 2. ผู้มีสายฟ้าในวาทะ อาจารย์ระพีเป็นผู้ที่ใช้วาทะคารมภาษานิ่มนวลสุภาพมาตลอดเลย ต่างกันกับอาตมา ต่างกันกับคุณสุลักษณ์ ศิวรักษ์ คุณสุลักษณ์ ศิวรักษ์นี้ ค่อนมาทางอาตมา แรง กระทบคนเยอะ แต่ของใครจะเปรียบเทียบกัน อาตมานี่ ร.รามรักษ์ กับ ส.ศิวรักษ์ ใครจะคิดอย่างไรก็ช่างเถอะ อาตมามีอจินไตยของอาตมา อาตมา ร.รามรักษ์นี้คนจะรู้ได้ยากกว่า แสดงออกทางรูปธรรมน้อยกว่าส. ศิวรักษ์ อาตมาจะมีความกว้างน้อยกว่า แต่จะมีความลึกมากกว่า ขออภัยนะพูดนี้ไม่ได้ยกตนข่มท่าน แต่เป็นศึกษาวิชาการบอกความจริง ให้รู้สิ่งที่มีจริงเป็นจริงในยุคนี้ด้วยกัน คุณก็ศึกษา จะได้มีหลักฐานใช้ในการศึกษาเข้าใจ แทนที่จะพูดลอยลม เป็นเทวดาเป็นพระเจ้าที่ไม่มีตัวตนจริง มันไม่ใช่อย่างนั้น ศาสนาพุทธเอาทั้งสมมติสัจจะและปรมัตถสัจจะ คือสภาพสอง ทั้งตัวตนบุคคลเราเขาทั้งรูปนาม ทั้งภายนอกภายในเป็นธรรมะ 2 ให้ศึกษาตลอด และเราก็เป็นประธานของการศึกษา ก็ต้องศึกษาสภาพสอง อิตถีภาวะ กับปุริสภาวะ แล้วเราก็เป็นประธาน ISH ศึกษาให้ดีจะเข้าใจ สองเส้า สามเส้าแม้จะออกเป็น 4 5 6 7 8 9 หยิบเอาสังขยาเลขมาใช้ เป็นองค์ประกอบที่เราใช้ในการศึกษาได้ดี

ตอนนี้ออกจากเศรษฐศาสตร์มาหาการเมือง การ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน