สื่อธรรมะพ่อครู(อนุปุพพิกถา) ตอน อนุปุพพิกถา 5 ประการ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(อนุปุพพิกถา) ตอน อนุปุพพิกถา 5 ประการ เราได้พูดถึงข้อความของคุณ chutijay มาถึง อนุปุพพิกถา กถาคือคำสอน อนุปุพพิคือตามลำดับ 1. ทาน 2. ศีล 3. สัคคะ 4. กามาทีนวะ 5. เนกขัมมสนิสังสา ทาน คือ การสอนเรื่องการให้ สัมมาทิฏฐิข้อที่หนึ่ง เราทำทานแล้วต้องให้เกิดผล ทำทานแล้วเราจะสละความโลภ ต้องอ่านอาการจิต โลภเป็นอาการอย่างไร พอเราให้อะไรใครแล้ว เราต้องรู้ว่าใจที่ให้เป็นอย่างไร ไม่อยากได้อะไรตอบแทน ดีไม่ดีบางแห่งสอนว่าจะได้อะไรมากกว่าเก่าอีก ทำบุญกับที่นี่นะ ทำบุญร้อยจะได้ล้าน เป็นต้น แล้วหลอกว่า ทำทานกับหลวงพ่อแล้วจะได้เจริญก้าวหน้าในอาชีพ มันก็จริงที่คนเหล่านั้นจะขยันพากเพียร ก็ได้ผลต่อไป เขาขยันก็ทำอาชีพก้าวหน้า เขาก็บอกว่า คุณยิ่งได้มามาก ๆ แล้วก็ทำทานมากๆ จะได้มาก ๆ ขึ้นไปอีก คนเหล่านี้ที่ถูกหลอกแบบนี้จะเป็นคนจน เพราะอยากได้มาก ส่วนคนที่มีมาก เขาไม่กล้าให้มาก แต่ก็ให้ระดับหนึ่งก็ยังมากแล้ว สรุปแล้วเขามีแต่ได้กับได้ และได้ จากผู้ที่หลงเชื่อเขา นี่คือวิธีการตื้น ๆ ง่าย เหมือนกับนกกระสานกกินปลา ที่เอาขนมปังหลอกปลา ก็ฉลาดเท่ากับนกเท่านั้นแหละ ก็เหมือนกับคนที่ใช้นกเป็นเครื่องมือหาปลา รัดคอนกไว้ไม่ให้นกกลืนปลา แต่คนเก็บปลามา แต่ว่ามีหงส์ดำที่เอาข้าวมาเลี้ยงปลา ไม่ได้กินปลา เขาไม่รู้หรอกว่า เขาบอกว่าทำทาน แต่เขาก็บอกว่าทำบุญด้วย ทั้งที่เนื้อแท้คำว่าบุญคือการชำระกิเลส เขาก็พอรู้ว่าคำว่าบุญสูงกว่าทาน ก็เลยเอาคำว่าบุญนี้มาหลอกคน เหมือนคนเล่นหวย ถูกคนออกหวยให้ซื้ออยู่ตลอดกาลนาน เขาจะโฆษณาให้มีหัวหน้าหน่วยเหมือนขายตรง เป็นลูกโซ่ขยาย คือวิธีการทุนนิยม เขาจึงขยายได้ มีส่วนได้มาไม่สิ้นสุดง่าย ๆ มันจะแตกเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ทับทวี วิธีการเช่นนี้ ทุนนิยมถนัด คนจะเกิดกิเล
อ่านต่อ
สตกเป็นเหยื่ออย่างนี้ตลอดกาลนาน ใครไม่เข้าใจไม่รู้ทัน คนที่สอนทานแบบสวรรค์เก๊ ก็จะหลงสวรรค์เก๊ตลอดกาลนาน สีลกถา เขาก็ว่าปฏิบัติศีลเช่นนี้จะได้ความสุข ได้นิโรธ วิมุติ ซึ่งต้องรู้อาการ ลิงค นิมิต ของกิเลส เห็นกิเลสว่ามันเคยแรงเบาขนาดไหน แล้วปฏิบัติลดละ มีความดับกิเลสในจิต แล้วหลุดพ้นได้จริงอย่างรู้ เราก็เรียนรู้ทาน ศีล เพื่อเข้าใจจิต เพื่อไปถึงความจริงตามความเป็นจริง สวรรค์ อะไรที่ได้ตามอุปาทานที่ยึดไว้คือสวรรค์ คือสมมุติเทพ สวรรค์เก๊ สุขชอบใจเป็นอิฏฐารมย์ทั้งหลาย ได้เห็นได้ยินได้กลิ่นอันนี้ ได้ลิ้มรสอันนี้ ได้สัมผัสเสียดสีเย็นร้อนอ่อนแข็งทั้งหลาย มันไม่มีหรอก มันอะไรก็เป็นอันนั้น สรุปคือ มีสวรรค์เก๊ กับสวรรค์ลดกิเลส เป็นเนกขัมมะ ส่วนมากจะไปทางกิเลสหนาใหญ่ปุถุ ทั้งมาก แน่น หนาใหญ่ คำว่าสวรรค์ก็ไม่เข้าใจ ทำลดกิเลสไม่ได้ จึงไม่รู้จักกามาทีนวะ อยากรวยก็ได้รวย อยากสวยก็ได้สวย อยากกินก็ได้กิน ได้สมรส สมใจทั้งนั้นตามอุปาทานทั้งสิ้น ในการสมรสที่เขาเอาไปเรียกกับกาม จึงไปเรียกเอาการสัมผัสเสียดสีทางเพศของชายหญิงก็เป็นสมรส ใครไปได้รสสัมผัสเสียดสีชายหญิง มันก็จะรู้สึกว่าเหนือกว่ารสของ กลิ่น ลิ้น รส การมองเห็น ธรรมดา ความจริงแล้วมันรวมไปหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นทางรูป ก็รวมไปในรสอันนี้ รูปนี้สวย ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นก็ด้วย ไม่ว่าจะเป็นสัมผัสเสียดสีก็ด้วย ดีไม่ดีก็เอาลิ้นไปแตะ แตะที่ไหนก็ดูดีไปหมด ติดยึดไปหมด แม้แต่ไปแตะฝ่าเท้าก็ซาบซ่านได้ นี่คือติดยึดสมมุติทั้งสิ้น ความจริงมันไม่มี แตะอย่างนี้มันเย็นร้อนอ่อนแข็งก็เท่านั้น แต่ไปติดสมมุติเท่านั้น ก็เลยเกิดอาการจริง ๆ อาตมาก็เคยผ่านมา เป็นทั้งนั้น มากน้อยตามอุปาทานของใครของมัน นี่คือสัจจะ คือสวรรค์เก๊ทั้งนั้น ไม่มีสวรรค์เลยคือสวรรค์จริง รู้ความจริงตามความเป็นจริง ไม่ว่ารูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสใด ๆ เรารู้เช่นนี้ เราก็รู้ว่าเราติดยึดกามมากแค่ไหน ก็ต้องมาเนกขัมมะ ก็ทำตามปริตตัง ไม่ทำทีเดียวทั้งหมด ไม่ได้หรอก ไม่ไหว วิธีการพระพุทธเจ้าเป็นอุบายโกศล ได้แล้วก็ค่อยขยายขึ้น ก็ทำได้ นี่คือทั้งสวรรค์ที่เรียกว่า รู้จักสวรรค์จนเห็นโทษในกาม กามนั้นอยากได้มาสมรส ทั้งรสอยากได้ดูดดื่ม ทั้งรสได้แก้แค้น ก็ทั้งผลักทั้งดูด แก้แค้นได้รุนแรงสมใจ ก็ไคลแมกซ์สมรสทั้งนั้น ไม่ว่ารสรัก รสชัง รสพยาบาทแก้แค้น ถ้าเรารู้ว่าบำเรอความต้องการแล้วติดสมมุติ ถ้าล้างการยึดสมมุติได้ ก็เนกขัมมะ คือออกจากอุปาทานยึดติดได้ ก็คือเนกขัมมะแท้จริง คือประโยชน์ที่ได้ ไม่ใช่ประโยชน์คือได้สมใจสมมุติ ยิ่งหนัก หนา แน่น คือสุดโง่ ๆ ตามสำนักที่ยกตัวอย่าง ธรรมกาย ประโคมใหญ่มาก หาวิธีใช้ค้อนทองคำใหญ่ ชิตังเมโป้งรวย แล้วก็คนจะเป็นสังฆราช ยังบอกว่าชื่นใจที่ได้เหยียบดอกไม้ แค่คนถือศีล 8 เขาก็ไม่ยินดีในดอกไม้ของหอมแล้ว คนสร้างวิธีการก็โง่แล้ว คนเป็นอาจารย์คนสร้างยังไปยินดีอีก ก็โง่แสนโง่แล้ว ต้นตอคือนรก คืออุปาทานยึดไว้ในอนุสัย การออกจากกาม ออกจากพยาบาทก็พูดกัน ว่าคือออกจากการติดยึดทั้งดูดทั้งผลัก เรียกว่าคนตาบอดจูงคนตาบอดไปดูหนังใบ้ เลยมืด 16 ด้านเลย แล้วคนตาบอดจูงคนตาบอดไปดูหนังด้วยกัน จะไปถูกโรงไหมนี่ แล้วดันไปถูกโรงหนังใบ้อีก จะซวยกี่ชั้น มันเป็นเช่นนี้ที่ทำกันทุกวันนี้ เขาเป็นสายอาภัสรา สว่าง จะหลงมาก นรกก็จะลึกมากด้วย ฉิบหายมากด้วย นรกมากนรกเยอะ ส่วนสายมืดนั้นสะกดจิตไปลงดิ่งดับ จะมีนรกไม่มากเท่าลัทธิสว่างใสแบบธรรมกาย หาคนจะโง่แบบธรรมกายไม่มี เขาไม่รู้ว่าเขาเป็นต้นธาตุต้นธรรมของนรกใหญ่ คนโง่ที่จะทำนรกใหญ่ให้ตนเองหายากนะ คนจะเลวหนักขนาดนี้ก็หายากนะ ท่านเจ้าคุณเทพที่วัดปากน้ำ อาจารย์เขายังไม่กล้าจะสร้างนรกใหญ่ขนาดนี้เลย ยายจันทร์ เขายังกล้าทำนรกใหญ่กว่ายายจันทร์อีก เขาไม่รู้ก็เลยสร้าง ยังไม่เคยเห็นคนโง่ขนาดนี้มาก่อนเลย คือคนเราหลงว่าตนเองฉลาดคือคนโง่ หลอกคนได้มาก ๆ นึกว่าตนเองฉลาด คือตีลังกากลับ คือธัมมชโยนี่ มันน่าสงสารสังเวช ที่พูดนี้ให้รู้ตัว จะฟังบ้างหรือเปล่านะ
590310_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ เมื่อธรรมกลาย ตอน ๓