สื่อธรรมะพ่อครู(อวดอุตริมนุสธรรม) ตอน พระอานนท์ดื้อหรือไม่.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.15 KB
วันที่แก้ไข27 สิงหาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(อวดอุตริมนุสธรรม) ตอน พระอานนท์ดื้อหรือไม่ _ทิดคู่ฟ้า...สมัยที่พระพุทธเจ้าจะปรินิพพาน ก็ไป 2 คนกับพระอานนท์ เพื่อจะไปปรินิพพานที่เมืองกุสินารา ระหว่างทางพระพุทธเจ้าเกิดกระหายน้ำ ก็เลยบอกพระอานนท์ว่า อานนท์เรากระหายน้ำ เธอไปตักน้ำให้เราดื่มหน่อย พระอานนท์ไปที่ลำธาร แล้วกลับมาบอกพระพุทธเจ้าว่า เกวียน 500 เล่มเพิ่งผ่านไป น้ำจึงขุ่น พระอานนท์จึงกลับมา พระพุทธเจ้าก็บอกว่าให้ไปอีก พระอานนท์ก็บอกว่า เกวียน 500 เล่มเพิ่งผ่านไป น้ำจึงขุ่น เป็นครั้งที่ 2 และเป็นครั้งที่ 3 พระพุทธเจ้าก็ตรัสคำเดิม ว่าเรากระหายน้ำจริงๆเธอไปตักน้ำมาเถอะ ผมจะหยุดเรื่องนี้ไว้ก่อน ผมจะเล่าเรื่อง พระพุทธเจ้าไปหาพระนางพิมพาไปโปรด แต่ก็ไม่ได้ไปสักที แต่พระพุทธเจ้าก็ได้ไป ก่อนจะไปบอกให้พระโมคคัลลานะกับพระสารีบุตรเป็นปัจฉา องค์อื่นไม่ไป พระพุทธเจ้าก็บอกว่า ให้เธอคือพระโมคคัลลานะกับพระสารีบุตรไม่ต้องยุ่งอะไร เมื่อไปแล้วก็เกิดเหตุการณ์ ต้องปล่อยให้พระนางพิมพาทำอะไรก็ปล่อยให้ทำ พอมาแล้วก็เกินคาดคิด คือมากอดเท้าพระพุทธเจ้าแล้วร้องไห้ พระโมคคัลลานะกับพระสารีบุตร เป็นพระอัครสาวกเบื้องซ้ายและขวา จะเข้าใจได้ ย้อนกลับมา ที่พระอานนท์ พระพุทธเจ้าให้ไปตักน้ำถึง 3 ครั้ง พระอานนท์ก็เลยไป แล้วก็ตักน้ำกลับมาได้ คำถามของผม...ถามพวกเราทุกคนว่า..นิทานเรื่องนี้มีแง่มุมไหนเราจะได้ประโยชน์ ระหว่างพระพุทธเจ้ากับพระอานนท์ใครดื้อกว่ากัน .. .มีคนตอบว่า พอๆกัน กราบนิมนต์ พ่อท่านเลยครับ เราจะได้ประโยชน์อะไรจากนิทานนี้ พ่อครูว่า...คำถามนี้แทบจะจนแต้ม หาบาปมาให้เรา ให้เราว่าพระพุทธเจ้าหรือพระอานนท์ดื้ออีก ใครจะไปตอบได้ว่า ใครดื้อกว่าใคร คุณอยากจะว่าพระพุทธเจ้าดื้อก็บาปไปเอง คุณจะบอกว่าพระอานนท์ดื้อก็บาปไปเอง จบ เป็น

อ่านต่อ

คำถามที่หาแง่มุมในสิ่งที่ขัดแย้ง แล้วก็จับมาเป็นประเด็นปัญหาหมด จะถามไปหมด แล้วจะตอบหมดที่อย่างไร มันเป็นเหตุที่จะต้องเป็นเช่นนั้น ยกตัวอย่างต่อ เช่น เรื่องน้ำ ที่ดื่มไม่ได้สักทีเพราะเกวียนผ่าน พระพุทธเจ้าก็อธิบายเป็นเรื่องอจินไตย อย่างเช่นพระพุทธเจ้าท่านจะแสดงอะไรออกมาเพื่อจะให้เกิดประเด็น เมื่อประพฤติขึ้นก็จะมีประเด็นมาอธิบาย อธิบายเป็นธรรมะได้หมด เหมือนอาตมาอธิบายได้หมด แต่มันไม่ได้ดีเท่าพระพุทธเจ้าหรอก ยิ่งมาเป็นประเด็นที่จะมาตอบรายละเอียดของธรรมะที่ควรจะสาธยายออกไป เพราะทุกอย่างมันอะไรอันนึง คำพูดคำหนึ่งเกิดขึ้นมา มันก็จะมีอะไรที่มีความหมาย พ่วงไปหานั้นแล้วอธิบายไปมันก็ได้หมดแล้ว เพราะฉะนั้นสรุปแล้ว อะไรจะเกิดขึ้นเป็นกรรมกิริยา ที่เราพูดนี้ก็คือวาจา แล้วก็ใช้กรรมกิริยาทางวาจาเป็นตัวนำ ในการที่จะเรียนรู้ ในการที่จะศึกษา เพื่อที่จะได้เกิดการพัฒนาชีวิต เพราะฉะนั้นการแสดงออกเป็นสามัญชีวิตธรรมดาก็ตาม เจตนาอธิบายเป็นธรรมะก็ตาม ก็เป็นประโยชน์ในการพัฒนาชีวิต ถ้าเราเป็นผู้ฉลาด ทุกอิริยาบถสัมผัสอะไรแล้วเราก็กำหนดพิจารณาทำความเข้าใจ เอามาเป็นครูเราก็ได้ประโยชน์ไปทั้งนั้นในชีวิต อะไรๆก็เป็นบทเรียน 610813_รายการสำมะปี๋ซี่วิต ครั้งที่ 5 ที่ ปฐมอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน