สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน ความสงบของพุทธมีคุณลักษณะอย่างไรบ้าง.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์12 KB
วันที่แก้ไข25 สิงหาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน ความสงบของพุทธมีคุณลักษณะอย่างไรบ้าง อาตมาว่าอาตมาชีวิตนี้ เกิดมาได้ทำสิ่งที่มีค่าตลอดเวลาแต่ละวันแต่ละวันทำมา 40 กว่าปีแล้วชีวิตมีค่า ไม่เหมือนเมื่อตอนที่อาตมาทำงานอยู่ 36 ปี ชีวิตไร้ค่า นอกจากไร้ค่าแล้ว เพียงเป็นชีวิตที่มีโทษมีภัยแก่ผู้อื่นไปแย่งชิงลาภยศสรรเสริญ แย่งความสุข แบบโลกๆเขามา พอเลิกแย่งแล้ว เราไม่ได้เป็นตัวแย่งในสังคม เป็นนักเศรษฐกิจชั้น 1 เราเป็นนักเศรษฐศาสตร์ชั้น 1 ไม่ได้ไปแย่งสมบัติของใคร แย่งลาภยศสรรเสริญ เรื่องความสุขของคนที่โลกเขาต้องการแล้วเขาตะกรุมตะกรามแสวงหา เราก็ไม่ได้เป็นคนไปแย่ง เราเป็นคนช่วยเศรษฐกิจโลกเศรษฐกิจของชาติ เราไม่ได้เป็นตัวแย่ง ก็เท่ากับเราช่วยผู้บริหารประเทศ เราไม่ได้เป็นปัญหาทางเศรษฐกิจเลย ซึ่งชีวิตอาตมาว่า ชีวิตเรานอกจากจะได้เป็นคนมีค่าตรงที่ว่าเรามาทำงานมาพูด เรามาแสดงตัวแสดงตนแสดงคำกิริยาต่างๆ ก็เป็นประโยชน์แก่คน คนที่ติดตามศึกษาอย่าง สิกขมาตุกล้าข้ามฝัน อย่างใครต่อใครที่พยายามมาเอา อาตมาก็ยังรู้สึก (พ่อครูไอตัดออกด้วย) รู้สึกสบายใจเพราะธรรมะของอาตมาที่แสดงนี้เป็นสิ่งที่ยาก ยากที่จะแสดงและยากจะมีคนฟัง แต่ยากขนาดนี้ก็ยังมีคนมานั่งฟังขนาดนี้ ถือว่าเต็มก็ได้นะ เก้าอี้เต็มนั่งข้างล่างด้วย บนเก้าอี้ทุกตัวเต็ม แสดงว่านักเรียนเต็มห้อง นักเรียนดีมีการศึกษา นักเรียนไม่มีชั่วโมงสอน เมื่อถึงเวลาชั่วโมงสอนก็มาเต็มห้องใช้ได้ ทั้งๆที่ธรรมะยาก ยากแน่นอนสูงลึกซึ้ง ไม่ใช่ธรรมสามัญทั่วไป อาตมาจึงเห็นว่าชีวิตมีค่าไม่สูญเปล่า ทำงานก็ยังมีผู้มารับ ไม่ใช่ว่าเราทำงานจะให้แล้วไม่มีใครมาเอาเลย อะไรต่างๆนานา อย่างพวกเรารู้ค่าก็มาเอา คนข้างนอกอย่าว่าแต่มาเอาของอาตมาที่บรรยายเลย แม้แต่จัดค่าย ประกาศแล้วประกาศอีก 10 คน 20 คนยาก

อ่านต่อ

30 คนก็โอ้โหถือว่า เฮงมาก ไม่เหมือนทางโลกเขาบอกว่า วัดไหนก็แล้วแต่ โยม จะจัดงานนะ จะมีการชุมนุมปฏิบัติธรรมเขาก็ไปกันเป็นฝูง นุ่งขาวห่มขาวกันไปเป็นฝูง ถือตะกร้าหมากพลูกันไปเต็มไปนั่ง คนก็ไปกันเยอะ อาตมาดูแล้วคนเขาก็ยังนิยมศาสนาอยู่นะ แต่น่าสงสารจังเลย โอ้โหคุณได้ศาสนาขี้หมาอะไร ขออภัยดูถูกดูแคลนเขา พากันไปนั่งสงบเหมือนฤาษีชีไพรต่างๆนานา เขาพาให้หาวิธีหยุดพักทำงาน พักทั้งกายวาจาหยุดการคิด นี่คือองค์รวมเลย ก็เท่านั้นเอง หยุดเองก็ได้ ไม่เห็นจะต้องมาวัดให้เมื่อยทำไมใช่ไหม แต่นี่แหละได้มาปฏิบัติธรรม การปฏิบัติธรรมของศาสนาพุทธมีอยู่แค่นี้แหละ ทีนี้จะเข้าถึงเป้าลึก ศาสนาพุทธหลักปฏิบัติธรรมคือจะต้องเข้าสู่ตัวสงบ สันตา สันตานี้ความสงบจบด้วยพยัญชนะ 5 ตัวคือ ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา นี่คือความสงบที่สูงสุดของศาสนาพุทธผู้ทำจิตได้เป็นอุเบกขา 5 เป็นคุณสมบัติสุดยอด อาตมาว่าอาตมามีอุเบกขา 5 นี้อยู่เป็นปกติ อย่าว่าแต่ตอนทำงานเลยทั้งการพูดการออกกายกรรม มีนัจจะ คีตะ วาทิตะ มีสำเนียงสุ้มเสียง คีตะ วาทิตะ สรรหาคำมากล่าวกับพวกคุณ ภาษาบางคำอาจจะสนุก ก็เป็นส่วนประกอบที่ทำให้คุณเข้าใจธรรมะได้ดียิ่งขึ้น ไม่ใช่ว่าจะมาตลกจ๊กมก นะ คำที่จะให้รู้สึกสนุกบ้างประกอบคำบรรยาย อาตมาว่าจะมาเป็นผู้ที่มีความสงบมากเลยแต่คนไม่เข้าใจ สงบอะไร แสดงธรรมะก็มึงมาพาโวยแสดงเสียงดัง แสดงเสียงดุเสียงแรง อาตมาก็บอกไปหมดแล้ว ว่าอาตมามีข้อด้อย 10 ข้อ “ข้อด้อย”ของอาตมาที่ต้องขออภัยอย่างยิ่งจริงๆ อาตมามี“ข้อด้อย”อยู่มากมายหลายข้อจริงๆ ลองตรวจตนเองแล้วประมวลมาดู มีมากพอสมควร .... เช่น 1.มีความจริงใจสูง กับการแสดงออก ไม่ค่อยปิดบังอะไร ..ซื่อๆ ตรงๆ ไม่ลดเลี้ยว สุดโต่งตรงเกิน 2.แสดงออกเต็มที่ ต้องการให้คนรู้ คนเห็นชัดๆ ไม่ออมมือ ไม่เหยาะๆแหยะๆ จึงแรง 3.ไม่สำรวมกิริยาให้สวย เท่ๆ งามๆ สุภาพๆอะไรทำนองนั้น 4.ปฏิบัติตามพระพุทธเจ้าจริงจัง ไม่อนุโลมเท่าที่คนยุคนี้ ที่อ่อนแอ ล้มเหลวอยากให้อนุโลมเอาใจบ้าง 5.เป็นคนไม่กลัวเสียหน้า ถ้าจะแสดงอะไรออกมา จะว่ามารยาทไม่ค่อยดีก็ได้ หรือมารยาทไม่มีเลยก็ใช่ 6.เป็นคนไม่กลัวว่า จะไม่มีใครมาเป็นหมู่พวกบริวาร 7.จึงไม่สร้างภาพ รังเกียจการสร้างภาพเอาด้วย เพราะเห็นการสร้างภาพเป็นการหลอกลวง 8.ไม่กลัวคนจะไม่ยกย่อง ไม่กลัวคนจะไม่นับถือ 9.ยึด(ที่จริงอาตมายืนหยัด)ความจริง ซื่อตรงต่อความจริง ต่อสัจธรรมสูง จนถูกเข้าใจผิดว่า ยึดมั่นถือมั่น ดื้อดึงดัน 10. เคร่งครัดกับคำตรัสที่ว่า นิคคัณเห นิคคหารหัง ปัคคัณเห ปัคคหารหัง เกินไป โดยเฉพาะนิคคัณเห นิคคหารหัง จนถูกเข้าใจผิดว่าคนอะไรเอาแต่ติเอาแต่ด่า เวลาจะชมก็เหมือนกับชมแต่พวกตัวเองเวลาด่าว่าก็เหมือนกับไปว่าแต่คนอื่น เพราะจริงๆแล้วเขาก็ผิดจริง พวกเราก็ถูกจริง อาตมาพูดตรงๆนะ ใครจะว่าอาตมามองโลกในแง่ร้าย เที่ยวไปพูดดูถูกเขาไปหมดแล้ว ตัวเองถูกอยู่คนเดียว ขออภัยเพราะว่าศาสนามันได้ผิดเพี้ยนไปหมดแล้ว ที่ผิดคือไม่มีโลกุตระ ศาสนาพุทธเป็นศาสนาโลกุตระเป็นอเทวนิยม ซึ่งต้องเผยแพร่อันนี้ให้แก่ มนุษยชาติ ศาสนาอื่นก็มีถึงขั้นเป็นศาสนามีเป็นศาสนา มันเป็นศาสนาโลกีย์ เขาก็สอนไม่รู้กี่สิบศาสนาเป็นโลกีย์ทั้งนั้น มันมีโลกุตระเพียงแต่ศาสนาพุทธเท่านั้นมันมีเวลาเท่ากัน ทางโลกก็เผยแพร่ศาสนาโลกีย์ไม่ได้วรรคเว้น เราโลกุตระนั้นไม่ควรจะวรรคเว้น ต้องทำให้ยิ่งกว่าเขา มันยังไม่ค่อยทันเท่าเขาเลย มันน้อย และมันก็ดีด้วยนะ ไม่ใช่ว่าหลงตัวหลงตนมันเป็นธรรมะที่กอบกู้มนุษยชาติกอบกู้สังคมกอบกู้โลก เพราะถ้าได้ธรรมะแล้วจะไม่เกิดสงครามไม่เกิดการแย่งชิงฆ่าแกงกัน มันจะไม่เกิดโทษภัยแก่กันและกัน มันจะมีแต่ประโยชน์เกื้อกูลกัน มันจะเป็นเอกีภาวะ มันจะเป็นสังคมสามัคคี มันจะไม่มีการวิวาทกัน มันจะมีแต่การสงเคราะห์กัน สังคหะ เกื้อกูลช่วยเหลือกันทั้งนั้น จะมีแต่การเคารพกัน จะมีแต่การรักกัน จะมีแต่การระลึกถึงกัน เอาของพระพุทธเจ้ามาอธิบาย สวยๆเท่เสียไม่มี ใครไม่รู้ก็อาจจะหาว่าจะมาพูดเอาเองแต่เป็นของพระพุทธเจ้าทั้งนั้น เป็น ๑. สาราณียะ (รู้จักระลึกถึงกัน คำนึงถึงคนที่ควรเอื้อ) ๒. ปิยกรณะ (รักกันสัมพันธ์ดี-ปรารถนาดีต่อกัน) . ๓. ครุกรณะ (เคารพกัน รู้จักฐานะ รู้จักคุณวุฒิ) ๔. สังคหะ (สงเคราะห์เกื้อกูลช่วยเหลือกัน) . . . ๕. อวิวาทะ (ไม่วิวาทแตกแยกกัน) . ๖. สามัคคียะ (พร้อมเพรียงกัน มีพลังรวมยิ่งใหญ่) . ๗. เอกีภาวะ (เป็นปึกแผ่น มีน้ำหนึ่งใจเดียวกัน) (โกสัมพีสูตร พตปฎ. ล.๒๒ ข.๒๘๒-๒๘๓)

เป็นจิตวิญญาณที่มีการระลึกถึงกัน แม้แต่ธัมมชโยอาตมายังระลึกถึง อยากให้เขาเลิกและหยุดสิ่งที่มันชั่วมันเลว แล้วมันหลอกจนกระทั่งคนหลงผิด เห็นความไม่ดีไม่งามของคุณที่มาหลอกมาโกหกเขา ว่ามันถูก เช่นคุณโกหกเขาว่า มันมีสวรรค์ คุณรู้ว่าสวรรค์ไม่มีอย่างนั้นคุณพูดเอาเอง เช่น คุณบอกว่าตายแล้วจะไปอยู่สวรรค์ชั้นนั้นชั้นนี้ แต่พอเขามาถามว่า มาทำบุญที่ธรรมกายและพ่อเขาไปอยู่ที่สวรรค์ชั้นไหน แล้ว ธัมมชโยก็บอกว่าไปอยู่สวรรค์ชั้นนั้นชั้นนี้ แต่คนนี้เขาบอกว่าพ่อเขายังไม่ตาย ก็เลยรู้ว่าธัมมชโยนี้โกหก คุณเชื่อไหมว่าธัมมชโยมีจิตล่วงรู้สวรรค์ท่านนั้นท่านนี้เชื่อไหม ...ไม่เชื่อ ถ้าเผื่อว่าพระสายหลับตา สายอ.มั่นอาจปั้นนิรมาณกายว่ามีนะ อย่างอ.มั่นว่า เมื่อคืนนี้เทวดามาจากเยอรมัน เป็นตัวตนเป็นรูปร่างในฝัน เป็นตุเป็นตะ อาจารย์มั่นถือว่าเป็นนิมิตในฝัน คือฝันมีเทวดาเยอรมัน มาเล่าให้ลูกศิษย์ฟัง มหาบัว บันทึกในประวัติอาจารย์มั่น ซึ่งไม่ได้รู้เลยว่าวิญญาณไม่ได้เป็นเช่นนั้นวิญญาณไม่มีรูปมีร่าง

เข้าสู่สาระเลย...คือจิตวิญญาณ เป็นลักษณะของรูปนาม วิญญาณอยู่ในอาหาร 4 วิญญาณคือรูปนาม ถ้าเรียนรู้ก็จะรู้ว่ามันมีธรรมะ 2 ปรุงแต่งกันอยู่ คือเป็นธาตุรู้ กับสิ่งที่ถูกรู้ ถ้าปรินิพพานไปไม่มีธาตุรู้ ก็ไม่มีอะไรอีกแล้ว เขาก็ไม่มีวิญญาณ เพราะฉะนั้นวิญญาณจึงอยู่กับสภาพที่เป็นธรรมะ 2 เพราะฉะนั้นคนที่ยังไม่ปรินิพพานเป็นปริโยสาน เป็นอรหันต์แล้วก็จะมีสิ่งนี้เป็น 2 แต่เขาไม่มีเวทนาเก๊ เขาเห็นความจริงตามความเป็นจริง สัมผัสด้วยตาก็เห็นเป็นรูป รูปฟักข้าว ลูกมะนาวใหญ่(หมากเหว่อ) เพราะฉะนั้นวิญญาณคือรูปธาตุกับนามธาตุทำงานร่วมกันอยู่ ยังไม่ปรินิพพานแม้พระอรหันต์ก็ยังมีอยู่ ยังมีธรรมะที่เป็นหนึ่งไม่เป็นธรรมะ 2 แล้ว ทีนี้ วิญญาณที่ไม่เข้าใจที่มิจฉาทิฐิ หากยังไม่ตาย จิตวิญญาณก็อยู่ที่เรายังไม่ตาย คนที่ตายไปแล้ว วิญญาณของคนตาย คนตายที่หลงว่ามีภพของสวรรค์ ก็เหมือนฝันเป็นภพเป็นชาติ แต่จะไม่นาน เพราะว่าคนเรามีอกุศลเยอะกว่ากุศล ก็จะมีคุณสมบัติของพลังงานนรกมากกว่าพลังงานสวรรค์ มันจึงออกฤทธิ์มาก เพราะฉะนั้นคนที่ตายแล้ว จะไปสวรรค์ พระพุทธเจ้าตรัสว่าน้อยกว่าน้อยนัก ส่วนมากลงนรก เพราะฉะนั้นส่วนมากตายไปแล้วจิตวิญญาณเป็นนรก จิตวิญญาณเป็นนรกเป็นอย่างไร ในอัตภาพของคุณคือ คุณฝันว่าคุณทุกข์ร้อน เหมือนนรก เหมือนเรื่องที่มันฝันร้าย คุณตายแล้ว ยังไงก็อย่างนั้น แต่จริงกว่านั้น คุณไม่มีรูปธรรมตา หู จมูก ลิ้น กายหน่วงไว้เลย มีแต่จิตสดๆของนรก แล้วมันอยู่ที่คุณคนเดียว ไม่มีใครไปร่วมนรกด้วยไม่มี คุณก็จมอยู่อย่างนั้น เพราะไม่มีอะไรช่วยเลย เป็นวิบากของคุณไม่มีอะไรจะช่วย … สมณะฟ้าไท...สรุป คนทางโลกน่าสงสาร เขาอยู่กับกากเศษที่ไม่ใช่พุทธ ไปอยู่กับการนั่งหลับตาและประเพณีเนื้องอกอีกเยอะเลย ...610824_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ เข้าถึงความสงบแบบพุทธอันลึกซึ้ง

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน