สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ_ส้งกัปปะ 7) ตอน กรรม 4 ของชีวิต.docx
เนื้อหาในไฟล์
กรรม 4 ของชีวิต จัดการกับ กรรม 4 ของชีวิต 1.กรรมกิริยาที่ประกอบอาชีพ เรียกว่าอาชีวะ กรรมกริยาที่มีทั้งกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม เรียกว่ากัมมันตะ วจีกรรม ที่เรียกว่าคำพูดภาษา กรรมที่เป็นมโนกรรม ที่ปรุงแต่งกันอยู่ ถ้าใครสามารถอ่านอาการของจิต ที่เรียกว่า ตักกะ วิตักกะ สังกัปปะ หรืออาการจิต อัปปนา พยัปปนา เจตโสอภินิโรปนา หรือวจีสังขาร วจีสังขารไม่ใช่วจีกรรมนะ วจีกรรมนั้น พูดออกมาเป็นเสียงแล้ว ส่วนวจีสังขาร เป็นนามธรรมอยู่ภายใน ถ้าเราสามารถอ่านออก ยังไม่ออกมาเป็นกายกรรมวจีกรรม วจีสังขารเป็นมโนกรรม เมื่อปรุงแต่งสังกัปปะ 7 ออกมาเป็นวจีสังขาร เราอ่านวจีสังขารได้ว่าเป็นอาการอย่างนี้ เมื่อเราสัมผัสแล้ว จิตเราเป็นแบบนี้ แม้ยังไม่เป็นภาษาเรียกได้ว่าเป็นจิตอะไร จิตอย่างนั้นท่านเรียกว่า เราสัมผัสอ่านจิตเรารู้แล้ว มันยังไม่มีภาษาเรียกสภาวธรรมอันนี้ ท่านเรียกอันนี้ว่า ปฏิฆสัมผัสโส ปฏิคือ action reaction สัมผัสรูปกับนาม แล้วเกิดสิ่งที่เรียกว่า ฆ แต่นามธรรมอันนี้ ยังไม่มีชื่อเรียก ก็เป็นนามธรรม ที่จะเรียกชื่อไม่ได้ แต่ก็ยังเรียกให้มีชื่อเรียกว่า อธิวจนสัมผัสโส อธิวจน แปลว่าชื่อ เราจะสัมผัสชื่อ แต่มันยังไม่ได้ตั้งชื่อ ซึ่งมีผู้ที่เรียนอภิธรรม เรียกจิตเจตสิกต่างๆ เป็นชื่อต่างๆ แต่รู้จักภาษา แต่ไม่รู้การปฏิบัติ จนกระทั่งให้ ปฏิฆสัมผัสโส สัมผัสรูปนามของตนเอง แล้วรู้ตัวจริงเลยว่า ตัวนี้เรียกว่า ...ที่พวกอภิธรรมเขากำหนดกัน กุศลโลกีย์ คืออยากได้ อยากมี อยากเป็น แต่ทำให้กลางๆ มีก็ไม่มี ไม่มีก็ไม่มี กลางๆ ซึ่ง เราสามารถเข้าใจพยัญชนะภาษาที่พูดไม่ได้ จนเป็นภาษาสภาวะที่ตรงกัน ที่อาตมาพูดนี้ได้ คุณทำจิตเป็นกลางได้ ไม่มีอาการผลักหรืออาการดูด แม้เรามีแล้ว ก็ไม่ได้ยึดมั่นถือมั่น แม้ไม่ดูดไม่ผลัก เป็
อ่านต่อ
นจิตกลางๆ อุเบกขาแล้ว ก็อย่าไปยึดว่า อุเบกขาเป็นจิตถาวรนิรันดร์ เป็นแต่เพียงกิริยาที่ปรุงแต่งในคน เป็นจิตธาตุรู้ทำงานในปัจจุบัน เท่านั้น พระอรหันต์ มีจิตอยู่ในปัจจุบัน ตายลงก็ไม่มี ศาสนาพุทธ รู้จักจิตวิญญาณแท้ นอกจากจะไปตั้งจิตตนไปอีก ว่าจะไม่ยอมสูญ อาตมาเป็นโพธิสัตว์ รู้จิตตัวนี้ โพธิสัตว์คือ ผู้ที่ผ่านอรหัตผลมาแล้ว โพธิสัตว์ ๙ ระดับ โสดาบันโพธิสัตว์ สกิทาคามีโพธิสัตว์ อนาคามีโพธิสัตว์ อรหันต์โพธิสัตว์ อนุโพธิสัตว์ อนิยตโพธิสัตว์ นิยตโพธิสัตว์ มหาโพธิสัตว์ สัมมาสัมพุทโธ คือพระพุทธเจ้า โพธิสัตว์จะรู้จักจิตอรหันต์อย่างดี คือทำให้จิตไม่มีได้ เวลาตายจริงๆ ปรินิพพานเป็นปริโยสาน จะตายอย่างสิ้นรอบ ไม่มีอะไรเหลือเลย ก็ไม่มี อัปปนิหิตตังจิตตัง ตายไปอย่างไม่มีนิมิต ไม่ตั้งจิดต่อ ตายอย่างทำสูญ ไม่มีนิมิต นิพพานมี 3 ถ้าเราไม่มีสภาวะอย่างจริง ก็จะเรียนรู้ได้แค่ตรรกะ เป็นพยัญชนะ ผู้ที่สามารถ ที่จะตายหรือดับ หรือนิโรธ ไปอย่าง สุญญตนิพพาน อนิมิตนิพพาน นิพพานแปลว่าตาย วิโมกข์คือหลุดพ้น ไม่ตาย แต่เราก็ไม่มีสิ่งนั้น วิโมกข์อยู่กับ 0 ไม่ตั้งจิตมีนิมิตหมายอะไร หากเราจะมีนิมิต ก็เพียงอาศัย เท่านั้น ผู้ที่ไม่ยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นเรา ก็มีแต่อาศัย พระอรหันต์ไม่มีอะไรเป็นเรา มีมือ ก็ไม่ใช่มือของเรา อาศัยมือ สำหรับทำงานใช้ประโยชน์อย่างนั้นอย่างนี้ อยากไปใช้มือเป็นโทษ มีมือสำหรับตบคนอื่น หรือสร้างอาวุธ สร้างอบายมุข สร้างกาม พยาบาท ไม่เอา แต่มีไว้อาศัยทำกุศล สร้างสิ่งที่มีประโยชน์ แม้แต่มีจิตไว้เพื่อสร้างประโยชน์ ไม่ใช่สร้างสิ่งที่เป็นโทษภัย เช่น สร้าง กาม พยาบาท วิหิงสา ไม่ทำ เราสามารถทำให้จิตใจเราเป็นถาวร ที่จะไม่สร้าง กาม พยาบาท วิหิงสา ถาวรยั่งยืนตลอดกาล คือจิตอรหันต์ นั่นแหละคือ อารมณ์นิพพาน อารมณ์วิมุติ ที่พูดไปนี้ขอยืนยันว่า พูดไม่ผิด พูดสภาวะถูก ไม่ได้ลอกเลียนใคร มาจากสภาวะจิตของตนเอง ที่มีแล้วพูดให้ฟัง ที่พูดซ้อนๆ ขยายความคือการอวดอุตตริมนุสสธรรม คือธรรมะที่เหนือความเป็นมนุษย์ เป็นโลกุตรจิต เป็นอาริยธรรม
600409_ทำวัตรเช้าปลุกเสก #41 บ้านราช ศีล สมาธิ ปัญญา (แบบพุทธ)ตอน4