สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม_พอเพียง) ตอน เศรษฐศาสตร์แบบพอเพียง.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(พุทธเศรษฐศาสตร์_พอเพียง) ตอน เศรษฐศาสตร์แบบพอเพียง ก็อธิบายเผื่อแผ่แก่ผู้ที่มาฟัง ที่เป็นเจ้าหน้าที่ด้านเศรษฐศาสตร์ เศรษฐกิจพอเพียง อันนี้ยิ่งใหญ่ คำว่าเพียง ขยายให้รู้ว่า ไปตามฐานะ คนนี้ทำได้แค่นี้ เพียงแค่นี้ก่อน แล้วก็ลดลงไปอีก ปฏิบัติให้มักน้อย กล้าจน ใจพอลงไปอีก เช่นเรานี่ ตรวจตัวเอง เดือนหนึ่งเราใช้เงินตั้งสองหมื่น มันมากนะ เราน่าจะใช้แค่เดือนละหมื่นเดียว ก็น่าจะพอ เอาแค่นี้ ก็พัฒนาตัวเองให้น้อยลง นี่คือ อัปปิจฉะ สันตุฏฐิสัมพันธ์กัน เราก็มาตั้งใจประพฤติตน ส่วนใดที่เฟ้อเกินก็ลดลง จนสามารถใช้เงิน ชีวิตเราหมื่นเดียวก็พอ คนนี้ก็เจริญ ก็เอาหมื่นที่เหลือ ไปเกื้อกูลสงเคราะห์ ช่วยเหลือผู้อื่น แต่ทางโลกเขาจะไปเอาเงินไปออกดอก ทั้งที่ลดลงมาได้ แต่เอาไปลงทุนค้าอีก จะมักน้อยไปทำไม ดันไปหาเพิ่มอีก นี่คือคนโง่ ดูเหมือนมักน้อยแต่ไม่ใช่ ถ้าผู้ใดทำงานได้เงินเดือนละ 20,000 ก็ตั้งใจลดลง ใช้เดือนละหมื่นให้ได้ก็พอ เพียงแค่นี้ก็พอ นี่แสดงว่าคุณลดมาจาก ความเพียงพอ จากแต่ก่อน เดือนหนึ่ง ใช้สองหมื่นถึงจะพอ ก็มาเอาเพียงหมื่นให้พอ คุณก็ต้องใช้จนสำเร็จ คุณก็สำเร็จความพอเพียงของชีวิต นี่คือการแก้ปัญหาของชีวิต ถ้าเราเอง เราไม่เข้าใจความหมายว่า ชีวิตต้องกินให้พอดี ทุกวันนี้คุณกินกันอย่าง ปากไม่มีวินัย กินทุกอย่างที่ขวางหน้า บางทีไม่เอาไว้ข้างหน้า แต่คนเอามาให้ข้างหลัง บอกว่าอันนี้อร่อยก็เอามากินอีก ไม่ว่าขวางหน้าขวางหลังกินหมด ปากไม่มีวินัย ก็หัดมาลด คนที่จะพัฒนาตัวเอง เริ่มจากเรื่องกิน ถ้าปฏิบัติโภชเนมัตตัญญุตา ธรรมะพระพุทธเจ้านี้ มีการปฏิบัติที่ไม่ผิด คือ สำรวมอินทรีย์ โภชเนมัตตัญญุตา ชาคริยานุโยคคะ ปฏิบัติไม่ผิดธรรมะพระพุทธเจ้า จะพัฒนาจนเป็นอรหันต์ได้ เรื่องกินนี้ จะเป็นโภ
อ่านต่อ
ชเนมัตตัญญุตา หรือมัตตัญญุตาจ ภัตสมิง เริ่มต้นจะพัฒนาความพอเพียง ก็เริ่มที่การกิน จากที่กินไม่มีมื้อมีคราว กินจุบกินจิบ ก็ไม่เอา มากินแค่ที่นั่งแห่งเดียว กินแค่สามมื้อต่อวันก็พอ นอกมื้อไม่กิน หัดปฏิบัติสำเร็จก็พอเพียงในระดับหนึ่งของการกิน คนที่กินวันละ 3 มื้อ โดยไม่กินจุบกินจิบจะตายไหม ถ้ามีคนตายเพราะอดกินจุบกินจิบ กินไม่จุบจิบก็เลยตาย ถ้ามี อาตมาจะจารึก ลงบนแผ่นทองคำให้ ทีนี้มากินสามมื้อต่อวัน เราก็มาศึกษาว่า ยังเสียเวลา คนทำครัวนั้น อาตมาแต่ก่อนเลี้ยงชีวิตในกรุงเทพฯ เป็นคนจน ต้องรับจ้างทำงาน อยู่กับคุณล้วน ควันธรรม อาตมาก็ต้องเลี้ยงลูกให้เขา ทำกับข้าวให้ลูกเขา ตื่นมาเช้าไปตลาด ทำกับข้าว แล้วไปโรงเรียน เย็นก็ไปตลาดอีก ถ้าคนเป็นแม่บ้าน ทำกับข้าวตอนเช้า กินแล้วก็เก็บโต๊ะ ล้างจาน ตอนกลางวันก็ทำอีก ตอนเย็นอีกก็ทำอีก ไปตลาดแล้วก็ทำอาหาร จัดโต๊ะล้างจานอีก แล้วนอน นอนตื่นมาก็ไปตลาดอีก มันอะไรกันนักกันหนา ถ้าลดลงมากินสองมื้อก็อยู่ได้ กินสองมื้อไม่ตาย คำสอนพระพุทธเจ้า ไม่เคยสอน ให้กินวันละสองมื้อนะ คำสอนว่า กินวันละ 2 มื้อ ไม่มีในพระไตรปิฎก แต่พระไปตั้งกฎเกณฑ์เอง คำสอนพระพุทธเจ้า มีแต่เอกาสนิกังคะ หรือในที่นั่งแห่งเดียว เรื่องการกินนี้ ถ้าปฏิบัติไม่ผิด เป็นอรหันต์ได้เลยนะ ปฏิบัติ สำรวมอินทรีย์ โภชเนมัตตัญญุตา แล้วจะเป็นคนตื่น ชาคริยานุโยคะ ตื่นจากคนที่เป็นคนถูกโลกครอบงำ มาเป็นคนโลกุตระ เป็นอาริยชน ตื่นจากความงมงายของปุถุชน มาเป็นอาริยชน จนถึงอรหันต์ พุทธะ แปลว่าผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบาน ชาครี ก็แปลว่าตื่น ตื่นจากความเป็นปุถุชน ที่ถูกหลอกลวง มาเป็น พระโสดาบัน สกทาคามี อนาคามี อรหันต์ ผู้ที่สามารถเรียนรู้ธรรมะพระพุทธเจ้า และปฏิบัติตน ตามที่ในหลวงตรัส มาเป็นขั้นๆ สอนโลกุตรธรรมให้แก่ประเทศไทย แต่คนก็ยังไม่ตื่น อาตมาขยายความ เขาก็ไม่ฟัง พระมหาเถระสมาคมหาว่า อาตมาเป็นกบฏต่อศาสนาพุทธ คนทั่วไปก็เลยเชื่อตาม อาตมาก็สอนไปตามสัจจะ ใครจะเอาก็เอา หรือไม่เอา ก็ไม่มีปัญหา
600111_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ การศึกษาความพอเพียง https://www.youtube.com/watch?v=wpRCXWgcJG4&t=14s