13.ภาคผนวก.docx

โฟลเดอร์word
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.67 MB
วันที่แก้ไข27 เมษายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

ภาคผนวก ภาคผนวก ก แบบสัมภาษณ์กึ่งมีโครงสร้างความสัมพันธ์ระหว่างการปฏิบัติตนด้านสุขภาพกับความผาสุกทางจิตวิญญาณของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่มีทวารเทียมหน้าท้อง แบบสัมภาษณ์กึ่งมีโครงสร้างความสัมพันธ์ระหว่างการปฏิบัติตนด้านสุขภาพกับความผาสุกทางจิตวิญญาณขงผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่มีทวารเทียมหน้าท้อง เก็บข้อมูลวันที่ ........เดือน............. พ.ศ ........... ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ให้ข้อมูล 1.1 ข้อมูลส่วนตัว ชื่อ นามสกุล อายุ เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ อาชีพ สถานภาพสมรส ศาสนา การแพร่กระจายของโรค การผ่าตัดทวารเทียมยาวนานเท่าไร ชนิดของทวารเทียม และการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ยาวนานเท่าไร 1.2 ข้อมูลการเจ็บป่วย การรักษา และการปฏิบัติตนในอดีตก่อนมาเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ส่วนที่ 2 ข้อมูลการปฏิบัติตนด้านสุขภาพ ข้อมูลการปฏิบัติตนในการดูแลสุขภาพหลังจากที่ได้รับการผ่าตัดแล้วมีอวัยวะเทียมเพื่อขับถ่ายหน้าท้อง ได้ปฏิบัติตนด้านสุขภาพต่อการดำเนินชีวิตอย่างไรทั้งหมดออกเป็น 6 ข้อดังนี้ 2.1 ความรับผิดชอบต่อสุขภาพตนเอง 2.2 ด้านกิจกรรมทางร่างกาย 2.3 ด้านการรับประทานอาหาร 2.4 ด้านพัฒนาสัมพันธภาพระหว่างบุคคล 2.5 การพัฒนาทางปัญญา 2.6 การจัดการกับความเครียด ความวิตก กังวลต่าง ๆ ส่วนที่ 3 ข้อมูลความเป็นอยู่อย่างผาสุกในจิตวิญญาณต่อดำรงชีวิตประจำวัน ข้อมูลความคิดเห็นที่ให้อยู่ได้อย่างผาสุก และสามารถอยู่อย่างปกติสุขกับผู้อื่นในสังคมได้ 3.1 ความผาสุกในสิ่งที่เป็นอยู่ 3.2 ความผาสุกในความศรัทธายึดมั่นในพระพุทธศาสนา ภาคผนวก ข แบบสอบถามความสัมพันธ์ระหว่างการปฏิบ

อ่านต่อ

ัติตนด้านสุขภาพกับความผาสุกทางจิตวิญญาณของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่มีทวารเทียมหน้าท้อง แบบสอบถามในงานวิจัยเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างการปฏิบัติตนด้านสุขภาพกับความผาสุกทาง จิตวิญญาณของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่มีทวารเทียมหน้าท้อง คำชี้แจง : แบบสอบถามนี้ประกอบด้วย 3 ตอน ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไป 13 ข้อ ตอนที่ 2 การปฏิบัติตนด้านสุขภาพ 61 ข้อ ตอนที่ 3 ความความผาสุกทางจิตวิญญาณ 30 ข้อ ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไป ข้อมูลส่วนบุคลของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่มีทวารเทียมหน้าท้องขอความอนุเคราะห์ท่านทำเครื่องหมาย ถูกในช่องสี่เหลี่ยม ตามความเป็นจริง เพศ 1) ชาย 2) หญิง ปัจจุบันอายุ..........ปี ศาสนา 1) พุทธ 2) อิสลาม 3) คริสต์ 4) อื่น ๆ ระบุ........ ระดับการศึกษา 1) ไม่ได้เรียนหนังสือ 2) ประถมศึกษา 3 ) มัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า 4) อนุปริญญาตรีหรือเทียบเท่า 5) ปริญญาตรี 6) ปริญญาโท 7 ) ปริญญาเอก รายได้เฉลี่ย .......... บาท / เดือน 1) ต่ำกว่าหรือเทียบเท่า 5,000 บาท 2) ตั้งแต่ 5,001 -15,000 บาท 3) ตั้งแต่ 15,001 – 30,000 บาท 4) สูงกว่า 30,001 บาท สถานภาพสมรส 1) โสด 2) สมรส 3) หม้าย 4) หย่าร้าง 5 ) แยกกันอยู่ การแบ่งระยะแพร่กระจายแของโรค 1) เซลล์มะเร็งลุกลามผ่านทะลุชั้นเยื่อบุแต่ยังไม่ทะลุลำไส้ใหญ่ 2) เซลล์มะเร็งลุกลามผ่านทุกชั้นของผนังลำไส้ใหญ่แต่ยังไม่ลุกลามต่อมน้ำเหลือง 3) เซลล์มะเร็งลุกลามผ่านทุกชั้นของลำไส้ใหญ่และลุกลามต่อมน้ำเหลือง 4 ) เซลล์มะเร็งลุกลามไปตามอวัยวะต่าง ๆ 5) ไม่ทราบแน่ชัดระยะใดหรือจำไม่ได้ ผ่าตัดทวารเทียมหน้าท้องมายาวนานเท่าไร 1) ต่ำกว่าหรือเทียบเท่า 6 เดือน 2) มากกว่า 6 เดือนไม่เกิน 12 เดือน 3) มากกว่า 1 ปีไม่เกิน 5 ปี 4 ) มากกว่า 5 ปี แต่ไม่เกิน 10 ปี 5 ) มากกว่า 10 ปีขึ้นไป ท่านใช้สิทธิ์อะไรในการเบิกถุงทวารเทียมหน้าท้อง 1) บัตรทอง ( 30 บาท) 2) บัตรประกันสังคม 3) บัตรข้าราชการ 4 ) บัตรรัฐวิสาหกิจ 5 ) ไม่มีบัตรสิทธิ์พิเศษ ชนิดของทวารเทียม 1) ทวารเทียมถาวร 2) ทวารเทียมชั่วคราว 3 ) ไม่ทราบแน่ชัด ถุงทวารเทียมที่ใช้แบบใด 1) แบบประหยัด(ใช้ถุงพลาสติก) 2) แบบปกติที่ขายทั่วไป ผ่าตัดตรงส่วนใดของลำไส้ใหญ่ 1) ลำไส้ด้านขวา( Ascend colon ) 2) ลำไส้ด้านซ้าย( Descending colon ) 3) ลำไส้ส่วนตรง( Sigmoid colon) 4 ) ลำไส้ส่วนปลาย ( Rectum) ความกว้างของแผลมีผลต่อความรู้สึกเจ็บหรือไม่สบายหรือไม่ 1) มีความรู้สึก 2) ไม่มีความรู้สึก ตอนที่ 2 แบบสอบถามการปฏิบัติตนด้านสุขภาพของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่มีทวารเทียมหน้าท้อง คำชี้แจง : ข้อความต่อไปนี้ไม่มีข้อความใดถูกหรือผิดขอความอนุเคราะห์ท่านอ่านข้อความแล้วเขียนเครื่องหมายถูก ลงในช่อง ตามความเป็นจริงกับการปฏิบัติด้านสุขภาพของท่านตามความหมายดังนี้ ทำสม่ำเสมอ ปฏิบัติตนประจำสม่ำเสมอหรือเกือบทุกวัน 5-7 วัน/สัปดาห์ ทำบ่อยครั้ง ปฏิบัติตนเป็นส่วนใหญ่ 3-4 วัน/สัปดาห์ ทำเป็นบางครั้ง ปฏิบัติตนเป็นบางครั้ง 1-2 วัน/สัปดาห์ ไม่ทำเลย ไม่ปฏิบัติตนเลย ข้อที่ 1 ปฏิบัติตนด้านความรับผิดชอบต่อสุขภาพ ข้อ ข้อความพฤติกรรม ปฏิบัติตนด้านความรับผิดชอบต่อสุขภาพ สม่ำเสมอ 5-7 วัน/สัปดาห์ บ่อยครั้ง 3-4 วัน/สัปดาห์ เป็นบางครั้ง 1-2 วัน/สัปดาห์ ไม่เคย 1 ท่านจะเปลี่ยนถุงรองรับทวารเทียมใหม่เมื่อเริ่มสกปรกหรือมีกลิ่น 2 ทำความสะอาดด้วยตนเองแบบเบาๆ มือค่อยๆ เช็ด 3 ทุกครั้งที่เปลี่ยนถุงรอรับทวารเทียมผิวหนังบริเวณโดยรอบทวารเทียมต้องสะอาดและเช็ดให้แห้ง 4 ท่านขับถ่ายของเสียออกมา จะไม่ทิ้งไว้นานต้องรีบทำความสะอาดประมาณ 3-5 ครั้งต่อวัน 5 ดูแลตนเองและช่วยเหลือตนเองเท่าที่ทำได้ 6 มักไม่ไปสถานที่แออัด ที่มีคนพลุกพล่านมากๆ 7 ใช้ถุงรองรับทวารเทียมมีคุณภาพดี 8 ควบคุมดูแลตนเองไม่ให้อ้วน (มีผลต่อการแปะถุงรองรับทวารเทียมหน้าท้อง) 9 ใส่เสื้อผ้าหลวมๆสบายๆเพื่อป้องกันไม่ให้ผิวกดทับหรือเสียดสี ข้อ ข้อความพฤติกรรม ปฏิบัติตนด้านความรับผิดชอบต่อสุขภาพ สม่ำเสมอ 5-7 วัน/สัปดาห์ บ่อยครั้ง 3-4 วัน/สัปดาห์ เป็นบางครั้ง 1-2 วัน/สัปดาห์ ไม่เคย 10 หมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกาย ข้อที่ 2 ปฏิบัติตนเกี่ยวกับกิจกรรมทางด้านร่างกาย ข้อ ข้อความพฤติกรรม ปฏิบัติตนเกี่ยวกับกิจกรรมทางด้านร่างกาย สม่ำเสมอ 5-7 วัน/สัปดาห์ บ่อยครั้ง 3-4 วัน/สัปดาห์ เป็นบางครั้ง 1-2 วัน/สัปดาห์ ไม่เคย 1. ออกกำลังกายเช่น เดินแกว่งแขน เดินทน รำจีน ขี่จักรยาน หรืออื่นๆ เป็นต้น 2. ทำกายบริหารประมาณวันละ 30 นาที 3. ทำงานบ้านที่ไม่หนักได้เป็นปกติ 4. บีบนวดตามร่างกาย เลือดลมเดินสะดวก 5. ปรับเปลี่ยนอิริยาบถต่างๆ หรือเคลื่อนไหวร่างกายอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นนั่ง ยืน เดิน 6. ทำกิจกรรมต่างๆเช่น เลี้ยงหลาน เลี้ยงสัตว์ หรือมีงานอดิเรกอื่นๆ ทำ 7. หลีกเลี่ยงการทำงานที่ใช้กล้ามเนื้อหน้าท้อง เช่นก้มตัวเพื่อยกของหนัก 8. สูดหายใจเอาออกซิเจนเข้าปอดลึกๆ ช่วยให้สดชื่นแจ่มใส 9 นอนหลับหรือพักผ่อนที่เพียงพอ 3. ปฏิบัติตนด้านการรับประทานอาหาร ข้อที่ ข้อความพฤติกรรม ปฏิบัติตนด้านการรับประทานอาหาร สม่ำเสมอ 5-7 วัน/สัปดาห์ บ่อยครั้ง 3-4 วัน/สัปดาห์ เป็นบางครั้ง 1-2 วัน/สัปดาห์ ไม่เคย 1 เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย 2 ชอบพืช ผัก สมุนไพร มาทำอาหารเพื่อปรับสมดุลร่างกาย 3 ชอบเลือก ซื้อผลไม้ในท้องถิ่นหรือในประเทศมารับประทาน 4 พยายาม ลด ละ เลิกรับประทานเนื้อสัตว์เช่นเนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อปลา เนื้อกุ้ง เนื้อปู หอย 5 ลด ละ เลิก อาหารปิ้ง ๆ ย่างๆ 6 อาหารที่แข็งเคี้ยวยาก ถ้าจำเป็นต้องรับประทาน จะหันเป็นชิ้นเล็กๆเพื่อจะได้ย่อยง่ายๆ 7 ลด ละ เลิก การรับประทานอาหารปรุงรสจัด เช่นเปรี้ยว หวาน มัน เค็มต่างๆ 8 รับประทานอาหารที่รสจืดได้ 9 หลีกเลี่ยง อาหารทอดด้วยน้ำมันหรือมีไขมันมากๆ 10 รับประทาน ธัญพืชที่มีประโยชน์กับตนและย่อยง่าย 11 เคี้ยวอาหารช้าๆ และละเอียดๆ 12 หลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่ถูกกับร่างกายตน (เพราะทำให้ท้องผูกหรือท้องเสียได้) ข้อที่ ข้อความพฤติกรรม ปฏิบัติตนด้านการรับประทานอาหาร สม่ำเสมอ 5-7 วัน/สัปดาห์ บ่อยครั้ง 3-4 วัน/สัปดาห์ เป็นบางครั้ง 1-2 วัน/สัปดาห์ ไม่เคย 13 หลีกเลี่ยงไม่รับประทานที่หมักดอง 14 ลด ละ เลิก ดื่มน้ำอัดลม ชา กาแฟ 15 งดเว้นของมึนเมา และเครื่องดื่มที่มี แอลกอฮอล์ต่างๆ 16 อาหารที่กลิ่นฉุนมากๆจะหลีกเลี่ยง ข้อที่ 4 ปฏิบัติตนด้านพัฒนาสัมพันธ์ภาพระหว่างบุคคล ข้อ ข้อความพฤติกรรม ปฏิบัติด้านพัฒนาสัมพันธภาพระหว่างบุคคล สม่ำเสมอ 5-7 วัน/สัปดาห์ บ่อยครั้ง 3-4 วัน/สัปดาห์ เป็นบางครั้ง 1-2 วัน/สัปดาห์ ไม่เคย 1 จะเป็นคนที่คิด พูด ทำ ที่เข้าใจง่าย และรู้หน้าที่ตนเอง 2 ช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ มีคนอื่นพึ่งพาตนได้ 3 ไปมาหาสู่กับญาติมิตร 4 มักทำกิจกรรมทำร่วมกันกับผู้อื่น หรือปรึกษาพูดคุยกัน 5 ทำความดีกับผู้อื่นโดยไม่หวังว่าใครจะเห็นหรือไม่ 6 มีเวลาว่าง จะหาอะไรทำอยู่ 7 หลังผ่าตัดมีประสบการณ์เรื่องโรค ได้บอกกล่าวข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้ผู้อื่นทราบ 8 เดินทางมาช่วยโรงพยาบาล มาให้กำลังใจผู้ป่วยรายใหม่ๆ 5. ปฏิบัติตนด้านพัฒนาปัญญา ข้อ ข้อความคิด เรียนรู้และปฏิบัติ ปฏิบัติตนด้านพัฒนาปัญญา สม่ำเสมอ 5-7 วัน/สัปดาห์ บ่อยครั้ง 3-4 วัน/สัปดาห์ เป็นบางครั้ง 1-2 วัน/สัปดาห์ ไม่เคย 1 พูดคุยและฟังธรรมะอยู่เสมอ 2 ท่านได้สวดมนต์และนั่งสมาธิทำให้ใจสบาย ใจสงบ 3 เป็นคนตัดสินใจรอบครอบ ใจเย็น ไม่ฟุ้งซ่าน 4 ปฏิบัติตนอยู่ในกรอบของศีล 5 คิดและเตือนสติตนเองเสมอ ความสุขไม่มีจริง มันไม่เที่ยง 6 พากเพียรปฏิบัติในศีล 5 อะไรไม่ดีก็พยายาม ลด ละ เลิก 7 ทำดีไปเรื่อยๆเพราะเชื่อในความดี 8 ลด ละ เลิก ความอยากได้ อยากเป็น 9 ไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับอบายมุข เช่น เล่นหวย เล่นหุ้น เล่นพนันต่างๆ 10 คิดและเรียนรู้สิ่งดีๆ เพื่อพัฒนาปัญญา 6. ปฏิบัติตนด้านการจัดการความเครียด ข้อ ข้อความพฤติกรรม ปฏิบัติตนด้านการจัดการความเครียด สม่ำเสมอ 5-7 วัน/สัปดาห์ บ่อยครั้ง 3-4 วัน/สัปดาห์ เป็นบางครั้ง 1-2 วัน/สัปดาห์ ไม่เคย 1 เมื่อมีปัญหา จะหลบเลี่ยงออกไป จากจุดที่กระทบกัน เพื่อบรรเทาความตึงเครียดลง 2 เมื่อเกิดปัญหา จะแก้ไขที่ตนเองก่อน 3 เมื่อไม่ได้ดั่งใจตน ก็รู้จักที่จะปล่อยวาง 4 เมื่อไม่สบายใจหรือเครียด จะคลายลงได้ด้วยการอ่านหนังสือ ฟังเพลง ดูหนัง ดูละคร เล่นดนตรี ไปเที่ยวหรือปลูกต้นไม้ 5 เป็นคนให้อภัยคน ไม่ถือสาใคร 6 เมื่อทุกข์ เครียด วิตก กังวล นำหลักธรรมะมาอ่านและพิจารณาให้เกิดปัญญา 7 นั่งสมาธิ สวดมนต์ ช่วยผ่อนคลาย สบายใจขึ้น 8 เมื่อทุกข์เจ็บป่วย ร่างกายหรือจิตใจ จะอดทนและสูดลมหายใจลึกๆเพื่อตั้งสติ ตอนที่ 3 แบบประเมินวัดความผาสุกทางจิตวิญญาณของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่มีอวัยวะเทียมหน้าท้อง ข้อความต่อไปนี้ไม่มีข้อความใดถูกหรือผิด ขอความอนุเคราะห์ท่านอ่านข้อความแล้วเขียนเครื่องหมาย ถูกลงใน ช่อง ตามความเป็นจริงกับความรู้สึกเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยที่ตรงกับใจท่าน ตามความหมายดังนี้ เห็นด้วยมาก ความผาสุกในศรัทธาที่ยึดมั่นต่อพระพุทธศาสนาและความผาสุกที่เป็นอยู่ ค่อนข้างเห็นด้วย ความผาสุกในศรัทธาที่ยึดมั่นต่อพระพุทธศาสนาและความผาสุกที่เป็นอยู่ ค่อนข้างไม่เห็นด้วยความผาสุกในศรัทธาที่ยึดมั่นต่อพระพุทธศาสนาและความผาสุกที่เป็นอยู่ ไม่เห็นด้วยมากความผาสุกในศรัทธาที่ยึดมั่นต่อพระพุทธศาสนาและความผาสุกที่เป็นอยู่ ข้อ ข้อความ ระดับความคิดเห็น ความผาสุกในศรัทธาที่ยึดมั่นต่อพระพุทธศาสนา เห็นด้วยมาก ค่อนข้างเห็นด้วย ค่อนข้างไม่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วยมาก 1 การเป็นคนดีที่มีความรู้ คือต้องมีคุณธรรมและจริยธรรม ควบคู่กัน 2 ผู้ปฏิบัติตามคำสั่งสอนพระศาสดา จะดำรงชีวิตอย่างผาสุก 3 เชื่อและศรัทธาในพระพุทธเจ้า พระองค์เป็นผู้รู้โลกอย่าง แจ่ม แจ้ง 4 ทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี แต่คนมักจะไม่ปฏิบัติตามคำสั่งสอน 5 คำสอนของพระศาสดาจะสอนให้คนรักสงบและสันติ 6 ลด ละ กิเลส โลภ โกรธ หลงคือความผาสุกของชีวิต 7 การปฏิบัติตนให้อยู่ในกรอบของศีลจะพ้นทุกข์ได้ ข้อ ข้อความ ระดับความคิดเห็น ความผาสุกในศรัทธาที่ยึดมั่นต่อพระพุทธศาสนา เห็นด้วยมาก ค่อนข้างเห็นด้วย ค่อนข้างไม่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วยมาก 8 เชื่อว่าการถือศีล 5 ดี จึงพยายามปฏิบัติอยู่ แต่ยังได้ไม่ครบ 9 ศีล 5 เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต เป็นสิ่งดีที่ควรทำ 10 ถ้าปฏิบัติศีล 5 อย่างเคร่งครัด จะมีกุศลที่คุ้มครองให้แคล้วคลาดและปลอดภัยต่างๆ จากวิบากกรรมที่ทำมา 11 ทำแต่ชั่ว เห็นแก่ตัวจิตใจจะเศร้าหมอง จะมีแต่ทุกข์ 12 เชื่อใน กฏ แห่งกรรม ยอมรับความจริง เป็นสิ่งที่เราเคยทำในอดีต ชาติที่แล้ว และปัจจุบันในชาตินี้ (กรรมคือการกระทำของตน) 13 เชื่อในวิบากกรรม ว่ามีจริง เมื่อเราเบียดเบียนสัตว์ เราจะมีวิบากกรรมทำให้เราเจ็บป่วยและอายุสั้น 14 การรับประทานอาหารที่ผ่านๆมา มีผลต่อระบบย่อยและก่อให้เกิดโรคในปัจจุบัน 15 ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว มีจริง 16 มีความเชื่อว่า ชีวิตเราที่เหลืออยู่ จะมีความสุขได้ 17 เมื่อเป็นมะเร็งก็ต้องยอมรับ ว่าเราเป็น ยอมรับการรักษา และทำใจไม่ให้เครียด 18 ยอมรับตัวเองเป็นอย่างนี้ พอใจชีวิตที่เป็นอยู่ ครอบครัวรัก เข้าใจและให้กำลังใจ 19 เราทำใจได้ เพราะในชีวิตได้ปฏิบัติธรรมไปด้วย 20 ทุกวันนี้พึงพอใจกับชีวิต ถึงจะมีเงินแค่พอมีพอกินก็ดำรงชีวิตก็อยู่ได้ 21 มีความสุขกับสิ่งที่เป็น เนื่องจากมีญาติดี เพื่อนดี สังคมดี ข้อ ข้อความ ระดับความคิดเห็น ความผาสุกในศรัทธาที่ยึดมั่นต่อพระพุทธศาสนา เห็นด้วยมาก ค่อนข้างเห็นด้วย ค่อนข้างไม่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วยมาก 22 มีความผาสุก ที่ใช้หลักเมตตากับเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน 23 พอใจในสิ่งที่เราทำได้ ให้กำลังใจตนเอง ภูมิใจในตนเอง 24 การมีถุงหน้าท้อง ไม่ต้องกังวลกับการมองหาห้องน้ำ 25 ยอมรับและเปิดเผย พร้อมปรับปรุงตนเองให้ดีขึ้น 26 หลังจากเป็นโรคแล้ว ก็ปรับตัวโดยศึกษาธรรมะทำให้รู้จักโลกมากขึ้น 27 โลกจะสงบสุขได้ต้องอยู่อย่างพอเพียง มีความพอใจในสิ่งที่เป็น ทำให้จิตใจผ่องใสไม่ขุ่นมัว 28 เราอยู่อย่างที่ ในหลวงท่านเตือน ให้มีอยู่มีกินพอเพียง.. ก็พอแล้ว 29 อย่าเป็นหนี้เขา จะทำให้ตนเองเป็นทุกข์ 30 ถ้ามีน้อยก็ต้องอดออม ถ้ามีเหลือใช้ แล้วค่อยแบ่งปัน ภาคผนวก ค กลุ่มผู้ให้ข้อมูลเชิงประจักษ์ กลุ่มผู้ให้ข้อมูลเชิงประจักษ์จำนวน 30 ท่านที่ทำการสัมภาษณ์เจาะลึกมีดังนี้ ผู้ให้ข้อมูลหลักในการดูแลสุขภาพตนเองด้วยจิตวิญญาณที่ผาสุก ภาพที่ 12 ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ให้ข้อมูลรายที่ 1 ที่มา (หมายขวัญพุทธ สุขโสต , ภาพถ่าย. 2557, พฤศจิกายน 11) ข้อมูลส่วนตัว “เป็นเพศหญิง อายุ 55 ปี ปัจจุบันเป็นแม่บ้านดูแลหลาน พักอยู่กับสามี และบุตรสาว เป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะที่ 3 ปัจจุบันมีอาการปวดกระดูก ขา เท้าชา พบแพทย์ประจำอยู่เสมอ ในครอบครัวเคยมีผู้ป่วยเป็นโรคนี้อยู่แต่เป็นระยะต้น ๆ ผู้ให้ข้อมูลได้ผ่าตัดมาได้ครบ 3 ปีแล้ว” ข้อมูลการเจ็บป่วย การรักษา “ครั้งแรกได้มาทำการตรวจที่โรงพยาบาลสุรินทร์ อาการเริ่มจากความผิดปกติคือท้องผูก จริง ๆ แล้วตนเองเป็นคนท้องผูกมาตั้งแต่เด็ก ๆ จนมาโตเป็นสาวอายุ 20 กว่าก็ยังท้องผูกอยู่ก็ไม่คิดว่าผิดปกติใด ๆ นั่งทำงาน 4-5 วันก็จะถ่ายอุจจาระสักทีหนึ่ง พออายุ 40 ปี เริ่มผิดปกติไปอบรมเริ่มปวดกระดูกและหลัง ถ่ายก็ไม่ออกเริ่มมาใช้ยาสวนเพื่อจะได้ขับถ่ายออกไปบ้าง หลายวันเข้าเริ่มเจ็บกระดูกมากขึ้นไปที่โรงพยาบาลสุรินทร์ เขาตรวจเช็คและบอกว่าเป็นมะเร็ง บอกแพทย์ว่าขอไม่ผ่าตัด แต่ได้เดินทางไปที่จุฬาตรวจก็ไม่เจอ เวลาผ่านไป ในปี พ.ศ. 2554 หมอทำการตรวจว่าเป็นมะเร็งแน่ต้องทำการผ่าตัด เพราะมีติ่งเนื้อและมีเลือดออกมาก จึงตัดสินใจทำประวัติขอย้ายไปที่โรงพยาบาลรามา ทางโรงพยาบาลนัดผ่าตัดวันที่ 27 พฤศจิกายน 2554 หมอบอกว่าเป็นระยะที่ 3 ได้มีการ ฉีดคี โมและฉายแสงจนครบหมด พอต้นปี 2557 มาตรวจเลือด ซึ่งปกติจะตรวจทุกเดือน แต่ต่อมา 3 เดือนครั้ง ได้ตรวจพบว่าค่าเลือดขึ้นสูง อยู่ที่ 5 และทำการตรวจด้วยเครื่องมือทุกวิถีทางก็ไม่เจอ จากนั้นหมอนัดมาตรวจเลือดอีก ตอนนี้ค่าเลือดสูงขึ้นไป เป็น 25.8 และต่อมาได้ตรวจพบจุดเล็ก ๆ ที่ตับและปอด หมอปอดมาตรวจก็ว่าไม่มีอะไร แต่หมอได้นัดมาสแกนเมื่อปลายเดือน กันยายนปี 2557 ซึ่งเริ่ม มีอาการชาที่ฝ่าเท้าทั้ง 2 ข้าง หมอกระดูกให้ยามากินพอบรรเทาแต่ไม่หายและยังคงชามาจนถึงทุกวันนี้ มีอาการเหมือนเหนื่อย มีอาการชาทั้งกลางวันและกลางคืน” ด้านความรับผิดชอบ การดูแลสุขภาพตนเอง “แต่ดูแลตัวเองได้ เดิน นั่งได้ ดูแลกิจวัตรประจำวันทำความสะอาดถุงรองรับอุจจาระประจำ ถุงจะเปลี่ยนทุกสัปดาห์ จะใช้แบบแปะติดที่ท้องได้เลยไม่มีแป้นรองรับ มันง่าย และสะดวก ช่วงผ่าตัดใหม่ ๆ ไม่ชินกับถุง ไม่ถนัด จะตะแคงก็ไม่ได้ บังเอิญที่ที่บ้านมีคนเคยเป็นอยู่ผ่าตัดมาก่อนเรา เป็นน้อยกว่า และเป็นระยะต้น ๆ ซึ่งหลัง 4-5 เดือนไปแล้วค่อยเริ่มดีขึ้น” กิจกรรมทางด้านร่างกาย “ชีวิตประจำวันต้องดูแลหลาน แต่มีเวลาได้มาเดินออกกำลังกายรอบ ๆ บ้าน เดินแกว่งแขน หรือ ขี่จักรยานไปตลาด บางทีก็ไปอบตัวที่วัดโยธาประสิทธ์ เพราะสมัยก่อนเคยอบเองเวลาไม่สบายก็จะใส่ขมิ้น ไพล ใบมะขาม ใบมะยม หัวหอม เท่าที่มี” ด้านการรับประทานอาหาร “จะอยู่อย่างเรียบง่าย การกินอาหารถ้าไม่ทานของสแลงที่จะทำให้ท้องเสีย หรือของหมักดองจะไม่มีปัญหาเลย การขับถ่ายจะเป็นเวลา ตื่นมาถ่ายเช้าทีหนึ่ง ช่วงกลางวันก็อีกทีหนึ่ง การรับประทานอาหารจะเน้นผัก ผลไม้ ผักจะเป็นผักบ้านเรา เราปลูกเอง แต่ช่วงหลังต้องเลี้ยงหลาน ไม่ค่อยได้ปลูกเพิ่ม แต่ยังเน้นผักผลไม้อยู่เมื่อสมัยก่อนชอบทานฝรั่งมาก เวลาอุจจาระออกมา เหนียวมาก ต้องเอาไม้ช่วยเขี่ยออก ฝรั่งกินมากท้องผูก และตอนนั้นตัวเองมีพยาธิด้วย รังเกียจพยาธิเลยไม่ค่อยอยากถ่าย อายคนเรื่องพยาธิ ส่วนผลไม้อื่น ๆ ไม่ค่อยได้ทาน สมัยก่อนผลไม้สุกที่ย่อยง่ายไม่ค่อยทาน และน้ำก็ไม่ค่อยดื่ม จะดื่มน้ำตอนกินข้าวเท่านั้น แต่ตอนนี้ดื่มน้ำสมุนไพรเป็นประจำเช่นใบย่านาง ใบเตย ถ้าไม่ทำเองก็ไปซื้อแต่ไม่ให้ใส่น้ำตาล ไม่ชอบดื่มน้ำอัดลม ชา กาแฟ จะไม่กินอาหารรสจัด เนื้อสัตว์ก็ไม่ค่อยได้รับประทานแต่จะคงมีปลา กุ้ง บ้างนิด ๆ หน่อย ๆ และเป็นคนรับประทานอาหารเร็ว เคี้ยวข้าวไม่ละเอียด จะรีบกลืนอาหาร ซึ่งพยายามจะเคี้ยวให้ช้าลง” ด้านพัฒนาสัมพันธภาพระหว่างบุคล “ช่วงที่ไม่สบายเป็นโรคเกิดวิกฤติใหญ่ ลูกสาวท้องได้ 5 เดือนไม่รู้จักว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใครเหมือนโดนหลอก โดนยา ลูกไม่กล้าบอกแม่ เพราะเห็นแม่ไม่สบาย ได้ถามลูกว่าเอาสามีไหม ถ้าไม่เราจะเลี้ยงหลานเอง ตอนนี้หลานอายุ 2 ขวบแล้ว ในตอนนั้นทั้งลูกและสามีเสียใจร้องไห้ เราเห็นคนอื่นเซแล้วเราจะเซอีกคนก็จบกัน จะปล่อยเป็นอย่างนี้ไม่ได้ ปัญหาเกิดมาแล้วก็ให้ผ่านไป เชื่อว่าเป็นกรรมที่มาทดสอบจิตใจ คิดดูคนจากสระบุรีเดินทางมาถึงที่นี่มาทำร้าย ดีจะได้หมดทุกข์ไปพร้อม ๆ กัน รับกรรมไปแล้วและก็อโหสิกรรมให้ ไม่ต้องมารับผิดชอบอะไร ทำใจให้เป็นสุขได้ ปกติชอบสวดมนต์ประจำ และตนเองเป็นคนเปิดเผย มีปัญหาส่วนตัวก็จะเล่าอย่างเรื่องลูกสาวจะบอกความจริง ตอนนี้ ลูกสาวเรียนจบ เพื่อนก็ให้กำลังใจ ลูกเราเป็นคนคิดดีไม่เคยคิดเอาลูกออก เราเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น อะไรที่เกิดขึ้นต้องยอมรับจะปฏิเสธไม่จริงไม่ได้ จะไม่อาย จะมีเพื่อนส่งยาดี ๆ มาให้ หรือโทรถามอาการอยู่ประจำ ตอนไปปฏิบัติธรรมบางคนไม่รู้เลยว่าเราป่วย แต่ถ้ารู้ว่าป่วยก็จะช่วยเหลืออย่างดี” ด้านการพัฒนาทางด้านปัญญา “ไม่คิดว่าเป็นปมด้อยแต่อย่างใด พอใจในสิ่งที่ตนมี ยอมรับความจริง ตัวเองปฏิบัติธรรมทำให้สบายใจ เป็นสุข เชื่อพระพุทธเจ ้า ทำดีจะทำให้ทุกข์ลดน้อยลง” ด้านการจัดการกับความเครียด “ปกติเป็นคนเรียบง่าย ใจดี มีหลานตัวเล็กลูกของลูกสาว น่ารักไม่ดื้อ อยู่บ้านเลี้ยงหลานไป ทำกับข้าวไป สามีก็ไปทำงานนอกบ้าน อยู่กันสบาย ๆ ไม่มีอะไรให้กังวล ตัวเองเป็นคนยอมรับความจริงเสมอ และปกติชอบสวดมนต์ ฟังธรรม” พึงพอใจในชีวิตที่เป็นอยู่ “เราทำใจได้ เพราะได้ปฏิบัติธรรมไปด้วย ช่วงแรกจะอยู่บ้านแม่ เวลาไปวัดก็จะไปกับเขา แต่ช่วงหลัง มีอาการชาที่เท้าก็จะไปน้อยลง ซึ่งตนเองทำใจได้ ยอม รับความจริง จะเป็นอะไรก็เป็นไป” (คุณป. 2557 : พฤศจิกายน 11) ผู้ให้ข้อมูลหลักในการดูแลสุขภาพตนเองด้วยจิตวิญญาณที่ผาสุก ภาพที่ 13 ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ให้ข้อมูลรายที่ 2 ที่มา (หมายขวัญพุทธ สุขโสต , ภาพถ่าย. 2557, ตุลาคม 29) ข้อมูลส่วนตัว ผู้ให้ข้อมูลรายที่ 2 เป็นเพศหญิง อายุ 69 ปี 6 เดือน ไม่ได้แต่งงาน เป็นข้าราชการครูเกษียณ เคยเป็นมะเร็งที่ไต ได้ผ่าตัดแล้ว ปัจจุบันเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ระยะที่ 4 ได้ลุกลามไปที่กระดูก เชิงกราน ได้ทำการผ่าตัดลำไส้ใหญ่และมีทวารเทียมหน้าท้องเมื่อ 5 มกราคม พ.ศ. 2557 ทำ การคี โมครั้งแรกเมื่อ 15 พฤษภาคม ครั้งที่ 2 เมื่อ 5 มิถุนายน ครั้งที่ 3 เมื่อ 26 มิถุนายน ครั้งที่ 4 เมื่อ 17 กรกฎาคม ครั้งที่ 5 วันที่ 7 สิงหาคม ขอยกเลิกเนื่องจากเจ็บปวดทรมาน หลังหยุด ให้คี โม เมื่อ 29 ตุลาคม ไปตรวจวัดค่าเลือดลดลงเหลือ 2.41 (ค่าปกติ 0.00-5.00) ซึ่งหมอบอกว่าดีมาก ข้อมูลการเจ็บป่วย การรักษา “หลังจากได้ผ่าตัดมาอยู่บ้านญาติมีหลานช่วยดูแล ตอนนั้นยังรับประทานอาหารคือ ปลา และไข่อยู่นิดหน่อย ต่อมาไปอยู่ที่วัด เพื่อนแนะนำให้ไป ทำคี โม จึงไป ทำคี โมแต่การ ทำคี โมต้องกินเนื้อสัตว์มาก ๆ เพื่อจะได้มีแรง และต้องรับประทานไข่มาก ๆ ทำรับประทานทุกวันวันละ 4-8 ฟอง เพื่อจะได้สู้กับโรคได้ ทานจนเบื่อ ครั้งแรกที่ไป ให้คี โมจะได้รับประทานเป็นยาเม็ดไปด้วยใน 3 สัปดาห์แรก พอในสัปดาห์ที่ 4 หยุด แล้วมา ฉีดคี โมใหม่อีกพร้อมกับรับประทานยาเม็ดไปด้วยใน 3 สัปดาห์แรกพอสัปดาห์ที่ 4 หยุด ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนครั้งที่ 4 ไม่ไหว มันเจ็บปวดทรมาน คลื่นไส้อาเจียน เจ็บปาก ท้องเสีย นอนไม่ได้เลย ต้องให้เลือด อาบน้ำต้องมีคนช่วยอาบ มันอ่อนเพลียมาก ในครั้งที่ 5 จึงไปยกเลิก หมอยินยอมและนัด 2 เดือนมาตรวจเลือด เช็ค ผลค่าของเลือดดีทุกอย่าง จึงเลื่อนไปเป็น 3 เดือนมาดูผลเลือดทีหนึ่ง ครั้งหลังนี้ค่า CEA ดีมาก เท่ากับ 2.41 หลังจาก หยุดคี โม” ด้านความรับผิดชอบ การดูแลสุขภาพตนเอง “สามารถดูแลตนเองได้ จะทำความสะอาดตรงทวารเทียมแบบเบา ๆ มือ ค่อย ๆ เช็ด และจะเปลี่ยนถุงมาซักทุกวันแล้วเอามาผึ่งลมให้แห้ง วันละ 2 รอบ วันหนึ่งใช้ 2 ถุง ส่วนแป้นที่รองรับจะเปลี่ยนทุกสัปดาห์จะมีผู้อื่นช่วยจับให้ แป้นรองรับจะอยู่นานไม่ได้มันส

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน

word1.ปก.docx
19 พฤษภาคม 2565
wordภาคผนวก.docx
6 กันยายน 2564
word01 ปก พริ้วลมบุญ.docx
15 พฤศจิกายน 2563