00 Thesis-เสริมศรี-ชวานิสากุล-Final-250665.docx

โฟลเดอร์word
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์5.56 MB
วันที่แก้ไข15 กรกฎาคม 2565

เนื้อหาในไฟล์

ศึกษ า การประยุกต์ใช้ หลัก อริยสัจ ๔ ใน ชีวิตประจำวัน ตามแนวแพทย์วิถีธรรม A STUDY OF APPLICATION OF THE FOUR NOBLE TRUTH S IN DAILY LIFE OF THE BUDDHIST DHAMMA MEDICINE นางสาวเสริมศรี ชวานิสากุล ศึกษ า การประยุกต์ใช้ หลัก อริยสัจ ๔ ใน ชีวิตประจำวัน ตามแนวแพทย์วิถีธรรม นางสาวเสริมศรี ชวานิสากุล A Study of Application of t he Four Noble Truth s in Daily Life of t he Buddhist Dhamma Medicine M is s Se a msri Cha w anisakul บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อนุมัติให้นับวิทยานิพนธ์เรื่อง “ ศึกษาการประยุกต์ใช้หลักอริยสัจ ๔ ในชีวิตประจำวันตามแนวแพทย์วิถีธรรม ” เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา ตามหลักสูตรปริญญาพุทธ ศา สตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา ............ ......... ................................... (พระมหาสมบูรณ์ วุฑฺฒิกโร , รศ. ดร.) คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย คณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ ............ ......... ................................... ประธานกรรมการ ( ผศ. ดร.สมหวัง แก้วสุฟอง ) ............ ......... ................................... กรรมการ ( พ ระครูธรรมธรชัยวิชิต ชยา ภินนฺ โท , ผศ. ดร. ) ............ ......... ................................... กรรมการ ( รศ . ดร . เทพประวิณ จันทร์แรง ) ............ ......... ................................... กรรมการ ( พระครูสิริปริ ยัต ยา นุศา สก์, ดร. ) คณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์ รศ . ดร . เทพประวิณ จันทร์แรง ประธานกรรมการ พระครูสิริปริ ยัต ยา นุศา สก์, ดร. กรรมการ

อ่านต่อ

ชื่อวิทยานิพนธ์ : ศึกษาการประยุกต์ใช้หลักอริยสัจ ๔ ในชีวิตประจำวัน ตามแนวแพทย์วิถีธรรม ผู้วิจัย : นางสาวเสริมศรี ชวานิสากุล ปริญญา : พุทธ ศา สตรมหาบัณฑิต (พระพุทธศาสนา) คณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์ : รศ . ดร . เทพประวิณ จันทร์แรง, พ ธ. บ . ( ศาสนา ) , ศศ . บ . ( ไทยคดีศึกษา ), M.A. ( Buddhist Studies ), Ph.D. ( Pali and Buddhism ) : พระครูสิริปริ ยัต ยา นุศา สก์ , ดร. , ป.ธ. ๕ , พธ.บ. ( ศาสนา ), M.A. ( Buddhist Studies ), Ph.D. ( Buddhist Studies ) วันสำเร็จการศึกษา : ๒๒ มิถุนายน ๒๕๖๕ บทคัดย่อ งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ ๓ ประการ คือ ๑ ) เพื่อศึกษาหลักอริยสัจ ๔ ในพระพุทธศาสนา ๒ ) เพื่อศึกษา การประยุกต์ใช้ หลัก อริยสัจ ๔ ใน ชีวิตประจำวัน ตามแนวแพทย์วิถีธรรม ๓ ) เพื่อวิเคราะห์ การประยุกต์ใช้ หลัก อริยสัจ ๔ ใน ชีวิตประจำวัน ตามแนวแพทย์วิถีธรรม เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ แบบการวิจัยเอกสาร ร่วมกับการสัมภาษณ์เชิงลึก ผลการวิจัยพบว่า หลักอริยสัจ ๔ เป็น ความจริงอันประเสริฐ ซึ่ง ยังปุถุชนผู้ปฏิบัติตามมรรค ๘ ให้เป็นอริยะ มี ๔ ประการ ได้แก่ ( ๑ ) ทุกขอ ริย สัจ คือ อาการไม่สุขสมใจในอารมณ์ต่างๆ ( ๒ ) ทุกขสม ุท ยอ ริย สัจ คือ ความอยากที่ร่วมด้วยความกำหนัดยินดี ใน อารมณ์นั้น ( ๓ ) ทุกขนิ โรธ อริยสัจ คือ การละ ความอยากที่ร่วมด้วยความกำหนัดยินดี ใน อารมณ์นั้น ( ๔ ) ทุกขนิ โรธ คา มินี ปฏิปทาอริยสัจ คือ การปฏิบัติศีลด้วยปัญญาอย่างตั้งมั่น เพื่อละความกำหนัด ใน อารมณ์นั้น การประยุกต์ใช้หลักอริยสัจ ๔ ในชีวิตประจำวันของแพทย์วิถีธรรม มีแนวคิดว่าการเกิดเป็นทุกข์ ชีวิตที่ ไม่รู้ทางพ้นทุกข์ จึง ต้องทุกข์ไม่สิ้นสุด ผู้มีปัญญาจะรู้ว่า สิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิต คือ ความพ้นทุกข์ ซึ่งเหตุแห่งกองทุกข์ทั้งมวล ก็คือ ความอยากแบบยึดมั่นถือมั่น คนที่เข้าใจเรื่องของกรรมและวิบากกรรมอย่างแจ่มแจ้งได้จริงเท่านั้น จึงจะสามารถละ บรรเทา ทำให้หมดสิ้นไปซึ่งความอยากแบบยึดมั่นถือมั่นอันเป็นเหตุแห่งกองทุกข์ทั้งหมดทั้งมวลในชีวิตได้ โดยเริ่มจากการปฏิบัติศีลไปเป็นลำดับ การประยุกต์ใช้ หลัก อริยสัจ ๔ ใน ชีวิตประจำวัน ตามแนวแพทย์วิถีธรรม มีความสอดคล้องตามหลักอริยสัจ ๔ ในพระพุทธศาสนา เพราะมุ่งการดับทุกข์ที่ใจเป็นหลัก โดยการปฏิบัติศีลด้วยปัญญาอย่างตั้งมั่น จนกระทั่งละความอยากแบบยึดมั่นถือมั่นได้ ทำให้เกิดปัญญารู้ชัดว่าความอยากแบบยึดมั่นถือมั่นเป็นเหตุให้เกิดทุกข์ทั้งหมดทั้งมวลตัวจริง Thesis Title : A Study of Application of t he Four Noble Truth s in Daily Life of t he Buddhist Dhamma Medicine Researcher : M is s Se a msri Cha w anisakul Degree : Master of Arts ( Buddhist Studies ) Thesis Supervisory Committee : Assoc. Prof. Dr. Thepprawin Chanraeng , B.A. (Religions), B.A. (Thai Studies), M.A. (Buddhist Studies), Ph.D. ( Pali and Buddhism ) : Phrakrusiripariyatyanusath , Dr., Pali V., B.A. (Religions), M.A. (Buddhist Studies), Ph.D. (Buddhist Studies) Date of Graduation : June 22, 2022 A bstract The aims of this research were to study the Four Noble Truths in Buddhism, to examine how the Four Noble Truths are used in daily life according to Buddhist Dhamma Medicine, and to assess how the Four Noble Truths are applied in daily life according to Buddhist Dhamma Medicine. This is a qualitative study based on literature and in-depth interviews. According to the research, the Four Noble Truths in Buddhism are four things that ordinary people who practice the Noble Eightfold Path must understand: suffering or unsatisfactoriness , the cause of suffering or origin of suffering, the cessation of suffering or extinction of suffering, and the path leading to the cessation of suffering. According to Buddhist Dhamma Medicine, the Four Noble Truths should be used in daily life. There is a perception that birth is painful. If you don't know how to get out of pain in life, you'll have to endure indefinitely. The enlightened will see that the most valuable thing in life is suffering liberty. Clinging to want is the source of all sorrow in the world. Only those who have a thorough understanding of the subject of karma and karma will be able to eliminate, relieve, and eliminate the clinging desire that is the source of all of life's suffering. Starting with the orderly practice of precepts. The application of the Four Noble Truths in daily life by Buddhist Dhamma Medicine is congruent with the Four Noble Truths' ideas in Buddhism, because it focuses primarily on the mental cessation of suffering, by practicing the precepts with wisdom and concentration until you let go of your steadfast desire, causing wisdom to know clearly that the clinging desire is the actual cause of all suffering. กิตติกรรมประกาศ วิทยานิพนธ์เรื่อง “ ศึกษา การประยุกต์ใช้ หลัก อริยสัจ ๔ ใน ชีวิตประจำวัน ตามแนว แพทย์วิถีธรรม ” เล่มนี้ สำเร็จลุล่วงได้ด้วยความอนุเคราะห์จาก รศ . ดร . เทพประวิณ จันทร์แรง และ พระครูสิริปริ ยัต ยา นุศา สก์, ดร. ซึ่งเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาและคณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์ ผศ. ดร.สมหวัง แก้วสุฟอง และ พ ระครูธรรมธรชัยวิชิต ชยา ภินนฺ โท , ผศ. ดร. ซึ่งเป็นคณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ ที่ได้เมตตาให้กำลังใจ ให้คำปรึกษาชี้แนะแนวทางในการเรียนรู้ การดำเนินการวิจัย การตรวจสอบ และแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ ทำให้วิทยานิพนธ์มีเนื้อหาที่สมบูรณ์ และทำให้การศึกษาในครั้งนี้สำเร็จได้ด้วยดี ซึ่งผู้วิจัยขอกราบขอบพระคุณทุกท่านเป็นอย่างสูง ผู้วิจัยขอกราบนมัสการกราบขอบพระคุณด้วยความเคารพอย่างสูงยิ่งในความเมตตากรุณาจากพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ผู้เป็นนักบวชผู้นำทางจิตวิญญาณชาวชุมชนบุญนิยมอโศก ผู้ให้กำเนิดทางจิตวิญญาณแก่ผู้วิจัย คณะท่านสมณะ ผู้เป็นนักบวชชายชาวชุมชนบุญนิยมอโศก และ สิก ขมาตุ ผู้เป็นนักบวชหญิงชาวชุมชนบุญนิยมอโศก ที่เมตตาถ่ายทอดอบรมและแนะนำให้คำสอนพระพุทธศาสนาตามภูมิอันหาประมาณมิได้ เพื่อได้น้อมนำมาปฏิบัติ “ อริยมรรคมีองค์ ๘ ” อย่าง สัม มาท ิฏฐิ ขอกราบขอบพระคุณ ดร.ใจเพชร กล้าจน ผู้เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณชาวชุมชนเครือข่ายจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม สวนป่านาบุญ ผู้ให้กำเนิดทางจิตวิญญาณแก่ผู้วิจัย ให้มีจิตวิญญาณแห่งการพึ่งตน เสียสละ เมตตา เอื้อเฟื้อและแบ่งปัน เพื่อความผาสุกของมวลมนุษยชาติอันแท้จริง พร้อมทั้งให้คำแนะนำปรึกษาชี้แนะแนวทางในการพัฒนา สัม มาท ิฏฐิ ตามหลัก “ อริยสัจ ๔ ” อย่างถูกตรง ขอกราบขอบพระคุณ ญาติธรรมชาวชุมชนบุญนิยมอโศก จิตอาสาแพทย์วิถีธรรม และท่านผู้ร่วมเป็นผู้ให้ข้อมูลหลักด้วยการตอบแบบสอบสัมภาษณ์ทุกท่าน ที่ได้สละเวลาให้สัมภาษณ์เชิงลึกในการเก็บรวบรวมข้อมูลสำหรับการศึกษา การประยุกต์ใช้หลักอริยสัจ ๔ ในชีวิตประจำวันตามแนว แพทย์วิถีธรรมครั้งนี้กระทั่งสำเร็จได้ด้วยดี อันจะเป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติสืบไป ขอกราบขอบพระคุณ ผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือเก็บข้อมูลวิจัยทั้ง ๓ ท่าน คือ รศ. ดร.ปรุตม์ บุญศรีตัน ผศ. ดร.สยาม ราชวัตร และ ดร. พิสิฏฐ์ โคตรสุโพธิ์ ที่ อนุเคราะห์ ในการให้ข้อมูล ให้คำปรึกษา และชี้แนะแนวทางการสร้างเครื่องมือเก็บข้อมูลในการทำงานวิจัยครั้งนี้กระทั่งสำเร็จได้ด้วยดี ขอขอบพระคุณ เพื่อนนิสิตระดับปริญญาโท สาขาพระพุทธศาสนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ทุกท่าน ที่มีส่วนร่วมในการสนับสนุนการศึกษาและการลงพื้นที่ภาคสนามเพื่อเก็บข้อมูลสำหรับทำงานวิจัย กระทั่งทำให้การทำงานวิจัยนี้ประสบผลสำเร็จลุล่วงด้วยดี ท้ายที่สุดนี้ขอกราบขอบพระคุณ สมาชิกในครอบครัวผู้อยู่เบื้องหลัง ที่ส่งเสริม สนับสนุน ให้กำลังใจ ดูแลกันตลอดมา กระทั่งทำให้การทำงานวิจัยนี้สำเร็จลุล่วงด้วยดี รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องกับความสำเร็จของการทำงานวิจัยนี้ที่ไม่ได้กล่าวนาม โดยผู้วิจัยขอกราบขอบพระคุณทุกท่านไว้ ณ โอกาสนี้ ซึ่งคุณค่าและประโยชน์อันพึงมีจากวิทยานิพนธ์นี้ ผู้วิจัยขอมอบแด่ผู้ที่สนใจทุกท่าน เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาคุณธรรมภายในจิตวิญญาณของตนเอง ครอบครัว ชุมชน และสังคมโลก ให้เจริญงอกงามยิ่งๆ ขึ้นไปเป็นลำดับ นางสาว เสริมศรี ชวานิสากุล ๒๒ มิถุนายน ๒๕๖๕ สารบัญ เรื่อง หน้า บทคัดย่อ ภาษาไทย ก บทคัดย่อ ภาษาอ ั งกฤษ ข TOC \o " 1-4" \t " 8.ชื่อบท , 1 , ชื่อบท18 , 2 , ชื่อบท16 , 2" กิตติกรรมประกาศ PAGEREF _Toc107071388 \h ง สารบัญ PAGEREF _Toc107071389 \h ฉ คำอธิบายสัญลักษณ์และคำย่อ PAGEREF _Toc107071390 \h ฌ บทที่ ๑ บทนำ PAGEREF _Toc107071392 \h ๑ ๑.๑ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา PAGEREF _Toc107071393 \h ๑ ๑.๒ คำถามวิจัย PAGEREF _Toc107071394 \h ๕ ๑.๓ วัตถุประสงค์ของการวิจัย PAGEREF _Toc107071395 \h ๕ ๑.๔ ขอบเขตการวิจัย PAGEREF _Toc107071396 \h ๕ ๑.๕ นิยามศัพท์เฉพาะที่ใช้ในการวิจัย PAGEREF _Toc107071397 \h ๖ ๑.๖ ทบทวนเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง PAGEREF _Toc107071398 \h ๗ ๑.๗ วิธีดำเนินการวิจัย PAGEREF _Toc107071399 \h ๒๒ ๑.๘ ประโยชน์ที่ได้รับจากการวิจัย PAGEREF _Toc107071400 \h ๒๔ บทที่ ๒ หลักอริยสัจ ๔ ในพระพุทธศาสนา PAGEREF _Toc107071402 \h ๒๕ ๒.๑ ความหมายของหลักอริยสัจ ๔ PAGEREF _Toc107071403 \h ๒๕ ๒.๑.๑ ความหมายของทุกขอริยสัจ PAGEREF _Toc107071404 \h ๒๕ ๒.๑.๒ ความหมายของทุกขสมุทยอริยสัจ PAGEREF _Toc107071405 \h ๒๗ ๒.๑.๓ ความหมายของทุกขนิโรธอริยสัจ PAGEREF _Toc107071406 \h ๓๐ ๒.๑.๔ ความหมายของทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ PAGEREF _Toc107071407 \h ๓๒ ๒.๒ ความสำคัญของหลักอริยสัจ ๔ PAGEREF _Toc107071408 \h ๓๔ ๒.๓ วิธีการปฏิบัติตามหลักอริยสัจ ๔ PAGEREF _Toc107071409 \h ๓๗ ๒.๓.๑ การกำหนดรู้ทุกขอริยสัจ PAGEREF _Toc107071410 \h ๓๘ ๒.๓.๒ การละทุกขสมุทยอริยสัจ PAGEREF _Toc107071411 \h ๓๙ ๒.๓.๓ การทำให้แจ้งทุกขนิโรธอริยสัจ PAGEREF _Toc107071412 \h ๔๑ ๒.๓.๔ การเจริญทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ PAGEREF _Toc107071413 \h ๔๓ ๒.๔ การประยุกต์ใช้หลักอริยสัจ ๔ ในพระพุทธศาสนา PAGEREF _Toc107071414 \h ๔๙ ๒.๔.๑ การประยุกต์ใช้หลักอริยสัจ ๔ กับผลด้านร่างกาย PAGEREF _Toc107071415 \h ๕๐ ๒.๔.๒ การประยุกต์ใช้หลักอริยสัจ ๔ กับผลด้านจิตใจ PAGEREF _Toc107071416 \h ๕๓ ๒.๔.๓ การประยุกต์ใช้หลักอริยสัจ ๔ กับผลด้านปัญญา PAGEREF _Toc107071417 \h ๕๘ ๒.๔.๔ การประยุกต์ใช้หลักอริยสัจ ๔ กับผลด้านสังคม PAGEREF _Toc107071418 \h ๖๐ ๒.๕ สรุปท้ายบท PAGEREF _Toc107071419 \h ๖๔ บทที่ ๓ การประยุกต์ใช้หลักอริยสัจ ๔ ในชีวิตประจำวันตามแนวแพทย์วิถีธรรม PAGEREF _Toc107071421 \h ๖๖ ๓.๑ บริบทของมูลนิธิแพทย์วิถีธรรม PAGEREF _Toc107071422 \h ๖๖ ๓.๑.๑ ประวัติการก่อตั้งมูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย PAGEREF _Toc107071423 \h ๖๗ ๓.๑.๒ ประวัติของ ดร.ใจเพชร กล้าจน PAGEREF _Toc107071424 \h ๖๙ ๓.๑.๓ คุณสมบัติของจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม PAGEREF _Toc107071425 \h ๘๒ ๓.๒ แนวคิดการประยุกต์ใช้หลักอริยสัจ ๔ ในชีวิตประจำวันของแพทย์วิถีธรรม PAGEREF _Toc107071426 \h ๘๖ ๓.๓ วิธีการใช้หลักอริยสัจ ๔ ในชีวิตประจำวันตามแนวแพทย์วิถีธรรม PAGEREF _Toc107071427 \h ๙๘ ๓.๓.๑ การกำหนดรู้ทุกข์อริยสัจ PAGEREF _Toc107071428 \h ๙๘ ๓.๓.๒ การละเหตุแห่งทุกข์อริยสัจ PAGEREF _Toc107071429 \h ๙๙ ๓.๓.๓ การทำให้แจ้งสภาพดับทุกข์อริยสัจ PAGEREF _Toc107071430 \h ๑๐๑ ๓.๓.๔ การเจริญวิธีปฏิบัติสู่การดับทุกข์อริยสัจ PAGEREF _Toc107071431 \h ๑๐๒ ๓.๔ การประยุกต์ใช้หลักอริยสัจ ๔ ในชีวิตประจำวันตามแนวแพทย์วิถีธรรม PAGEREF _Toc107071432 \h ๑๑๓ ๓.๔.๑ การประยุกต์ใช้หลักอริยสัจ ๔ กับผลด้านร่างกาย PAGEREF _Toc107071433 \h ๑๑๓ ๓.๔.๒ การประยุกต์ใช้หลักอริยสัจ ๔ กับผลด้านจิตใจ PAGEREF _Toc107071434 \h ๑๒๓ ๓.๔.๓ การประยุกต์ใช้หลักอริยสัจ ๔ กับผลด้านปัญญา PAGEREF _Toc107071435 \h ๑๓๑ ๓.๔.๔ การประยุกต์ใช้หลักอริยสัจ ๔ กับผลด้านสังคม PAGEREF _Toc107071436 \h ๑๓๖ ๓.๕ สรุปท้ายบท PAGEREF _Toc107071437 \h ๑๔๔ บทที่ ๔ วิเคราะห์การประยุกต์ใช้หลักอริยสัจ ๔ ในชีวิตประจำวัน ตามแนวแพทย์วิถีธรรม PAGEREF _Toc107071439 \h ๑๔๗ ๔.๑ วิเคราะห์แนวคิดการประยุกต์ใช้หลักอริยสัจ ๔ ในชีวิตประจำวัน PAGEREF _Toc107071440 \h ๑๔๗ ๔.๒ วิเคราะห์วิธีการใช้หลักอริยสัจ ๔ ในชีวิตประจำวัน PAGEREF _Toc107071441 \h ๑๕๐ ๔.๒.๑ การกำหนดรู้ทุกขอริยสัจ PAGEREF _Toc107071442 \h ๑๕๐ ๔.๒.๒ การละทุกขสมุทยอริยสัจ PAGEREF _Toc107071443 \h ๑๕๑ ๔.๒.๓ การทำให้แจ้งทุกขนิโรธอริยสัจ PAGEREF _Toc107071444 \h ๑๕๒ ๔.๒.๔ การเจริญทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ PAGEREF _Toc107071445 \h ๑๕๓ ๔.๓ วิเคราะห์การประยุกต์ใช้หลักอริยสัจ ๔ ในชีวิตประจำวัน PAGEREF _Toc107071446 \h ๑๕๔ ๔.๔ สรุปท้ายบท PAGEREF _Toc107071447 \h ๑๕๗ บทที่ ๕ สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ PAGEREF _Toc107071449 \h ๑๖๔ ๕.๑ สรุปผลการวิจัย PAGEREF _Toc107071450 \h ๑๖๔ ๕.๒ อภิปรายผลการวิจัย PAGEREF _Toc107071451 \h ๑๗๐ ๕.๓ ข้อเสนอแนะ PAGEREF _Toc107071452 \h ๑๗๒ บรรณานุกรม PAGEREF _Toc107071453 \h ๑๗๔ ภาคผนวก PAGEREF _Toc107071454 \h ๑๘๑ ภาคผนวก ก หนังสือขอเชิญเป็นผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบเครื่องมือวิจัย PAGEREF _Toc107071456 \h ๑๘๒ ภาคผนวก ข แบบสัมภาษณ์เพื่อการวิจัย PAGEREF _Toc107071458 \h ๑๘๖ ภาคผนวก ค หนังสือขออนุญาตสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ PAGEREF _Toc107071460 \h ๑๘๙ ภาคผนวก ง ภาพถ่ายการเก็บข้อมูลภาคสนาม PAGEREF _Toc107071462 \h ๑๙๐ ประวัติผู้วิจัย PAGEREF _Toc107071463 \h ๑๙๑ คำอธิบายสัญลักษณ์และคำย่อ อักษรย่อในวิทยานิพนธ์ฉบับนี้ ผู้วิจัยได้ใช้อ้างอิงข้อมูลจากคัมภีร์พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ . ศ . ๒๕๓๙ ในการอ้างอิง โดยระบุ เล่ม/ข้อ/หน้า หลังคำย่อชื่อคัมภีร์ เช่น ที.สี. (ไทย) ๙/๓/๓๖ หมายถึง สุตฺตน ฺต ปิฎกทีฆนิกาย สีลกฺขน ฺธวคฺค ปาลิ พระไตรปิฎกภาษาไทย เล่มที่ ๙ ข้อที่ ๓ หน้าที่ ๓๖ เป็นต้น ก . คำย่อชื่อคัมภีร์พระไตรปิฎก พระวินัยปิฎก คำย่อ ชื่อคัมภีร์ ภาษา วิ.ม. (ไทย) = วินัยปิฎก มหาวรรค (ภาษาไทย) พระ สุตตันต ปิฎก คำย่อ ชื่อคัมภีร์ ภาษา ที.สี. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค (ภาษาไทย) ที.ม. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค (ภาษาไทย) ที.ปา. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย ปา ฏิก วรรค (ภาษาไทย) ม.มู. (ไทย) = สุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ (ภาษาไทย) ม.ม. (ไทย) = สุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ (ภาษาไทย) ม.อุ. (ไทย) = สุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ (ภาษาไทย) สํ .ส. (ไทย) = สุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค (ภาษาไทย) สํ .นิ. (ไทย) = สุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค (ภาษาไทย) สํ .ข. (ไทย) = สุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค (ภาษาไทย) สํ . สฬา . (ไทย) = สุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬาย ตนวรรค (ภาษาไทย) สํ .ม. (ไทย) = สุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค (ภาษาไทย) องฺ.ติก. (ไทย) = สุตตันตปิฎก อังคุต ตร นิกาย ติกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ. จตุกฺ ก.(ไทย) = สุตตันตปิฎก อังคุต ตร นิกาย จตุกกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ. ปญฺ จก.(ไทย) = สุตตันตปิฎก อังคุต ตร นิกาย ปัญจกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ.ทสก. (ไทย) = สุตตันตปิฎก อังคุต ตร นิกาย ทสกนิบาต (ภาษาไทย) ขุ . ขุ . (ไทย) = สุตตันตปิฎก ขุ ททกนิกาย ขุ ททกปาฐะ (ภาษาไทย) ขุ .ธ. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ขุ ททกนิกาย ธรรมบท (ภาษาไทย) ขุ .อุ. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ขุ ททกนิกาย อุทาน (ภาษาไทย) ขุ .ชา.ทุก. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ขุ ททกนิกาย ทุกกนิบาตชาดก (ภาษาไทย) ขุ .จู. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ขุ ททกนิกาย จูฬ นิทเทส (ภาษาไทย) ขุ .ป. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ขุ ททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค (ภาษาไทย) พระอภิธรรมปิฎก คำย่อ ชื่อคัมภีร์ ภาษา อภิ.วิ. (ไทย) = อภิธรรมปิฎก วิภังค์ (ภาษาไทย) อภิ.ก. (ไทย) = อภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ (ภาษาไทย) บทที่ ๑ บทนำ ๑.๑ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา พระ สัม มาส ัม พุทธเจ้าทรงตรัสรู้พุทธวิธีดับกองทุกข์ทั้งมวลแห่งมนุษยชาติได้ ทรงเปิดเผยพระปัญญาญาณที่เป็นองค์ความรู้และวิธีการปฏิบัติสู่ความพ้นทุกข์มายาวนานกว่า ๒,๕๐๐ ปีแล้ว และทรงยืนยันหนักแน่นว่า คำสอนของพระองค์นั้นเชื้อเชิญให้มาพิสูจน์กันได้ (เอหิ ปัส สิโก) เป็นจริงตลอดกาล (อกาลิโก) ดังที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า “ เพราะไม่เห็นอริยสัจ ๔ ตามเป็นจริง เราและพวกเธอจึงต้องท่องเที่ยวไปในชาตินั้น ๆ ตลอดเวลานาน แต่เพราะได้เห็นอริยสัจ ๔ เราและพวกเธอจึงถอนตัณหาที่จะนำไปเกิดได้ ตัดรากแห่งทุกข์ได้เด็ดขาด บัดนี้จึงไม่มีการเกิดอีกต่อไป ” นี้คือคำ ตรัสยืนยัน แห่งพระพุทธเจ้าว่าหากส าวก ใด ปฏิบัติตามได้ก็จะสามารถบรรลุ สู่ นิพพาน “ มนุษย์รักสุขเกลียดทุกข์ ” มนุษย์อยากได้ความสุขตามที่โลกบอกว่าชีวิตจะมีความสุขได้ต้องมีองค์ประกอบที่ครบพร้อม เริ่มจากเรียนให้เก่งๆ สูงๆ จะได้มีความรู้มากกว่าพ่อแม่ที่ไม่มีความรู้อะไร ได้แต่ปลูกข้าวปลูกผักทำมาหากินไปวันๆ จะได้ทำงานดีๆ ไม่ต้องมาลำบากเหมือนพ่อแม่ ได้เงินเยอะๆ เพื่อจะได้ซื้อบ้านหลังใหญ่ๆ ซื้อรถคันแพงๆ ซื้อของกินของใช้แพงๆ เมื่อป่วยก็จะได้ไปรักษาในโรงพยาบาลที่แพงๆ เพราะเชื่อกันว่าของแพงๆ ต้องเป็นของที่ดีมีคุณภาพ แน่ๆ แล้วสังคมไปให้ค่าว่าต้องมีสิ่งแพงๆ เหล่านี้เป็นการแสดงออกถึงการมีเกียรติยศ ชื่อเสียง ศักดิ์ศรีและความสุข เมื่อมีสิ่งเหล่านี้แล้วชีวิตต้องมีครอบครัว โดยต้องหาคนที่มีทุกอย่างที่เท่าเทียมกันหรือมีมากกว่า ให้เหมาะสมกันมาแต่งงานเพราะเชื่อว่าจะได้มาเสริมบารมีให้แก่กันและกัน จะได้ช่วยกันทำมาหากินให้มีทรัพย์สินมรดกเพิ่มพูนมากขึ้นๆ นับเท่าทวีคูณ ต่อจากนั้นต้องมีทายาทเพื่อให้มาสืบสกุล สืบทอดกิจการให้ธุรกิจมั่นคงมั่งคั่งเจริญรุ่งเรืองสืบไป ดังที่ นายแพทย์จำลอง ดิษย วณิช ได้กล่าวไว้ในวงจรของความสุขและความทุกข์ว่า “ ความสุข คือสิ่งที่ทุกชีวิตปรารถนา ทุกชีวิตต่างดิ้นรนไขว่คว้าพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะตอบสนองความต้องการ หวังจะให้ได้มาซึ่งความสุขให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ในความเป็นจริงสิ่งที่ ทุกชีวิตต้องได้เจอ คือ สุขๆ ทุกข์ๆ เป็นธรรมดา เดี๋ยวก็ดีเดี๋ยวก็ร้ายหมุนเวียนสลับไปมาอยู่อย่างนี้ไม่มีสิ้นสุด เปรียบเหมือนเหรียญสองด้าน คือเมื่อเราอยากได้ความสุขเราก็จะต้องเจอความทุกข์ก่อน คือทุกข์จากการอยากได้ความสุข ฉะนั้นเมื่อพิจารณาดูให้ดีจะเห็นว่า ความสุขและความทุกข์เป็นของคู่กัน และไม่อาจแยกออกจากกันได้โดยสิ้นเชิง มีลักษณะที่เหมือนกันอย่างหนึ่งของความสุขและความทุกข์คือ การเกิดขึ้น การตั้งอยู่ และการเกิดดับไป หรืออาจจะเรียกสั้นๆ ว่า การเกิดและการดับ ถ้ามองในทรรศนะของการเกิดและการดับแล้ว ทั้งความสุขและความทุกข์จึงมีสภาพเหมือนกัน หรืออีกนัยหนึ่งคือความสุขก็คือความทุกข์ในลักษณะหนึ่ง ได้แก่ การเกิดและการดับติดต่อกันอยู่อย่างไม่ขาดสายแล้ว ความสุขยังมีการแปรเปลี่ยนไปเป็นความทุกข์เมื่อไรก็ได้ เมื่อทุกชีวิตต่างอยากได้ในสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมด จึงเกิดการแก่งแย่ง แข่งขันกันที่ถูกขับเคลื่อน ถูกมอมเมาจากกิเลสด้วยความโลภ ความโกรธ ความหลง โลภอยากได้ทุกอย่างที่จะเป็นประโยชน์ต่อตนเองมามากๆ อยากให้สิ่งเหล่านี้อยู่กับตนเองตลอดไป ถ้าไม่ได้ในสิ่งที่ตนเองต้องการจะเกิดความโกรธ เกลียด ชิงชังต่อตนเองและผู้อื่นที่ขัดขวางไม่ให้ตนเองได้ในสิ่งที่ตนอยากได้ ในที่สุดจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาซึ่งลาภ ยศ สรรเสริญ เพราะหลงเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้คือความสุข โดยไม่คำนึงถึงความถูกหรือผิดจารีตสังคม กฎหมายบ้านเมือง จรรยาบรรณและศีลธรรม เมื่อทำผิดศีลจึงเป็นเหตุแห่งโรค โชคร้ายและทำให้เกิดทุกข์ทั้งปวง ในโลกแห่งความจริง ทุกชีวิตไม่สามารถได้รับในสิ่งที่ตนเองอยากได้เหมือนกัน เท่ากันหมด ดังนั้นต้องมีผู้ที่ไม่ได้ในสิ่งที่ตนคาดหวังจึงเกิดความเครียด ความทุกข์ น้อยเนื้อต่ำใจในชะตาชีวิต ว่าทำไมเราไม่ได้ ไม่ได้มี ไม่ได้เป็นอย่างคนอื่นเขา ซึ่งคนมักจะคิดตามกิเลสเปรียบเทียบสิ่งที่ตนด้อย ตนขาด ตนพร่องกับคนที่ดีกว่า มีแต่ความคิดที่ทำให้ตัวเองเกิดแต่ความกลัว กังวล ระแวง หวั่นไหว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันที่ยิ่งเข้าใกล้กลียุค ศีลธรรมของคนจึงเสื่อม ต่ำลง ทุกทีๆ จึงเกิดแต่เรื่องวุ่นวายและความเดือดเนื้อร้อนใจกับปัญหานานัปการในสังคม ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่ปัญหาการลักขโมย การประกอบอาชญากรรม การทำร้ายตนเอง การติดสารเสพติด การฉ้อรา ษฏร์ บังหลวง การขายบริการทางเพศในเด็กวัยรุ่น นักเรียน นักศึกษา การข่มขืน การกระทำชำเราเด็กและผู้สูงอายุ และที่เลวร้ายอย่างแทบจะไม่น่าเชื่อว่าเราอยู่ในเมืองพุทธ คือผู้กระทำการข่มขืน กระทำชำเราคือครูบาอาจารย์หรือญาติ หรือพ่อของเด็กเอง หรือญาติของผู้สูงอายุท่านนั้นเอง นอกจากความเครียด วิตก กังวล กลัว จากการต้องติดเชื้อและเสียชีวิตจากเชื้อโรคดังกล่าว ในยุคปัจจุบันที่เกิดวิกฤติสิ่งแวดล้อมได้เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติมากมาย ไม่ว่าจะเป็นภูเขาไฟระเบิดในยุโรป เกิดธอร์นาโดจำนวนมากในอเมริกา แผ่นดินไหว น้ำท่วม ดินโคลนถล่ม ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถกำหนดได้ จึงเป็นตัวการที่จะก่อให้เกิดความกลัว กังวล ระแวง หวั่นไหว ซึ่งเป็นทุกขอ ริย สัจที่เกิดขึ้นในจิตวิญญาณ ดังที่ ดร.ใจเพชร กล้าจน (หมอเขียว) กล่าวไว้ในหนังสือไขรหัสลับสุดขอบฟ้า ๑ การผ่าตัดกิเลสเหตุแห่งโรคทุกข์ทั้งปวง ว่าเมื่อหลงติดสุ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน

word1.ปก.docx
19 พฤษภาคม 2565
wordภาคผนวก.docx
6 กันยายน 2564
word01 ปก พริ้วลมบุญ.docx
15 พฤศจิกายน 2563
wordบทที่ 5 ฟ้าปลื้ม.docx
15 กุมภาพันธ์ 2563