000 Thesis-สันทนา-ประวงศ์-Final-250665.docx

โฟลเดอร์word
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์29 MB
วันที่แก้ไข4 สิงหาคม 2565

เนื้อหาในไฟล์

พุทธวิธีการดับทุกข์ด้วยบททบทวนธรรม ของ ดร.ใจเพชร กล้าจน buddhist method to release suffe r ing by using dhamma review of dr. jaiphet klajon นางสาว สันทนา ประวงศ์ พุทธวิธีการดับทุกข์ด้วยบททบทวนธรรม ของ ดร.ใจเพชร กล้าจน นางสาว สันทนา ประวงศ์ Buddhist Method to Release Suffe r ing by Using Dhamma Review of Dr. Jaiphet Klajon M is s Santana Prawong บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อนุมัติให้นับวิทยานิพนธ์เรื่อง “ พุทธวิธีการดับทุกข์ด้วยบททบทวนธรรมของ ดร.ใจเพชร กล้าจน ” เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา ตามหลักสูตรปริญญาพุทธ ศา สตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา ............ ......... ................................... (พระมหาสมบูรณ์ วุฑฺฒิกโร , รศ. ดร.) คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย คณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ ............ ......... ................................... ประธานกรรมการ (ผศ. ดร.สยาม ราชวัตร ) ............ ......... ................................... กรรมการ ( รศ . ดร . เทพประวิณ จันทร์แรง ) ............ ......... ................................... กรรมการ ( พ ระครูธรรมธรชัยวิชิต ชยา ภินนฺ โท , ผศ. ดร. ) ............ ......... ................................... กรรมการ (ดร. วิโรจน์ วิชัย ) คณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์ พ ระครูธรรมธรชัยวิชิต ชยา ภินนฺ โท , ผศ. ดร. ประธานกรรมการ ดร. วิโรจน์ วิชัย กรรมการ ชื่อวิทยานิพนธ์ : พุทธวิธีการดับทุกข์ด้วยบททบทวนธรรม ของ ดร.ใจเพชร กล้าจน ผู้วิจัย : นางสาว สันทนา ประว

อ่านต่อ

งศ์ ปริญญา : พุทธ ศา สตรมหาบัณฑิต (พระพุทธศาสนา) คณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์ : พระครูธรรมธรชัยวิชิต ชยา ภินนฺ โท , ผศ. ดร., ป.ธ. ๔ , พธ.บ. ( พุทธจิตวิทยา ), พธ . ม . ( พระพุทธศาสนา ), พธ.ด . (พระพุทธศาสนา) : ดร. วิโรจน์ วิชัย , ป.ธ. ๓ , พธ.บ. ( ปรัชญา ), พธ.ม. ( พระพุทธศาสนา ), พธ.ด. ( พระพุทธศาสนา ) วันสำเร็จการศึกษา : ๒ ๒ มิถุนายน ๒๕๖๕ บทคัดย่อ งานวิจัย นี้ มีวัตถุประสงค์ ๓ ประการ คือ ๑) เพื่อศึกษา การดับทุกข์ด้วยทบทวนธรรมในพระพุทธศาสนา ๒) เพื่อศึกษาการดับทุกข์ด้วยบททบทวนธรรมของ ดร.ใจเพชร กล้าจน ๓) เพื่อวิเคราะห์ การดับทุกข์ด้วยบททบทวนธรรมของ ดร.ใจเพชร กล้าจน เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ แบบการวิจัยเอกสาร ร่วมกับการสัมภาษณ์เชิงลึก และสังเกตแบบมีส่วนร่วม พบว่า การดับทุกข์ด้วยบททบทวนธรรมในพระพุทธศาสนา เป็นการพิจารณาเนื้อหาของความจริงแท้ในเรื่องหนึ่งๆ อย่างซ้ำๆ โดยใช้วิธีปฏิบัติตามหลักเหตุแห่งวิมุตติ ๕ คือ การฟังธรรม สนทนาธรรม ทบทวนธรรม การตรึกตรองใคร่ครวญตามด้วยใจซึ่งธรรม และสมาธินิมิต พร้อมกับการสลายความโลภ โกรธ หลงไปเป็นลำดับตามหลักปหาน ๕ เพื่อความดับแห่งทุกข์ใจอย่างยั่งยืน การดับทุกข์ด้วยบททบทวนธรรมของ ดร.ใจเพชร กล้าจน เป็นการกลั่นเนื้อหาธรรมจากพระไตรปิฎกมาแปลเป็นภาษาที่เข้าใจง่าย มีทั้งหมด ๑๖๕ ข้อ ในเนื้อหาเป็นการปรับความเห็นผิดให้เป็นความเห็นถูก โดยใช้วิธีปฏิบัติ ๕ อย่าง คือ การฟังเสียงอ่านบททบทวนธรรมและการฟังธรรม การสนทนาธรรม การท่องจำบททบทวนธรรม การพิจารณาใคร่ครวญธรรม และการปฏิบัติศีลด้วยปัญญาอย่างตั้งมั่น พร้อมกับการสลายความอยากแบบยึดมั่นถือมั่นไปเป็นลำดับ เพื่อดับทุกข์ใจอย่างยั่งยืน ผล คือ สามารถดับทุกข์ใจได้ในปัจจุบันขณะ พร้อมทั้งเกิดผลดี ใน ด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และปัญญาแก้ปัญหาตามมา การดับทุกข์ด้วยบททบทวนธรรมของ ดร.ใจเพชร กล้าจน มีความสอดคล้องตามหลักเหตุแห่งวิมุติ ๕ และปหาน ๕ ในพระพุทธศาสนา เพราะ มุ่งที่การดับทุกข์ใจเป็นหลัก โดย เน้นการ สร้าง ปัญญาที่เข้าใจเรื่องกรรมอย่างแจ่มแจ้ง เพื่อปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่น ด้วยการปฏิบัติ เหตุแห่งวิมุตติ ๕ ให้มาก จนกระทั่งสามารถดับทุกข์ใจจากเรื่องใดเรื่องหนึ่งไปเป็นลำดับได้ ใน ปัจจุบันขณะ Thesis Title : Buddhist Method t o Release Suffe r ing b y Using Dhamma Revie w of Dr. Jaiphet Klajo n Researcher : M is s Santana Prawong Degree : Master of Arts ( Buddhist Studies ) Thesis Supervisory Committee : Phrakhrudhammathorn Chaiwichit Jay ā bhinando , Asst. Prof. Dr. , Pali IV, B.A. (Buddhist Psychology), M.A. (Buddhist Studies), Ph.D. (Buddhist Studies) : Dr. Virot Vichai , Pali III, B.A. ( Philosophy ) , M.A. ( Buddhist Studies ) , Ph.D. ( Buddhist Studies ) Date of Graduation : June 2 2 , 2022 A bstract This research contains three objectives: 1) to study the cessation of suffering using Buddhist Dha m ma R eview, 2) to investigate the cessation of suffering utilizing Dr.Jaiphet Klajon's Dha m ma R eview and 3) t o examine the end of suffering utilizing Dr.Jaiphet Klajon's Dha m ma R eview. This is a qualitative study that includes a review of the literature, in-depth interviews, and participant observation. The findings revealed that the 5 Causes of Deliverance, which are: listening to the Dha m ma, Dha m ma teaching or discussion, Dharma recitation or Dha m ma R eview, contemplation of the Dharma, and the mind is set correctly, along with the removal of greed, anger, and delusion in order, according to the 5 Abandonment of Defilements for Buddhism, are repeated consideration of the content of the truths in a subject, using the 5 Causes of Deliverance . The cessation of suffering utilizing Dr.Jaiphet Klajon's Dha m ma R eview involves condensing the Dha m ma information from the T i ipitaka into a language that is easy to grasp and follow. There are a total of 165 items, the content of which is to change the wrong view to the right view, using 5 practices: listening to the Dha m ma R eview and listening to the Dharma, Dharma discussion, memorizing the Dha m ma R eview, contemplating the Dhamma, and practicing the precepts with wisdom and concentration , in order to quench suffering sustainably. Following the Dha m ma R eview results in the ability to alleviate suffering in the present now while also achieving favora ble outcomes in the physical, mental, social, and intellectual realms. The concepts of the 5 Causes of Deliverance and the 5 Abandonment of Defilements in Theravada Buddhism are congruent with the cessation of suffering utilizing Dr.Jaiphet Klajon's Dha m ma R eview , because it primarily focuses on the mental cessation of suffering, by focusing on developing wisdom that clearly understands kamma to let go of the commitment, with much more practice of the 5 Causes of Deliverance until being able to quench the mental suffering from any one matter in order in the present moment. กิตติกรรมประกาศ วิทยานิพนธ์เรื่อง “ พุทธวิธีการดับทุกข์ดัวยบททบทวนธรรมของ ดร.ใจเพชร กล้าจน ” ฉบับนี้ สำเร็จสมบูรณ์ได้ด้วยความอนุเคราะห์ของ พระครู ธรรมธรชัยวิชิต ชยา ภินนฺ โท , ผศ. ดร. และ อาจารย์ ดร.วิโรจน์ วิชัย คณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์ที่ได้ให้คำแนะนําและแก้ไขข้อบกพร่องมาโดยตลอด ตั้งแต่เริ่มต้นจนสำเร็จเรียบร้อย ผู้วิจัยขอกราบขอบพระคุณด้วยความเคารพอย่างสูง ขอกราบขอบพระคุณ ผศ. ดร.สยาม ราชวัตร และ รศ . ดร . เทพประวิณ จันทร์แรง ซึ่งเป็น ประธานคณะกรรมการการสอบและ กรรมการ ผู้ทรงคุณวุ ฒิ ตรวจสอบวิทยานิพนธ์ ที่ได้เมตตาให้กำลังใจ ให้คำปรึกษาชี้แนะแนวทางในการเรียนรู้ การดำเนินการวิจัย การตรวจสอบ และแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ ทำให้วิทยานิพนธ์มีเนื้อหาที่สมบูรณ์ และทำให้การศึกษาในครั้งนี้สำเร็จได้ด้วยดี ขอกราบขอบพระคุณ ผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือเก็บข้อมูลวิจัยทั้ง ๓ ท่าน คือ รศ. ดร.ปรุตม์ บุญศรีตัน ผศ. ดร.สยาม ราชวัตร และ ดร. พิสิฏฐ์ โคตรสุโพธิ์ ที่ อนุเคราะห์ ในการให้ข้อมูล ให้คำปรึกษา และชี้แนะแนวทางการสร้างเครื่องมือเก็บข้อมูลในการทำงานวิจัยครั้งนี้กระทั่งสำเร็จได้ด้วยดี ขอกราบขอบพระคุณ ดร.ใจเพชร กล้าจน ประธานมูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย ที่กรุณาให้ข้อมูลการสัมภาษณ์ในงานวิจัยนี้ ขอขอบพระคุณจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม และผู้เข้าค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรมทุกท่าน ที่กรุณาให้ข้อมูลการสัมภาษณ์ ขอขอบพระคุณชาวชุมชนภูผาฟ้าน้ำทุกท่าน ที่กรุณาให้ความอนุเคราะห์ ช่วยเหลืออำนวยความสะดวกแก่ผู้วิจัยให้ได้พักอาศัยภายในชุมชน เพื่อทำการเก็บข้อมูลโดยการสังเกตการแบบมีส่วนร่วมในงานวิจัยนี้ ขอขอบพระคุณ คณาจารย์ เจ้าหน้าที่บัณฑิตศึกษามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่ ทุกท่าน และกัลยาณมิตรเพื่อนร่วมรุ่นทุกรูปทุกคน ที่เป็นกําลังใจซึ่งกันและกัน ผู้วิจัยขอขอบพระคุณไว้ ณ โอกาสนี้ ด้วยคุณความดี อันเกิดจากวิทยานิพนธ์เล่มนี้ ผู้วิจัยขอถวายเป็นการปฏิบัติบูชา เพื่อตอบแทนคุณพระพุทธศาสนา ตอบแทนคุณบิดา มารดา คุณครูบาอาจารย์ตลอดจนผู้มีพระคุณทุกท่าน หากงานวิจัยครั้งนี้ มีข้อบกพร่องด้วยประการใด ผู้วิจัยต้องขออภัย และยินดีน้อมรับคำแนะนําด้วยความเต็มใจยิ่ง นางสาว สันทนา ประวงศ์ ๒ ๒ มิถุนายน ๒๕๖๕ สารบัญ เรื่อง หน้า บทคัดย่อ ภาษาไทย ก บทคัดย่อ ภาษาอ ั งกฤษ ข TOC \o " 1-4" \t " 8.ชื่อบท , 1 , ชื่อบท18 , 2 , ชื่อบท16 , 2" กิตติกรรมประกาศ PAGEREF _Toc106894381 \h ง สารบัญ PAGEREF _Toc106894382 \h จ คำอธิบายสัญลักษณ์และคำย่อ PAGEREF _Toc106894383 \h ซ บทที่ ๑ บทนำ PAGEREF _Toc106894385 \h ๑ ๑.๑ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา PAGEREF _Toc106894386 \h ๑ ๑.๒ คำถามวิจัย PAGEREF _Toc106894387 \h ๕ ๑.๓ วัตถุประสงค์ของการวิจัย PAGEREF _Toc106894388 \h ๕ ๑.๔ ขอบเขตการวิจัย PAGEREF _Toc106894389 \h ๕ ๑.๕ นิยามศัพท์เฉพาะที่ใช้ในการวิจัย PAGEREF _Toc106894390 \h ๗ ๑.๖ ทบทวนเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง PAGEREF _Toc106894391 \h ๘ ๑.๗ วิธีดำเนินการวิจัย PAGEREF _Toc106894392 \h ๒๗ ๑.๘ ประโยชน์ที่ได้รับจากการวิจัย PAGEREF _Toc106894393 \h ๓๐ บทที่ ๒ การดับทุกข์ด้วยบททบทวนธรรมในพระพุทธศาสนา PAGEREF _Toc106894395 \h ๓๑ ๒.๑ ความหมายของการดับทุกข์และบททบทวนธรรม PAGEREF _Toc106894396 \h ๓๑ ๒.๑.๑ ความหมายของการดับทุกข์ PAGEREF _Toc106894397 \h ๓๓ ๒.๑.๒ ความหมายของทบทวนธรรม PAGEREF _Toc106894398 \h ๓๕ ๒.๒ หลักการดับทุกข์ด้วยบททบทวนธรรม PAGEREF _Toc106894399 \h ๓๗ ๒.๓ เนื้อหาการดับทุกข์ด้วยบททบทวนธรรม PAGEREF _Toc106894400 \h ๔๓ ๒.๓.๑ ปัญญาเข้าใจเรื่องกรรมอย่างแจ่มแจ้ง PAGEREF _Toc106894401 \h ๔๓ ๒.๓.๒ ปัญญาปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่น PAGEREF _Toc106894402 \h ๔๖ ๒.๔ วิธีการดับทุกข์ด้วยบททบทวนธรรม PAGEREF _Toc106894403 \h ๕๓ ๒.๔.๑ การปฏิบัติเหตุแห่งวิมุตติ ๕ PAGEREF _Toc106894404 \h ๕๓ ๒.๔.๑.๑ การฟังธรรม PAGEREF _Toc106894405 \h ๕๕ ๒.๔.๑.๒ การแสดงธรรมหรือสนทนาธรรม PAGEREF _Toc106894406 \h ๕๗ ๒.๔.๑.๓ การสาธยายธรรมหรือทบทวนธรรม PAGEREF _Toc106894407 \h ๕๗ ๒.๔.๑.๔ การตรึกตรองใคร่ครวญตามด้วยใจซึ่งธรรม PAGEREF _Toc106894408 \h ๕๙ ๒.๔.๑.๕ สมาธินิมิต PAGEREF _Toc106894409 \h ๖๑ ๒.๔.๒ การละเหตุแห่งทุกข์ด้วยปหาน ๕ PAGEREF _Toc106894410 \h ๖๙ ๒.๕ ผลการดับทุกข์ด้วยบททบทวนธรรม PAGEREF _Toc106894411 \h ๗๔ ๒.๕.๑ ความเบาใจ ๔ ประการในปัจจุบัน PAGEREF _Toc106894412 \h ๗๔ ๒.๕.๒ ธรรมเครื่องอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน PAGEREF _Toc106894413 \h ๗๖ ๒.๖ สรุปท้ายบท PAGEREF _Toc106894414 \h ๗๗ บทที่ ๓ การดับทุกข์ด้วยบททบทวนธรรมของ ดร.ใจเพชร กล้าจน PAGEREF _Toc106894416 \h ๘๐ ๓.๑ บริบทของมูลนิธิแพทย์วิถีธรรม PAGEREF _Toc106894417 \h ๘๐ ๓.๑.๑ ประวัติและผลงานของ ดร.ใจเพชร กล้าจน PAGEREF _Toc106894418 \h ๘๑ ๓.๑.๒ ประวัติการก่อตั้งมูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย PAGEREF _Toc106894419 \h ๙๓ ๓.๒ ที่มาและหลักการดับทุกข์ด้วยบททบทวนธรรมของ ดร.ใจเพชร กล้าจน PAGEREF _Toc106894420 \h ๙๖ ๓.๓ เนื้อหาการดับทุกข์ด้วยบททบทวนธรรมของ ดร.ใจเพชร กล้าจน PAGEREF _Toc106894421 \h ๙๘ ๓.๔ วิธีการดับทุกข์ด้วยบททบทวนธรรมของ ดร.ใจเพชร กล้าจน PAGEREF _Toc106894422 \h ๑๑๑ ๓.๔.๑ การทำเหตุแห่งการหลุดพ้นจากทุกข์ PAGEREF _Toc106894423 \h ๑๑๓ ๓.๔.๑.๑ การฟังเสียงอ่านบททบทวนธรรมและการฟังธรรม PAGEREF _Toc106894424 \h ๑๑๔ ๓.๔.๑.๒ การสนทนาธรรม PAGEREF _Toc106894425 \h ๑๑๕ ๓.๔.๑.๓ การอ่านท่องจำบททบทวนธรรม PAGEREF _Toc106894426 \h ๑๑๗ ๓.๔.๑.๔ การพิจารณาใคร่ครวญธรรม PAGEREF _Toc106894427 \h ๑๑๙ ๓.๔.๑.๕ การปฏิบัติศีลด้วยปัญญาอย่างตั้งมั่น PAGEREF _Toc106894428 \h ๑๒๐ ๓.๔.๒ การสลายความอยากแบบยึดมั่นถือมั่น PAGEREF _Toc106894429 \h ๑๒๗ ๓.๕ ตัวอย่างผู้ใช้วิธีการดับทุกข์ด้วยบททบทวนธรรมของ ดร.ใจเพชร กล้าจน PAGEREF _Toc106894430 \h ๑๓๐ ๓.๕.๑ ผู้เข้าค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรม PAGEREF _Toc106894431 \h ๑๓๑ ๓.๕.๒ จิตอาสาแพทย์วิถีธรรม PAGEREF _Toc106894432 \h ๑๔๘ ๓.๖ สรุปท้ายบท PAGEREF _Toc106894433 \h ๑๖๓ บทที่ ๔ วิเคราะห์การดับทุกข์ด้วยบททบทวนธรรมของ ดร.ใจเพชร กล้าจน PAGEREF _Toc106894435 \h ๑๖๖ ๔.๑ วิเคราะห์หลักการดับทุกข์ด้วยบททบทวนธรรม PAGEREF _Toc106894436 \h ๑๖๖ ๔.๒ วิเคราะห์เนื้อหาการดับทุกข์ด้วยบททบทวนธรรม PAGEREF _Toc106894437 \h ๑๖๘ ๔.๓ วิเคราะห์วิธีการดับทุกข์ด้วยบททบทวนธรรม PAGEREF _Toc106894438 \h ๒๑๕ ๔.๔ วิเคราะห์ผลจากผู้ใช้วิธีการดับทุกข์ด้วยบททบทวนธรรม PAGEREF _Toc106894439 \h ๒๒๐ ๔.๕ สรุปผลการวิเคราะห์การดับทุกข์ด้วยบททบทวนธรรมของ ดร.ใจเพชร กล้าจน PAGEREF _Toc106894440 \h ๒๓๐ บทที่ ๕ สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ PAGEREF _Toc106894442 \h ๒๓๗ ๕.๑ สรุปผลการวิจัย PAGEREF _Toc106894443 \h ๒๓๗ ๕.๒ อภิปรายผลการวิจัย PAGEREF _Toc106894444 \h ๒๔๒ ๕.๓ ข้อเสนอแนะ PAGEREF _Toc106894445 \h ๒๔๔ ๕.๓.๑ ข้อเสนอแนะในการนำผลวิจัยไปใช้ PAGEREF _Toc106894446 \h ๒๔๔ ๕.๓.๒ ข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัยครั้งต่อไป PAGEREF _Toc106894447 \h ๒๔๔ บรรณานุกรม PAGEREF _Toc106894448 \h ๒๔๖ ภาคผนวก PAGEREF _Toc106894449 \h ๒๕๕ ภาคผนวก ก หนังสือขอเชิญเป็นผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบเครื่องมือวิจัย PAGEREF _Toc106894451 \h ๒๕๖ ภาคผนวก ข แบบสัมภาษณ์เพื่อการวิจัย PAGEREF _Toc106894453 \h ๒๖๐ ภาคผนวก ค หนังสือขออนุญาตสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ PAGEREF _Toc106894455 \h ๒๖๓ ภาคผนวก ง ภาพถ่ายผู้ให้สัมภาษณ์จิตอาสาแพทย์วิถีธรรม PAGEREF _Toc106894457 \h ๒๖๔ ภาคผนวก จ รายละเอียดข้อมูลผู้ให้สัมภาษณ์ PAGEREF _Toc106894459 \h ๒๖๕ ภาคผนวก ฉ ภาพถ่ายการเก็บข้อมูลภาคสนามกิจกรรมของจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม ณ ชุมชนภูผาฟ้าน้ำ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ และทางออนไลน์ผ่านโปรแกมซูม PAGEREF _Toc106894461 \h ๒๘๒ ประวัติผู้วิจัย PAGEREF _Toc106894462 \h ๓๐๒ คำอธิบายสัญลักษณ์และคำย่อ อักษรย่อในวิทยานิพนธ์ฉบับนี้ ผู้วิจัยได้ใช้อ้างอิงข้อมูลจากคัมภีร์พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ . ศ . ๒๕๓๙ โดยใช้คําย่อชื่อพระไตรปิฎก เริ่มจากอักษรย่อชื่อคัมภีร์ ตามด้วยวงเล็บฉบับที่ใช้แล้วตามด้วย เล่ม/ข้อ/หน้า ตามลำดับ เช่น วิ . ม . (ไทย) ๔ / ๑๔ /๒ ๑ . หมายถึง พระ วินัย ปิฎก มหา วรรค ภาษาไทย เล่ม ๔ ข้อ ๑๔ หน้า ๒ ๑ . เรียงตามลำดับคัมภีร์ ดังนี้ พระวินัยปิฎก คำย่อ ชื่อคัมภีร์ ภาษา วิ.ม. (ไทย) = วินัยปิฎก มหาวรรค (ภาษาไทย) พระ สุตตันต ปิฎก คำย่อ ชื่อคัมภีร์ ภาษา ที.ม. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค (ภาษาไทย) ที.ปา. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย ปา ฏิก วรรค (ภาษาไทย) ม.มู. (ไทย) = สุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ (ภาษาไทย) ม.ม. (ไทย) = สุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ (ภาษาไทย) ม.อุ. (ไทย) = สุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ (ภาษาไทย) สํ .ส. (ไทย) = สุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค (ภาษาไทย) สํ .นิ. (ไทย) = สุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค (ภาษาไทย) สํ .ข. (ไทย) = สุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค (ภาษาไทย) สํ .ม. (ไทย) = สุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค (ภาษาไทย) องฺ.ติก. (ไทย) = สุตตันตปิฎก อังคุต ตร นิกาย ติกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ. จตุกฺ ก.(ไทย) = สุตตันตปิฎก อังคุต ตร นิกาย จตุกกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ. ปญฺ จก.(ไทย) = สุตตันตปิฎก อังคุต ตร นิกาย ปัญจกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ.ทสก. (ไทย) = สุตตันตปิฎก อังคุต ตร นิกาย ทสกนิบาต (ภาษาไทย) ขุ . ขุ . (ไทย) = สุตตันตปิฎก ขุ ททกนิกาย ขุ ททกปาฐะ (ภาษาไทย) ขุ .อิติ. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ขุ ททกนิกาย อิติว ุตต กะ (ภาษาไทย) ขุ .สุ. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ขุ ททกนิกาย สุตตนิบาต (ภาษาไทย) ขุ .ชา.ทุก. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ขุ ททกนิกาย ทุกกนิบาตชาดก (ภาษาไทย) ขุ .ม. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ขุ ททกนิกาย มหานิทเทส (ภาษาไทย) ขุ .จู. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ขุ ททกนิกาย จูฬ นิทเทส (ภาษาไทย) ขุ .ป. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ขุ ททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค (ภาษาไทย) พระอภิธรรมปิฎก คำย่อ ชื่อคัมภีร์ ภาษา อภิ.ก. (ไทย) = อภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ (ภาษาไทย) บทที่ ๑ บทนำ ๑.๑ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา เมื่อพระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ธรรมแล้ว พระองค์ทรงสอน “ วิชาดับทุกข์ ” ทรงสอนอริยสัจ ๔ คือ ทุกข์ เหตุแห่งทุกข์ สภาพดับทุกข์ วิธีการปฏิบัติเพื่อดับทุกข์ คำตรัสของพระพุทธเจ้า จึงเป็นวิชาดับทุกข์ ทุกสูตรสอดคล้องเสริมหนุนเป็นหนึ่งเดียวกันทั้งหมด ในโลกสูตร พระตถาคตย่อมตรัสรู้ อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณในราตรีใด ย่อมตรัสบอกแสดง ซึ่งพุทธพจน์อันใดในระหว่างนี้ พุทธพจน์นั้นทั้งหมด ย่อมเป็นอย่างนั้นนั่นแล ไม่เป็นอย่างอื่น ถ้อยคำเหล่านั้นทั้งหมด ย่อมเข้ากันได้โดยประการเดียวกันทั้งสิ้น ไม่แย้งกันเป็นประการอื่นเลย คำว่า ‘ สัจจะ ’ นั้นมีอย่างเดียวเท่านั้น ไม่มีอย่างที่สอง อธิบายว่า ‘ นิพพาน ’ คือ ความดับทุกข์ ได้แก่ ความระงับสังขารทั้งปวง ความสลัดทิ้งอุปธิทั้งหมด ความสิ้นตัณหา ความคลายกำหนัด ความดับกิเลส ความเย็นสนิท ตรัสเรียกว่า ‘ สัจจะอย่างเดียว ’ คือ เป็นไปเพื่อการดับทุกข์ ประโยชน์สูงสุดของพุทธ คือ “ ดับทุกข์ได้ ” สุดยอดแห่งประโยชน์ต้องดับทุกข์ที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตให้ได้ คือ “ ดับทุกข์ใจ ” เท่ากับดินทั้งแผ่นดิน ส่วนทุกข์ทางร่างกาย ทุกข์จากเหตุการณ์ เป็นทุกข์เล็กน้อยเพียงทุกข์เท่าปลายเล็บ เจลสูตร ว่าด้วยอุปมาเมื่อผ้าถูกไฟไหม้หรือศีรษะถูกไฟไหม้ ควรทำอย่างไร ควรวางเฉย ไม่ควรใส่ใจถึงผ้าที่ถูกไฟไหม้ (ทุกข์จากเหตุการณ์) หรือศีรษะที่ถูกไฟไหม้ (ทุกข์จากร่างกาย) ควรทำความพอใจ ความพยายาม ความอุตสาหะ ความขะมักเขม้น ความไม่ท้อถอย สติและสัมปชัญญะให้มีประมาณยิ่ง เพื่อรู้แจ้งอริยสัจ ๔ (ดับตัณหา ดับทุกข์ในใจ) ความจริงอันประเสริฐสุดของชีวิต คือ การดับทุกข์ใจ ดับทุกข์ทั้งแผ่นดินก่อน พระพุทธเจ้าทรงสอนและอธิบายหนทางแห่งการดับทุกข์เท่านั้น สิ่งใดไม่พ้นทุกข์พระองค์จะไม่ทรงอธิบาย ใน จูฬ มาลุงกยสูตร พระพุทธเจ้าตรัสกับพระมาลุงกยบุตร เราไม่พยากรณ์ เพราะข้อนั้นไม่ประกอบด้วยประโยชน์ เราพยากรณ์ ความเห็นว่า นี้ทุกข์ นี้เหตุให้เกิด ทุกข์ นี้ความดับทุกข์ นี้ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ เพราะประกอบด้วยประโยชน์ เป็นเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์ เป็นไปเพื่อความหน่าย เพื่อความคลายกำหนัด เพื่อความดับ เพื่อความสงบ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ เพื่อนิพพาน เหตุนั้นเราจึงพยากรณ์ ดังนั้น ความ ‘ ทุกข์ ’ คือ สภาพไม่สบายกาย ไม่สบายใจ ทนได้ยาก เป็นทุกข์ที่เลี่ยงไม่ได้ (กายิกทุกข์ อันเกิดจากร่างกาย) และทุกข์ที่เลี่ยงได้ (เจตสิกทุกข์ อันสามารถดับได้แท้) ทุกข์ทางกาย คือ ทุกข์ที่มีร่างกายเป็นเหตุ เลี่ยงไม่ได้ ได้แก่ ทุกข์ที่เกิดเองตามธรรมชาติ การเกิด แก่ ตาย ทุกข์ประจำชีวิตเกิดจากความร้อน ความหนาว ความหิวกระหาย ปวดอุจจาระ ปวดปัสสาวะ ทุกข์จากความเจ็บป่วย ความเสื่อมของร่างกาย มีร่างกายเป็นต้นเหตุ ส่วน ทุกข์ทางใจ คือ ทุกข์ที่เกิดจากการปรุงแต่งของจิตใจ เป็นทุกข์ที่เลี่ยงได้ ทุกข์ทางจิตใจนี้ส่วนหนึ่งมีทุกข์ทางร่างกายเป็นสิ่งเร้าให้เกิด เช่น เมื่อได้รับความเจ็บป่วยเกิดทุกข์ทางร่างกายขึ้น ใจเกิดความกลัว กังวล หวั่นไหว ว่า จะรักษาไม่หายอาจจะต้องสูญเสียอวัยวะไปหรืออาจจะถึงตาย ทำให้ใจเกิดโศกเศร้า คร่ำครวญ รำพันนำมาซึ่งความทุกข์ใจ ความทุกข์เกิดจากมีความกลัว จะเป็นความกลัวด้วยเหตุใดก็ตาม โดยสัญชาตญาณ ย่อมกลัวภัยในเบื้องต้น เป็นความรู้สึกธรรมดาที่เกิดขึ้นคู่กับความรู้สึกว่า มี ‘ ตัวเรา ’ เมื่อเกิดตัวเราขึ้นมา ความกลัวก็พอกขึ้นเป็นเงาตามตัว อย่างน้อยก็กลัวความหิว ความลำบาก และอื่นๆ อีกนานัปการ อยากได้ในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ณ เวลานั้น อย่างยึดมั่นถือมั่นก็ทุกข์ จะเห็นได้ว่า ทุกข์เกิดขึ้น ไม่มีที่สิ้นสุด ไม่มีใครปฏิเสธว่า ชีวิตที่ดำเนินอยู่ในปัจจุบันจะไม่มีความทุกข์ ทุกข์มาก ทุกข์น้อยก็ คือทุกข์ การเผชิญกับความทุกข์หรือการหาทางออกนั้น อาจทำได้โดยเผชิญหน้ากับทุกปัญหาที่เกิดขึ้นและหาวิธีการระบายความทุกข์ ด้วยการพูดคุยกับเพื่อนสนิท คนใกล้ชิดหรือญาติผู้ใหญ่ หากิจกรรม อื่นๆ ทำเพื่อให้ลืมความทุกข์ เช่น การไปเที่ยว ดูหนัง ฟังเพลง รับประทานอาหาร หรือการไปปฏิบัติธรรม เพื่อให้จิตใจสงบ ได้ผ่อนคลาย ซึ่งเมื่อกลับมาก็พบเจอกับปัญหาความทุกข์ เดิมๆ นั้นอีก หรืออาจหลงผิด หาทางออกโดยการเที่ยวกลางคืน สูบบุหรี่ ดื่มสุรา เล่นการพนัน และเสพสารเสพติดอื่นๆ เพื่อหาทางออกจากวังวนเรื่องทุกข์นั้น ซึ่งก็ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุอย่างแท้จริง ผู้คนจำนวนมากตกอยู่ในภาวะกลัว กังวล หวั่นไหว ภาวะเครียดและทุกข์ใจ องค์การอนามัยโลก ( WHO ) ได้มีรายงานเมื่อต้นปี ๒๐๒๐ ว่า ทั่วโลกมีคนป่วยเป็นโรคซึมเศร้าประมาณ ๒๖๔ ล้านคน โดยประเทศไทย พบอัตราการฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้น จากปี ๒๕๖๐ คือ ๔.๙๔ คน ต่อประชากรแสนคน เป็น ๕.๓๓ คน ต่อประชากรแสนคน ในปี ๒๕๖๑ ข้อมูลจากกรมสุขภาพจิต ปัญหาสุขภาพจิตส่วนใหญ่ เริ่มต้นจากความกลัว ความเครียด ก่อให้เกิดความทุกข์ใจและเจ็บป่วยทางใจ เช่น โรคซึมเศร้า วิตกกังวล จิตเภท ผลสำรวจระดับชาติของกรมสุขภาพจิตปี ๒๕๕๖ ประชาชนอายุ ๑๘ ปีขึ้นไป มีอัตราป่วยโรคทางจิตเวช หรือมีความผิดปกติของพฤติกรรมเสพติดสารใดๆ ในรอบ ๑๒ เดือนของปีที่สำรวจ ร้อยละ ๑๓.๔ คาดว่าใน ๔ จังหวัดภาคอีสานตอนล่าง คือ นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ ซึ่งมีประชากร ๖.๗ ล้านกว่าคน จะมีผู้ที่มีปัญหาทางจิต ตั้งแต่ระดับน้อยจนถึงขั้นป่วย ประมาณ ๗ แสนคน โดยในปีงบประมาณ ๒๕๖๒ เข้ารับการตรวจรักษา ๓ แสนกว่าคน และมีรายงานผู้พยามฆ่าตัวตาย ซึ่งแสดงว่ามีปัญหาในระดับรุนแรง ๒ , ๔๐๗ คน และฆ่าตัวตายสำเร็จ ๒๐๕ ราย ในปีงบประมาณ ๒๕๖๓ จึงมีนโยบายเร่งแก้ปัญหา และลดจำนวนผู้ป่วยทางใจ โดยรณรงค์เผยแพร่ความรู้ ๑.๗ ล้านกว่าครัวเรือน ในโครงการติดหูที่หัวใจ รับฟังกันวันละ ๑๐ นาที ป้องกันใจป่วย ลดเครียด แนะเทคนิคการฟัง การให้เวลากันและกัน สถาณการณ์ การ แพร่ระบาดของ เชื้อไวรัส โควิด-๑๙ ทั่วโลก ในปัจจุบันนี้ ทำให้เกิดความเครียดระดับสูง มีความกลัว กลัวการติดเชื้อ รู้สึกหวาดระ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน

word1.ปก.docx
19 พฤษภาคม 2565
wordภาคผนวก.docx
6 กันยายน 2564
word01 ปก พริ้วลมบุญ.docx
15 พฤศจิกายน 2563
wordบทที่ 5 ฟ้าปลื้ม.docx
15 กุมภาพันธ์ 2563