สื่อธรรมะพ่อครู(การตำหนิ) ตอน ทำใจกับการถูกกล่าวติ ชม.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(การตำหนิ) ตอน ทำใจกับการถูกกล่าวติ ชม พระพุทธเจ้าก็เลยบอกว่า ถ้าใครมากล่าวติ พระพุทธพระธรรมพระสงฆ์ หรือจะมากล่าวชม พระพุทธพระธรรมพระสงฆ์ ก็อย่าหลง ให้ตรวจสอบว่าจริงไหม อย่าเหลิงอย่างภูมิใจ ตรวจความจริงแล้วก็จบ อาตมานี้ติมาก ตรงตามคำสอนพระพุทธเจ้า คนที่จะมาติ พระพุทธ พระธรรมพระสงฆ์อย่างไร ก็ต้องทำใจ ถ้าเขาชมก็ตรวจสอบ แล้วก็แล้วไป แต่ถ้าเขาชมเราต้องมาอ่านใจเรา ว่าเราน้อยใจ แหว่งใจ เศร้าใจ โทมนัสจากคำติ นั้นหรือไม่ มีพวกบางคน ชอบถูกกระทำรุนแรง วิตถารซ้อนเป็นพวก masocism ถ้าเราอาฆาต พยาบาทต่อหรือไม่ เราเหลือเศษเล็กเศษน้อย เหลือหรือไม่ ก็ตรวจจนไม่มี ทำได้ชั่วคราวหรือถาวร พระพุทธเจ้า ให้ตรวจแล้วตรวจอีก ทุกปัจจุบัน พหุลีกัมมัง อาเสวนา ภาวนา ให้มันได้ผล เป็นความจบ อย่างนั้นแหละ ทำทุกปัจจุบัน สั่งสมเป็นอดีต ทุกกระบวนท่า จะมีเผลอไม่เผลอ ก็ทำได้ ทำได้จนเป็นอัตโนมัติ ทั้งเชิงปัญญาและเจโต เร็วเด็ดขาด คุณก็จะมีตัวรู้ ทั้งทำได้เร็วและปรับปรุง ปรับเปลี่ยนได้เร็วไว ทัน สะอาด เรียบร้อยด้วย ถ้าใครประมาทบอกว่าตนเองได้ ก็ประมาทของคุณเอง (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) ตัวเราเอง ต้องทนต่อการติให้ได้ ส่วนการชมนั้น เรียนรู้อาการฟู ส่วนตินี้กระเทือนมีผล ถ้าเราไม่ชอบใจ จะมีผลซ้อน เป็นภัยต่อผู้อื่นต่อ ไม่ดี เป็นวิบาก ไม่จบ แต่ถ้าเรารัก เราชอบ ไม่ไปเป็นภัยคนอื่น ก็มีแต่ภัยในตน จนกว่าจะหมดอัตตา แต่ถ้าไปมีผลกระทบ ก็จะเกิด reaction ซ้อนอีกเยอะไม่จบ อีกยาวนาน อันนั้นต้องระวังมาก ใครกล่าวติ กล่าวชม อย่ามีใจแฟบใจฟู การชมก็ทำใจฟู การติทำใจแฟบ ในพรหมชาลสูตร เน้นว่า ใครจะติจะชม ก็ต้องชี้แจงว่า ผิดอย่างไร ไม่ผิดอย่างไร ถูกอย่างไร ไม่ถูกอย่างไร มากน้อยแค่ไหน ไม่ใช่อมพะนำ จะได้ชัดเจนยืนยันไม่เข้าใ
อ่านต่อ
จผิด จนกว่าจะเห็นว่าเข้าใจ เขาจะไม่ได้เข้าใจผิดซ้ำซาก จะได้ถูกต้อง แม่นตรง ให้ครบ ถ้าเราไม่ผิดเราก็บอก ถ้าเราผิด ก็รับว่าผิดจริง ถ้าเราถูก เราก็บอกถูก เราถูกขนาดนั้นขนาดนี้ บอกให้ตรง อย่าคุยเกินตัว ไม่ใช่ว่าไม่พูด ไม่ให้บอก อยู่เฉยๆ ซึ่งก็ไม่ควรทำ แต่จะถ่อมตนไว้บ้าง อย่าอวดดี ไปบอกหมด ไม่ยัดเยียดเกินไป ไม่พูดส่วนดี ของเราทั้งหมด แต่เราทำดีของเราเต็มที่ อันนั้นไม่เป็นไร
ถ้าคนไม่ศรัทธากัน ที่จะไม่ชอบ หมั่นไส้ คนที่พูดความถูกต้อง ของตนเอง ก็คือ ใจเราเห็นว่าไม่ดี ก็ควรฟังเขาบ้าง คนที่ถือดีเกินไป ไม่ฟังของคนอื่น คือขาดปรโตโฆษะ ไม่ฟังเสียงคนอื่นเลย คุณเชื่อของตัวเอง ก็เชื่ออย่างนั้น ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ความเชื่อตัวเองเลย ก็จมอยู่อย่างนั้น ถ้าคุณถูกก็ถูก แต่ถ้าคุณผิด ก็จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ สมมุติว่าเราฟังแล้ววินิจฉัยผิด คือทั้งที่มันถูก แต่คุณเข้าใจผิด คุณก็ต้องทำ ไปตามที่เราเห็น แต่ว่าพอทำไปแล้ว ก็จะรู้ว่าเราผิด ก็จะรู้ว่าตนเองโง่ เพราะมันออกมาเสีย เราก็จะรีบแก้ไข ไม่อย่างนั้น ก็ค้างอยู่ ไม่ได้เรื่องอะไร 600326_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ศีลเครื่องวัดความสูงต่ำของมนุษย์