พญานาคคือสภาพหลับดับดิ่งอสัญญีสัตว์.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.22 KB
วันที่แก้ไข29 ตุลาคม 2564

เนื้อหาในไฟล์

พญานาคคือสภาพหลับดับดิ่งอสัญญีสัตว์ _สมณะเดินดิน... การอธิบายธรรมะนั้นอธิบายตามภูมิของคนอธิบาย แม้แต่เรื่องของบั้งไฟพญานาคเขาก็อธิบายต่างกันไป พ่อครูว่า... ขออธิบายแทรกตรงนี้ อธิบายเรื่องพญานาค อย่าไปงมงายกับพญานาคไปนักเลย พญานาคก็คือเขาสมมุติไปตามละครนิทาน คำว่า นาคา แปลว่างูหรือช้าง ตัวนี้มันหมายถึงงู ที่เขาบอกว่า งูตัวนี้เป็นพญานาคที่นอนเฝ้าอยู่ที่ก้นมหาสมุทร ก้นบึ้งของแม่น้ำ ตรงที่พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ลอยถาดทวนกระแส ซึ่งเป็นสัญลักษณ์การอธิบายรูปธรรม ลอยถาดทวนกระแส คือธรรมะของพระพุทธเจ้าเป็นธรรมทวนกระแส แต่เขาไปเล่นเป็นเรื่องเป็นราวเป็นรูปธรรม ว่าพระพุทธเจ้าทุกพระองค์บรรลุแล้วจะต้องเอาถาดทองคำ แล้วพระพุทธเจ้าเอาถาดทองคำมาจากที่ไหนทิ้งไปแล้วมาลอยน้ำ เวลาบรรลุพระพุทธเจ้าแล้ว จะบอกว่าโยมเอาถาดทองคำมาให้อาตมาลอยทวนน้ำหน่อยนะ จะบ้าหรือไง นี่เป็นนิยายหลอกเด็ก เพราะฉะนั้นคนที่ยังหลงพญานาค ยิ่งกว่าเด็กถูกหลอก โตแล้วก็ยังถูกหลอกยิ่งกว่าเด็ก ซึ่งพระพุทธเจ้าลอยมาแล้วก็ถึงตรงที่พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ ถาดทองคำของพระพุทธเจ้าตั้งแต่องค์ที่ 1 จนกระทั่งองค์ที่ ล้านๆเท่าไหร่ กองอยู่ พญานาคก็ยังนอนเฝ้าอยู่ที่ถาดใบแรกของพระพุทธเจ้าองค์แรก อยู่ที่ก้นแม้น้ำมหาสมุทร พอถาดของพระพุทธเจ้าองค์ใดที่บรรลุแล้วลอยถาดมาถึงตรงนี้จะต้องหยุดแล้วจมลงตรงนี้ ลงไปกองเป็นถาดซ้อนขึ้นมา พอถาดใบใหม่กระทบกับถาดใบเก่า ก็เกิดเสียงขึ้นซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้พระยานาคตื่นได้เท่านั้นเสียงอื่นทำให้ตื่นไม่ได้ พญานาคก็ตื่นขึ้นมา ซึ่งเขาเปรียบเทียบพวกพญานาคคือพวกที่หลับดับทั้งหลาย แล้วพญานาคก็ยังมีนิทานต่ออีกว่า ปลอมตัวมาขอบวช พระพุทธเจ้าไม่ให้บวชให้ผู้ที่เป็นนาค เขาก็แก้ต่างว่าให้สมมติแต่งตัวเป็นนาคนุ่งห่มขาวมา เพื่อเต

อ่านต่อ

รียมตัวบวชก็แล้วกัน นี่ก็มีนิทานซ้อนนิทาน พญานาคตัวนี้มันไม่รู้สีรู้สาอะไรเลย เหมือนกับที่อาตมาปลุกให้เขาตื่นกัน นี่แหละคือพวกพญานาคแท้ๆคือพวกนั่งหลับตาปฏิบัติ อาตมาไม่ได้เป็นพระพุทธเจ้าไม่ได้ลอยถาดทองคำ แต่ก็มีทองคำเสี้ยวหนึ่งมาดังกริ๊ก ก็ไม่เกิดไม่รู้ เดี๋ยวต้องรอพระพุทธเจ้าลอยถาดทองคำพญานาคถึงจะตื่นเท่านั้น นี่อาตมาก็ต่อนิยายต่อไป สรุปแล้ว นาค หรือ งู มันเอาแต่นอน อย่างงูเหลือมใหญ่ กินช้างเข้าไปตัวหนึ่งแล้ว กินสัตว์ตัวใหญ่ก็ไปตัวหนึ่งกว่ามันจะย่อยหมดก็นอนไปนาน เขาถึงบอกว่าจนกระทั่งหญ้าคาทะลุจากหลังงูเลย นี่คือพวกหลับไม่รู้คู้ไม่เห็น พญานาคคือผู้เอาแต่หลับ พระพุทธเจ้าถึงบอกว่า นาค อย่าให้บวช ก็เลยมีนิยายต่ออีกว่านาคปลอมตัวเป็นมานพมาบวช พอมาบวช ปรากฏว่า นาคตัวนั้นยังไม่ทันได้บวช นอนหลับไป ก็กลับกลายเป็นนาคเป็นงูเลื้อยหางยาวออกประตู ผู้ที่เป็นพระมาเห็นก็บอกว่า ผู้ที่จะมาบวชทำไมมีหางออกมาเป็นงู เปิดไปดูก็บอกว่าอันนี้มันงูนี่ ปลอมตัวมาขอบวช ก็เลยต้องทัก ถามก่อนว่าเป็นงูเป็นนาคหรือไม่ก่อนบวช สรุปว่า พวกที่เอาแต่นอน พวกที่เอาแต่หลับไม่รู้สึกรู้สาเลย ถ้าหากมีแต่พระพุทธเจ้าเท่านั้นที่ปลุกขึ้นได้ก็อย่ามาบวชเลย ต้องรอพระพุทธเจ้ามาเท่านั้นถึงจะตื่น สรุปแล้วคือมันสุดวิสัยแล้ว คนนี้บวชอย่างไรมันก็ไม่ตื่น มันไม่ชาคริยา มันไม่มาโลกุตระอะไรได้เลย อย่าบวชดีกว่า สรุปได้แค่นั้น ในนิยายเรื่องนาค 641029_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ สัตตาวาส 9 เปรียบเทียบกับวิญญาณฐิติ 7

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน