สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน โรงงานแห่งความรักอันบริสุทธิ์.docx
เนื้อหาในไฟล์
โรงงานแห่งความรักอันบริสุทธิ์
เหตุการณ์พลังแห่งความรักที่สนามหลวง ความรักที่เกิดนี้เป็นความรักที่เสียสละอย่างไม่ต้องการไม่มีความหวัง มีแต่ให้เลย อาการของจิตใจที่หวังเป็นอย่างไร (สาเปกโข) คุณจะต้องรู้อันนั้นของตนเอง อาการที่คุณมีเจตนาแต่อย่าอยาก อาตมาก็ใช้บัญญัติซ้อนไปอีก ก็รู้ว่าจะทำเพื่ออันนี้แล้วลงมือทำเหตุให้ตรง ให้เต็มที่ ทำเหตุให้ตรงให้ชัด เสร็จแล้วมันจะเกิดผลจริงของมันเอง พระพุทธเจ้าตรัสในทานสูตรว่าอย่ามี 1.สาเปกฺโข(มุ่งหวัง) ทาน เทติ 2.ปฏิพทฺธจิตฺโต(ผูกพัน) ทาน เทติ 3.สนฺนิธิเปกฺโข(สั่งสม) ทาน เทติ 4.อิม เปจฺจ ปริภุญฺชิสฺสามีติ(ให้ข้ามภพชาติ) ทาน เทติ ถ้าเผลอหวังไปแล้วก็อย่าให้มีตัวต่อ ผูกพัน เราก็ต้องตัดสันตติ ก็ไม่ไปสู่สันนิธิ แม้จะเผลอมีหวังก็ต้องตัด อย่าผูกพัน ตัดคอไอ้หวัง แน่นอนมันเผลอได้แต่เผลอคุณก็ตัด ถ้าไม่ตัดจริงก็สั่งสม ก็ไปข้างหน้าแล้ว ไม่เหลียวหลังเลย เป็นอาการทางจิต สัตว์โอปปาติกะก็คืออาการทางจิต แม้จิตเป็นสวรรค์ ก็คือเทพ เทพมีสามอย่าง สมมุติเทพ เป็นสวรรค์เก๊ เมื่อเรารู้เหตุของสวรรค์เก๊แล้วลดมาได้ก็เป็น อุบัติเทพ ทำได้หมดก็เป็น วิสุทธิเทพ คำสอนของพระพุทธเจ้านั้นชัดเจน ในระดับกามภพ รูปภพอรูปภพ เมื่อคุณอยู่เหนือกามภพแล้ว ก็จะรู้รูปภพอรูปภพ ก็จะรู้ว่าคืออนาคามี ในของหยาบต่ำ อบายในระดับต่ำ สิ่งเสพติด การพนัน คุณบอกว่าเราเฉยจริง ไม่มีดูดหรือผลัก กลางๆได้จริง เป็นแต่เพียงว่าถ้าเราหลุดพ้นในสิ่งตามจริงๆแล้วก็จะไป ข่มดูถูกเขาอีก ก็ระมัดระวัง อย่าให้มีจิตตัวนี้ เป็นมานะ ยกตนข่มท่าน แต่ก็จะเห็นใจเขาด้วยซ้ำไป ในพฤติกรรมของในหลวงเราที่ไปช่วยคนต่ำต้อยต่างๆนานา ท่านไม่ได้เจตนาจะช่วยคนสูงคนใหญ่คนโตอะไร แต่คนใหญ่คนโตจะขวนขวายตามท่านพากเพียรปฏิ
อ่านต่อ
บัติก็เชิญ แม้แต่ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดผู้ที่เป็นเลือดเนื้อก็ตามก็จะไปช่วยคนเต็มที่ พูดอย่างเป็นวิชาการไม่ได้ไปลบหลู่ดูหมิ่น อย่าไปตีความว่าอาตมาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ นี่เป็นวิชาการ ชัดๆ ศึกษาให้ดี นี่เป็น phenomenology เป็นสิ่งปรากฏจริง ปาตุสัจจะ ปาตุภาวะ มีสิ่งจริงให้สัมผัสศึกษาได้ เป็นโชคดีที่เกิดมาในยุคนี้ มีสิ่งจริงๆให้เราสัมผัส ในยุคเดียวกันที่ไม่ห่างกันเท่าไหร่ คนที่อยู่ต่างชาติต่างประเทศไกลๆ เราเป็นคนไทย อยู่ในยุคนี้ ดีไม่ดีอยู่ในสถานที่ใกล้ๆด้วย ในกรุงเทพ ได้สัมผัสก็ยิ่งชัดเจน หรือว่าไปที่อื่นก็ได้อีกก็ชัดเจน มันเป็นยุคที่ไม่ใช่ว่า คนที่อยากเกิดในยุคอย่างนี้ก็อยากเกิดได้แต่ไม่มีสิทธิ์จะเกิดถ้าไม่มีบารมีเพราะ พวกเรานี่ถือว่ามีบารมีนะ ในที่สุด ถ้าตัวเองประกอบอยู่ใกล้ชิด พูดแล้วน้ำลายไปตกใส่หัว เป็นน้ำมนต์นะ ก็ยิ่งชัด ยิ่งใกล้ เป็นเรื่องสัจจะที่ เดาไม่ได้ อยากเป็นอย่างนี้โดยไม่มีเหตุปัจจัยไม่ได้ ทุกอย่างมาแต่เหตุทั้งนั้นไม่มีอะไรได้มาเลยๆ ต้องสั่งสมเหตุให้ครบถึงได้ เป็นอื่นไม่ได้ เป็นอันนี้แล้วเป็นอื่นไม่ได้ ไม่มีเปลี่ยนแปลง อาตมาถึงทำงานอย่างสบายใจเพราะเข้าใจจุดนี้ คืออาตมาไม่หวัง ไม่รอไม่หวังแล้วทำอย่างเดียว แล้วมันได้นะแต่เราไม่เสียแล้ว ถ้าเราไปมีความหวังเราก็จะต้องมีเสีย มันเสียเลย อาตมาถึงเข้าใจ สบาย ทำอย่างไม่หวัง อาตมาก็เห็นว่า ไม่รอไม่หวังแต่ทำไปมันก็ได้อย่างเฉียดๆ บางทีก็ไม่พอได้แต่ไม่ถึงขาด ไม่สะดวก บางทีทำไมไม่มีมา มันน่าจะมามีนะ ก็ไม่ต้องไปคิด ทำเต็มที่ลูกเดียว สุดยอด ผู้ที่เข้าใจรูปแล้วก็จะเข้าใจอรูป มีนิดหน่อย ไม่ต้องกังวลเลย พากเพียรก็จะได้ ไม่อยากได้แต่ถ้าทำแล้วก็จะได้ ทำแล้วไม่เอา ทำแล้วไม่อยากได้ มันเป็นของของตนแล้ว คนไม่อยากได้มันก็เป็นของของคุณ กัมมัสกะ ชั่วก็ตามดีก็ตาม คุณไม่อยากได้แต่ถ้าคุณทำแล้วมันก็เป็นของของคุณ กัมมัสกะ กรรมเป็นอันทำ มันไม่เป็นอื่นหรอกอยู่ที่กรรม กรรมถึงยิ่งใหญ่ที่สุด กรรมนี้ว่าจริงๆแล้วยิ่งกว่า God คุณคิดนิดนึงก็เป็นมโนกรรม สมณะเดินดินว่า...พ่อครูอธิบายว่าทำทานอย่างไรไม่มีหวัง ไม่มีจิตสั่งสม บรรยากาศที่ท้องสนามหลวงนั้นทำได้ง่ายเพราะว่าทุกคนมาทำดีเพื่อพ่อ แต่ธรรมกายนั้นทำยากเพราะเขาปลูกฝังมิจฉาทิฐิไว้เยอะว่าทำทานแล้วจะต้องได้อะไรกลับมาเป็นสวรรค์สมบัติจักรพรรดิ์สมบัติ เป็นภพอย่างหนึ่งที่ถูกปลูกฝังไว้ เป็นกันทั่วโลกแต่ไปที่สนามหลวงนั้นไม่มีใครขอเลย มีแต่จะมาให้ ในหลวงทำให้ชัดเจนขึ้นมา พ่อครูว่า...อาการของความรักคือความชื่นใจชอบใจ และมีลักษณะ ต่อ ติด ความรัก คือ ชื่นชอบต่อติด ถ้ามันจัดเลยขีดเป็นราคะเป็นกาม มันไม่ใช่แค่ความรักขนาดนี้มันเลยคิดไปเป็นกามราคะ อันนี้มันจะผูกพัน มาสัมผัส แล้วเรียกร้อง ให้มาสัมผัสกอดรัดสัมผัสเสียดสีภายนอก ภายในนั้นไม่เป็นของจริง มันเกิดรสชาติแต่มันไม่จริงเท่าภายนอก ถ้าคุณตัดภายนอกก็จะเหลือภายใน ตัดได้หมดก็จะรู้ว่า ที่สัมผัสภายนอกมีรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส มันจริงครบครันกว่า เกิดรสชาติขณะมีดินน้ำไฟลม ก็ยังเป็นสุขปลอม สุขเก๊ แล้วไปหรือบางเบาอยู่ภายในมันจะเท่าไหร่กัน มันเก๊กว่าใช่ไหม แล้วจะไปบ้า คว้ามาทำไม ขนาดมีเหตุปัจจัยครบ มีดินน้ำไฟลมแท่งก้อนครบ ก็ยังพ้นได้ แล้วจะไปเอาอย่างฝันเพ้อในจิตที่เป็นเก๊เล็กน้อยนี่นะ มันยิ่งไม่ใช่เก๊ยิ่งกว่าเก๊ มันยิ่งลมๆแล้งๆยิ่งกว่าอีก มันตีกลับไปเช่นนั้น ผู้เลิกได้ก็ไม่เอามาชื่นชมสมใคร่อะไร ถ้าโลภก็คือเอามาเป็นของๆตน ส่วนราคะคือเอามาเสพรส โลภก็คือหอบเอามาเป็นของตน ราคะคือเอามาเสพรส ราคะศึกษาง่ายกว่า โลภนั้นเอามาเป็นของตน นี่ผิวกู มือกู ก็ยากคนที่ไม่ศึกษาให้ดี ไปหลงประคบประหงม เขาไม่รู้ไปหลงรูปโฉม ผู้หญิงนี่หลงรูปโฉม แม้แต่เล็บ ก็ติด ว่าเล็บต้องงามต้องรักษาไว้ ใครอย่ามาทำให้แหว่งนะ ถึงคุณจะทำก็ทำเล็บที่เลยออกมามันจะเสียอย่างไรเดี๋ยวมันก็จะงอกมาใหม่อีก ส่วนที่บอกว่าอาจารย์ที่ตายไปแล้วก็ศพไม่เน่า มีผมมีเล็บงอก พลังงานที่ยึดมั่นถือมั่นเหลือเอาไว้เป็นโมเมนตัม แต่คนกลับไปเคารพบูชา สิ่งที่ผิดๆนี้ คนไปตั้งข้อสังเกต ว่าจะไปอยากได้อะไรตอบแทนเพราะว่าในหลวงท่านก็มีทรัพย์สมบัติ มีทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ แต่ในหลวงท่านได้ตั้งจิตที่จะใช้ทรัพย์สินส่วนนี้ แต่ท่านก็ทำงานไปก็มีคนมาบริจาค โดยท่านไม่ได้เรียกร้อง ไม่ได้และเล็มเลียบเคียง ไม่ใช้วิธีการทาง marketing อย่างธัมมชโยเลย เป็นบารมีของท่าน อาตมาก็ไม่ได้เรียกร้องไม่ได้โฆษณาอะไร ก็มีคนมาให้ อย่างโยมจินดา เอามาบริจาคอาตมา ใครเคยได้ยินไหม เขาจะบอกว่าเอามาใช้หนี้สงฆ์(อะไรประมาณนี้พ่อครูจำไม่ค่อยได้แล้ว) เราตั้งจิตให้ถูก อาการจิตให้ถูกไม่ตั้งจิตอยากได้หรือตัวหวัง (สาเปกโข) ที่จริง เปกโขแปลว่า ว่าง แต่สาเปกโขคือมีอะไรเพิ่มปรุงแต่งขึ้นมา คืออย่าให้มีเนื้ออะไรงอกขึ้นมาอีก อ่านอาการจิตให้ออก แล้วจะทำอะไร สร้างสรรค์เพื่อเป็นประโยชน์โดยที่ไม่ต้องมีภพชาติอะไรเป็นต่อไม่ต้องไปหวัง หรือจะไปผูกพันปฏิพัทธ์ หรือสั่งสม สันนิธิเปกโขหรือว่า อิมํ เปจฺจ ปริภุญฺชิสฺสามีติ (ให้ข้ามภพชาติ) ทาน เทติ อย่างที่ธัมมชโยทำ เป็นพลังงานที่เกิดจากพลังงานบริสุทธิ์ที่ไม่ได้มีความหวังหรือสั่งสมให้เป็นมูลนิธิ หรือไม่ได้หวังยังข้ามภพชาติชาติหน้าอีก อย่างที่ธัมมชโยเป็นตัวอย่างทำมาแล้ว เขาแย่นะต้องวนเวียนใช้หนี้นรกอีกไม่รู้กี่ชาติ อย่างลำบากยากเย็น แต่เขาก็ทำของเขาเอง รักที่เกิดเป็นพลังงานกัมมันตภาพรังสี ทางประเสริฐ อบอวลกันอยู่นี่ เป็นกัมมันตภาพรังสีที่วิเศษ เพราะฉะนั้นไปสัมผัสเอา ซึ่งมันเกินกว่าการบรรยาย ถ้าจะให้พูดอย่างไรก็ไม่เหมือนการไปสัมผัส ตอนนี้เป็นสนามแม่เหล็กแห่งความรัก A bomb of love. เป็นความรักอันประเสริฐสุด เข้าไปสัมผัสแล้วศึกษาเหตุปัจจัยเขาศึกษาอย่างไรฝึกฝนอย่างไร ทำใจอย่างไร มนสิการ แล้วจะจัดการทำใจในใจอย่างไร อันนี้ท่านปราชญ์ทางศาสนาไม่ได้แปลโยนิโสมนสิการอย่างอาตมาแปล ท่านกลับแปลเป็นเพียงการขบคิดพิจารณาไตร่ตรอง ที่จริงแล้วมันไม่ได้อยู่เพียงแค่นั้นมันคือการเข้าไปจัดการกับใจเลย ท่านแปลอย่างนั้นก็เลยไม่เข้าถึงกิริยาอาการของจิต ที่ จิตนั้นทำเลยตัวเราเองจัดการทำเลย ไม่ได้บังคับจิตแต่เราฝึกมันให้มันเป็น เราไม่ได้ทำอย่างกดข่ม แต่มีปัญญารู้ชัดแล้วก็ทำก็มีความชำนาญเข้าเกิด skill ทักษะ เก่งขึ้น มันเกิดความช่ำชองชำนาญ เกิดวสี เป็นพลังอำนาจ เกิดสัจจะขึ้น เราทำไปเถอะ คุณไว้ใจว่าเราทำสิ่งดีงามถูกต้องไม่ผิด ไว้ใจไหม ตั้งแต่ต้นตอในหลวงเราก็ทำตาม มาทำตามพ่อทั้งนั้น มาเสียสละต่อกันไปต่อกันมา ผู้ให้ก็ให้แล้วชื่นใจด้วยผู้รับก็รับได้สำเร็จ ที่อาตมาได้อธิบายถึงผู้ชายเอาน้ำขวดไปให้ ตอนแรกไม่รับให้ แต่พอเด็กรับให้เขาก็ร้องไห้เลย เขาชื่นใจที่ได้ให้ ยิ่งเขารับอย่างบริสุทธิ์ยินดีขอบคุณก็ยิ่งวิเศษ มันเป็นโอกาสที่จะให้เราประพฤติปฏิบัติทั้งนี้อยู่แล้ว ทำให้อยู่นานๆ คุณทำจริงก็เป็นของคุณเอง ถ้าคุณไม่ทำ ได้แต่มอง แล้วเมื่อไหร่คุณจะมาทำ คุณจะได้บ้าง นี่เป็นโอกาสเป็นสิ่งกลางสิ่งรวมสุดยอดแล้ว ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเกิดโรงงานสร้างพลังงานความรักอันยิ่งใหญ่นี้อยู่ โรงงานใหญ่อยู่ที่สนามหลวง เราจะคำนวณว่าปีหนึ่งจะจบไหม ก็พระเมรุยังไม่เสร็จเลย ก็คงเป็นปี ถวายพระเพลิงแล้วก็คงจะมีลูกต่ออีก ดีไม่ดีเป็นประเพณีต่ออีก ซึ่งมันเสียไหม ไม่ได้เสียอะไรมีแต่สร้างพลังงานวิเศษที่ดีต่อกัน เป็นเหตุการณ์อันยิ่งใหญ่ เกิดในประเทศไทยกลางกรุงเทพฯ กลางสนามหลวงข้างพระราชวัง สนามหลวงคือทุ่งพระเมรุ สร้างไว้สำหรับ ถวายพระเพลิงพระเจ้าแผ่นดินและพระบรมวงค์ศานุวงศ์ ประเทศอื่นไม่มีอย่างนี้ ก็ไม่รู้นะว่ามีไหม ก็ใช้งานจริงๆผ่านมากี่พระองค์แล้ว เกิดแล้วอุบัติขึ้นในโลกในยุคนี้จะมีสถานที่ทั้งรูปธรรม ระบุจิตระบุนาม จะสืบสานกันไปอย่างแท้จริง ก็ขอกล่าวเรื่องนี้เลย ในวันที่ 1 และ 2 ธันวาคมนี้ มี Big cleaning day. เป็นวันที่จะต้องทำความสะอาดกันอย่างยิ่งใหญ่ รวมกันคนก็จะมารวมกันมาก จึงจำเป็นจะต้องมี กองพลาธิการ ทุกอย่างต้องเดินด้วยท้อง เราจะรับมือเที่ยง 1 มื้อ ห้าพันห่อ โดยรับผิดชอบ ปฐมอโศกรับไป 2500 ห่อ สันติอโศกรับไป 2500 ห่อ แบ่งกันระหว่างปฐมอโศก สันติอโศก รวมเป็นห้าพันห่อต่อวัน สองวันก็เป็นหมื่นห่อ นี่คือกิจเฉพาะหน้า ข้างนอกหากจะมาร่วมมือโดยเฉพาะศิษย์เก่า อยู่ไหนต้องการให้มาช่วยกัน เรื่องของเราที่ทำมานานแล้วโรงบุญห้าธันวาปีนี้เรากะให้ได้ 999 โรงทั่วประเทศ วันนี้เราได้ 400 โรงแล้ว ยังเหลืออีก 599 โรงเท่านั้น ใครจะตั้งใจมีโรงบุญก็แจ้งมาต่อ จะได้ครบ รีบหน่อย ไม่ต้องรีบร้อนแต่รีบเย็นๆ แต่ต้องเร็ว ไม่ต้องใหญ่โต ข้าวหม้อแกงหม้อก็หนึ่งโรงบุญแล้ว ไม่ใหญ่โตอย่างธรรมกายหรอก พระพุทธเจ้าตรัสว่า ธรรมใดวินัยใดเป็นไปเพื่อความมักใหญ่ ธรรมนั้นวินัยนั้นไม่ใช่เป็นของเราตถาคต 591129_พุทธศาสนาตามภูมิ สันติฯ พลังสี่ที่ขับเคลื่อนโรงงานแห่งความรัก