สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน แบบคนจน กับขาดทุนคือกำไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
แบบคนจน กับขาดทุนคือกำไร _คุณอโศกศิลป์ สิ้นป่าโลกีย์ ถามว่า...การที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ไปกราบนมัสการ และถามปัญหาสนทนาธรรม ต่อพระเกจิอาจารย์ทั้งหลาย เป็นการไปแสวงหาอาจารย์ในป่า หรือเปล่าครับ ตอบ...ในหลวงไม่ได้ไปแสวงหาธรรมะ จากเกจิอาจารย์ในป่า ท่านก็ไปหาอาจารย์ ในยุคของท่าน ที่เขาลือกัน ว่าองค์ไหนที่น่านับถือ ท่านก็จำนนจำเป็นเพราะท่านเป็นในหลวง ในสังคมประชาธิปไตย ประชาชนเขานับถือกัน พระเหล่านั้น ปฏิญาณตนว่าเป็นอาจารย์ทางธรรม ท่านก็จำนน ท่านก็เป็นนักประชาธิปไตย ท่านก็ไปขอทราบภูมิ ของแต่ละอาจารย์ ท่านมาบำเพ็ญ ในหลวงองค์นี้ มาบำเพ็ญปางมหาชนก กับ เตมีย์ใบ้ ท่านก็รู้แล้วก็ไม่ว่าอะไร แต่ท่านก็มาตรัสของท่าน ดังที่อาตมา นำธรรมะของท่านมายืนยันว่า ธรรมะของท่านมาทำให้คนมาจน ตามกถาวัตถุ 10 อัปปิจฉะ สันตุฏฐิ ปวิเวก อสังสัคคะ วิริยารัมภะ มาทำแบบคนจน แบบเศรษฐกิจพอเพียง นี่แหละคือ การมักน้อย สันโดษ ใจพอ มีวรรณะ 9 ในหลวงร.๙ ไม่ได้ออกบำเพ็ญ หรือหาอาจารย์ในป่า แต่ไปทุกแห่งที่มีคนอยู่ ไม่ได้พาไปนั่งหลับตาเข้าป่าเขาถ้ำ นี่คือพระจริยวัตร ที่ท่านทรงอยู่ ท่านเป็นอาจารย์ทางโลก เป็นพระเจ้าแผ่นดิน ไม่ใช่อาจารย์ทางธรรม ก็สอนก็แนะนำแบบทางโลก แต่ท่านไม่ได้ไปว่าใคร แต่หน้าที่อาตมา เป็นหน้าที่ว่าทางธรรมะ ไม่ใช่หน้าที่ในหลวง ในหลวงมีหน้าที่ว่านักบริหาร ท่านว่าอย่างผู้ดีที่สุด แต่คนเหล่านั้นไม่รู้เรื่อง อาตมาสงสารสังคมมนุษย์ยุคนี้มาก สัจจะที่เกิด ในหลวงจึงต้องทรงงานหนัก เพราะคนมันโง่คนมันดื้อ คนมันไม่รู้เรื่อง แล้วปฏิบัติก็ไม่ได้ ท่านก็เลยต้อง ทรงอยู่คนเดียว เลยกลายเป็นว่าเหมือนท่านทำคนเดียว 70 พรรษา จึงปรากฏหลักฐานว่า เหมือนท่านทำอยู่คนเดียวในประเทศไทย นี่คือคำตอบ ตอนนี้ก็มายอมรับกันแล้ว ก็จะมาเอาตามท่า
อ่านต่อ
นทำตามท่าน ก็ทำให้จริงนะ ค่อยมารู้สึกตอนท่านสิ้นไปแล้ว ดีแล้วละที่รู้สึก ให้ทำจริงๆ เร่งเข้ามาศึกษาคำสอนท่าน แล้วทำตามให้ได้ สรุปท่านสอน ให้มาทำแบบคนจน ทำแบบเศรษฐกิจพอเพียง ทำแบบขาดทุนของเรา คือกำไรของเรา ฟังไว้พวกนักธุรกิจทุนนิยม นักเศรษฐศาสตร์ ในประเทศไทย จะต้องเรียนรู้เศรษฐศาสตร์บุญนิยม หรือเศรษฐศาสตร์พุทธธรรม ว่าสอนให้คนมาจน เปิดคลิปแบบคนจน… "แบบที่เรียกว่า ทำ "แบบคนจน" คือทำวิธีการแบบคนจน ไม่ได้มีการลงทุนมากหลายอย่างของเขา เราก็ทำไป ก็เลยบอกว่า ถ้าจะแนะนำ ก็แนะนำได้ "ทำแบบคนจน" เพราะเราไม่ได้เป็นประเทศที่รวย เราก็รวยพอสมควร อยู่ได้ แต่ไม่ใช่เป็นประเทศที่ก้าวหน้าอย่างมาก เราไม่อยากจะเป็นประเทศอย่างก้าวหน้าอย่างมาก เพราะว่าถ้าเราเป็นประเทศที่ก้าวหน้าอย่างมาก มีแต่.. มีแต่ถอยหลัง ประเทศเหล่านั้น ที่เขามีอุตสาหกรรมสูงมีแต่ถอยหลัง และถอยหลังอย่างน่ากลัว แต่ถ้าเรามีการปกครองแบบ เรียกว่า แบบคนจน แบบที่ไม่ติดกับตำรามากเกินไป ทำอย่างมีสามัคคีนี่แหละ มีเมตตากัน ก็จะอยู่ได้ตลอด ไม่เหมือนคนที่ทำตามวิชาการ แล้วก็วิชาการนั้นก็เราดูตำรา แล้วพลิกไปถึงหน้าสุดท้าย คือหน้าสุดท้ายนั้น เขาบอกว่า "อนาคตยังมี" แต่ไม่บอกว่าเป็นอย่างไร เวลาปิดเล่มแล้วมันก็ปิดตำรา ปิดตำราแล้วไม่รู้จะทำอะไร ลงท้ายก็ต้องเปิดหน้าแรกใหม่ เปิดหน้าแรกก็เริ่มต้นใหม่ "ถอยหลังเข้าคลอง"แต่ถ้าเราใช้ตำรา แบบที่เราอะลุ่มอล่วยกัน ตำรานั้นไม่จบ" ในหลวงทรงมีพระราชดำรัสนี้ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ.2534 พ่อครูว่า...นั่นคือที่บอกว่า แบบคนจน เดี๋ยวมีแบบขาดทุนของเราคือกำไรของเราต่อ แบบคนจนที่ในหลวงเราตรัส ท่านทรงมั่นพระทัยว่า แบบคนจนนี่ จะทำให้เป็นสุข แบบตำราที่ท่านให้ปิดคือ ความรู้ประดามีแบบโลกๆ ท่านให้ปิดหมด ให้ปิดตำราโลกโลกีย์ มีตำราของพระพุทธศาสนาเท่าน้นเป็นโลกุตระ แม้แต่ตำราของศาสนาเทวนิยม ก็เป็นเพียงกัลยาณธรรม ไม่เป็นโลกุตระ ไม่รู้จักจิตเจตสิก ไม่มีทฤษฎี การกำจัดกิเลสให้ตายไปอย่าง นิจจัง (เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสฺสตัง (ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง (ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง (ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง (ไม่กลับกำเริบ) มีแต่ในศาสนาพุทธเท่านั้น คำว่า การก้าวหน้าที่เขาก้าวหน้ากัน เขาแย่งก้าวหน้ากัน มันเป็นการถอยหลัง และถอยหลังอย่างน่ากลัว ทุกวันนี้ เป็นสังคมโลกที่น่ากลัวมาก เพราะเขาก้าวหน้าอย่างมาก ก้าวหน้าอย่างแย่งชิง เอาเปรียบเอารัดกัน ไม่มีใครยอมจะมาเสียสละ ไม่มีใครยอมจะมาจน ไม่มีใครเข้าใจว่า อยู่กันอย่างจนมหัศจรรย์ อย่างชาวอโศกเรา จนมหัศจรรย์ เราทำได้สำเร็จแล้วจริงๆ เรามาจน แต่ละคน ไม่ได้มุ่งมาสะสมเงินทอง สำหรับคนที่สมบูรณ์แล้ว คนที่ไม่สมบูรณ์ ก็จะมียักไว้บ้าง แต่ไม่ได้มุ่งหมาย ไปแย่งชิงกับบิลเกตส์ กับวอร์เรน บัฟเฟตต์ แม้แต่แข่งกับคนรวย ในประเทศไทย ก็ไม่คิดจะไปทำ ในจิตของพวกเรา มีสันโดษมีใจพอ โดยเฉพาะ พวกที่มาอยู่กับชาวอโศก ก็ไม่ได้คิดมาร่ำรวยแข่งกับใคร ในชาวอโศก มันจะต้องมีก็มีบ้าง บางคนบอกว่า มีมากก็ลำบาก ต้องเก็บงำดูแลรักษา บอกว่าไม่มีดีกว่า มันเป็นใจจริงนะ มันก็สงบ เจ็บก็ไม่ดิ้นรนไปอยากได้อยากรวย อะไรมีอยู่แค่นี้ก็พอ ชาวอโศกเรา ยังฟุ่มเฟือยสุรุ่ยสุร่าย ต้องสอนตั้งแต่เด็ก แม้แต่ผู้ใหญ่ก็ตาม มันยังตีนห่างมือห่างอยู่นะ แล้วมันตายไหม ช่วยกันเก็บงำรักษา ในเมืองไทย ทางราชการสำรวจว่า หมู่บ้านไหน มีคนจนมากที่สุด เขาสำรวจไม่เจอ คุณว่าหมู่บ้านไหน คนจนมากที่สุด ก็หมู่บ้านชาวอโศก มีคนจนมากที่สุด เพราะไม่ได้ตั้งหน้าตั้งตา มาสะสม มีบางคนแทรกในนี้ ยักไว้เป็นแสนเป็นล้าน แต่ส่วนใหญ่ค่ารวม ไม่สะสม มีมากก็เข้ากองกลาง มีแค่นี้ก็พอแล้ว บางคนกล้าที่จะไม่มีเลย จะใช้ก็เบิกส่วนกลาง เอาไปใช้ประโยชน์ทำงาน ถ้าเขาไม่ให้ก็ไม่เป็นไร ไปทำงานอย่างอื่น มีเยอะแยะ ไม่ต้องเกี่ยงงอน ว่าไม่มีเงินเราไม่ทำ งานที่จะให้ทำมีเยอะแยะ อัตตาไม่มาก ไม่ถือดีถือตัว สบาย สังคมชนิดอย่างชาวเรา เป็นสังคมที่ไม่เบียดเบียนข้างนอก นอกจากไม่เบียดเบียนแล้ว เป็นสังคมสร้างสรร ไม่ได้งอมืองอเท้า เอาแต่เที่ยวเตร่ หรือคนจนเพราะเอาเงินมาลงทุน จนชิปหาย ก็ไม่ใช่ เป็นคนจนที่เต็มใจจน แล้วก็มีพอสมควร กินใช้ในส่วนกลาง มีเท่าไหร่ก็ช่วยกันบริหาร แบ่งแจกเผื่อแผ่ไป อย่างที่เราทำมาตลอด เงินคงคลังชาวอโศกไม่มีมาก เพราะไม่ได้เป็นแบบทุนนิยม ที่ตั้งหน้าตั้งตาสะสม เพราะเราเชื่อว่า ความมั่นคงกับความร่ำรวย ความมั่นคงกับความร่ำรวยนั้นอยู่ที่ 1 ความรู้ความสามารถ 2 ความขยัน ก็มีความรู้ความสามารถ และเรามีความขยัน 2 อย่างนี้ เราก็ขยันทำงาน อย่างมีความรู้ความสามารถ โดยสุจริต เราก็สร้างสรร เราก็มีเหลือกินเหลือใช้ ทุกวันนี้ อาตมาก็เห็นใจ พืชพันธุ์ธัญญาหาร ที่ชาวอโศกปลูก เพราะว่ามันเอง ออกมาทางมาก มีผลผลิตมาก มันก็มากเกินพอแล้ว มันก็เลยออกไปทางอ้วน ผลผลิตของชาวอโศก จึงลูกโตลูกอ้วน คะน้าใบใหญ่ เป็นต้น เราทำงานแล้วมีวิวัฒนาการความรู้ความสามารถเพิ่ม ก็ทำให้พืชผักเจริญได้ ถ้ารัฐบาลบอกว่า มาเอาแบบโพธิรักษ์ ฟ้าจะเปิดเลยนะ จะมีใครไปเป็นผู้บริหาร แล้วกล้าเอาแบบโพธิรักษ์ เพราะดำเนินตามคำสอน ตรงตามพระพุทธเจ้า อันไหนไม่ตรงตามพระไตรปิฏก ก็ไม่ต้องเอาตาม อย่างที่เอามาอธิบายขณะนี้ เอาแบบคนจน ขาดทุนของเรา คือกำไรของเราแบบนี้ เขาว่าชาวอโศกมาแกล้งจน ทำทีท่า จะกดข่มได้นานเท่าไหร่ มาถึงปีนี้แล้วปีเท่าไหร่แล้ว ไม่ได้กดข่มหรอก อยู่กันจนทยอยตายไป หลายศพแล้ว คุณอย่าเพิ่งรีบตายนะ อยู่ดูชาวอโศกนานๆ แต่อโศกเป็นคนจน ที่อุดมสมบูรณ์ อะไรก็มีๆ หมู่บ้านต่างๆ อยู่มานาน ก็ไม่เห็นมีอะไรเป็นปึกแผ่น แต่หมู่บ้านชาวอโศก เกิดมาแค่ 30 ปี ทำไมมีอะไรเต็ม เครื่องใช้ไม้สอยต่างๆนานา มีเยอะแยะ ข้ามหน้าข้ามตาเขา เช่นหมู่บ้านกระจอกๆ หมู่บ้านราชธานีอโศก มีเครื่องใช้ แบคโฮ 800 แบคโฮ 400 และอื่นๆ ขนาดนักโรงงานใหญ่ๆ ธุรกิจใหญ่ๆทั้งโลก ยังไม่มีเลย มันเอามาทำอะไรกันนักหนา กิจการมันซื้อมาอย่างไร แพงนะ เอามาทำไม มีอันนั้นอันนี้ ทั้งที่เป็นหมู่บ้านนะ มีโรงงาน และหมู่บ้าน กำลังจะมีมหาวิทยาลัย ไม่ใช่อำเภอไม่ใช่จังหวัดนะ อย่างเก่งในจังหวัด เขาก็จะมีมหาวิทยาลัยประจำจังหวัด ก็มีไม่กี่จังหวัดในประเทศไทย แต่นี่หมู่บ้าน จะสร้างมหาวิทยาลัยในหมู่บ้าน จะไม่เหมือนกับสังคมที่อื่นเขา ผู้ที่มีปัญญาฟังอาตมาให้ดีๆจะเข้าใจ ไม่ว่าจะทางด้านเศรษฐศาสตร์รัฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ จะเข้าใจว่าความรู้พระพุทธเจ้า ทำให้สังคมเป็นแบบนี้หรือ นี่แหละคือสังคมเจริญ ถ้าบริหารแบบคนจน แบบขาดทุนของเรา คือกำไรของเราแบบเศรษฐกิจพอเพียง เราเดินตามรอยพระยุคลบาท ของในหลวง ตามรอยพระยุคลบาท ของพระพุทธเจ้า วันนี้อาตมาเน้นเรื่องของสังคม เรื่องของพฤติกรรมมนุษย์ เรื่องของความรู้วิชาการของพระพุทธเจ้า ต่อมาเปิดคลิป ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา.. .ก็แปลว่า ขาดทุน คือ เป็นการได้กำไรของเรา หรือการขาดทุนของเรา เป็นการได้กำไรของเรา ท่านนักเศรษฐกิจคงร้องว่า ไม่ใช่ แต่ว่าเป็นไปอย่างนั้น ก็เห็นว่านักเศรษฐกิจก็ยิ้ม ยิ้ม ๆ ว่า อะไร ? พูดอย่างนี้ "การขาดทุนของเรา เป็นการได้กำไรของเรา" หรือเราได้กำไร แต่พูดภาษาอังกฤษมันสั้นกว่า งั้นก็ต้องขยายว่าภาษาอังกฤษเป็นอย่างไร ? ภาษาอังกฤษ Our หมายความว่า ของเรา Our Loss .. Loss ก็การเสียหาย, การขาดทุน Our Loss Is .. Is ก็เป็น Our Loss Is Our .. Our ก็คือของเรา "Our Loss Is Our Gain" ..Gain ก็คือกำไรหรือที่ได้ ส่วนที่เป็นรายรับ ก็ตกลงบอกกับเขาว่า "Our Loss Is Our Gain" ขาดทุนของเราเป็นกำไรของเรา หรือว่า เราขาดทุน เราก็ ได้กำไร เวลาพูดไปแล้วเขาก็บอกว่า "ขอย้ำ ขอซ้ำอีกที" ก็พูดซ้ำอีกที เขาก็นั่งเฉยไปอีก ก็หมายความว่าต้องการ การอธิบาย เราก็อธิบาย อธิบายว่า ถ้าเราทำอะไรที่เป็นการกระทำแล้วก็เราเสีย แต่ในที่สุดก็ ไอ้ที่เราเสียนั้นมันเป็น "การได้".. พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ ทรงพระราชทานไว้เมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๓๔
600118_เทศน์ก่อนฉัน ศีรษะอโศก สังคมคนจนที่ขาดทุนแบบผู้เจริญ