สื่อธรรมะพ่อครู(จรณะ 15 วิชชา 8) ตอน สันโดษที่เป็นอาริยะ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.17 KB
วันที่แก้ไข27 สิงหาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(จรณะ 15 วิชชา 8) ตอน สันโดษที่เป็นอาริยะ สันโดษ [๑๒๔] ดูกรมหาบพิตร อย่างไร ภิกษุชื่อว่าเป็นผู้สันโดษ? ดูกรมหาบพิตร ภิกษุใน ธรรมวินัยนี้ เป็นผู้สันโดษด้วยจีวรเป็นเครื่องบริหารกาย ด้วยบิณฑบาตเป็นเครื่องบริหารท้อง เธอจะไปทางทิสาภาคใดๆ ก็ถือไปได้เอง ดูกรมหาบพิตร นกมีปีกจะบินไปทางทิสาภาคใดๆ ก็มีแต่ปีกของตัวเป็นภาระบินไปฉันใด ภิกษุก็ฉันนั้นแล เป็นผู้สันโดษด้วยจีวรเป็นเครื่อง บริหารกาย ด้วยบิณฑบาตเป็นเครื่องบริหารท้อง เธอจะไปทางทิสาภาคใดๆ ก็ถือไปได้เอง ดูกรมหาบพิตร ด้วยประการดังกล่าวมานี้แล ภิกษุชื่อว่าเป็นผู้สันโดษ.

พ่อครูว่า อย่าง พวกฑิฆัมพรมีความมักน้อยสันโดษมาก ไม่ใส่เสื้อผ้า การตัดผมก็ไม่ตัด ใช้วิธีถอนเอา เขามักน้อยจริงๆ แต่เป็นมิจฉาสันโดษ ไม่ใช่อารยะสันโดษ สันโดษคือความพอเหมาะพอดี คุณถือศีล 5 คุณยังมีลูก มีบ้านมีช่อง มีทรัพย์สินเงินทอง คุณก็เอาให้พอ องค์ธรรมของความเป็นสันโดษ คุณตั้งศีลขึ้นมา เช่น เอาเรื่องเงินทอง เรื่องกิน ของใช้ก็ได้ สมมุติว่าคุณใช้เงินมากเดือนนึง ก็มักน้อยลงมา อัปปิจฉะ จากห้าพันเหลือสามพัน ตั้งใจปฏิบัติ เจริญ ก็เพราะจิตของคุณล้างกิเลสได้ เกิดใจพอ เกิดสันโดษ จิตก็เกิดปวิเวก สงบเพราะกิเลสลด สวรรค์ก็หายไป อสังสัคค จิตไม่ต้องเกี่ยวข้องอีก แต่ยังคงขยันหมั่นเพียร วิริยารัมภ

[๑๒๕] ภิกษุนั้นประกอบด้วยศีลขันธ์ อินทรียสังวร สติสัมปชัญญะและสันโดษอัน เป็นอริยะเช่นนี้แล้ว ย่อมเสพเสนาสนะ อันสงัด คือ ป่า โคนไม้ ภูเขา ซอกเขา ถ้ำ ป่าช้า ป่าชัฏ ที่แจ้ง ลอมฟาง(อยู่ไม่ไกลจากบ้าน เป็นของในเมือง) ในกาลภายหลังภัต เธอกลับจากบิณฑบาตแล้ว นั่งคู้บัลลังก์ ตั้งกายตรง ดำรงสติเฉพาะหน้า เธอละความเพ่งเล็งในโลก(คือกาม) มีใจปราศจากความเพ่งเล็งอยู่

อ่านต่อ

ย่อมชำระจิตให้บริสุทธิ์จากความเพ่งเล็งได้ ละความประทุษร้ายคือพยาบาท ไม่คิดพยาบาท มีความกรุณาหวังประโยชน์แก่สัตว์ทั้งปวงอยู่ ย่อมชำระจิตให้บริสุทธิ์จากความประทุษร้ายคือ พยาบาทได้ ละถีนมิทธะแล้ว เป็นผู้ปราศจากถีนมิทธะ มีความกำหนดหมายอยู่ที่แสงสว่าง มีสติสัมปชัญญะอยู่ ย่อมชำระจิตให้บริสุทธิ์จากถีนมิทธะได้ ละอุทธัจจะกุกกุจจะแล้ว เป็นผู้ไม่ ฟุ้งซ่าน มีจิตสงบ ณ ภายในอยู่ ย่อมชำระจิตให้บริสุทธิ์จากอุทธัจจะกุกกุจจะได้ ละวิจิกิจฉาแล้ว เป็นผู้ข้ามวิจิกิจฉา ไม่มีความคลางแคลงในกุศลธรรมทั้งหลายอยู่ ย่อมชำระจิตให้บริสุทธิ์จาก วิจิกิจฉาได้.

พ่อครูว่า ในปริเฉทนี้กล่าวกว้างแต่พูดถึงคนอยู่ป่าด้วยกัน ท่านถึงบอกว่าอยู่ป่าก็ดี อยู่ในเรือนว่างก็ดี คือธรรมดาอยู่ในเมืองหรือที่ไหนก็ปฏิบัตเช่นนี้ ลืมตาแบบนี้ ไม่ใช่ไปนั่งอยู่ในภพ การอยู่ในภพมันผิดหมดเลย แต่นี่ท่านอนุโลมให้พวกนั่งหลับตา เหมือนพวกแม่ครัวปรุงอาหารให้เขากิน แต่ตนไม่ติดยึด เป็นแม่ครัวมือเที่ยง ปรุงแล้วได้รสนี้เลย คนติดฝีมือ แต่แม่ครัวทำให้เขากินแล้วแต่ตนเองก็กินน้ำพริกเฉย ที่ทำให้เขากินคืออนุโลม เหมือนแม่เล่นหม้อข้าวหม้อแกงกับลูกเป็นต้น บริบทที่พพจ.สอนตอนแรกสอนกับคนในป่าจึงพูดอนุโลม แม้คนในเมืองที่ติดป่าก็ต้องพูดอย่างนี้ แสดงถึงบริบทในป่านี้มีเยอะ ส่วนที่แจ้งลอมฟางท่านก็กล่าวให้รู้ว่าทำที่ใดก็ได้ ในเรือนว่างก็ได้ ถ้าจะนั่งเช่นนี้ หรือไม่นั่งก็ปฏิบัติแบบตาเปิด ทำกรรมปกติถึงถูกต้องครบตามที่พพจ.สอน เรียนแต่ในสัญญาล้างจากความจำ คนหลับตาเข้าไปในจิตแล้ว มันมีกามสดๆ หรือตากระทบรูป หูกระทบเสียงจริงหรือไม่ ก็ไม่มีจริง คุณกำหนดรู้ตั้งแต่ข้างนอก ยิ่งได้ผลข้างนอกแล้วก็เหลือแต่ภายใน เป็นรูป จนหมดรูปอีกก็เหลืออรูปอีก ความสันโดษหรือใจพอนั้นต้องสู่ความน้อยลงให้มาก ใช้น้อยลงจนตนเองไม่เอาอะไรเลย สูญเลย วันคืนล่วงไปๆ สิ่งที่ดีกว่านี้ยังมีอยู่ เราไม่ป่วย กำลังก็มากอยู่ งานก็มีให้ทำ เรี่ยวแรงก็ยังดีอยู่ คุณกำลังทำอะไรอยู่ กำลังลอยชาย ไปอยู่อย่างนั้นทำไม งานที่สมควรจะทำ ที่นี่ งานตกคนนะ ไม่ใช่คนตกงานนะแดนนี้ ไม่ใช่แดนเสื่อมต่ำเดือดร้อนวุ่นวาย แดนไหนที่คนตกงานสังคมนั้นเป็นสังคมเสื่อม แย่ แต่แดนไหนงานตกคน แดนนั้นเป็นแดนอาริยะ เจริญ ใช่ไม่ใช่ เพราะฉะนั้นพวกเราวิ่งหัวปักหัวปำ หาคนเก็บผักยังยากเลย เพราะคนกินมากขึ้น ถึงบอกว่าปีนี้ปี ๕๙ อย่าให้อาตมาอกหักอกพังนะ เตรียมที่ให้อยู่แล้ว 590104_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ สามัญผลสูตร ตอน ๔

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน