ฟังเสียงด่าอย่างไรให้เกิดปัญญาไม่ใช่แค่สมถะ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์10 KB
วันที่แก้ไข1 กันยายน 2566

เนื้อหาในไฟล์

ฟังเสียงด่าอย่างไรให้เกิดปัญญาไม่ใช่แค่สมถะ _Somprasong Supavit สมประสงค์ ศุภวิทย์ : กราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพ ขออนุญาตสนทนาธรรมครับ มีคนด่าเราด้วยภาษาต่างชาติ เราไม่โกรธ เพราะเราไม่รู้ภาษา หรือเราได้ยินแค่คลื่นเสียง เกิด ดับ กระแสปฏิจจสมุปบาทเกิดไม่สมบูรณ์ ถ้าเราฝึกฟังเสียงภาษาไทย ให้ได้ยินแค่คลื่นเสียง เกิด ดับ บ่อยๆ จะเห็นโสตวิญญาณเกิด ดับ ทำให้เข้าถึงความจริงเหนือสมมุติ หรือโลกุตรธรรม ได้ไหมครับ? พ่อครูว่า... ไม่ได้..มันไม่รู้ความจริงตามความเป็นจริง 1. มันโง่เขาด่าก็หน้าด้านเฉยไม่รู้เรื่อง นอกจากโง่แล้วยัง โด้ยังด้านด้วย เฉยไม่รู้ไม่ชี้ มันก็เหมือนคนด่าหมาที่มันเดินมาตัวหนึ่ง หมามันจะไปรู้เรื่องไหม มันก็เดินของมันเฉย เป็นคนอย่างนั้น มันไม่ได้เรื่องหรอก มันต้องฟังว่าเขาด่าเรื่องอะไร เขามีความหมายอะไร 1.อาตมาเคยอธิบายแล้ว ถ้าด่าสาดเสียเทเสีย เขาด่าไปปากเปราะไปเฉยๆ ไม่ได้อะไรหรอก ด่าตามประสานิสัยสัญชาตญาณคนขี้ด่า ก็ด่าอย่างทิ้งๆขว้างๆสาดเสียเทเสีย ไม่ได้เอาจริงเอาจังอะไร ด่าด้วยอารมณ์บำเรอความโกรธ แล้วก็ด่าสาดเสียเทเสีย ก็เลยไม่รู้ว่าเราเป็นจริงตามที่เขาด่าหรือเปล่า เขาไม่ได้กำหนด ไม่ได้มาเปรียบเทียบ ไม่ได้กำหนดเนื้อหาอะไรอย่างนั้นเลย ทีนี้เขาก็ด่าเราอย่างมีการกำหนดรู้เนื้อหา แล้วเขาก็ด่าอย่างนี้ว่ามันดีอย่างนี้ ไม่ดีอย่างนั้น เรื่องนั้นเรื่องนี้อะไรอย่างนี้ เอออย่างนี้สิ เราก็นำพา เอาคำด่านั้นมาพิจารณาว่า เราเป็นอย่างที่เขาว่า ที่เขาตำหนิอะไรต่ออะไรหรือไม่ ถ้าเป็นก็ขอบคุณเขา ถ้าเราไม่ได้เป็นก็แล้วไป คนนี้เขาไม่รู้ความจริงว่าเราไม่ได้เป็นอย่างนั้น เขาด่าผิด ด้วยความไม่ฉลาดหรือความโง่ก็อยู่ที่เขา เป็นอย่างพระพุทธเจ้าท่านตรัส เขาด่าเราเหมือนเอาสำรับกับข้าวมาตั

อ่านต่อ

้งไว้ เราก็พิจารณาแล้วเราจะกินหรือไม่กินควรหรือไม่ควรก็ไม่เห็นจะต้องกิน อันนี้ไม่ใช่เรื่องของเรา เราก็ตั้งไว้อย่างนั้น เขาจะมาเอาคืนไปหรือไม่มาเอาคืนไปก็เรื่องของเขา อธิบายผ่านไปแล้ว _สู่แดนธรรม... ปัญหาของคุณ สมประสงค์เขาถาม 2 ชั้นนะครับ เขาถามว่า ถ้าเราจะฝึกฟังแต่เสียงภาษาไทย พิจารณาแค่เกิดดับ จะถือว่าเป็นสมถะหรือไม่ พ่อครูว่า... มันเป็นแต่เพียงสมถะ มันเกิดดับๆ มันก็ได้อย่างหนึ่ง อย่างแค่สมถะ มันไม่ได้เป็นวิปัสสนา มันไม่รู้เรื่อง ที่อธิบายไปแล้ว ว่าเขาด่าอะไร เขาด่าสาดเสียเทเสีย ไม่สาดเสียเทเสีย มีความหมาย เขาด่าอย่างนั้นถูกตัวเราหรือไม่ เป็นอย่างที่เขาว่าเขาด่าหรือไม่ก็พูดไปแล้ว ก็ถ้าไปทำสมถะอย่างนั้นคุณก็ทิ้งไป แต่คุณไม่ได้เจริญอะไร ก็เหมือนไปนั่งหลับตาสะกดจิต ไม่ได้เจริญอะไร คุณปัดทิ้งไปเฉยๆ ผ่านกาลเวลาคุณก็ตายไปไม่ได้อะไร ตายไปชาติหนึ่ง ไม่ได้พัฒนาอะไรเลย พวกนั่งหลับตาสะกดจิต แค่นี้แหละไม่ได้อะไร ดีไม่ดี คุณไปหลงผิดว่า 1.อันนั้นคือการได้มรรคได้ผลไปเป็นอรหันต์เก๊ 2. คุณไม่ได้มาศึกษาหาความเป็นจริงที่มันสัมผัสต่างๆที่เป็นวิปัสสนาญาณ อย่างเกิดความเป็นจริงเลย มันมีเหตุคือกิเลส มีความโกรธใหญ่ โกรธน้อย มีความโลภใหญ่ โลภน้อย มีความรักใหญ่รักน้อย อะไรเป็นกิเลสพวกนี้ ราคะ โทสะ โมหะ คุณไม่ได้มาทำพวกนี้ เลยเสียเวลาสูญเปล่า ดีไม่ดีไม่ได้พิจารณาแล้วมันก็สะสมใส่ตัวเอง โดยไม่รู้แม้แต่เรื่องของการสัมผัสข้างนอก 1. ลาภ ยศ สรรเสริญ คุณก็ไม่ได้เข้าใจ คุณก็ต้องได้ต้องมีต้องเป็นไป ดีไม่ดีซ้อนอย่างมหาบัวนี่ไม่ได้ลาภ แต่ก็เป็นเล็นเฝ้าทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นดอลลาร์ ไม่ว่าจะเป็นทองคำ ที่เรี่ยไรมาด้วย ที่อาตมาเคยพูดตอนนี้มหาบัวไม่ได้เกิดเป็นคน ไปเกิดเป็นเล็นไปเฝ้ากองทองคำดอลล่าร์ วันนี้คงไม่ใช่ของมหาบัวที่เดียว พลเอกประยุทธ์ก็หาทองคำเข้าคลังอยู่เยอะก็ไปหลงขี้ตู่เป็นเล็นเฝ้าอยู่ ขออภัยนะที่อาตมาอธิบายธรรมะที่ลึกซึ้งคือ ไม่รู้ตัวเลยนี่ก็คือสิ่งที่ไม่รู้เรื่อง ลาภ ยศ สรรเสริญ แล้วก็ได้รับคำสรรเสริญเยินยอไปทั่วประเทศ ลาภยศ ก็ได้หลงสรรเสริญ หลงติดอยู่อย่างนี้ เพราะฉะนั้นก็ความหลงใหญ่ถึงขั้นว่า ประเทศนี้..ข้านะเป็นผู้อุ้มชูไว้ ถ้าไม่มีข้าซะอย่างป่านนี้ประเทศไทยล่มจมไปแล้ว อย่างนี้เป็นต้น เขาไม่รู้ตัวเพราะฉะนั้นลาภ ยศ สรรเสริญไม่รู้ตัว รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส(โผฏฐัพพะ) แค่กินหมากกินพลูเป็นสิ่งเสพติด ไม่ต้องไปพูดอย่างอื่น เราไม่รู้ว่าติดรสชาติอะไรอีกบ้างก็ไม่รู้ แต่กินหมากปากเปรอะอยู่จนตาย แค่นี้ก็ไม่รู้แล้วว่ามันเป็นสิ่งเสพติดที่จะต้องให้ลด ละ เลิก ที่อาตมาพูดให้มันเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนก็ขอให้พวกท่านทั้งหลายที่สนใจในธรรมะ แล้วก็ไปหลงยึดมั่นถือมั่นคำสอนหรือว่าสิ่งที่ยังไม่ใช่ มันเป็นมิจฉาทิฏฐิออกนอกรีตนอกทาง อาตมาสงสารศาสนาพุทธมากตรงที่ว่า มันไม่ใช่โลกุตระ มันออกนอกรีตนอกทางเป็นเดียรถีย์ ไปไกลจนกระทั่งมันเสื่อมหนัก นี่อาตมากอบกู้ได้พวกคุณมาเท่านี้ นอกนั้นฟังไม่รู้เรื่อง แล้วก็ไปเชื่อเถรสมาคมที่มาว่าอาตมาว่าเป็นพวกนอกรีต จนเดี๋ยวนี้ก็ยังเกรงใจเถรสมาคม จะมาชมโพธิรักษ์ จะมายอมรับโพธิรักษ์ก็ไม่กล้า เพราะสู้อำนาจเถรสมาคมไม่ได้ คุณก็ยังตกอยู่อำนาจมารอยู่นั่นเอง คนใดที่ยังหลงเถรสมาคมไม่มาเห็นชัดว่า ต้องส่งเสริมคนที่ควรส่งเสริม ยกคนที่ควรควรยก ตำหนิคนที่ควรตำหนิ ไม่ได้อยู่ในร่องรอยตามพระพุทธเจ้าสอน ตามสัจจะพระพุทธเจ้าเลย สัจจะพวกนี้ มันเป็นเรื่องที่ลึกซึ้ง มันเป็นเรื่องที่จะต้องศึกษาดีๆ เพราะฉะนั้นอาตมาได้พยายามเอาธรรมะพระพุทธเจ้า มากอบกู้ขึ้นมาได้ขนาดนี้ แม้แต่มีมวลแค่นี้อาตมาก็ว่า มันยืนยันได้จนอาตมาได้สรุปไปหมดแล้วว่า ชาตินี้อาตมาได้ทำถึงขั้นมีสาธารณโภคี เกิดสังคมสาธารณโภคี สุดยอดแล้ว และพวกเราก็มาชัดเจนในเรื่อง วรรณะ 9 มาเป็นคนเลี้ยงง่าย บำรุงง่าย มาเป็นคนมักน้อย ไม่ได้ไปเที่ยวได้อยากได้โลภโมโทสันอีก เป็นคนมีใจพอ เป็นคนสันโดษ เป็นคนมาปฏิบัติขัดเกลาตัวเอง สัลเลขะ หลักเกณฑ์ในการปฏิบัติ ธูตะ เดินขึ้นไปเป็นลำดับ จนมีอาการน่าเลื่อมใส ผู้รู้เห็นแล้วก็น่าเลื่อมใสและก็ไม่สะสม อปจยะ วิริยารัมภะ ผู้สูงสุด แต่ก่อนนี้เรารู้สึกตัวว่าเราขี้เกียจมาก เดี๋ยวนี้เราดีขึ้นบ้างขยันขึ้นบ้างแต่ก่อนนี้เราขี้เกียจจริงๆนะ แต่เดี๋ยวนี้มาอยู่กับหมู่นี้ยังพอขยันขึ้นบ้าง จะขี้เกียจอย่างแต่ก่อนก็ไม่แล้วก็เจริญขึ้นบ้าง หลายคนจะเห็นว่าเราเจริญขึ้นผิดตา จากคนขี้เกียจมาเป็นคนขยันอย่างนี้เป็นต้น เราก็จะชัดเจนตามหลักธรรมพระพุทธเจ้าเอามาตรวจสอบได้เลยว่ามันถูกต้องตามคำสอนตามพระอนุสาสนีไหม 660828 เจาะลึกเทวทัตยุคดิจิตอลที่หาความเลวเพิ่มไม่ได้อีก รายการปรับทุกข์ปลุกธรรม #38 ราชธานีอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน