561008_เทศน์เบิกฤกษ์ยกระดับประท้วงข้างทำเนียบฯ เรื่องคนผู้ไม่ทำงานการเมืองคือคนเดรัจฉาน.doc.docx
เนื้อหาในไฟล์
561008_เทศน์เบิกฤกษ์ยกระดับชุมนุมประท้วงแนวใหม่ข้างทำเนียบ เรื่อง คนผู้ไม่ทำงานการเมืองคือคนเดรัจฉาน โดยพ่อครูสมณะโพธิรักษ์
_พ่อ ครู มาเยี่ยมข้างทำเนียบวันที่ 8 ตุลาคม 2556 เวลา 08:45 น. ขณะที่สถานีเอฟเอ็มทีวี ถ่ายทอดสด เบิกฤกษ์ นีโอโพรเทส เป็นการชุมนุมประท้วงแนวใหม่ ครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งแรกที่เราประท้วงโดยใช้ธรรมนำหน้าอย่างแท้จริง การชุมนุมประท้วงที่อื่นที่ก็มีที่บอกว่า ใช้ธรรมนำหน้า แต่ว่าครั้งนี้น่าจะเป็นการใช้ธรรมนำหน้าอย่างแท้จริง และจะใช้พุทธรรมเป็นหลัก เป็นอาริยธรรมแม้จริง พ่อครูว่า … เจริญธรรมทุกๆคน ไม่ว่าคนไทยหรือต่างชาติก็ย่อมมีกายและใจเป็นคนเหมือนกัน คนย่อมทำอะไรตามประสาของคน “คน” มาจากภาษาบาลีว่า “มนุสโส” หรือ “มนุษย์” แปลว่า ผู้มีจิตใจสูง ส่วนคำว่า คน เป็นคำไทยแท้ ซึ่งแยกจากคำว่า เดรัจฉาน หรือติรัจฉาโน สรุปคือ คนนี่ มีจิตวิญญาณ สัตว์ก็มีจิตวิญญาณ อยู่ในตระกูลของ จิตนิยาม ทั้งคู่ ในนิยาม 5 (อุตุ พีชะ จิต กรรม ธรรม) ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้และบรรยายไวั คนสามัญไม่สามารถบัญญัติ แยกแยะพลังงาน 5 ชนิดนี้ได้ นักวิทยาศาตร์เก่งแค่ไหนก็แยกแยะไม่ได้ พลังงานทางจิตเป็นอรูป ไม่มีสีสันรูปร่าง แต่มีประสิทธิภาพสูงส่งมาก คำว่า จิต คือรวมไว้หมดเลยของจิต หรือวิญญาณ หรือ มโน มนัส ก็คือแปลว่า จิตหรือใจ นั่นเอง ถ้าเรียนรู้แล้ว ถ้าศึกษาธรรมะ ของ พระพุทธเจ้าจนถึงสภาวธรรมจะรู้ว่าพลังทางจิตนี้สุดยอด พลังงางทางฟิสิกส์ แสง เสียง แม่เหล็ก ไฟฟ้า ในจิตวิญญาณก็มีลักษณะพลังงานอย่างนั้น แต่ประสิทธิภาพของพลังทางจิต นั้น สูงส่งกว่าทางพลังงานทางฟิสิกส์ที่เขาเอามาใช้งานได้ ในแสงสีเสียงต่างๆ เขาก็เอาไปทำทั้งประโยชน์และโทษ เอาไปใช้เป็นโทษก็เยอะ แต่คนดีคนฉลาดก็เอาไปใช้เป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ ผู้
อ่านต่อ
ศึกษาวิทยาศาสตร์ทางโลก เขาก็เอาไปใช้ได้ พลังงานในโลกนี้เราได้รับมาจากที่อื่น ดาวโลกของเรา ไม่ใช่ดาวฤกษ์ อย่างพระอาทิตย์เป็นดาวฤกษ์ โลกเรารับพลังงานจากดวงอาทิตย์มาใช้ อาตมาเสียดายแดด หรือแสงแดด เป็นพลังงานที่มีอะไรอยู่ในนี้เยอะ และจะใช้แทนน้ำมัน ถ่านหิน อะไรได้มาก จนทุกวันนี้เขาเอามาใช้แทนอื่นๆได้มากแล้ว แปรรูปไปทำพลังงานใช้ จะเป็นด้านฟิสิกส์ก็ได้มากเลย และไม่หมดง่ายตราบที่ดวงอาทิตย์ไม่ดับ ทุกวันนี้ก็เอามาใช้ได้มากขึ้นแล้ว นิยาม 5 นี้สำคัญมาก อุตุ คือสิ่งที่กำเนิดเป็นธาตุฟิสิกส์ ทั้งหมด เป็นความร้อน แสง เสียง แม่เหล็ก ไฟฟ้า คนนำมาใช้ได้มากมาย แต่มีเงื่อนไขว่า ไม่ใช่พลังงานที่มีชีวิต มันอยู่ ใน กรอบขอบเขตของมัน แล้วจะพัฒนามาเป็นชีวะได้ จะเป็นระดับเซลล์เดียว เป็นพืช ก็เริ่มต้นเป็นชีวะแล้ว พีชะ คือระดับสอง พีชะ พวกชีววิทยาก็ศึกษาในระดับนี้ขึ้นไป และก็จะพัฒนาขึ้นอีกเป็น สัตว์ มีตัวเลข 7 มาเป็นตัวเลขสำคัญ เอามาเป็นหลักในการคำนวณอะไรได้ดี ถ้าใช้เป็นในอัตราของสังขยาเลข ไม่ใช่ทำนาย แต่เป็นหลักที่ต้องมีความรู้ภาวะสัจจะ คือส่งที่ปรากฏจริงเป็นสัจจะภาวะ หรือปาตุสัจจะ เป็นตัวจริง ของจริง สัมผัสได้ โดยทวารทั้ง 6 เป็นปรากฏการณ์จริง Phenomenal ที่จะรู้ได้ทุกคน ที่มีประสาทสมบูรณ์ ไม่ใช่ความรู้แค่ Philosophy ที่แปลว่า “ปรัชญา” หรือ Epistemology ที่แปลว่า “ญาณศาสตร์” แต่เป็นความรู้ระดับ Phenomenology เป็นปรากกฎการณ์วิทยา นี่แหละเป็นของพุทธ เป็น Phenomena คือเป็นสิ่งสัมผัสได้จริง ในคนมีประสาทครบ มีอายตนะครบ จะรู้ได้เหมือนกันหมด เป็นสิ่งปรากฏให้เป็นที่รับซับซาบได้ ถ้าเป็นคนก็เป็นบุคคลที่ยอดเยี่ยมมาก เป็น Phenomenal man เลย หรือบางทีก็ตีกลับมาเป็นตัวอาเพ ศ เลย ไม่สามารถแตะต้องได้ มันมีความหมายสองด้าน ด้านดีก็สุดยอด ด้านไม่ดีก็ตีทิ้งเลย นี่คือความเข้าใจของมนุษย์ มีสองแบบ เหมือนคนบ้ากับอัจฉริยะมันใกล้เคียงกัน เป็นปรากกฎการณ์สูงส่งที่คนอาจคิดว่าเป็นคนบ้าแต่ที่จริงเป็นอัจฉริยะ ที่เราทำอยู่นี้ เราทำนี้อยู่ในระดับปรากกฏการณ์วิทยา ในสังคมโลกนี้จะมีการตราคำว่า Phenomenology หรือยังก็ไม่รู้ได้ เขาอาจมีตราไว้แล้ว แต่เราเอามาพูด หรือเราริเริ่มมาก่อน เป็นความรู้ปรากฏการณ์วิทยา ไม่ใช่แค่ Epistemology คือญาณวิทยา หรือญาณศาสตร์ ที่ว่าด้วย กำเนิดลักษณะความถูกต้อง ความรู้ หรือวิธีหาความรู้ สูงสุดก็คืออันนี้แหละในทางโลก ญาณวิทยาคือความรู้ทุกอย่าง เกี่ยวกับกำเนิดธรรมชาติ และความเป็นมนุษย์ เขาจะพยายามซอกแซกรู้ธรรมชาติให้ได้มากที่สุด แต่มีสิ่งที่ไม่เป็นธรรมชาติอย่างเดียวเท่านั้นในมหาจักรวาล คือ “นิพพาน” ผู้ที่มีธรรมะที่เป็นนิพพานจะรู้ว่าธรรมะนี้ไม่ใช่ธรรมชาติ มีอยู่ในมนุษย์ที่มีจิตนิยาม จึงสามารถหยั่งรู้เข้าไปถึงนิพพาน คือจุดสำคัญสูงสุดที่พระพุทธเจ้าค้นพบ ที่ทรงไว้ ไม่มีการเกิด หรือชาติ ธรรมะอันนี้จะเกิดหรือไม่เกิดอยู่ที่เจ้าของนิพพาน เจ้าของจะให้เกิดหรือไม่ก็ได้ เรียกว่า เป็นมนุษย์อมตะ จะให้เกิดหรือไม่ให้เกิด ตัวเองเป็นผู้กำหนดเอง เรียกว่าธรรมะที่ไม่มีการเกิด ผู้ถึงนิพพานนั้น จิตวิญญาณของท่านจะให้เกิดธรรมชาติก็ได้ จะไม่ให้มีธรรมชาติก็ได้ เป็นความเห็นที่ถูกตรง และที่เขาว่าธรรมะคือธรรมชาตินั้นถูกครึ่งเดียว ธรรมะต้องรู้ธรรมชาติทั้งโลกีย์และโลกุตระ ศาสนาไหนก็รู้ธรรมชาติ แต่ไม่มีศาสนาไหนที่ล้วงลึกไปถึงการดับชาติได้สนิท ยืนยันว่าธรรมะพระพุทธเจ้าสูงกว่าธรรมะคือธรรมชาติ พระอรหันต์เป็นต้นไปดับธรรมชาติ ดับอกุศลกรรมทางจิตได้ แม้แต่กุศลจิต พระอรหันต์ก็ระงับไม่ให้เกิดได้ เป็นการกล่าวเกริ่นที่สูงไปลึกไป แต่รู้แจ้งได้จริง เป็นปรากฏการณ์วิทยา พิสูจน์ได้ อกาลิโก เอหิปัสสิโก ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหีติ ยุคใดมีผู้พากเพียร มีบารมีพอก็จะบรรลุได้ ได้แล้วท้าทายให้มาพิสูจน์ได้ เป็นของสูงส่งที่มนุษย์ควรเอาให้ได้อย่างยิ่ง ควรแสวงหา จะได้เป็นของตน รู้เองเห็นเอง เข้าใจเอง บอกคนอื่นยาก ผู้ใดมีจริงเป็นจริงได้ด้วยตนเองอย่างแท้จริง ปรากฏการณ์วิทยาคือความรู้แท้จริง ที่มนุษย์ใดก็ไม่สามารถค้นพบได้นอกจากพระพุทธเจ้ากับสาวกสังโฆเท่านั้น คำว่าญาณวิทยาไม่ใช่ญาณศาสตร์ ญาณศาสตร์คือวิชาที่ยังเดา ไม่สูงเท่าญาณวิทยา ซึ่งมันเป็นความรู้ขั้นคาดคะแนด้นเดา อาจใช้สถิติ แต่ว่าญาณวิทยาเป็นการเข้าถึงความจริงมากกว่า ญาณศาสตร์ ที่ว่าจะสามารถล่วงรู้อนาคต มันเป็นแค่ คำพยากรณ์ ผู้พยากรณ์ รู้ได้ด้วยตำรา ทำนายพยากรณ์กันไป ส่วนญาณวิทยาจะสูงกว่า ผู้ที่ศึกษารายละเอียดของความจริงความรู้พวกนี้จะหยั่งรู้รายละเอียดได้มาก จำเป็นต้องนำบทนี้มากล่าวนำมาก่อน ขอสรุปนิยาม 5 ก่อน คือ พีชะ คือเริ่มเป็นชีวะ ตั้งแต่สัตว์เซลล์เดียวเช่นพืชผัก อย่างมนุษย์ที่เป็นมนุษย์พืช ไม่สามารถฟื้นมาสูงกว่านี้ได้ มีตัวแยกที่จะแตกต่างระหว่างพีชะกับจิตนิยาม คือจิตนิยามสามารถมีกรรม มีธรรมะได้ แต่เดรัจฉานอาจไม่รู้กุศล อกุศล แต่มันมีกรรมมีวิบาก แต่พีชะนั้นไม่มีกรรม ไม่มีวิบาก มันจะไปดันหินแตกหรือทำดีให้ใคร มันก็ไม่มีบุญหรือบาป เพราะเป็นอนุปาทินกสังขาร แม้มนุษย์พืชก็สัมผัสกาย วาจา ใจไม่รู้แล้ว เป็นอนุปาทินกสังขาร คือสังขารที่ไม่มีวิญญาณครองแล้ว ถ้าแน่ใจว่าเป็นมนุษย์พืชแล้ว ถอดเครื่องช่วยหายใจได้ไม่บาป พีชะ มี แต่สัญญากับสังขาร แต่ไม่มีการจองเวร ไม่มีผู้รักผู้ชัง ไม่สามารถต่อเนื่องข้ามชาติได้ ในพลังงานพีชะแท้ จึงไม่มีบาป ไม่มีบุญ ไม่มีเวทนา ไม่รักไม่ชัง ไม่ทุกข์ไม่สุข ส่วนสัตว์ที่มีจิตวิญญาณครอง เราจะทำบาปทำบุญแม้เล็กแม้น้อยก็สะสมแล้ว เราจะได้บุญ นั้นต้องคือ ด้วยการเอาออก ด้วยการให้คนอื่น ไม่ใช่เอาเข้ามาเลย เอาเข้ามาคือบุญปลอม การตั้งจิตมีความรู้สึกนึดหนึ่งว่ามาเป็นของเรานี้ไม่ได้บุญ บุญต่างจากกุศล กุศลคือความดีที่กว้างมาก บุญนั้นจำเพาะว่า จิตวิญญาณต้องไปสู่ความไม่มีตัวตน ต้องเอาออกจากตัวตน การเป็นคนหมดบุญหมดบาปคือไม่ต้องชำระกิเลสแล้ว อปุญญาภิสังขาร เป็นการปรุงแต่งอย่างไม่ต้องล้างชำระอีกแล้ว เป็นอภิสังขารขั้นสูงของพุทธ แต่ทุกวันนี้แปลบุญบาปปนกัน อปุญญะคือไม่มีอีกแล้วที่ต้องชำระ ผู้ทำอปุญญาภิสังขารคืออรหัตตผล สรุปคือ จิตวิญญาณคือตัวรู้กรรมวิบาก สั่งสมบุญ สั่งสมบาป ส่วนพีชะไม่สั่งสมบุญบาป อกุศลหรือกุศล ส่วนกรรมหรือวิบาก แม้จะเป็นคน มีเซลล์มากมาย รับรู้ได้มาก แต่ก็ยังแบ่งเป็นอเวไนยสัตว์ และเวไนยสัตว์ เช่น คนที่โกงกินมากเป็นร้อยเป็นพันล้าน นี่คือเดรัจฉาน คนโกงหนักหยาบคายหน้าด้านหน้าทน ก็ต้องเทศน์ จะได้ช่วยกันหยุดเขา เราสงสารเขา เวทนาเขา ไม่อยากให้เขาทำ คนระดับที่จะแยกกรรมกับธรรมะนั้นต้องเป็นเวไนยสัตว์ระดับโลกุตระ ส่วนเวไนยสัตว์ระดับที่จะรู้ทำกุศลนั้นศาสนาไหนก็ทำกัน แต่ผู้ที่จะเข้าถึงปรากฏการณ์วิทยาได้ รู้จิตเจตสิกต้องเป็นศาสนาพุทธ ศานาอื่นไม่น่าจะถึงศาสนาพุทธนะ
พ่อครูว่า … มาสู่ปัจจุบันธรรม เป็นปรากฏการณ์จริงที่เกิดทั่วเลย ที่คนสัมผัสได้เลย อย่างนี้ทุจริต เอาเปรียบ ไม่ถูกนิติรัฐ นิติธรรม เช่น ขณะนี้ก็ยังงงว่าผู้ที่มีหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 157 ทำไมไม่ทำหน้าที่ ยกตัวอย่าง ผู้ที่มีหน้าที่ตำแหน่งรับผิดชอบความมั่นคงของชาติ สูงสุดหรือรองก็ตาม ดูแลคณะทหาร กลาโหม แต่เสร็จแล้วตนเองไปทำผิดกฏหมาย คบกับนักโทษเด็ดขาดที่ศาลพิพากษาแล้วว่าให้ติดคุก และยังมีคดีอีกมากที่รอตัดสิน การคบกันก็ผิดมาตรา 157 แล้ววางแผนยึดครองประเทศ อย่างนี้ถือว่ากบฏ เป็นเรื่องล้มประเทศ วางแผนยึดประเทศ เป็นกบฏ แต่เหตุการณ์ทำไมยังลอยนวลอยู่ เราจึงไม่รอ ไม่หวัง แต่เราจะทำ ทำอย่างไร ก็ออกมาทำงานการเมือง ออกมาประท้วงอย่างนีโอโพรเทส มาให้ประโยน์คุณค่ากับการพัฒนาประชาธิปไตย มุ่งเอาความจริงความรู้ตีแผ่ ไม่มุ่งเอาแพ้เอาชนะ ไม่รุนแรงไม่หยาบคาย เพื่อยกระดับการต่อสู้เป็นวิถีอาริยชน เมืองไทยน่าจะเป็นเมืองศิวิไลซ์ให้ได้ มั่นใจว่าชาวไทยเป็นพุทธ ยังไม่สูญเชื้ออาริยะ โลกุตระ เรามาทำงานการเมืองที่นี่ อาตมาจะเปิดตัวเต็มที่เลย เราขึ้นป้ายว่า กองทัพธรรมร่วมกับกองทัพประชาชนเลย ว่าจะโค่นล้มระบอบทักษิณ ซึ่งรู้กันในคนไทย แม้คนที่จะไม่เอาตาดูหูแล ใครจะเป็นอย่างไรไม่เกียว เอาอบายมุขมอมเมาประเทศ คนไทยจะฉิบหายวายป่วงอย่างไร กูไม่รับผิดชอบ คนชนิดนี้เลวร้ายมาก ยิ่งรู้ว่าตนเองเอาความเลวร้ายใส่ในมนุษยชาติ ยกตัวอย่างคนทำน้ำเมาให้คนเมาแต่ตนเองไม่ดื่มเลย ได้เงินได้ทองระดับโลก เขารู้ว่าสิงนี ้ ไม่ดี ตนเองก็ไม่แตะต้อง คนชนิดนี้น่ากลัว บาปเป็นของเขา ที่พูดนี้สงสารเขานะ การชุมนุมประท้วงนีโอโพรเทส คือเป็นเรื่องของคนที่เข้าใจจะทำนะ ชาตินี้ อาตมา ไม่ได้มีหลักประกันทางโลก ไม่มีปริญญาซักใบรับรองเลย สรุปแล้วพ่อครูรู้การเมืองและประชาธิปไตยตามประสาการเมือง เกิดเป็นคนต้องทำงานการเมือง คนผู้ไม่ทำงานการเมือง คือ ผู้มีชีวิตเหมือนสัตว์เดรัจฉานทั่วไป นี่ไม่ได้พูดด่าใครนะ แต่เพื่อให้เข้าไปถึงใจคน คนเกิดมาเป็นคนทุกคนต้องทำงานการเมือง นอกจากไม่รู้ว่าคืออะไร แต่ผู้รู้แล้วไม่ช่วยกันทำนี่คือเท่ากับสัตว์เดรัจฉาน อย่างสัตว์เดรัจฉาน ก็อยู่ของเขาไป อย่างคำว่าการเมืองนี้ เขารู้ว่าไม่ต้องทำก็ได้อาจเพราะเป็นเรื่องอิสรเสรีภาพ มี แต่การเมืองนั้นเป็นสิ่งควรทำของมนุสโส ในระดับเวไนยสัตว์ที่รู้ดีรู้ชั่วแล้ว คนที่เกิดมาหรือเป็นมนุษย์แล้ว ถ้ามีปัญญาพอจะรู้ว่าเกิดมาเป็นคนต้องทำงานการเมือง อย่างน้อยคุณไม่ทำ เขาก็เกณฑ์คุณไปทำเช่นการเลือกตั้ง ซึ่งไม่ได้สูงส่งอะไร เป็นเพียงอำนาจระดับที่ 5 อำนาจที่ 4 คือกฏหมายที่ให้สิทธิ์เลือกตั้ง อำนาจที่ 3 คือสถาบันหลักคือศาล ที่พระมหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจนี้ และพระมหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจแทนประชาชน ซึ่ง เป็นอำนาจที่ประชาชนคนไทยทั้งหมดคือลูก ลูกจะชั่วจะดีก็คือลูก พ่อก็พูดไม่ได้ ลูกชั่วเลวร้ายแค่ไหนก็คือลูก ท่านก็ให้สัญญาณ ท่านจะไปว่าตรงๆก็ไม่ได้ เห็นพระทัยท่านมากเลย ท่านบำเพ็ญปางนี้คือปางเตมีย์ใบ้ หน้าที่ลูกคือยกพ่อไว้อย่าให้ท่านด่างพร้อย เราไม่ดึงท่านลงมา แต่เป็นเหตุที่จะไปถึงพระองค์ให้เป็นราชประชาสมาสัย ประชาชนต้องแสดงออกเต็มที่แสดงความเดือดร้อนออกมา แล้วยืนยันว่าเดือดร้อนอย่างไร ออกมาชุมนุมให้รู้ว่านี่คือมวลประชาชน ประชาธิปไตยคือออกมาแสดงอำนาจประชาชน รวมตัวให้มาก คือคะแนนเสียงประชาชนโดยสงบ ไม่รุนแรง ในรัฐธรรมนูญบอกไว้หมดแล้ว ตำรวจมากีดกั้นประชาชนที่จะมาชุมนุมอย่างถูกกฏหมายไม่ได้ถือว่าทำผิดกฎหมาย การกีดกั้นไม่ให้ประชาชนมานี่ผิดแแล้ว ผิดรัฐธรรมนูญ เขาจะมาทำงาน เอาอะไรมาทำงาน เอาเครื่องเสียงเป็นต้น ตำรวจต้องอำนวยความสะดวก ต้องสนับสนุน จึงชื่อว่าส่งเสริมประชาธิปไตย ไม่อย่างนั้นผิดกฏหมาย เราออกมาชุมนุมให้ถูกกฏหมายทุกกระเบียดนิ้ว เรามาอยู่ที่ถนนนี้ตำรวจก็ปิดเอง แล้วเรามาชุมนมจนคนเต็มแล้วต้องปิดถนนก็เป็นเรื่องสุดวิสัยที่เป็นไปตามธรรมดา ไม่ผิดกฎหมาย ต้องชัดเจนว่าเราไม่ได้ทำผิดกฎหมาย ต้องขอบคุณตำรวจที่มากั้นที่ให้เราอยู่ ประชาชนมาได้อีกมาก เราไม่ได้มาเอาแพ้ชนะ เรามาทำตามประชาธิปไตย ประชาธิปไตยให้เราประท้วงได้ ใครทำร้ายเราผิด ใครปิดกั้นเราผิด กฎหมายบอกชัดว่าต้องอำนวยความสะดวก ขอร้องพวกเราว่าอย่าทำผิด ไม่เอาอาวุธเข้ามา แต่มีดทำครัวหรือคัตเตอร์ใช้งานก็ไม่ผิดกฎหมายนะ ศาลท่านจะรู้ ส่วนเครื่องมือเครื่องใช้ไม่ใช่อาวุธก็ต้องมี แต่อย่าละเมิดไปมีเล่ห์อย่างศรีธนนชัยไม่ดี ตอนนี้คนไทยเดือดร้อนมากทุกหัวระแหง ไม่เคยมีความหน้าด้านหน้าทน ชั่วเลวที่จะชิงอำนาจประเทศ แม้อำนาจของประมุขเขาก็ไม่เกรงใจ เขาท้าทายยั่วยวนประชดประชันแดกดันมา อ่านได้อย่างนั้น เราต้องเห็นจริงและให้เขาหยุด อย่าทำต่อไปเลย ยกตัวอย่างประเทศที่เป็นไปแล้วอย่างฮิตเลอร์ที่เอาอำนาจเสียงส่วนใหญ่มาทำลายคนส่วนน้อยที่เขามีสิทธิ์ ที่อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องช่วยดูแล เขาไม่ใช่คนผิดคนพาลอะไร แม้แต่อเมริกาก็กำลังสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างเรื่อง Majority Rule เขาไวนะสื่อสารเขาเยี่ยมยอด แต่สื่อสารเมืองไทยเราตกอยู่ในอาณาจักรแห่งความกลัวและโลกธรรม ไม่เอาสัจธรรมมานำหน้า เป็นสื่อสารที่ถูกครอบงำ กลัวตายตกอยู่ในอำนาจโลกธรรม คนไทยไม่น่าตกต่ำขนาดนี้ ขอบอกว่าเราต้องใช้ราชประชาสมาสัย และจะเกิดได้ต้องเกิดที่ประชาชน พระเจ้าอยู่หัวคือพ่อ ลูกต้องมารวมตัวให้มาก เชื่อมั่นในหลักอำนาจอธิปไตยของปวงชน ถ้ามีมวลมาก ไม่ต้องไปทำร้ายใคร ออกมาแสดงตัว ถ้าออกมากห้าล้านคน ยื่นไปเลยท่านผู้บริหารหยุดทำนะ ประธานสภาฯหยุดนะ นั่นคืออำนาจเด็ดขาดใหญ่ อำนาจสูงสุด เป็น Authority ที่ยิ่งใหญ่ของโลกประชาธิปไตย คืออำนาจประชาชน อำนาจนี้เป็นอำนาจขั้นยิ่งใหญ่ที่สุด ต้องมาแสดงอำนาจนั้น ลูกส่วนดีถ้าออกมายืนยันมากพอ ท่านก็จะบอกว่าลูกที่ทำไม่ดีก็ต้องหยุดนะ เพราะเขามาแสดงตัวแล้ว ออกมาแสดง Sovereign Power คนไทยขาดความรู้ว่าประชาธิปไตยคืออะไร ความเป็น ประชาธิปไตย คือคนออกมาแสดงตัวรวมเป็นคะแนนเสียง ประชาชน 1 คน 1 เสียง 5 คน 5 เสียง ล้านคนล้านเสียง เอาคนจริงใจที่ควรต้องมาช่วย อยากรู้สำนึกอันนี้ของคนไทย คนไทยเดือดร้อนกันจริงไหม ถ้ารู้ว่าความเดือดร้อนเกิดจากผู้บริหารหรือข้าราชการที่ใช้อำนาจเกินขอบเขต นิติรัฐนิติธรรม ถ้าออกมาไม่มากก็ไม ่ เป็น Phenomena ต้องช่วยกันออกมา งานนี้เป็นงานกองทัพธรรมร่วมกับกองทัพประชาชน ไม่ได้มีเจตนาร้าย เราทำด้วยสัปปุริสธรรม และมหาปเทส 4 ผู้ใดจะร่วมกันใช้อำนาจก็มาร่วมกัน จึงเกิดมวลประชาชนที่จะเกิดประชาธิปไตย เป็นปรากฏการณ์ที่แท้จริง เชื่อว่าคนไทยจะทำได้ ไม่ใช่อเวไนยสัตว์เราจะรอท่าน ออก มา เราไม่ไปไหน จนกว่าจะสุดทาง เมื่อยล่ะ จะเป็นจะตายล่ะ เราก็จะกลับ ไม่ใช่ออกมาทำงานแล้วไม่สำเร็จก็เสียเหลี่ยม เราไม่มีอัตตาตัวนั้น จะชนะก็ไม่เป็นไร ขอให้ได้ทำงานที่ควรทำอย่างยิ่ง เกิดเป็นคนต้องทำงานการเมือง ผู้ไม่ทำงานการเมืองคือเดรัจฉาน เพราะเดรัจฉานไม่รู้ว่าอะไรควรทำ แต่คนหรือมนุษย์นี่ชื่อว่าผู้มีใจสูง ศึกษาจนรู้ว่าคนต้องทำงานการเมือง ระบอบไหนก็ต้องทำงานการเมือง ไม่ว่าระบอบไหนก็ตาม สมบูรณา ญ าสิทธิราชย์ก็โค่นฮ่องเต้ได้ด้วยวิธีโบราณ ฆ่าแกงประหารชีวิต แต่หน้าที่ของประชาชน นี่คือทุกชนิด ไม่ว่าระบอบไหน ไม่ว่าคอมมิวนิสต์หรือเผด็จการก็ได้ นักการเมืองคือประชาชนที่จะต้องออกมาทำงาน สรุปอีกที ผู้เกิดมาเป็นคน แล้วไม่ทำงานการเมืองคือเดรัจฉาน คือเขาไม่รู้ว่าตนต้องทำหน้าที่ จนรัฐธรรมนูญต้องกำหนดเลยใน“บุคคลมีหน้าที่พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุช ส่วนม. 71 บอกว่าบุคคลมีหน้าที่ป้องกันประเทศและรักษาผลประโยชน์ชาติตามกฎหมาย” สรุปแล้วประชาชนมีหน้าที่ต้องช่วยทำงานการเมืองแต่การศึกษาทำให้คนชังการเมือง ไม่รู้การเมือง สังคมก็เลวร้ายทุกข์ทรมานกันจนทุกวันนี้ การศึกษาไม่ว่าทางโลกหรือทางธรรม ถ้าสอนไม่ให้เข้าใจหรือสนใจการเมือง ไม่เห็นว่าการเมืองเป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องอยู่ร่วมไปจนตาย ไม่ว่าจะปกครองระบอบใดๆ ต้องรู้ว่าการเมืองเป็นเรื่องของทุกคน _ขณะเทศน์ฝนตกมาไม่มากนัก พ่อครูว่า...ฝนตกนี่มาลองใจเขย่าฉากเล็กน้อย อุปสรรคเป็นการสร้างคน ไม่มีอุปสรรคคือเจริญไม่ได้ อะไรก็ฉลุยหมด ไม่มีเกิดกำลัง การเพิ่มอุปสรรคคือสิ่งที่สร้างความเจริญ จะมีคนมาแจกเสื้อกันฝนเอง อาตมาจะพาพวกเราชุมนุมประกาศสัจธรรมความดีแท้ ถ้ามี Error ก็อย่าได้ถือสา มันต้องมีแน่ ก็ต้องอภัยกันบ้าง มีสิ่งบกพร่องก็ต้องอภัยกันบ้าง จะหาความสะอาด 100 % ในหมู่คนมากไม่ได้หรอก เราต้องรู้สัจจะความจริงนี้ที่ทุกข์นั้นคื อ คนตกอยู่ในโลกธรรมจัดจ้าน หลงลาภยศสรรเสริญโลกียสุข ทำอะไรน่าเกลียดได้อย่างอำมหิตจริงๆ นี่คือคนสามัญที่อยู่ในโลกไม่สนใจการเมือง หรือสนใจการเมืองแล้วใช้ความได้เปรียบทางการเมืองสร้างอำนาจแล้วเอาอำนาจมาทำร้ายมนุษยชาติ อย่างที่เป็นในเมืองไทยทุกวันนี้ ถ้าไม่แก้ไขไปไม่รอด แต่คนเป็นผู้มีใจสูง ต้องมีปัญญาช่วยเกื้อกูลกัน สัตว์เดรัจฉานในหมู่กลุ่มของมัน มันก็ยังช่วยกัน ถ้าคนไม่ช่วยกันก็ต่ำกว่าเดรัจฉาน แล้วประเทศเดือดร้อนขนาดนั้นยังจะสร้างหนี้อีก วิธีการบริหารแบบนั้นมีแต่จะสร้างความเดือดร้อน ถ้าประชาชนไม่ออกมาช่วยกันในตอนนี้ประเทศไทยล่มจมแน่นอน อาตมายังไม่สิ้นความหวัง ต้องออกมาช่วยกัน ลึกๆเชื่อมั่นว่าไทยจะเป็นตัวอย่างของโลกที่จะออกมาชุมนุมอย่างสวยงาม สันติอหิงสา ตาม Neo P rotest ตั้งแต่เริ่มชุมนุมกัน ก็มั่นใจว่าไทยจะเป็นไปได้ ถ้าเป็นได้เมื่อไหร่ ไทยจะเป็นมหาอำนาจทางธรรมตามที่พระเจ้าอยู่หั ว ได้มีพระราชดำรัสเรื่องแบบคนจน หรือขาดทุนคือกำไร พระเจ้าอยู่หัวคือพระโพธิสัตว์ ท่านตรัสเรื่องขาดทุนคือกำไรและเรื่องแบบคนจน ก็ภาคภูมิใจในอโศกที่พึ่งตนและช่วยคนอื่น แม้มีน้อย แต่ถือว่าคือ Minority Right มั่นใจคำว่า Right นี่คือสิทธิมนุษยชน เป็นคนกลุ่มน้อยที่ถูกต้อง มีสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ ตามนิติรัฐนิติธรรม ขอย้ำอีกว่า คนที่ ไ ปหลงลาภยศสรรเสริญ โลกียสุข และโลภโมโ ท สัน คุณมีแต่กิเลสหนา ต้องมาเรียนรู้ความพอ ความเสียสละ เอาของตนให้แก่คนอื่น ไม่ใช่เอาของคนอื่นมาเป็นของตน นั้นคือเพิ่มกิเลสทุกอณูที่เอามาเป็นของตน เกิดมาโมฆะบุรุษ เกิดมาตายเปล่าไม่ได้ธรรมะที่มนุษย์ควรได้ คนอยู่อย่างเอาเปรียบสังคม คือคนบาป คนเอาเปรียบสังคมแล้วเสียสละแก่สังคมคือคนบุญ ยิ่งเสียสละมากเป็นบุญ บุญไม่ใช่ว่ามาเอา บุญเขาว่ากันว่าให้ตั้งจิตอยากได้นิพพาน แต่นิพพานคือสูญหมดเนื้อหมดตัว นิพพานคือของไม่มี ต้องปรารถนาความไม่มีแล้วมันจะได้อะไรมา มันหมดภาษาพูดแล้ว ไม่ต้องไปเถียงโดยภาษาพูด อยากได้ นิพพานคืออยากได้ความไม่มี ไม่เอาไม่เป็น ได้มาก็ช่วยเหลือคนอื่น คืออรหันต์ของพระพุทธเจ้าที่ไม่ลึกลับในความจริง ยืนยันว่าคนที่อยู่ในสังคมก็หลงโลกธรรมเป็นพื้นฐาน ส่วนคนอีกชนิดคือคนไม่เอา หนีโลกธรรมไปเข้าป่าเขาถ ้ำ นี่ก็เห็นแก่ตัวอีกแบบหนี่งเหมือนกัน แล้วเรียกตัวเองว่านักปฏิบัติธรรมด้วยนะ แต่ที่จริงไม่ได้เห็นแก่ใครๆ เอาแต่เองตนเอง อยู่กับตัวเอง จะสัมพันธ์กับคนอื่นบางก็คนที่ตนรักตนอาศัย เห็นแก่ครอบครัวหมู่กลุ่มของตนเท่านั้น แม้ไม่รบกวนคนอื่น ก็คือเห็นแก่ตัวอยู่ดี เป็นคนเห็นแก่ตัวในวงแคบ ก็ยังดีกว่าไปแย่งชิงสังคมเท่านั้นเอง คนพวกนี้จึงน่าเคารพกว่า คนเป็นพระป่าไม่หมดอัตตาหรอก เขาไม่ได้เรียนรู้อัตตาที่มีเบื้องต้น ท่ามกลาง บั้นปลายหรอก แบบนี้ในอินเดียมีมาก คนไทยก็มาหลงแบบนี้อีก เป็นคนเห็นแก่ตัวชนิดหนึ่ง ไม่ใส่ใจสังคม ไม่เกี่ยวข้อง เสพสุขแต่ตัวเอง อยู่เงียบไม่ฟุ้งซ่าน จิตไม่ฟุ้งซ่าน หยุดคิดหยุดนิ่งเงียบ คนเหล่านี้นิยมอยู่ป่าเขาถ้ำ ไม่ชอบใช้ชีวิตกับสังคมส่วนรวม ปลีกแยกไปจากสังคมส่วนรวม เอาแต่หมู่พวกตนเอง เพราะอยู่คนเดียวอยู่ยาก จึงไม่หมดตัวกูของกู บำเพ็ญเป็นนักพรต ดีไม่ดีนึกว่าตนได้นิพพาน แต่ได้นิพพานปลอม เป็นมิจฉานิพพานไม่ใช่นิพพานของพระพุทธเจ้า นิพพานของพระพุทธเจ้าเป็นจักุขุมาปรินิพพุโพติ มีจักขุ ญาณ ปัญญ วิชชา แสงสว่าง สรุป ยืนยันว่าพวกอยู่ในโลก แต่โลภโกรธหลงอยู่เต็มประตู หลงเสพสุข โลกธรรมมีมาก ส่วนพวกหนีเข้าป่าเขายึดทิฏฐิ พวกนั้นพูดไม่เข้าหูหรอก ไม่ต้องหวัง แต่คนส่วนมากอยู ่ ในโ ลกี ย์พูดรู้เรื่อง ศาสนาพุทธไม่ได้ส่งอรหันต์เข้าป่า ไปสอนคนในป่า คนหลงเข้าป่านั้นเสื่อมตามพระพุทธเจ้าพูดในอัมพัฏฐสูตร ไปตรวจดู พระพุทธเจ้าพยากรณ์ไว้ก่อนเลย ว่าคนยุคต่อไปจะไปหลงอาจารย์ในป่า ในป่ามีลิงค่างเยอะ คนน้อย จะไปสอนทำไมคนน้อย ต้องสอนคนมากในเมืองนี้แหละ พระพุทธเจ้าเป็นฉลาด สอนคนในเมือง เราต้องพัฒนาให้ถูกต้อง คนต้องทำงานการเมืองถ้าเป็นมนุสโส ส่วนคนไม่ทำงานการเมืองคือคนในระดับเดรัจฉาน ยืนยันว่าพูดถูก เพราะคุณอยู่ในสังคม ไปออกหนีสังคมไม่ถูกต้อง แต่ก็ยังดีกว่าพวกแย่งชิงกับสังคมอีกนะ อย่างอินเดียเขาจะอยู่นานกว่าจีน ประชากรจีนจะมีจำนวนลดลงจนมีน้อยกว่าอินเดียในอนาคต คนเราจะต้องพัฒนาให้ถูกต้องอย่าหลงผิดทาง ออกป่าเขาถ้ำไม่เอาการเมืองนี้ผิด ส่วนคนในเมืองก็เป็นเดรัจฉานอีกชนิดหนึ่งแย่งชิงทำร้ายมนุษยชาติ คนทั้งสองแบบเข้าป่าหรืออยู่กรุง เราอยู่กรุงต้องรู้ว่าเราอาศัยบ้านเมืองอยู่นะ ไม่ใช่เอาเปรียบทำร้ายบ้านเมือง ต้องมาทำตนเองให้ไม่เป็นหนี้ จึงพ้นทุกข์แท้จริง พึ่งตนเองให้รอด ขยันมีสมรรถนะ ไม่มีงานที่อื่นก็มาทำงานกับอโศกได้ ให้ทำงานทำการให้เหลือกินเหลือใช้ มีเหลือแจกจ่ายผู้อื่น ชาวอโศกจะเป็นเช่นนี้ ใครจะมาเป็นเช่นนี้บ้าง …( ยกมือเกือบหมด) สรุปอีกที คนอยู่กับเมือง อยู่กับมวลมนุษย์ ไม่ใช้เสือสิงห์ที่อยู่อย่างฝูงเล็กๆ มนุษย์อยู่อย่างโขลงใหญ่ต้องมีปัญญาอยู่อย่างไม่เบียดเบียนกัน และเกื้อกูลกันอย่างฉลาด ช่วยให้พ้นทุกข์ได้มากๆ ได้มีประโยชน์ต่อผู้อื่นมากๆขึ้น นี่คือมนุษย์แท้ การเมืองคืองานเพื่อบ้านเพื่อเมือง เพื่อ บ้าน เพื่อ เมือง ไม่ใช่เพื่อพวกกูของกู ผึ้งมันยังเข้าใจ ปลวกมันยังเข้าใจ แล้วคนนี่จะเลวกว่าผึ้งกว่าปลวกได้อย่างไร เป็นเดรัจฉานก็เลวกว่าปลวกกว่าผึ้ง เรามาชุมนุมนี้ตั้งอกตั้งใจทำงานการเมือง ตั้งใจเอาธรรมะเข้าไปสู่การเมือง ค นต่างชาติยังมาร่วมชุมนุมเลย คนไทยต้องเข้าใจ สละเวลามาบ้าง ถ้าได้มารวมตัวกันเป็นล้านคนสิ มาดูว่าอำนาจอธิปไตยของประชาชนเป็นล้านคนจะมีธรรมฤทธิ์อย่างไร ออกมาอย่างจริงใจ ตอนนี้ได้ข่าวว่าตำรวจกำลังกระชับพื้นที่มาเรื่อยๆ เราไม่ต้องไปด่าตำรวจ ให้เขาทำปรากฎการณ์ว่าเขาทำผิดกฎหมาย เขาอำนวยความสะดวกหรือทำลายความสะดวก ช่วยประชาชนหรือช่วยอำนาจที่ตนถูกสั่งการ เป็นสัจจะเราไม่จำเป็นต้องไปด่าทอ แต่ก็เห็นใจคนที่ทนไม่ไหวก็ต้องทำ และเห็นใจตำรวจผู้น้อยที่ต้องทำตามหน้าที่ ส่วนคนเลวร้ายก็เป็นบาปของเขา เราทำสุดที่เราจะทำได้ ส่วนใครทำชั่วก็เป็นกรรมของเขา อยากรู้ว่าประเทศไทยความถูกต้องดีงามจะชนะความชั่วร้ายได้ไหม เราต้องเอาความดีงามชนะความชั่ว เอาความถูกต้องดีงามชนะความผิดให้ได้ ถ้าเราแพ้เราก็กลับ ไม่มีเสียหน้าเราได้ทำงานเพื่อมนุษยชาติ แล้วใครจะมารวมกับอาตมาก็มา จบ