บทที่ 5.docx

โฟลเดอร์word
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์82 KB
วันที่แก้ไข28 เมษายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

บทที่ 5 สรุป อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ ( Survey Research ) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาภาวะสุขภาพของเกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือกและเกษตรกรรมแผนใหม่ในจังหวัดยโสธร เพื่อศึกษาเปรียบเทียบภา วะสุขภาพ ของเกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือกและเกษตรกรรมแผนใหม่ในจังหวัดย โสธร และเพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อภาวะสุขภาพ ของเกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือกและ เกษตรกรรม แผนใหม่ ในจังหวัดยโสธร ประชากรที่ใช้ในการวิจัยคือ เกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือกและเกษตรกรรมแผนใหม่ในจังหวัดยโสธร คำนวณขนาดตัวอย่างได้ 734 คน สัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่าง 2 กลุ่ม คือ เกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือกจำนวน 334 คน และเกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรมแผนใหม่จำนวน 400 คน สุ่มตัวอย่าง แบบหลายขั้นตอน ( Multi - Stage Random Sampling ) เลือกแบบเจาะจง ( Purposive Sampling ) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย มี 2 ประเภทคือ เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ ได้แก่ เครื่องชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูง เครื่องวัดระดับความดันโลหิต ชุดตรวจวัดโคลีนเอสเตอเรสในเลือด และแบบสัมภาษณ์ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเอง จากการทบทวนเอกสารและวรรณกรรม ผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญ 5 ท่าน ได้ค่าดัชนีความตรงตามเนื้อหาเท่ากั บ 0.91 หาค่าความเชื่อมั่น ด้วยสูตรสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาซ ( Cronbach ’ s Coefficient Alpha ) ได้ผลค่าความเชื่อมั่นของแบบสัมภาษณ์ ทั้งฉบับ เท่ากับ 0 . 81 ประกอบด้วย แบบสัมภาษณ์พฤติกรรมสุขภาพทั่วไป แบบสัมภาษณ์พฤติกรรมปกป้องสุขภาพจากการทำงาน แบบสัมภาษณ์ปัจจัยคุกคามสุขภาพจากการทำงาน แบบสัมภาษณ์ปัจจัยด้านทัศนคติในการทำงาน แบบสัมภาษณ์ปัจจัยด้านการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร แบบสัมภาษณ์ภาวะสุขภาพ 4 ด้าน ปร

อ่านต่อ

ะกอบด้วย ภาวะสุขภาพด้านร่างกาย ภาวะสุขภาพด้านจิตใจ ภาวะสุขภาพด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ภาวะสุขภาพด้านจิตวิญญาณ ส่วนแบบสัมภาษณ์ปัจจัยด้านความรู้การทำนา หาค่า ความเที่ยงแบบคงที่ภายใน ( Internal Consistency ) ด้วยสูตร Kuder Richardson Formula ( KR 20 ) ได้ค่าความเที่ยงเท่ากับ 0 . 83 การ เก็บรวบรวมข้อมูล เก็บรวบรวมข้อมูล จากแบบสัมภาษณ์พร้อมทั้งนำมาตรวจสอบความถูกต้อง ของข้อมูล ประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลตามวิธีการทางสถิติ โดยใช้คอมพิวเตอร์โปรแกรมสำเร็จรูป กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ .05 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ สถิติพรรณนา ( Descriptive Statistic ) ได้แก่ความถี่ ( Frequency ) ร้อยละ ( Percentage ) ค่าเฉลี่ย ( Mean ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ( Standard D eviation ) และสถิติวิเคราะห์ ( Analytical Statistic ) เปรียบเทียบภาวะสุขภาพ ทดสอบโดยสถิติ วิเคราะห์ Independent S ample t - test วิเคราะห์หาตัวแปรทำนาย โดยใช้สถิติวิเคราะห์ความถดถอยเชิงพหุ ( Multiple Regression Analysis ) ด้วยวิธี Stepwise Method ซึ่ง สามารถ สรุป และอภิปรายผล ได้ดังนี้ สรุปผลการวิจัย จากการวิเคราะห์ข้อมูล สามารถอภิปรายผลการศึกษาตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย ดังนี้ 1 . ข้อมูลทั่วไปของกลุ่มประชากรที่ศึกษา 1.1 คุณลักษณะส่วนบุคคลของกลุ่มตัวอย่าง คุณลักษณะส่วนบุคคลของกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 734 คน เป็นเกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือกจำนวน 334 คน เป็นเกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรมแผนใหม่ 400 คน โดยคุณลักษณะทางเพศของกลุ่มตัวอย่าง เกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือก ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 71 .5 6 และ เกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรมแผนใหม่ กลุ่มตัวอย่าง ส่วนใหญ่ ก็พบว่า เป็นเพศหญิง เช่นเดียวกัน ร้อยละ 71.5 0 เกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือกส่วนใหญ่มีอายุ 41- 50 ปี ร้อยละ 36.83 และมีสถานภาพสมรส ร้อยละ 83.83 ส่วน เกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรมแผนใหม่ เกษตรกร ส่วนใหญ่มีอายุ ตั้งแต่ 5 1 -60 ปี ร้อยละ 31.50 และมีสถานภาพ สมรสเช่นเดียวกัน ร้อยละ 77.25 เกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือก และเกษตรกรรมแผนใหม่ เกษตรกรส่วนใหญ่ มีระดับการศึกษาอยู่ในระดับประถมศึกษา ร้อยละ 54.19 ร้อยละ 65.50 ด้านรายได้ต่อเดือนและความเพียงพอของรายได้ ของกลุ่มตัวอย่างพบว่า เกษตรกรทำนา แบบเกษตรกรรมแผนทางเลือก ส่วนใหญ่มีรายได้ น้อยกว่า 10, 000 บาท ร้อยละ 31. 44 มีรายได้พอใช้แต่ไม่เหลือเก็บ ร้อยละ 44.9 1 ส่วนเกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรมแผ่นใหม่ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ มีรายได้ น้อยกว่า 10,000 ร้อยละ 21.75 มีรายได้ไม่พอใช้และเป็นหนี้สิน ร้อยละ 39.25 1.2 ข้อมูลด้านการประกอบอาชีพ ในด้านการประกอบอาชีพพบว่า เกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือกมีพื้นที่ทำนาน้อยกว่า 10 ไร่ ร้อยละ 46.41 มีประสบการณ์ในการทำนาน้อยกว่า 10 ปี ร้อยละ 71.86 ส่วนใหญ่ทำงานสัปดาห์ละ 56 ชั่วโมงหรือ 8 ชั่วโมงต่อวัน ร้อยละ 46.71 ส่วน เกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรมแผ่นใหม่มีพื้นที่ทำนาน้อยกว่า 10 ไร่ ร้อยละ 74.00 ส่วนใหญ่มีประสบการณ์ในการทำนาน้อยกว่า 10 ปี ร้อยละ 37.00 และทำงานน้อยกว่า 56 ชั่วโมงต่อสัปดาห์หรือน้อยกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน ร้อยละ 43.25 1. 3 ผลการวิเคราะห์ ภาวะสุขภาพเบื้องต้น จากการศึกษาภาวะสุขภาพเบื้องต้นของเกษตรกร พบว่า เกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือก กลุ่มตัวอย่าง ส่วนใหญ่ไม่เคยบาดเจ็บที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน และ ไม่เคยมี ประสบการณ์การเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับการทำงานในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ร้อยละ 84.43 และร้อยละ 87.43 ตามลำดับ พบว่า ส่วนใหญ่มีน้ำหนักตัวปกติ ร้อยละ 41. 19 ส่วนใหญ่มีความดันโลหิตค่าบนปกติ ร้อยละ 56.00 และความดันโลหิตค่าล่างต่ำ ร้อยละ 56.30 เป็นโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 5.69 เป็นโรคเบาหวาน ร้อยละ 4.19 และเป็นโรคหัวใจ ร้อยละ 0.60 โรคภูมแพ้และโรคอื่น ๆ ร้อยละ 4.19 และ ยังพบว่าส่วนใหญ่ มีผลเลือด อยู่ใน ระดับปกติ ร้อยละ 65.52 เกษตรกรทำนา แบบเกษตรกรรมแผ่นใหม่ ส่วนใหญ่ไม่เคยบาด เจ็บที่เกี่ยวข้องกับการทำงานและ ไม่เคยมีประสบการณ์ การเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับการทำงานในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ร้อยละ 89.30 และร้อยละ 92.00 ตามลำดับ และยังพบว่าส่วนใหญ่ มีน้ำหนักปกติ ร้อยละ 38 .00 ส่วนใหญ่มีความดันโลหิตค่าบนปกติ ร้อยละ 51.30 และความดันโลหิตค่าล่างต่ำ ร้อยละ 47.80 เป็นโรคเบาหวานร้อยละ 12.25 เป็นโรคความดันโลหิตสูงร้อยละ 8.50 เป็นโรคหัวใจ ร้อยละ 2.25 เป็นโรคภูมิแพ้และโรคอื่นๆ ร้อยละ 9.25 เป็นโรคตับร้อยละ 0.50 ส่วนใหญ่มีผลเลือดอ ยู่ในระดับไม่ปลอดภัย ร้อยละ 58.6 2 และไม่พบว่ามีผลเลือดปกติ 2 . ภาวะสุขภาพของเกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือกและเกษตรกรรมแผนใหม่ ในจังหวัดยโสธร ทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ภาวะสุขภาพด้านร่างกาย ภาวะสุขภาพด้านจิตใจ ภาวะสุขภาพด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม และภาวะสุขภาพด้านจิตวิญญาณ 2.1 ภาวะสุขภาพด้านร่างกาย ของเกษตรกร การศึกษาภาวะสุขภาพด้านร่างกายของเกษตรกร ผลการศึกษา พบว่า เกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือก ส่วนใหญ่ มีภาวะสุขภาพ ด้านร่างกาย ดี ( = 4 . 02 , S . D . = 0 . 39 ) ส่วนเกษตรกรทำนาแบ บเกษตรกรรมแผนใหม่มีภาวะสุขภาพ ด้านร่างกาย ดี เช่นเดียวกัน ( = 4 . 14 , S . D . = 0 . 76 ) 2.2 ภาวะสุขภาพด้านจิตใจ ของเกษตรกร การศึกษาภาวะสุขภาพด้านจิตใจของเกษตรกร พบว่าเกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือก ส่วนใหญ่ มีภาวะสุขภาพ ด้านจิตใจดีมาก ( = 4 . 33 , S . D . = 0 . 81 ) ในขณะที่ เกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรมแผนใหม่มีภาวะสุขภาพ ด้านจิตใจ อยู่ในระดับปานกลาง ( = 3 . 06 , S . D . = 0 . 71 ) 2.3 ส่วน ภาวะสุขภาพด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม การศึกษาภาวะสุขภาพด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมของเกษตรกร พบว่าเกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือก ส่วนใหญ่ มีภาวะสุขภาพ ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ด ีมาก ( = 4 . 32 , S . D . = 0 . 87 ) ในขณะที่ เกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรมแผนใหม่มีภาวะสุขภาพ ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมอยูในระดับ ปานกลาง ( = 3 . 19 , S . D . = 0 . 76 ) 2.4 ภาวะสุขภาพด้านจิตวิญญาณ ของเกษตรกร การศึกษาภาวะสุขภาพด้านจิตวิญญาณของเกษตรกรพบว่า เกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือกส่วนใหญ่มีภาวะสุขภาพ ดีมาก ( = 4.71 , S . D . = 0 . 63 ) ในขณะที่เกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรมแผนใหม่มีภาวะสุขภาพ ด้านจิตวิญญาณอยู่ในระดับ ดี ( = 3 . 57 , S . D . = 0 . 75 ) และภาวะสุขภาพโดยภาพรวมของเกษตรกร พบว่า เกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือก ส่วนใหญ่มีภาวะสุขภาพดีมาก ( = 4 . 44 S . D . = 0 . 67 ) ในขณะที่ เกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรมแผ่นใหม่ ส่วนใหญ่ มีภาวะสุขภาพโดยภาพรวม อยู่ในระดับดี ( = 3 . 46 , S . D . = 0 . 51 ) 3 . การ เปรียบเทียบภาวะสุขภาพของเกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือกและเกษตรกรรมแผนใหม่ในจังหวัดยโสธร 3.1 ภาวะสุขภาพเบื้องต้น ของเกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือกและเกษตรกรรมแผ่นใหม่ ผลการตรวจเลือดหาสารเคมี ปนเปื้อน พ บว่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ . 001 ส่ วน การเปรียบเทียบค่าดัชนีมวลกาย ความดันโลหิตค่า บน ความดันโลหิต ค่าล่าง พบว่า ไม่มีความแตกต่างกัน 3.2 ภาวะสุขภาพด้านร่างกาย ภาวะสุขภาพด้านจิตใจ ภาวะสุขภาพด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม และภาวะสุขภาพด้านจิตวิญญาณ ของเกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรมแผ่นทางเลือก และเกษตรกรรมแผ่นใหม่ พบว่าภาวะสุขภาพ ด้านร่างกาย ภาวะสุขภาพด้านจิตใจ ภาวะสุขภาพด้านสังคมและสิ่งแวดล ้อม และภาวะสุขภาพด้านจิตวิญญาณ มีความแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 4 . ปัจจัยที่ส่งผลต่อภาวะสุขภาพของเกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือก และเกษตรกรรมแผนใหม่ ในจังหวัดยโสธร 4 . 1 ปัจจัยที่ส่งผลต่อภาวะสุขภาพด้านร่างกายของเกษตรกร ปัจจัยท ี่ส่งผลต่อภาวะสุขภาพด้านร่างกาย ของเกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรมทางเลือก ตัวแปรที่ดีที่สุดที่มีอิทธิพลต่อภาวะสุขภาพด้านร่างกายของเกษตรกรที่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 มีจำนวน 4 ตัวแปร คือ ปัจจัยคุกคามสุขภาพจากการทำงาน ปัจจัยด้านทัศนคติในการทำงาน ปัจจัยด้านการรับรู้ข้อมูลข่าวสารและปัจจัยด้านความรู้การทำนา มีความสัมพันธ์แบบพหุคูณกับภาวะสุขภาพด้านร่างกายของเกษตรกร อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 โดย มีค่าสัมประสิทธิ์ สหสัมพันธ์พหุคูณเท่ากับ .386 และสามรถพยากรณ์ภาวะสุขภาพด้านร่างกาย ได้ ร้อยละ 13.9 0 โดยมีความคลาดเคลื่อนในการพยากรณ์เท่ากับ ± .359 ส่วนเกษตรกรทำนาแบบ เกษตรกรรมแผนใหม่ ผลการวิเคราะห์ ตัวแปรที่ดีที่สุด ที่มีอิทธิพล ต่อภาวะสุข ภาพด้านร่างกายของเกษตรกร ที่มีนัย สำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 มี จำนวน 3 ตัวแปร คือ ปัจจัยด้านการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ปัจจัยคุกคามสุขภาพจากการทำงาน ปัจจัยด้านทัศนคติในการทํางาน มีความสัมพันธ์แบบพหุคูณกับภาวะสุขภาพด้ านร่างกายของเกษตรกร อย่างมีนัย สำคัญ ทางสถิติที่ระดับ .001 โดยมีค่าสัมปร ะสิทธิ์สหสัมพันธ์พหุคูณเป็น .243 สามารถพยากรณ์ ภาวะสุขภาพด้านร่างกาย ได้ร้อยละ 5.2 0 โดยมีความคลา ดเคลื่อนในการพยากรณ์เท่ากับ ± . 689 4 . 2 ปัจจัยที่ส่งผลต่อภาวะสุขภาพด้านจิตใจของเกษตรกร ปัจจัยที่ส่งผลต่อภาวะสุขภาพด้านจิตใจ ของเกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือก ผลการวิเคราะห์ ตัวแปรพยากรณ์ที่ดีที่สุด ที่มีอิทธิพลต่อภาวะสุขภาพด้านจิตใจ ของเกษตรกร ที่มีนัย สำคัญทางสถิติที่ระดับ . 001 มีจำนวน 3 ตัวแปรคือพฤติกรรมปกป้องสุขภาพจากการทำงาน ปัจจัยด้านการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ปัจจัยด้านความรู้จากการทำนา มีความสัมพันธ์แบบพหุคูณกับภาวะสุขภาพด้านจิตใจของเกษตรกร อย่างมีนัย สำคัญทางสถิติที่ระดับ . 0 01 โดยมีค่าสัมประสิทธิ์พหุคูณเป็น . 789 และสามารถ พยากรณ์ภาวะสุขภาพด้านจิตใจได้ร้อยละ 63 . 4 0 . โดยมีความคลา ดเคลื่อนในการพยากรณ์เท่ากับ ± . 494 ส่วนเกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรมแผนใหม่ ผลการวิเคราะห์ตัวแปรพยากรณ์ที่ดีที่สุด ที่มีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตด้านจิตใจของเกษตรกรทำน าแบบเกษตรกรรมแผ่นใหม่ ที่มีนัย สำคัญทางสถิติที่ระดับ . 001 มีจำนวน 2 ตัวแปรคือ ปัจจัยด้านการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร และ ปัจจัยด้านทัศนคติในการทํางาน มีความสัมพันธ์แบบพหุคูณกับภาวะสุขภา พด้านจิตใจของเกษตรกรอย่างมีนัย สำคัญทางสถิติที่ระดับ . 001 โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์พหุคูณเป็น . 214 และสามารถพยากรณ์ ภาวะสุขภาพด้านจิตใจได้ร้อยละ 4 . 10 โดยมีความคลาด เคลื่อนในการพยากรณ์เท่ากับ ± . 672 4 . 3 ปัจจัยที่ส่งผลต่อภาวะสุขภาพด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมของเกษตรกร ปัจจัยที่ส่งผลต่อภาวะสุขภาพด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมของเกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือก ผลการวิเคราะห์ ตัวแป รพยากรณ์ที่ดีที่สุดที่มีอิทธิพล ต่อภาวะสุขภาพด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมของเกษตรกร ที่มีนัย สำคัญทางสถิติที่ระดับ . 0 01 มีจำนวน 4 ตัวแปรคือ พฤติกรรมปกป้องสุขภาพจากการทำงาน ปัจจัยด้านการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ปัจจัยด้านความรู้การทำนาและปัจจัยด้านทัศนคติในการทํางาน มีความสัมพันธ์แบบพหุคูณกับภาวะสุขภาพด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมของเกษตรกรอย่างมีน ัย สำคัญทางสถิติที่ระดับ . 001 โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์พหุคูณเป็น . 817 และสามารถพยากรณ์ภาวะสุขภาพด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมได้ร้อยละ 66 . 40 โดยมีความคลา ดเคลื่อนในการพยากรณ์เท่ากับ ± . 508 ส่วนเกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรมแผนใหม่ ผลการวิเคราะห์ตัวแปรพยากรณ ์ที่ดีที่สุดที่มีอิทธิพลต่อภาวะ สุขภาพด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมของเกษตรกร ที่มีนัย สำคัญทางสถิติที่ระดับ . 001 มีจำนวน 1 ตัวแปรคือปัจจัยด้านการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร มีความสัมพันธ์แบบพหุคูณกับภาวะสุขภาพด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมของเกษตรกร ที่ มีนัย สำคัญทางสถิติที่ระดับ . 001 โดยมีค่าสัมป ระสิทธิ์สหสัมพันธ์พหุคูณเป็น . 236 และสามารถพยากรณ์ภาวะสุขภาพด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมได้ร้อยละ 5 . 6 0 โดยมีความคลาด เคลื่อนในการพยากรณ์เท่ากับ ± . 783 4 . 4 ปัจจัยที่ส่งผลต่อภาวะสุขภาพด้านจิตวิญญาณของเกษตรกร ปัจจัยที่ส่งผลต่อภาวะสุขภาพด้านจิตวิญญาณของเกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือก ผลการวิเคราะห์ ตัวแปรพยากรณ์ที่ดีที่สุดที่มีอิทธิพลต่อภาวะสุขภาพด้านจิตวิญญาณของเกษตรกร ที่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ . 001 มีจำนวน 5 ตัวแปรคือปัจจัยด้านความรู้การทำนา ปัจจัยด้านการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ปัจจัยด้านทัศนคติในการทำงาน พฤติกรรมปกป้องสุขภาพจากการทำงาน ปัจจัยคุกคามสุขภาพจากการทำงาน มีความสัมพันธ์แบบพหุคูณกับภาวะสุขภาพด้านจิตวิญญาณของเกษตรกร อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ . 001 โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์พหุคูณเป็น . 444 และสามารถพยากรณ์ภาวะสุขภาพด้านจิตวิญญาณได้ร้อยละ 18 . 50 โดยมีความคลาดเคลื่อนในพยากรณ์เท่ากับ ± . 274 ส่วนเกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรมแผนใหม่ ผลการวิเคราะห์ตัวแปรพยากรณ์ที่ดีที่สุดที่มีอิทธิพลต่อภาวะสุขภาพด้านจิตวิญญาณของเกษตรกร ที่มีนัย สำคัญทางสถิติที่ระดับ . 001 มีจำนวน 3 ตัวแปรคือ ปัจจัยด้านการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ปัจจัยด้านความรู้การทำนา ปัจจัยด้านทัศนคติในการทำงาน มีความสัมพันธ์แบบพหุคูณกับภาวะ สุขภาพด้านจิตวิญญาณ อย่างมีนัย สำคัญทางเศรษฐกิจที่ระดับ . 001 โดยมีค่าสัมป ระสิทธิ์สหสัมพันธ์พหุคูณเป็น .3 13 สามารถพยากรณ์ภาวะสุขภาพด้านจิตวิญญาณได้ร้อยละ 9 . 80 โดยมีความคลาดเค ลื่อนในการพยากรณ์เท่ากับ ± . 654 อภิปรายผลการศึกษา การศึกษาครั้งนี้ เป็นการ ศึกษาภาวะสุขภาพของเกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรมแผนท างเลือกและเกษตรกรรมแผนใหม่ในจังหวัดยโสธร ศึกษาเปรียบเทียบภาวะสุขภาพของเกษตรกรทำนา แบบเกษตรกรรมแผนทางเลือกและเกษตรกรรมแผนใหม่ในจังหวัดยโสธร ศึกษาปัจจัยที่ส่ง ผลต่อภาวะสุขภาพของเกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือกและเกษตรกรรมแผนใหม่ในจังหวัด ยโสธร ซึ่งได้นำผลการศึกษาในประเด็น ที่ สำคัญมาอภิปราย ผลการศึกษา ตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย ได้ดังนี้ 1. ภาวะสุขภาพของ เกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือก และเกษตรกรรมแผนใหม่ในจังหวัดยโสธร 1.1 ภาวะสุขภาพทางด้านร่างกาย ผลการศึกษาภาวะสุขภาพด้านร่างกายของ เกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือก และเกษตรกรรมแผนใหม่ในจังหวัดยโสธร ผลการศึกษา พบว่า ภาวะสุขภาพด้านร่างกาย โดย ภาพรวมของ เกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือก และ เกษตรกรรมแผนใหม่อยู่ในระดับดี อาจเนื่องมาจากกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 71. 5 6 และร้อยละ 71.60 ตามลำดับ สอดคล้องกับการศึกษาของรุ้งทิพย์ พันธุเมธากุลที่ทำการศึกษาความชุกของภาวะความผิดปกติของระบบกระดูกและกล้ามเนื้อในชาวนา ซึ่งผลการศึกษาพบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง (รุ้งทิพย์ พันธุเมธากุล และคณะ. 2554 : 300) โดยเพศหญิงจะให้ความสำคัญในการดูแลสุขภาพของตนเองมากกว่าเ พศชาย ยังสอดคล้องกับการศึกษาของ สุภา แก้วบริสุทธิ์ ( 2547 : บทคัดย่อ) ที่พบว่าเพศนั้นมีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตเกษตรกรชาวสวนยางพาราจังหวัดสงขลา และ เพศหญิงที่ได้รับการศึกษา จะ พบระดับเอ็นไซม์โคลีนเอสเตอเรสไม่ปกติเพียงร้อยละ 23 . 08 เนื่องจากเพศหญิงเป็นเพศที่มีควา ม ใส่ใจสุขภาพ ไม่มีพฤติกรรมโลดโผน (สิริพร ศรีธิ . 2555 : 32 ) และจากการศึกษาเรื่องคุณภาพชีวิตของสมาชิกสหกรณ์การเกษตรพบว่าเพศของสมาชิกเกษตรกรต่างกัน มีคุณภาพชีวิตแตกต่างกันอ ย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เช่นเดียวกัน (ปิ่นสอาด สหนาวิน. 2553 : บทคัดย่อ) แต่กระนั้นก็พบว่าเพศมิได้มีผ ลต่อคุณภาพชีวิต จากการศึกษาของ ศุภรทิพย์ นิลารักษ์ ( 2557 : 55 ) ที่ได้ทำการศึกษากลุ่มตัวอย่างเกษตรกรชาว สวนยางพาราในพื้นที่จังหวัดตราด และ อัมพร ไทยขำ ( 2553 : บทคัดย่อ) ทำการศึกษาเรื่องคุณภาพชีวิตเกษตรกร : กรณีศึกษาเกษตรกรปลูกไม้ยูคาลิปตัสในเขตพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งชี้ให้เห็นว่า เมื่ออายุมากขึ้นระดับวุฒิภาวะจะเจริญเติบโตและค่อยเปลี่ยนไปตามวัย บุคคลที่มีวุฒิภาวะมากขึ้น ย่อมมีการตัดสินใจและรับผิดชอบ ต่อการมีพฤติกรรมสุขภาพได้ดีขึ้น และจากผลการศึกษากลุ่ม เกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือก นี้ พบว่ากลุ่มตัวอย่ างส่วนใหญ่มีอายุในช่วง 41- 50 ปี ซึ่งอยู่ในวัยผู้ใหญ่ สามารถวิเคราะห์และพิจารณาตัดสินใจในการแก้ไขปัญหา รวมทั้งความรับผิดชอบต่อการมีพฤติกรรมสุขภ าพโดยทั่วไปดีกว่าช่วงอายุอื่น ๆ (ชื่นกมล สุขดี, ชวพรพรรณ จันทร์ประสิทธิ์ และวันเพ็ญ ทรงคำ. 2553 : 135) นอกจากกลุ่มผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมแล้วยังพบว่าสอดคล้องกับอาชีพอื่น ๆ ด้วย ได้แก่การศึกษาของกิติมา นิพาสพงษ์ (2556 : 104 ) ที่ได้ทำการศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะสุขภาพของพนักงานดับเพลิงกรุงเทพมหานคร ที่พบว่าความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคลกับภาวะสุขภาพ พบว่าอายุมีความสัมพันธ์เชิงลบกับภาวะสุขภาพของพนักงานดับเพลิงกรุงเทพมหานครอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า เกษตรกรทำนา แบบเกษตรกรรม แผนใหม่ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มี อายุในช่วง 51- 60 ปี และผลการศึกษาพบว่าภาวะสุขภ าพด้านร่างกายอยู่ในระดับดี ทั้งนี้อาจเนื่องมาจาก เกษตรกรทำนาแผน แบบเกษตรกรรม ใหม่ ใน ด้านระยะเวลาการทำงานต่อสัปดาห์ พบว่า ทำงานน้อยกว่าสัปดาห์ละ 56 ชั่วโมง หรือทำงานน้อยกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน และมีพฤติกรรมสุขภาพในด้านการรับประทานอาหารครบห้าหมู่ในระดับมาก ดื่มน้ำได้อย่างน้อยวันละ 6 แก้วและมีพฤติกรรม ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่เสพย์สิ่งเสพย์ติดและติดเครื่องดื่มประเภทชาหรือกาแฟ เพราะอาหารเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สุดที่ช่วยให้บุคคลมีสุขภาพดี อาหารที่มีคุณค่าและได้สัดส่วนและถูกต้องตามหลักโภชนาการ ย่อมจะช่วยส่งเสริมความเจริญเติบโต ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและให้พลังงานแก่ร่างกาย สุราและของมึนเมาทุกชนิดจะเป็นตัวเร่งให้หัวใจทำงานมากขึ้น เส้นโลหิตขยายตัวมากขึ้น หัวใจเต้นแรงขึ้น ถ้าดื่มมากเกินไปการทำงานและการสูบฉีดโลหิตเปลี่ยนไป ทำให้ระบบการทำงานไม่ปกติและทำลายระบบอวัยวะภายในทำให้สุขภาพเสื่อมโทรมและทำลายชีวิตในที่สุด ( 2545 อ้างถึงในอนนท์ วิสุทธ์ธนานนท์ และคณะ. 2551 : 56 ) 1.2 ภาวะสุขภาพด้านจิตใจ การศึกษา ภาวะสุขภาพด้านจิตใจ ของ เกษตรกร ผลการศึกษาพบว่า เกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือก มีภาวะสุขภาพด้านจิตใจอยู่ในระดับดีมาก อาจเนื่องมาจากเกษตรมีความรู้สึกพึงพอใจภาคภูมิใจในอาชีพทำนามากที่สุด ทำนาด้วยระบบธรรมชาติที่ไม่ต้องใช้สารเคมี ที่เป็นภัยต่อตัวเอง ผู้บริโภคและระบบนิเวศ ซึ่ง สอดคล้องกับการศึกษาการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำเกษตรเคมีเป็นเกษตรอินทรีย์ของครอบครัวนางพวงทอง จินาจันทร์ พบว่า ทำเกษตรอินทรีย์แล้วมีความสุข ได้แบ่งปันสิ่งดี ๆ ให้กับคนรอบตัว เพราะการนำผัก ผลไม้ไปจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภคไม่เป็นบาปต่อตัวเอง การที่ไม่ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ทำให้ไม่ต้องฆ่าสิ่งมีชีวิต เลี้ยงปลาเพื่อให้น้ำมีความสมบูรณ์ เลี้ยงไก่กินแต่ฟองที่ไม่สามารถฟักตัวได้ เหตุที่ปฏิบัติเช่นนี้เพราะเชื่อว่าภายในสวนตัวเองมีอาหารเพียงพอต่อการบริโภค จึงไม่จำเป็นต้องไปเบียดเบียนสิ่งมีชีวิตอื่น (แสงวรรณ์ ปาลี. 2553 : 81 ) และไม่ต้องกังวลในเรื่องต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาผลลัพธ์จากการปรับเปลี่ยนระบบการผลิตข้าวจากเคมีไปเป็นข้าวอินทรีย์พบว่า ผลตอบแทนทางด้านเศรษฐกิจสูงกว่าทำนาเคมีถึงหนึ่งเท่าตัว ต้นทุนการผลิตลดลง ให้ผลตอบแทนสูงกว่าเกษตรเคมีในเกือบทุก พื้นที่ (อรกช เก็จพิรุฬห์. 2555 : 17 3 ) ไม่ต้องกังวลในเรื่อ งการขายผลผลิต เนื่องจากมีตลาดรองรับที่แน่นอน และขายด้วยระบบราคาการค้าที่เป ็นธรรม ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง และยังสอดคล้องกับการศึกษาของ สายัณห์ กุลวงศ์ (2547 : 142 ) และ ชญาดา บุญถึง (2556 : ง) ที่พบว่าการทำเกษต รอินทรีย์ ทำให้มีรายได้สม่ำเสมอ มีตลาดที่แน ่นอน เกิดธุรกิจขนาดเล็กในชุมชน เกิดตลาดที่เรียกว่า “ตลาดสีเขียว” ตลาดที่ขายผลิตภัณฑ์ที่ทำด้วยระบบเกษตรอินทรีย์ เกษตรกรนำสินค้ามาจำหน่ายเอง ตั้งราคาสินค้าด้วยตัวเกษตรกร เกษตรกรได้พบกับผู้บริโภคโดยตรง ไม ่ต้องกังวลว่าจะขายผลผลิตไม่ได้ เพราะผู้บริโภคห่วงใยส ุขภาพตัวเองแล ะคนในครอบครัว และจากการศึกษาของ กาญจนา สมมิตร (2553 : ข- ค) และอัจฉริยาพร ศรีหมื่นไวย (2553 : บทคัดย่อ) พบว่าปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงการบริโภคสินค้าเกษตรเคมีเป็นสินค้าเกษ ตรอินทรีย์ของกลุ่มตัวอย่าง คือ ความห่วงใยสุขภาพตนเองและคำนึงถึงปัญหาสุขภาพของสมาชิกในครอบครัว และผู้บริโภครู้สึกปลอดภัยที่ได้บริโภคสินค้าเกษตรอินทรีย์และสินค้าอินทรีย์เป็นสินค้าที่ดีต่อสุขภาพเนื่องจากไม่มีสารพิษตกค้าง ซึ่งสอดคล้องไปกับแผนพัฒนา ฯ ฉบับที่ 12 ที่ยึดหลัก “ปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง” “การพัฒนาที่ยั่งยืน” และ “คนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา” (สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. 2560 : 2) ส่วน เกษตรกรทำนาแผนใหม่ ของจังหวัดยโสธรนั้น ผลการศึกษาพบว่าภาวะสุขภาพด้านจิตใจอยู่ในระดับ ปานกลาง อาจเนื่องมาจาก เกษตรกรส่วนใหญ่ กังวลต่อต้อนทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น กลัวขายผลผลิตไม่ได้ และรู้สึกเบื่อหน่ายท้อแท้ หมดหวัง สอดคล้อองกับงานวิจัยของ พงษ์ศักดิ์ อ้น มอยและพีรญา อึ้งอุดรภักดี (2558 : ผลการวิจัย) ที่พบว่าเกษตรกร รู้สึกกังวลที่สารเคมีกำจัดศัตรูพื ชมีราคาแพงทำให้ต้นทุนการผลิตสูง ซึ่งเป็นผลกระทบต่อจิตใจจากการทำเกษตรโดยการใช้สารเคมี และ สุจิตรา เทพภูเขียวและสมจิต แดนสีแก้ว (2556 : 980 - 982 ) ศึกษาผลกระทบสุขภาพจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชในการปลูกดอกไม้เพื่อร้อยมาลัยขาย ก็พบว่าเกษตรกร ส่วนมากมีความรู้สึกกลัวการเจ็บป่วยและกังวลใจต่อผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับครอบครัว และมีความรู้สึกไม่พอใจเมื่อมีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชจากบ้านข้างเคียง เช่นเดียวกัน องค์การอนามัยโลกได้ให้ความหมายของคำว่าสุขภาพจิต คือ ความสามารถของบุคคลที่จะปรับตัวให้มีความสุข อยู่กับบุคคลอื่น ดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยความสมดุลอย่างสุขสบาย รวมทั้งความสามารถของตนเองในการดำรงอยู่ในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่มีข้อขัดแย้งภายในจิตใจ ( 2545 อ้างถึงในอนนท์ วิสุทธ์ธนานนท์ และคณะ. 2551 : 56 ) 1.3 ภาวะสุขภาพด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม การศึกษา ภาวะสุขภาพด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ของเกษตรกร ผลการศึกษาพบว่า เกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือก มีภาวะสุขภาพด้านสังคมและ สิ่งแวดล้อมอยู่ในระดับดีมาก อาจเนื่องมาจาก เกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือก พึงพอใจกับภาวะเศรษฐกิจวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของตนเองและครอบครัว คนในครอบครัวมีง านทำ ซึ่งสอดคล้อง

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน

word1.ปก.docx
19 พฤษภาคม 2565
wordภาคผนวก.docx
6 กันยายน 2564
word01 ปก พริ้วลมบุญ.docx
15 พฤศจิกายน 2563