สื่อธรรมะพ่อครู(พิธีกรรม) ตอน พุทธาภิเษกสุดยอดปาฏิหาริย์ของพุทธ.docx
เนื้อหาในไฟล์
พุทธาภิเษกสุดยอดปาฏิหาริย์ของพุทธ พ่อครูว่า...วันนี้ก็เป็นวันเริ่มต้นของงานพุทธาภิเษกสุดยอดปาฏิหาริย์ ครั้งที่ 41 พุทธศักราช 2560 เราทำเรียกว่าพิธีการ เราทำพิธีการปลุกเสก หรือพุทธาภิเษก ซึ่งเป็นพิธีการของ ชาวพุทธ เอาคำว่าพูดมาใช้เป็นพุทธาภิเษก หรือว่าปลุกเสก พุทธาภิเษกก็เพี้ยนมาเป็นปลุกเสก แล้วคำว่าพุทธาภิเษกก็ผิดเพี้ยนไปในสาระ กลายเป็นปลุกเสกพุทธาภิเษกอิฐหินดินปูน ก้อนหินก้อนดินโลหะต่างๆที่เป็น อุตุนิยาม ให้เป็นพุทธะไป ให้มีความเป็นพุทธะ ซึ่งมันไม่มีทางที่จะเป็นไปได้ แต่เขาก็หลงกัน ว่ามันมีฤทธิ์มีอำนาจ อะไรกันไป เป็นเรื่องที่ห้ามไม่ได้ในคนอวิชชาที่เป็นไป ในวงการคนนับถือศาสนาพุทธในเมืองไทยขณะนี้ หลงงมงายไปอย่างงั้นมากต่อมาก น้อยคนนักที่จะเห็นว่า พุทธาภิเษก หรือปลุกเสก คือการทำอย่างไร อภิเษกให้เป็นพุทธ เอาอะไร เอาอะไรใส่เข้าไปให้รับรู้รับทราบ ให้ตื่น จากความงมงาย ให้ตื่นจากความหลงผิด ให้มีความรู้ให้มีปัญญา ให้กลับมาประพฤติ กลับจากการประพฤติที่มันไม่ดี ไม่เจริญไม่ประเสริฐให้มาเป็นความดีความเจริญความประเสริฐเสีย แต่ทุกวันนี้การปลุกเสกไม่ได้นึกถึงคนเลย ไปนึกถึงการปลุกเสกอิฐหินดินปูน ปลุกเสกทองคำ แล้วถือว่าราคาแพงยิ่งสูง มันก็เลยยิ่งงงๆกันไปใหญ่ นับวันความงมงายไปจากเนื้อแท้ศาสนา สิ่งแทนที่จะได้สิ่งที่ประเสริฐมาให้แก่ตนเองมีชีวิตที่ดีขึ้น ชีวิตที่เจริญพัฒนาขึ้น เลยกลายเป็นงมงายตกต่ำจนเป็นอบายมุข เป็นเดรัจฉานวิชาเละไปหมด อาตมาจึงจำเป็นต้องทำปลุกเสกฯ พุทธาภิเษกฯ ทำปีละกี่ครั้ง มาครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่ 41 ปีที่ 41 อาตมาบวชมา 46 ปีย่างเข้า 47 ปี นี่พุทธาภิเษกฯ 41 ปี ก็แสดงว่า อาตมาเริ่มต้นจัดงานพุทธาภิเษกฯ ในพรรษาที่ 5 ที่จริงก่อนจะนับเป็นครั้งที่ 1 ของพุทธาภิเษกฯ ก็ทำมาก่อน 2
อ่านต่อ
ปีแล้ว ถ้าจะว่าจริงๆต้องนับบวกถอยหลังไปอีก 2 ปี เป็น ปีที่ 43 ที่อาตมาได้มานั้นก็คือ เหตุก็คือ พออาตมาบวชมา เขาก็บอกว่าอยู่ปริวาส เข้าปริวาสปลุกเสกฯ เราก็ว่าพระ เจ้า เขาทำกัน โดยเฉพาะพระทางสายธุดงค์ เขาก็จะทำกัน สายพระบ้านไม่ค่อยทำ ปลุกเสกฯ คือเข้าปริวาส ตอนแรกๆอาตมาไม่รู้ บวชใหม่ๆก็ไปเข้ากับเขา ทั้งๆที่เราไม่มีความผิด คนที่จะเข้าปริวาสนั้น จะต้องเป็นคนที่ผิดอาบัติสังฆาทิเสส เขาก็บอกว่าพุทธาภิเษกฯให้มันสา เข้าปริวาสอยู่กรรม ใครจะมีความผิดสังฆาทิเสสข้อใด ใน 13 ข้อ ใครจะไปละเมิดอาบัติสังฆาทิเสสบทไหน ก็ไม่ฟังให้คิดไม่มีความรู้ ไปเข้าก็แล้วกันถือว่าไปชุบตัว เมื่อผ่านพิธีแล้วชุบตัวก็สะอาดผ่องใส เข้าไปแล้วไปทำอะไร เข้าไปสวดมนต์ เข้าไปฟังอาจารย์บางรูป ที่ถือว่าเป็นเกจิอาจารย์ ก็มาทำพิธีอะไรของเขาไป เสร็จแล้วก็มีประชาชนมากันเยอะถือว่าเป็นงานที่ได้บุญ มาทำทานเอาข้าวของเอาเงินมา เมื่อเสร็จงานพระก็มานับเงินแบ่งกัน เราก็เห็นว่านี่ไม่ใช่งานศาสนา เราไปตอนบวชปีที่ 2 แต่พอปีที่ 3 ก็เห็นว่าเรามาทำของเราเอง นัดแนะกัน 50 คน ถ้าจะปลุกเสกฯ ก็ปลุกเสกฯคน ไม่ใช่อย่างงมงาย มาฟังธรรมกัน สวดมนต์ก็สวดตามเขาไปก่อน ตอนนั้นยังไม่ได้ติดใจอะไร เขาก็สวด 12 ตำนาน 7 ตำนานแต่อาตมาก็ไม่เคยไปทำกับเขา มันรอดปลอดภัยมา ถ้าไปทำพิธีสวดอย่างเขาสวดตั้งแต่ 2 รูปขึ้นไปต่อหน้าธารกำนัล ก็เป็นอาบัติให้แก่ตัวเอง มันไม่เข้าใจกันแล้ว โมหะ หลงเลอะ แม้อาตมาพูดขึ้นมาเขาก็จะงงกัน มีแต่เขาทำกันเป็นกุศล เป็นศิริมงคล เป็นการเจริญธรรม เป็นการปฏิบัติธรรมสำคัญ สวดมนต์กับเป็นหมู่ๆ สวดกันร้อยคน พันคนหมื่นคนแสนคน สวดเฉพาะพระไม่พอก็เอาฆราวาสมาสวดกันเป็นพันคน อย่างเช่นธรรมกายเอาธัมมจักกัปปวัตตนสูตรมานั่งสวดกันเป็นล้านเที่ยว เอาฆาราวาสมานั่งสวด ก็บอกว่านี่คือสุดยอดการเป็นศาสนาพุทธแล้ว มันก็เลยกลายเป็นศาสนาที่ท่านเรียกว่ามนตรยาน (ยานแปลว่าพาหะ) โดยการถือว่า สวดมนต์จะเป็นพาหะนำไปสู่การบรรลุธรรมหรือสวรรค์อะไรก็แล้วแต่เรียกว่ามนตรยาน 600211_เทศน์ก่อนฉันและปฏิญาณ ศีล 8 งานพุทธาภิเษก ครั้งที่ 41 ปฐมอโศก