8.บทที่ 4.docx
เนื้อหาในไฟล์
บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์การปฏิบัติตนด้านสุขภาพกับความผาสุกทางจิตวิญญาณของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ที่มีทวารเทียมหน้าท้อง ผลการวิจัยเชิงคุณภาพ งานวิจัยในการปฏิบัติตนด้านสุขภาพกับความผาสุกทางจิตวิญญาณของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่มีทวารเทียมหน้าท้องนั้น เป็นการศึกษาในขั้นตอนแรกเพื่อตอบวัตถุประสงค์ข้อที่ 1 และข้อที่ 2 ของการปฏิบัติตนด้านสุขภาพ กับความผาสุกทางจิตวิญญาณของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่มีทวารเทียมหน้าท้อง เป็นการวิจัยเชิงประจักษ์ จำนวน 30 ท่าน ผู้วิจัยได้แจกแจงหมวดหมู่หลังจากที่ได้ไปสัมภาษณ์แบบเจาะลึกและสกัดคำถามใน การปฏิบัติตนด้านสุขภาพตามกรอบทฤษฎีของ เพนเดอร์ 6 รายการประกอบด้วย หมวดเกี่ยวกับการปฏิบัติตนด้านความรับผิดชอบต่อสุขภาพมีรายการย่อย 6 รหัส หมวดเกี่ยวกับการปฏิบัติตนด้านกิจกรรมทางด้านร่างกายมีรายการย่อย 3 รหัส หมวดเกี่ยวกับการปฏิบัติตนด้านการรับประทานอาหารมีรายการย่อย 8 รหัส หมวดเกี่ยวกับการปฏิบัติตนด้านพัฒนาสัมพันธภาพระหว่างบุคคล มีรายการย่อย 2 รหัส หมวดเกี่ยวกับการปฏิบัติตนด้านการพัฒนาทางปัญญา มีรายการย่อย 3 รหัส หมวดเกี่ยวกับความผาสุกในสิ่งที่เป็นอยู่มีรายการย่อย 3 รหัส และหมวดเกี่ยวกับความศรัทธาที่ยึดมั่นต่อพระศาสนามีรายการย่อย 3 รหัสดังนี้ หมวดเกี่ยวกับการปฏิบัติตนด้านความรับผิดชอบต่อสุขภาพมีรายการย่อย 6 รหัสดังนี้ ถุงทวารเทียมหน้าท้อง มีผู้ให้ข้อมูลจำนวน 43 ข้อความ / 25 ราย ทวารเทียมหน้าท้อง มีผู้ให้ข้อมูลจำนวน 26 ข้อความ / 17 ราย การแต่งกาย มีผู้ให้ข้อมูลจำนวน 19 ข้อความ / 19 ราย การช่วยเหลือตนเอง มีผู้ให้ข้อมูลจำนวน 37 ข้อความ / 26 ราย ความประหยัด มีผู้ให้ข้อมูลจำนวน 14 ข้อความ / 12 ราย ไปตามหมอนัดมีผู้ให้ข้อมูลจำนวน 10 ข้อความ / 10 ราย หม
อ่านต่อ
วดเกี่ยวกับการปฏิบัติตนด้านกิจกรรมทางด้านร่างกายมีรายการย่อย 3 รหัสดังนี้ กิจกรรมทางร่างกาย มีผู้ให้ข้อมูลจำนวน 43 ข้อความ / 28 ราย การทำงานบ้าน มีผู้ให้ข้อมูลจำนวน 24 ข้อความ / 20 ราย การรู้จักใช้ลมหายใจ มีผู้ให้ข้อมูลจำนวน 3 ข้อความ / 3 ราย หมวดเกี่ยวกับการปฏิบัติตนด้านการรับประทานอาหารมีรายการย่อย 8 รหัสดังนี้ อาหาร พืช ผัก ผลไม้ ธัญพืช มีผู้ให้ข้อมูลจำนวน 30 ข้อความ / 18 ราย การลด ละ เลิก เนื้อสัตว์ มีผู้ให้ข้อมูลจำนวน 19 ข้อความ/ 18 ราย อาหารและขนมที่ปรุงรสจัด มีผู้ให้ข้อมูลจำนวน 21 ข้อความ / 18 ราย อาหารมีไขมัน ของทอดต่าง ๆ มีผู้ให้ข้อมูลจำนวน 13 ข้อความ / 12 ราย อาหารที่ย่อยง่ายและการเคี้ยวข้าวให้ละเอียด มีผู้ให้ข้อมูลจำนวน 19 ข้อความ / 14 ราย อาหารที่ไม่ถูกกับร่างกายหรือของหมักดองมีผู้ให้ข้อมูลจำนวน 5 ข้อความ / 4 ราย ชา กาแฟ น้ำอัดลม แอ ลกอฮอล และของมึนเมา มีผู้ให้ข้อมูลจำนวน 8 ข้อความ / 8 ราย อาหารที่มีกลิ่นแรง ฉุนมีผู้ให้ข้อมูลจำนวน 2 ข้อความ / 2 ราย หมวดเกี่ยวกับการปฏิบัติตนด้านพัฒนาสัมพันธภาพระหว่างบุคคล มีรายการย่อย 2 รหัสดังนี้ สัมพันธ์ระหว่างครอบครัว มีผู้ให้ข้อมูลจำนวน 30 ข้อความ / 20 ราย สังคม เพื่อนมนุษย์ และเสียสละจิตอาสา มีผู้ให้ข้อมูลจำนวน 31 ข้อความ / 21 ราย หมวดเกี่ยวกับการปฏิบัติตนด้านการพัฒนาทางปัญญามีรายการย่อย 3 รหัสดังนี้ ปฏิบัติธรรม ฟังธรรม มีผู้ให้ข้อมูลจำนวน 17 ข้อความ / 13 ราย ใช้ปัญญาและการคิดรู้ มีผู้ให้ข้อมูลจำนวน 24 ข้อความ / 18 ราย ปฏิบัติด้วยการชำระล้างกิเลส ลด ละ เลิก โลภ โกรธ หลง มีผู้ให้ข้อมูลจำนวน 31 ข้อความ / 18 ราย หมวดเกี่ยวกับการปฏิบัติตนด้านการจัดการกับความเครียดมีรายการย่อย 2 รหัสดังนี้ มีวิธีการปฏิบัติกำจัดความเครียด มีผู้ให้ข้อมูลจำนวน 24 ข้อความ / 17 ราย การฟังธรรม คำสอน สนทนาธรรม สวดมนต์ มีผู้ให้ข้อมูลจำนวน 9 ข้อความ / 9 ราย หมวดเกี่ยวกับความผาสุกในสิ่งที่เป็นอยู่มีรายการย่อย 3 รหัสดังนี้ การยอมรับความจริงและพึงพอใจกับตนเอง มีผู้ให้ข้อมูลจำนวน 24 ข้อความ / 22 ราย แสดงถึงความพอใจที่เป็นอยู่มีผู้ให้ข้อมูลจำนวน 15 ข้อความ / 11 ราย ประหยัดพอเพียงเรียบง่าย มีผู้ให้ข้อมูลจำนวน 15 ข้อความ / 12 ราย หมวดเกี่ยวกับความศรัทธาที่ยึดมั่นต่อพระพุทธศาสนามีรายการย่อย 3 รหัสดังนี้ ยึดมั่นศรัทธาต่อพระศาสดา มีผู้ให้ข้อมูลจำนวน 26 ข้อความ / 20 ราย การปฏิบัติตนพยายามอยู่ในกรอบศีล 5 มีผู้ให้ข้อมูลจำนวน 17 ข้อความ / 15 ราย ความเชื่อกฎแห่งกรรม ผลของการกระทำมีผู้ให้ข้อมูลจำนวน 18 ข้อความ / 17 ราย การรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนใหญ่จะทำการผ่าตัดเป็นหลัก การผ่าตัดเปิดลำไส้ทางหน้า ท้อง ( C olostomy) เป็นการผ่าตัดเปิดลำไส้ออกทางหน้าท้อง เพื่อให้อุจจาระออกแทนการออกทางทวารหนักเดิม บริเวณรูเปิดลำไส้ส่วนที่โผล่พ้นผิวหนังเรียกว่า Stoma หรือทวารเทียม การมีอุจจาระ ออกมาทางทวารเทียม ซึ่งต้องมีการใช้อุปกรณ์รองรับอุจจาระที่ร่างกายขับถ่ายออกมาลักษณะเป็นถุงเรียกว่า colostomy bag ซึ่งถุงจะป้องกันการรั่วไหลซึมของของเสียและกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ได้ ซึ่งภายหลังการผ่าตัดทวารเทียม ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะใช้เวลาพักฟื้นประมาณครึ่งเดือน หลังการผ่าตัดทวารเทียม จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์แก่ผู้ป่วย ผู้ป่วยที่ต้องได้รับการผ่าตัดทวารเทียมส่วนใหญ่จะมีปัญหาทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ การเข้าสังคม และการดำเนินชีวิตประจำวันที่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้เป็นที่ทราบกันอยู่ จึงมีหน่วยงานที่รับผิดชอบเช่นสถาบันที่รับการรักษา เข้ามาให้ข้อมูลและช่วยเหลือในเบื้องต้นเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ หรือมีนโยบายเยี่ยมผู้ป่วยตามบ้าน เป็นต้น มีให้กำลังใจผู้ป่วยเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถปรับตัวและยอมรับสภาพความเจ็บป่วย มีทัศนคติที่ดีต่อ ostomy และเห็นความสำคัญในการดูแลตนเองเพื่อให้สามารถดำรงชีวิตในสังคมอย่างมีความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป ดังนั้นผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่มีทวารเทียมหน้าท้องต้องปรับตัวให้อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง ถ้าปรับตัวเร็วและเข้าใจโลกมากเท่าไรก็จะข้ามผ่านความทุกข์ที่เลี่ยงได้นี้ไปได้แต่ต้องปฏิบัติด้วยตนเอง ต้องพากเพียรแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดในอดีต รู้จักคุณและโทษที่จะส่งผลกระทบกับตนเอง เปิดใจรับการเปลี่ยนแปลงอันนำมาถึงความผาสุกในชีวิตได้อีกครั้ง การปฏิบัติตนด้านสุขภาพ การปฏิบัติตนด้านความรับผิดชอบต่อสุขภาพมีรายการย่อย 6 รหัส 1. ถุงทวารเทียม( C olostomy B ag) ดูแลกิจวัตรประจำวันทำความสะอาดถุงรองรับอุจจาระประจำ จะเรียนรู้วิธีใส่ถุงเพราะถ้ามันหนักมากทำให้ถุงรั่ว และ ต้องดูแลให้แห้งเสมอ และรักษาบริเวณแผลโดยรอบอย่างระมัดระวัง ทำอย่างเบามือ การกินอาหารต้องระวังอย่ามีลมมากทำให้ถุงจะป่อง มีปัญหาในการแปะถุงที่หน้าท้อง มันหลุดง่าย ถ้าอ้วนมันก็ลำบาก ต้องระวังเรื่องอาหารไขมัน ถ้าอ้วนมากก็จะติดแป้นยาก บางทีไอเรายังต้องประคองท้องให้ดี ถุงมีให้เลือกแบบชิ้นเดียวกับแบบสองชิ้นแล้วแต่ใครถนัดหรือจะใช้สลับไปมาก็ได้ ลักษณะของถุงทวารเทียมรองรับของเสีย มี 2 แบบคือ 1. ถุงแบบชิ้นเดียว คือตัวถุงติดกับแป้น คือแปะติดอยู่กับผิวหนัง ติดอยู่ด้วยกันเป็นชิ้นเดียว ซึ่งคนที่ใช้ถุงประเภทนี้จะเป็นคนที่ทางโรงพยาบาลเลือกใช้ให้ในกรณีผ่าตัดใหม่ ๆ แต่ก็สามารถใช้ไปตลอดก็ได้ เนื่องจากว่าแบบชิ้นเดียวมี 2 แบบคือก้นถุงเปิดกับก้นถุงปิด ในบางคนไม่สะดวกจะเอามาทำความสะอาด จะใช้แบบก้นปิด คือเมื่อถ่ายมาสักระยะหนึ่ง สามารถทิ้งไปเลยทั้งถุง จะลอกถุงออกจาก S toma แล้วทิ้งไป แต่ถ้าเป็นถุงแบบเปิดจะสามารถนำของเสียออกไปเพื่อทำความสะอาด โดยนำสายยางฉีดน้ำเข้าไปในถุงและล้างถุงภายในจนสะอาดก็นำมาใช้ได้อีก ใช้ได้ประมาณ 3-5 วัน 2. ถุงแบบสองชิ้น คือมีแป้นและถุงแยกออกจากกัน ทั้งแป้นและถุงสามารถล้างทำความสะอาดได้ โดยแป้นจะแปะไว้ที่ท้องตรง S toma จะแปะแป้นไว้ก่อนปิดถุง เมื่อใช้ไปสักระยะหนึ่งก็สามารถแกะออกมาล้างได้ และควรมี 2 ถุงใช้ สลับกัน ขณะนำถุงหนึ่งไปตากให้แห้งและถุงมีแบบก้นปิดและแบบก้นเปิด แต่ที่บ้านเรานิยมถุงแบบก้นเปิดแบบสองชิ้นนี้มีให้เลือกหลากหลายโดยเฉพาะตัวแป้นมีลักษณะของเนื้อแป้นที่แตกต่างให้เลือก จะมีลักษณะแป้นเฉพาะสำหรับคนที่เลือกใช้กันของเสียที่มีของเหลวมาก และจะมีแบบถุงเฉพาะ สำหรับคนที่มีของเสียเป็นก้อนมากเลือกใช้ตามความเหมะสมกับตนเอง การใช้ถุงอยู่ที่แต่ละคน แล้วแต่ลักษณะของเสียที่ออกมาว่าจะใช้แบบใดให้ได้ยาวนาน เช่นคนมีเหงื่อมาก หรือบางคนที่มีของเสียที่ออกมามาก ทำให้ล้างไม่สะอาดทำให้ต้องทิ้งเร็วขึ้น อยู่ที่แต่ละคนจะดูแลได้ดีมากน้อยอย่างไร ส่วนใหญ่ ใช้ได้ 3 ครั้ง 5 ครั้ง 7 ครั้งต่อสัปดาห์ ค่อยเปลี่ยนทีหนึ่ง ถุงแบบประหยัดเป็นถุงแบบเริ่มต้นที่ใช้มาก่อนในอดีต แต่ก็ยังมีให้ใช้อยู่เพราะราคาถูก มีอุปกรณ์คือ มีถุงพลาสติก เข็มขัดคาดเอว และห่วงพลาสติกทรงกลมมีหูเล็ก ๆ อยู่ด้านข้าง เอาไว้ให้ถุงพลาสติกที่เลือกมาใช้สวมใส่เข้าไป ใช้ง่าย ราคาประหยัด แต่เวลาขับถ่ายออกมาอาจจะซึมและเปื้อนในบริเวณที่ถ่ายออกมา ทำให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองได้สำหรับบางคน แต่แบบมีแป้นทั้งชิ้นเดียวและแบบสองชิ้น ทำขึ้นมาไว้ป้องกันผิวหนังบริเวณนั้น SEQ Figure \* ARABIC 1 . ภาพผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ที่มีทวารเทียมหน้าท้อง SEQ Figure \* ARABIC 2 . หุ่นประกอบการเรียนของโรงพยาบาลพระมงกุฎเล้า SEQ Figure \* ARABIC 3 . ถุงทวารเทียมนำมาสาธิตในโครงการคุณภาพชีวิตของ ออสโต เมท ภาพที่ 5 ภาพประกอบคำบรรยาย ลักษณะการสวมใส่ถุงรองรับทวารเทียม ที่มา (หมายขวัญพุทธ สุขโสต , ภาพถ่าย. 2558, พฤษภาคม 3) 2. ทวารเทียมหน้าท้อง ( C olostomy) ทวารเทียมคือลำไส้ใหญ่ที่ถูกตัดออกมาโผล่ที่หน้าท้อง บริเวณรูที่เปิดลำไส้หรือส่วนที่โผล่พ้นผิวเรียกว่า S toma และเรียกการผ่าตัดเปิดลำไส้หน้าท้องว่า C olostomy ส่วนตัวผู้ถูกผ่าตัดเรียกว่า O stomy จะทำความสะอาดตรงทวารเทียมแบบเบา ๆ มือ ค่อย ๆ เช็ด ทำความสะอาดบริเวณโดยรอบทวารเทียมให้สะอาด ส่วนทวารเทียมเราใช้ผ้าขนหนูผืนเล็ก ๆ เช็ด ซับให้แห้ง เมื่อขับถ่ายอุจจาระจะไม่ค่อยรู้ตัวด้วยว่าออกมาเมื่อไร อีกทั้งอั้นไม่อยู่อีกด้วย เมื่อขับถ่ายออกมาแล้วรู้สึกเริ่มหนัก หน่วง ๆ ก็เอาไปทิ้ง ไม่ควรจะให้มาก ถ้ารับประทานอาหารเยอะ มันจะไหลมาเรื่อย ๆ การถ่ายอุจจาระขึ้นอยู่กับการกิน เวลาไปไหนอย่ารับประทานมาก ถ้าจะดูว่ามีอะไรผิดปกติไหม ให้ดูที่การขับถ่าย เวลาทำความสะอาดก็นวดเบา ๆ ได้บ้างอย่าแรง ทำให้ลำไส้ขยายตัว หรือจะใช้นิ้วล้วงเข้าไปพอที่จะเอาคราบไขมันที่ติดอยู่บริเวณต้น ๆ นั้นออกมาได้ ควรดูแลเขาเปรียบเหมือนเป็นส่วนหนึ่ง แรก ๆ มันจะรู้สึกแปลกกับชีวิต ต้องปรับตัว แต่ตอนนี้มันเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย เหมือน แขน ขาที่ต้องเอาใจใส่ รูทวารที่เปิดออกมาเรียกว่าทวารเทียมนั้น จะกว้างหรือแคบต่างกันเพราะแต่ละคนผ่าตัดลำไส้ใหญ่ต่างที่กัน เพราะขนาดลำไส้ใหญ่จะมีขนาดต่าง ๆ กันในแต่ละช่วงของลำไส้ใหญ่ อีกทั้งพยาธิสภาพของคนที่ต่างกัน การผ่าตัดลำไส้ใหญ่เพื่อให้ลำไส้ใหญ่โผล่ออกมาก็จะไม่เท่ากัน บางคนออกมามาก บางคนออกมาน้อย และรูทวารเทียมที่เรียกว่า S toma เนื้อเยื่อบริเวณนี้ไม่มีเส้นประสาทไม่รับรู้ความรู้สึกใด ๆ จึงไม่เจ็บเมื่อสัมผัสกับทวารเทียม ทวารเทียมอาจเลือดออกได้เล็กน้อยเมื่อสัมผัส เช่นขณะเปลี่ยนถุงหรือทำความสะอาดรอบทวารเทียม ดังนั้นการทำความสะอาดแรง ๆ หรือได้ไปสัมผัส เสียดสี กระทบกับอะไร แรง ๆ ก็จะมีเลือดออกมาได้ ต้องระมัดระวัง สโต มา คือช่องทางเปิดของลำไส้ใหญ่ของผู้ให้ข้อมูลหลัก 1 สโต มา คือช่องทางเปิดของ ลำไส้ใหญ่ของผู้ให้ข้อมูลหลัก 2 www.dhammajak.net สืบค้นเมื่อ 24 มกราคม 2559 ภาพที่ 6 ภาพประกอบคำบรรยายช่องทางเปิดลำไส้ใหญ่ เรียกว่าทวารเทียมหน้าท้อง ที่มา (หมายขวัญพุทธ สุขโสต , ภาพถ่าย. 2558 , กุมภาพันธ์ 8 ) 3. ลักษณะการแต่งกาย ส่วนเสื้อผ้าจะใส่เสื้อผ้าหลวม ๆ คลุมปิดได้ ปัจจุบันสะดวกในด้านการแต่งกาย อาจจะสวมเสื้อผ้าสบาย ๆ ไม่รัด ใส่กางเกงขาสั้น บางทีก็โสร่ง เวลาทำความสะอาดสะดวก ซึ่งการแต่งกายก็ใส่สบาย ๆ หลวม ๆ ไม่ต้องใส่อะไรมากมาย การใส่เสื้อผ้าไม่มีปัญหาอะไร ทำงานได้ตามปกติไม่ยุ่งยากอะไร นุ่งทับก็ได้นุ่งปล่อยก็ได้ ไม่เคยห่วงเรื่องการแต่งกาย ไปงานสังสรรค์กินเลี้ยง หรือจะแต่งตัวทะมัดทะแมง ว่องไว หรืองานสังคม สบายไม่มีวิตกกังวลอะไร การแต่งกายนั้นถ้าเรายอมรับด้วยใจ การแต่งกายขึ้นอยู่กับรสนิยม เมื่อเรายอมรับด้วยใจ เราจะเกิดความเชื่อมั่นอยากจะแต่งตัวอย่างไรก็ได้ ชุดว่ายน้ำเราก็ใส่ได้ ถ้าเรามั่นใจ ถึงแม้เราจะมีถุง เรายอมรับว่าเรามีถุง แต่งตัวแบบที่เราชอบ ดูตามกาลเทศะ ไปงานไหน ไปอย่างไรควรแต่งอย่างไร โดยรวมแล้วการแต่งกายไม่เป็นอุปสรรคในเรื่องนี้ ที่มา (หมายขวัญพุทธ สุขโสต , ภาพถ่าย. 2558, พฤศจิกายน 11) ที่มา (หมายขวัญพุทธ สุขโสต , ภาพถ่าย. 2558, พฤษภาคม 21) ที่มา (หมายขวัญพุทธ สุขโสต , ภาพถ่าย. 2558, สิงหาคม 6 ) ภาพที่ 7 ภาพประกอบคำบรรยาย ลักษณะการแต่งกายที่ปกติเหมือนบุคคลทั่วไป 4. การพึ่งพาตนเอง เริ่มแรกหลังผ่าตัดมา จะมีคนในครอบครัวช่วยเหลือก่อน จากนั้นพอทำเองได้จะทำเองตลอดมา ทำเองได้ ทำเองทุกอย่างดูแลตัวเองได้ เดิน นั่งได้ สามารถดูแลตนเองได้ จะทำความสะอาดตรงทวารเทียม ได้เอง เมื่ออุจจาระออกมาก็ทิ้งไป และเปลี่ยนถุงใหม่ ทำเองได้ไม่ได้รังเกียจอะไรจะสนใจตรวจสุขภาพเสมอ ต้องดูเรื่องอาหารที่ไม่มีสารพิษ ผักก็ล้างให้สะอาด มะเร็งลำไส้เกิดจากอาหารเป็นส่วนใหญ่ เรื่องการเบิกใช้ถุงรองรับทวารเทียม มีเดินทางไปเบิกทุกเดือน มีสิทธิในบัตรทอง ( 30 บาท) บัตรข้าราชการ บัตรรัฐวิสาหกิจ บัตรประกันสุขภาพ หรือไม่มีบัตรต้องซื้อเอง มีทั้งราคาแบบประหยัดและราคาสูงให้เลือก ดังนั้นจึงเป็นค่าใช้จ่ายตลอดชีวิต ต้องพึ่งพาตนเองให้มากที่สุด ในเรื่องของงานบ้านนั้น ทำได้ปกติทุกอย่างแต่ไม่หนักทำตามกำลังที่มีไม่หักโหม และจะหมั่นสังเกตดูสิ่งผิดปกติของร่างกายเช่นเรื่องการขับถ่าย เรื่องอาหารจะดูว่าทานอะไรมีประโยชน์ อะไรไม่มีประโยชน์จะแสงหาความรู้ใหม่ ๆ สิ่งดี ๆ ให้ตนเองคือเรื่องอาหาร เพราะสำคัญมาก รับประทานอาหารผิด การขับถ่ายจะมีปัญหาแต่ถ้ารู้จักปรับตัวเองใช้ประสบการณ์เรียนรู้จากตนเองช่วยเหลือตัวเองให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่ควรไปรบกวนคนอื่นให้มาก แม้กระทั่งคนในครอบครัวคือ การที่ช่วยเหลือตนเองมากที่สุดเป็นสิ่งที่ไม่ใช่เพื่อใครคือเพื่อตนเองและการสัมพันธ์กับผู้อื่นนั้น จำเป็นอย่างมากที่เราควรได้เข้ากลุ่มทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกัน เพื่อได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ คือพึ่งตนได้และสามารถช่วยผู้อื่นได้ด้วย 5. ความประหยัด มีการแบ่งปันถุงรองรับทวารเทียมให้กับผู้อื่นที่อยู่ต่างจังหวัดจะใช้อย่างประหยัดและได้เผื่อแผ่ผู้อื่นประหยัดเงินเบิกได้ทุกเดือนเหลือก็เอาไปบริจาคที่โรงพยาบาล ใครมีสิทธิ์ เบิกได้ก็ไปใช้สิทธิ์เช่น บัตรผู้สูงอายุที่เรียกว่าบัตรทอง เบิกแต่ละครั้ง ๆ ได้ 8- 10 ถุงต่อเดือน อย่างงบประมาณถุงหน้าท้องไม่เกิน 700 บาทของรัฐบาล บางคนเบิกทุกเดือน บางคนไปรับฟรีบางคนจ่ายเงินเพิ่มจากส่วนต่าง และบางคนมีปัจจัยสามารถเลือกใช้ของดีมีคุณภาพตามที่ต้องการได้ จะใช้ถุงต้องประหยัด เพราะต้องใช้ตลอดชีวิต และจะเบิกตุนของไว้มาก ๆ ไม่ดีเนื่องจากถุงอาจเสื่อมคุณภาพได้ และที่สำคัญต้องรู้จักเผื่อแผ่แบ่งปันถุงดี ๆ ให้กับบุคคลอื่นได้ใช้กันถ้วนหน้า 6. ตามหมอนัด จะไปตามหมอนัดตลอด เวลามีปัญหาก็จะปรึกษาหมอ มีปัญหาได้มีการสอบถาม จะไปทำกิจกรรมเพื่อแชร์ความคิดเห็นแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องหมอนัดถือว่าสำคัญ ติดธุระอะไรก็ต้องเอาหมอก่อน โดยเฉพาะเวลาทำ MRI ปีเว้นปีจะดูว่ามีอะไรผิดปกติไหม จะดูการขับถ่ายไม่เคยเหลวเป็นน้ำ จะต้องไปพบแพทย์ตามนัดก็จะวางแผนให้ดี จัดสรรเวลาให้เหมาะสมมีนัดกับแพทย์ก็จะไปตามนัดไม่มีขัดเลย การปฏิบัติตนด้านกิจกรรมทางด้านร่างกาย 1. กิจกรรมทางร่างกาย มีเวลาเดินออกกำลังกายรอบ ๆ บ้าน เดินแกว่งแขน หรือ ขี่จักรยานไปตลาด มีการอบตัวด้วยสมุนไพร ไม่สบายก็จะใส่ขมิ้น ไพล ใบมะขาม ใบมะยม หัวหอม เท่าที่มี ในแต่ละ วัน ตื่นเช้ามาก็ออกไปเดินแกว่งแขน 500–2,000 ครั้งและเดินไปรอบ ๆ บ้านคล้ายเดินจงกรม เป็นคนเดินเก่ง เดินเร็วและชอบว่ายน้ำทั้ง ๆ ที่มีถุงอวัยวะเทียมที่หน้าท้อง ชอบช่วยเหลือก็ไปกวาดถนนทำความสะอาดตามตรอก ซอกซอยต่าง ๆ จะขี่จักรยานไปตอนเช้า ใช้วิธีการเดินจะไม่วิ่ง เพราะจะทำให้ลำไส้เรามันโผล่มาหน้าท้อง เพราะหนักเกินไป แค่เดินเร็วบาง ช้าบ้าง ประมาณ 15-30 นาที อาทิตย์ละ 3 ครั้ง หรือ เอามือยกขึ้นลง และแกว่งมือไปมา ทำให้ร่างกายขับเคลื่อนไม่อยู่นิ่ง ไปเดินเล่น ขี่จักรยาน รำกระบอก เพื่อเปลี่ยนอิริยาบถ มี 12 ท่า บิดแขน คอ ตัว เตะขา ว่าง ๆ ตอนดูทีวีจะบีบนวดตามตัว หรือไปให้วัดโพธิ์ให้เขาช่วยนวดขา เท้า ยกเว้นท้อง เพื่อคลายกล้ามเนื้อบ้างเราออกกำลังกายได้ ว่ายน้ำได้ จะแกว่งแขน บิดตัว เช้า ๆ จะไปเดินเร็ว และจะขี่จักรยาน ทำเป็นประจำจะเปลี่ยนอิริยาบถ จะยืนและดัดหลัง นั่งนาน ๆ ไม่ได้ เส้นมันจะยึด และจะไม่ยกของหนัก หลังมันจะยอกชอบยืดแข้งยึดขา ตื่นเช้ามาก็ยึดเส้นยึดสายทำทุกวันทำกับข้าวเอง ล้างจานเอง สามารถขับรถได้ ตอนกลางวันไปตลาดได้ ต้องเคลื่อนตัวเองอยู่เสมอ มีอะไรให้ทำ ไม่ซึมเศร้ า ถ้าออกกำลังกาย 2. การทำงานบ้านต่าง ๆ มีการทำงานบ้าน จัดเก็บกวาด ทำความสะอาด ปลูกต้นไม้ จัดบ้าน จะรดน้ำต้นไม้ ถูบ้าน ซักผ้า ทำกับข้าวทานเอง กิจกรรมต่าง ๆ ทำได้เอง เลี้ยงหลาน เดินไปทำบุญ ทำงานทุกอย่างทุกอย่าง แต่ไม่หนัก เริ่มจากทำอาหารให้คนในครอบครัว ก่อนออกมาทำงาน การทำงานบ้านที่พอดี ก็มีส่วนช่วยให้ร่างกายแข็งแรงได้ นี้ก็เป็นการออกกำลังกายที่เป็นการทำงานบ้าน เราทำเท่าที่เราทำได้ค่อย ๆ ทำ 3. การใช้การหายใจ มีการหายใจที่ถูกวิธี เอาออกซิเจนเข้าไปช่วยให้ร่างกายแข็งแรง สูดลมเข้าไปให้เต็มท้องและกลั้นไว้ จากนั้นค่อย ๆ ปล่อยออกมาทางปากรู้จักหายใจเข้าออกลึก ๆ จะช่วยได้ดีมาก 1 ที่มา (หมายขวัญพุทธ สุขโสต , ภาพถ่าย. 2558, ธันวาคม 11) ที่มา (หมายขวัญพุทธ สุขโสต , ภาพถ่าย. 2 559, มกราคม 21) ภาพที่ 8 ภาพประกอบคำบรรยาย การออกกำลังกายและขับเคลื่อนอิริยาบถทางด้านร่างกาย มีการ ร่วมงานกิจกรรมกลุ่มในวันต้อนรับปีใหม่ของปี 2559 การ ปฏิบัติตนด้านการรับประทานอาหาร 1. พืช ผัก ผลไม้ สมุนไพร การรับประทานอาหารจะเน้นพืช ผัก ผลไม้มากขึ้น ผักจะเป็นผักพื้นบ้าน มีปลูกเองและซื้อตามท้องตลาด มีอาหารเสริมที่ทำจากผักผลไม้ด้วย รับประทานพืชผัก ผลไม้ จะทำให้อุจจาระไม่เหลวเกินหรือแข็งเกิน จะนิ่มพอดี ๆ ได้ศึกษาการแพทย์ของคุณหมอเขียว ได้แนะนำเรื่องอาหารปรับสมดุลกับร่างกาย ทำน้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็นและน้ำสมุนไพรฤทธิ์ร้อนที่สามารถดื่มได้ทุกวันทุกวันนี้เน้นกินผักที่ปลอดสารพิษ ที่บ้านปลูก มีผักผลไม้กินเองเช่น มะพร้าวน้ำหอม กล้วย มะม่วง ถั่ว ข้าวโพก ผักบุ้ง มันเทศ มะยม ตำลึง ใบเตย อยู่แบบสบาย ๆ กินอยู่ง่าย ๆ หันมากินสมุนไพรมากขึ้น เช่น รางจืด ใบเตย ใบหม่อน ดื่มน้ำต้มมะละกอและชงใบหม่อนล้างลำไส้ได้ดี และยางมะละกอล้างไขมันได้ ถ้าทำอาหาร มักใส่สมุนไพรไทยผสมลงไปด้วยที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ผลไม้ เช่น แตงโม กล้วย ส้ม สลัดผัก ยำผัก มีการรับประทานกันมากขึ้น ทั้งผักต้ม ผักลวกมีเพิ่มขึ้น ผัดผักใส่น้ำมันน้อยและผัดกับน้ำมากขึ้น รับประทานขนมหวานกันน้อยลง จะดื่มน้ำสมุนไพรที่หาได้ไม่ยากเช่น น้ำเต้าหู้ น้ำขิง น้ำใบเตย น้ำใบบัวบก น้ำฟักทอง เป็นต้นหรือรับประทานผลไม้และผักปั่น พวก ใบย่านาง สับปะรด แอปเปิล บล็อค โคลี ส้ม มะนาว และผลไม้ตามฤดูกาล ผักที่มีกากใยอาหารทำให้อุจจาระดีขึ้น ถ้าขับถ่ายยาก ควรหันมากิน ผักต้ม หรือผักลวกแทนบ้าง เพราะยังมีสารอาหารพวกคลอโรฟิลล์ในตัวอยู่ ทำเป็นอาหารหรือรับประทานเป็นน้ำพริก ผักปลามีรับประทานอาหารมังสวิรัติ ตอนนี้เน้นผักมากกว่าเนื้อสัตว์สังเกตผักที่ไม่มีกลิ่นแรง ภาพที่ 9 ภาพประกอบคำบรรยาย การรับประทานอาหาร ที่เน้นพืชผัก ผลไม้ สมุนไพร ในท้องถิ่นที่ ตนอาศัย ที่มา (หมายขวัญพุทธ สุขโสต , ภาพถ่าย. 2558, ธันวาคม 12 ) 2. การลด ละ เลิกเนื้อสัตว์ เนื้อสัตว์จะรับประทานน้อยลง จะคงมีปลา กุ้ง บ้างนิด ๆ หน่อย ๆ แต่ มีบางคนไม่รับประทานเนื้อสัตว์เลย รับประทานแต่พืชผัก ผลไม้ และแป้งที่มีประโยชน์ หันมารับประทานอาหารเจหรือมังสวิรัติกันมากขึ้น เป็นมะเร็งควรหลีกเลี่ยงรับประทานเนื้อสัตว์มันมีพิษและบาป ซึ่งการรับประทานมังสวิรัติได้แต่ไม่ใช่ทุกวัน อาหารพวกหมูย่างไก่ย่าง ที่ปิ้ง ๆ ย่าง ๆ มันกระตุ้นให้เซลล์มะเร็งโตขึ้น บางคนที่รับประทานเนื้อสัตว์อยู่ จะรับประทานน้อย สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง รู้ว่ารับประทานมากไม่ดีแต่ยังมีกิเลสอยู่ ยังอยากและอร่อยอยู่ 3. อาหารและขนมที่ปรุงรสจัด พยายามไม่กินอาหารรสจัดและเลือกอาหารที่ปรุงแต่งน้อยลง รับประทานอาหารที่มีรสจืดได้คือไม่รับประทานเผ็ด ลดการปรุงแต่งรสชาติของอาหารลงเช่น เปรี้ยว หวาน มัน เค็มและสารปรุงแต่งต่าง ๆ จะทำอาหารทานเอง มากขึ้น ซื้ออาหารสำเร็จรูปให้น้อยลง หลีกเลี่ยงการกินน้ำปลา แต่มีซีอิ้วขาวนิดหน่อยแทน ไม่ใส่ผงชูรสเลี่ยงรับประทานอาหารที่มีรสหวานจัด รับประทานก๋วยเตี๋ยวจะปรุงรสน้อยลงและไม่จัด ขนมทานเล่นลดลง ขนมกรุบกรอบทำสำเร็จในถุงไม่ควรรับประทานมีผงชูรสมาก ไม่ควรกินจุบกินจิบเพราะจะทำให้ขับถ่ายบ่อย หลายคนยังติดรสชาติอยู่เพราะอร่อย เนื่องจากขณะที่ไม่สบายมักจะรับประทานอาหารไม่ค่อยลง และเบื่ออาหาร แต่เมื่ออาการดีขึ้น ก็จะอยากรับประทานอาหารที่มีรสจัด ตามที่เคยรับประทานมาซึ่งติดเป็นนิสัย แต่ก็พยายามลด ละ เลิกอยู่ 4. อาหารมีไขมัน ของทอดต่าง ๆ ของมันของทอดจะรับประทานไม่มากเรื่องขนมปัง แป้ง ไขมัน มีความระวังเป็นพิเศษ ของทอดไม่ควรทานมาก ควรหลีกเลี่ยงของทอด ปาท่องโก้และกล้วยทอดเป็นที่นิยมมากในอดีต ปัจจุบันลดลง กินกะทิได้มีประโยชน์แต่ให้กินพอดี ๆ อาหารทอด ๆ มัน ๆ ต้องระวังอย่างมากเพราะมีผลต่อการขับถ่ายและการล้างถุง เพราะความมันของอาหารจะล้างทำความสะอาดถุงยาก และสิ้นเปลืองถุง ต้องทิ้งเร็วขึ้น 5. อาหารที่ย่อยง่ายและการเคี้ยวข้าวให้ละเอียด พยายามจะเคี้ยวอาหารให้ช้าลงและละเอียดเพื่อย่อยได้ง่าย ๆ อาหารที่ย่อยง่าย เช่นพวกเผือก มัน ฟักทอง กล้วยน้ำหว้า ซุบข้าวโพด ลูกเดือย พุทรา หรือผักต้มผักลวกต่าง ๆ กินอาหารช้า ๆ ได้ ควรลดของเผ็ดร้อน ช่วงให้เคมีจะเบื่ออาหาร ควรจะเลี่ยงไม่กินอะไรที่แข็งอาหารที่รับประทานจะได้ทุกอย่างเลือกที่ไม่มีโทษ ต้องระวังอาหารที่แข็งเหนียวเป็นผักผลไม้สามารถเอามาปั่นให้ละเอียดลง เพื่อเคี้ยวง่ายขึ้น เช่นแอปเปิล สับปะรด มีเรียนรู้เรื่องสุขภาพและอาหาร ผักที่มีกากใยอาหารทำให้เรามีสุขภาพดีขึ้น ควรหั่นผักให้ละเอียดหรือเล็กลงให้ทานง่ายขึ้น การ เคี้ยวอาหารนาน ๆ ให้ละเอียด ช่วยระบบย่อย คือทำให้ลำไส้ทำงานน้อยลงไม่เหนื่อยเกินไป และขับถ่ายจะดีเป็นปกติ 6. อาหารแสลงหรือของหมักดอง หลีกเลี่ยงรับประทานของที่จะทำให้ท้องเสียหรือท้องผูก และอาหารที่หมักดองมีสารเคมีมากในการปรุงแต่งรสชาติ เพื่อยืดอายุของอาหารจึงมีอันตราย ควรงดเด็ดขาด ไม่ควรรับประทาน ส่วนอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ ควรงดเช่นกัน ผู้ป่วยบางท่านกินอาการบางชนิดทำให้เกิดแก็สท้อง เช่น ไข่ ปลา น้ำอัดลม ต้องระวังเพราะจะออกฤทธิ์เร็วมีผลให้ขับถ่ายผิดปกติ 7. ชา กาแฟ น้ำอัดลม แอ ลกอฮอล และของมึนเมา พยายามงดน้ำอัดลม ชา กาแฟ ส่วนกาแฟยังติดอยู่บ้างแต่พยายามเลิก มีดื่ม กาแฟแต่ไม่ใส่น้ำตาลบ้างทราบว่าการดื่มสุรา สูบบุหรี่ ทำให้ภูมิต้านทานต่ำลง ทำให้เซลล์มะเร็งโตขึ้นดื่มแล้ว จะมึนหัวควรงดและไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแก๊สมาก ๆ เช่นน้ำอัดลม ทำให้ถุงป่อง ต้องมาเปิดถุงระบายลมออกไป ไม่เช่นนั้นมีปัญหาในการสวมใส่เสื้อผ้า 8. อาหารกลิ่นแรงหรือกลิ่นฉุนมาก ๆ ไม่รับรับประทานอาหารที่มีกลิ่นฉุนเช่นพวกสะตอ ชะอม กระถิน จะไม่รับประทานพวกที่มีกลิ่นแรงต่าง ๆ เพราะเมื่อมาติดต่อภารกิจนอกบ้าน กลิ่นอาจระบายหรือส่งกลิ่นออกมาจากถุงได้ การปฏิบัติตนด้านพัฒนาสัมพันธภาพระหว่างบุคคล 1. สัมพันธ์ระหว่างครอบครัว จะมีญาติ ๆ มากันที่บ้าน มาพูดคุยให้กำลังใจ แนะนำสิ่งดี ๆ ให้ มีการไปเที
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive