06 บท 1 ___ ถึงขวัญพุทธ หงษ์พันธ์.docx
เนื้อหาในไฟล์
บทที่ 1 บทนำ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา ประเทศไทยมีการกำหนดแผนพัฒนาประเทศเพื่อใช้เป็นกรอบในการพัฒนา ซึ่งแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในปัจจุบัน คือ แผนฉบับที่ 12 ( พ.ศ. 2560- 2564) เป็นแผนที่เตรียมความพร้อมเพื่อวางรากฐานของประเทศในระยะยาวที่มุ่งต่อยอดและพัฒนาต่อเนื่องกันไปตลอด 20 ปี ตาม กรอบยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2560- 2579) ซึ่งหลักการพัฒนาประเทศที่สำคัญในระยะแผนพัฒนา ฯ ฉบับ ที่ 12 โดยยึดหลัก “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” “การพัฒนาที่ยั่งยืน” และ “คนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา” ที่ต่ อเนื่องจากแผนพัฒนา ฯ ฉบับที่ 9- 11 ที่กำหนดแนวทางการพัฒนาและยกระดับแรงงาน ซึ่ง การพัฒนา คุณภาพของคน เป็นหนึ่งในหลักการของแผนพัฒนาฉบับที่ 12 เนื่องจาก “คน” เป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อน และพัฒนาประเทศ เป็น “ทรัพยากร” ที่มีความสำคัญยิ่งต่อความเข้มแข็งและพัฒนา ประเทศใน ทุกด้าน เช่น เศรษฐกิจ สังคม การเมือง โอชิมา ( Oshima . 1986 : 57 - 58 ) เป็นต้น เนื่องจากสุขภาพ เป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญและเป็น ต้นทุนสำหรับการพัฒนาประเทศ ดังนั้นความมั่นคงของประเทศชาติมาจากการพัฒนาศักยภาพของคนในชาติ ซึ่งประเทศจะพัฒนาได้ดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับภาวะสุขภาพของคนในชาติเป็นสำคัญ สำหรับวิถีทางของพุทธศาสนานั้น การพัฒนาต้องเริ่มที่จิตวิญญาณ ของมนุษย์ก่อน คือ วิธีการสร้างสัมมาทิฐิที่แท้จริงให้บังเกิดขึ้นก่อน โดยใช้หลักมรรคองค์ 8 สร้างมนุษย์ ให้มีศีล 5 เพราะ “ใจ” (จิตวิญญาณ) เป็นประธ านของสิ่งทั้งปวง ( ธรรมทัศน์สมาคม. 2558 : 7 ) หากคนใน ชาติมี สุขภาพดี มีศีลธรรม มีมันสมองที่มีศั กยภาพ ย่อมมีความสามารถและรังสรรค์สิ่งต่าง ๆ ได้ดี ส่งผล โดยรวม ต่อการพัฒนาประเทศ ใน ทุกด้าน (คณาจารย์สำนักงานวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ. 2557 : 5 ) ด้ว
อ่านต่อ
ยกระแสโลกาภิวัฒน์ที่ส่งผลให้สังคมเกิดการเปลี่ยนแปลงในหลาย ๆ ด้านอย่างรวดเร็ว เช่น เทคโนโลยี เศรษฐกิจ การเมืองสังคม สิ่งแวดล้อม รวมถึงวัฒนธรรมบริโภคนิยม ที่พบว่ากาบริโภคอาหารพลังงานสูงที่มีไขมัน น้ำตาล และโซเดียมสูง โดยเฉพาะประชาชนในเมืองที่มีการบริโภคอาหาร ประเภทเนื้อสัตว์และไขมันเพิ่มสูงขึ้น แต่บริโภคผักและผลไม้น้อยลง ข้อมูลจาก สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ (2556 : 14 - 20 ) พบว่า คนไทยอายุ 15 ปี ขึ้นไป รับประทานผักและผลไม้น้อยกว่ามาตรฐานสำหรับการส่งเ สริมสุขภาพและการป้องกันโรค (400- 800 กรัมต่อวัน) และช่วงอายุระหว่าง 15- 29 ปี พบว่ารั บประทานอาหารตามสั่งมากที่สุด รองลงมาคือ อาหารที่ซื้อมาจากตลาดและอาหารจากรถเร่ ส่วนกลุ่ม ที่ มีอายุ 30 ปีขึ้นไป จะเลือกรับประทานอาหารที่ขายในตลาดและร้านอาหารตามสั่งในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งความนิยมบริโภคอาหารนอกบ้าน อาหารปรุงสำเร็จ และอาหารจานด่วนแบบตะวันตกมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น และ 1 ใน 4 ของประชากรไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป รับประทานอาหารนอกบ้านอย่างน้อยวันละ 1 มื้อ โดยนิยมบริโภคอาหารตามสั่งและอาหารที่ซื้อมาจากตลาด (วิชัย เอกพลากร. 2557 : 4) รวมทั้งยังพบว่ามีพฤติกรรม การ บริโภค ไม่ถูกหลักโภชนาการ มีการบริโภค อาหารรสหวานเพิ่มสูงขึ้นถึง 3 เท่า จาก 12.7 เป็น 36.6 ในปี 2554 บริโภคโซเดียมต่อคนต่อวัน 4,351.69 มิลลิกรัม ที่สูงกว่าเกณฑ์ที่ กำหนด และบริโภคอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการเกิด โรคอ้วน เช่น ของทอด สูงสุด 5 มื้อ/สัปดาห์ มีการใช้จ่ายอาหารสำเร็จรูปหรืออาหารปรุงสำเร็จร้อยละ 50 ของค่าใช้จ่ายด้านอาหาร (อาภาพร เผ่าวัฒนา และสุรินธร กลัมพากร. 2556 : 21 - 25 ) ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการ เกิดโรคอ้วน และ โรคกลุ่ม NCDs ( Non - C ommunicable D iseases ) ที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่ง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตใจ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิง ของคนที่มีภาวะอ้วน จะมี ปัญหาสุขภาพจิตหรือปัญหาจากความเครียดสูงขึ้น (สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล. 2557 : 8) ประกอบกับ ความเครียดจาก สภาพแวดล้อม ในการทำงาน ที่ทำให้ วัยนี้ ต้องเผชิญกับ ภาวะ เครียด กดดันจาก หลายด้าน รวมทั้ง สภาพแวดล้อม ในการทำงาน ที่แตกต่างกัน จึงทำให้ วัยนี้เกิดปัญหาที่พบบ่อย ๆ เช่น ต้องเผชิญกับ ภาวะ เครียด กดดันจาก หลายด้าน ซึ่ง สเก๊าต์ และอดินตัน ( Schultz and Edington . 2010 : 258 - 264 ) พบว่า คน อายุระหว่าง 15 - 59 ปี มีพฤติกรรมเสี่ยงฆ่าตัวตายสูงสุด 7 . 1 ต่อแสนประชากร เกิดจาก ความเครียด โรคซึมเศร้า ติดยาเสพติด และการเจ็บป่วยทางกาย ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่มีความชุกเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก ข้อมูล ของสำนัก งาน สถิ ติแห่งชาติ (2557 : 1 ) และการศึกษาของมงคล การุณงามพรรณ และคณะ พบว่า วัยผู้ใหญ่ มีการออกกำลังกายน้อย กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 65.8 ไม่สามารถออกกำลังกายตามแผนได้อย่างสม่ำเสมอ สอดคล้องกับสถิติการตรวจร่างกายของวัยทำงาน ในงานมหานครปลอดเบาหวาน พบว่า ระดับไขมันสะสมตามร่างกายสูงกว่าเกณฑ์ เนื่องจากขาดการออกกำลังกาย (เทพ หิมะ ทองคำ . 2560) ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวมีความสัมพันธ์กับสุขภาพ ดังนั้น หาก วัยนี้ มีพฤติกรรมสุขภาพไม่เหมาะสม อาจ ส่ง ผล กระทบต่อ ตนเองและผู้อื่น (นาถือ มะโนขันธุ์. 2550 : 3 ) ทั้งนี้พฤติกรรมของบุคคลเป็นสาเหตุหลักของปัญหาที่ส่งผล ต่อสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ สอดคล้องกับงานวิจัย ของ ใจเพชร กล้าจน (2553 : 184 ) พบว่า ปัญหาสุขภาพมีแนวโน้มมากขึ้นถึง ขั้นวิกฤต ิ จากการพิจารณา 3 ประการคือ ปริมาณผู้ป่วยที่เพิ่มสูงขึ้น ความรุนแร ง ส่วนใหญ่ ใน 2 ทศวรรษ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และ ค่าใช้จ่าย ด้านสุขภาพ เช่น การรักษา ค่ายา หรือค่าเวชภัณฑ์ ในการแก้ปัญหา สุขภาพ เพิ่มมากขึ้น ในปี 2557 พบว่าค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น ร้อยละ 5.5 มีมูลค่า 409,313 ล้านบาท และมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกปี (สำนักงานคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. 2560) ซึ่งสาเหตุหนึ่งเกิดจากการผูกขาดยาเชิงพาณิชย์ และต้องพึ่งยานำเข้าจากต่างประเทศมากขึ้น ( สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล. 2556 : 105 ) รวมกระทั่งศักยภาพของประชาชนในการพึ่งตนเพื่อการแก้ปัญหากลับน้อยลง เนื่องจากบุคคลที่มีความเจ็บป่วยย่อมส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต บทบาท รวมถึงการมีสัมพันธภาพกับบุคคลอื่น ยิ่งบุคคลมีความเจ็บป่วยมากยิ่งมีผลกระทบต่อสุขภาวะทางจิตวิญญาณของบุคคลมากขึ้น (พิณนภา แสงสาคร 2554 : 83 ) ซึ่งมีวิธีการดีที่สุด คือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพไปในเชิงบวก โดยการหันมาเอาใจใส่กับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของตนเอง แกลนส์ และคนอื่น ๆ ( Glanz , K . , Rimer , B . K . , & Viswanath , K . ( Eds .). 2008 : 6 ) ด้วย การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรของประเทศไทยในปัจจุบันที่ก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยมากขึ้น จำนวนประชากรวัยผู้ใหญ่ที่เป็นวัยแรงงานลดลง ซึ่งเป็นวัยที่สำคัญในการ ขับเคลื่อนการงาน และเป็นวัยในการดูแลวัยพึ่งพิง การมีสุขภาพที่ดีจึงเป็นปัจจัยที่สำคัญและจำเป็น แม้ ประเทศไทย จะยังอยู่ ในช่วง ได้ เปรียบทางประชากร คือ มี วัยผู้ใหญ่หรือ ว ัย แรงงาน ( 15 - 59 ปี ) ของประเทศในสัดส่วนที่สูงกว่าวัยอื่น ( ร้อยละ 67 ) แต่ อีกไม่กี่ปีข้างหน้า ประชากรไทยมีอัตราเจริญพันธุ์โดยรวมลดลงต่ำกว่าระดับทดแทน และพบว่าประชากรวัยสูงอายุมากกว่าประชากรวัยเด็กเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากข้อมูลสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล (2558 : 12 - 13 ) พบว่า ทุกประเทศของอาเซียน ใน 20 ปี ข้างหน้าจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุ ร้อยละ 7 โดยเฉพาะประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด เกินร้อยละ 20 จากร้อยละ 10.4 เป็นร้อยละ 22.9 และมีภาวะเจริญ พันธุ์ลดต่ำลงจาก 1.63 ในปี 2548- 2553 เป็น 1.5 ในปี 2557 การเปลี่ยนโครงสร้างประชากร กระทบต่อ วัยผู้ใหญ่ที่รับภาระในการดูแลประชากรวัยเด็กและผู้สูงอายุ หรืออัตราพึ่งพิง ( Dependency Ratio ) เพิ่มขึ้น ด้วยสัดส่วนวัยผู้ใหญ่หรือวัยแรงงานลดลงร้อยละ 72.1 ในปี 2558 เป็นร้อยละ 63.8 ในปี 2578 ส่งผลกระทบต่อ อัตราการดูแลผู้สูงวัยของวัยผู้ใหญ่ลดลง จากปี 2556 มีวัยผู้ใหญ่ให้การดูแล 7.2 คน ต่อผู้สูงอายุ 1 คน เหลือเพียง 2.5 คน ในปี 2583 และส่งผลกระทบต่อทุกคนในสังคมทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ดังนั้น การเตรียมความพร้อมเพื่อการเป็นผู้สูงอายุที่มีคุณภาพที่ดี คือ พึ่งตนเองได้ให้มากที่สุด และ เป็นภาระต่อสังคมน้อยที่สุด ซึ่งเป็นสิ่งที่ สำคัญและจำเป็นต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกลุ่มวัย ผู้ใหญ่ ที่จะก้าวเข้าสู่การเป็นผู้สูงอายุ ในอนาคต กระทรวงสาธารณสุข (2559 : 19 ) จาก กระแสการพัฒนาของโลกด้วยระบบทุนนิยม ที่เน้นการผลิตเชิงอุตสาหกรรม กระตุ้นผู้บริโภคเกิดการบริโภคเกินความจำเป็น และการเปลี่ยนแปลงในหลายด้าน รวมถึง การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากร ที่รวมกระทบต่อวิถีชีวิตและพฤติกรรมของบุคคล ชุมชน และสังคม ดังสรุปจากสถานการณ์ของแนวโน้มทางสถิติดังกล่าวข้างต้น แต่กลับมีกลุ่มชนกลุ่มหนึ่ งใน ประเทศไทย ที่มีแนวคิด ใน การพัฒนาตรงข้ามกับกระแสหลักของโลก ที่เรียกว่า “ชาวบุญนิยม” หรือที่ทราบกันดีว่า “ชาวอโศก ” เป็นกลุ่มนักปฏิบัติธรรมกลุ่มหนึ่งที่มีวิถีชีวิตดำเนินไปตามความเชื่อ (ไตรสิกขา) หรือมีการเรียนรู้ฝึกฝนธรรมะของพระพุทธเจ้าเป็นแก่นให้แก่ชีวิต และ สังคมเป็นสำคัญ เป็นชุมชนทวนกระแสที่สามารถพึ่งตนเองได้ รับประทานอาหารมังสวิรัติเคร่งครัด ซึ่งมี ชุมชน และเครือข่ายอยู่ทุกภาคในประเทศ มีสภาวการณ์เหมือนกับสังคมโลกและประเทศที่พบว่า กำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ มีวัยเด็กและวัยผู้ใหญ่น้อยลง ชุมชนราชธานีอโศก ซึ่ง เป็นหนึ่งในชุมชน ชาวอโศก ที่มีสมาชิกชุมชนมากกว่าชุมชนอโศกชุมชนอื่น ๆ มีฐานงานหลากหลาย ประกอบกับการศึกษาของเสธา เขียว (2552 : 76 ) พบว่าปัญหาและอุปสรรค หลักในการจัดการเศรษฐกิจ และการทำงานของ ชุมชน ราชธานีอโศก ไม่ได้อยู่กับระบบการบริหารงานหรือความสามารถของบุคลากรแ ต่ อยู่ที่จำนวนแรงงานที่มีจำกัด ถึง การขาดแคลนแรงงาน หรืองานล้นคนไม่ได้ การศึกษา ของเพชรตะวัน ธนะรุ่ง (2556 : 251) พบว่า ปัญหาของชุมชน คือ การเพียรทำงานจนเกินกำลัง ทำให้เจ็บป่วยจากขาดความระมัดระวัง และ จนเกิด อุบัติเหตุ นอกจากนี้ ขาดการคัดกรององค์ความรู้ด้านสุขภาพจากศาสตร์ที่หลากหลาย การรับประทานอาหารที่ไม่สมดุลกับสุขภาพ บุคลากรด้านสุขภาพไม่สมดุลกับภาระงาน การศึกษาของสุวรรณา แม่นปืน (2552 : 73 - 76 ) พบว่า ความชุกของการเกิดภาวะโลหิตจาง และภาวะขาดเหล็กในเด็กวัยรุ่นที่บริโภคอาหารมังสวิรัติในชุมชนราชธานีอโศกค่อนข้างสูง ร้อยละ 42.55 โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กผู้หญิงที่มีภาวะขาดธาตุเหล็ก ร้อยละ 24.46 เป็นกลุ่มที่บริโภคอาหารมังสวิรัติไม่นานมาก ด้วยภาระหน้าที่ รวมทั้งกิจกรรมการงานของชุมชนมีมากและหลากหลาย ประกอบกับแรงงานในการขับเคลื่อนกิจกรรมการงานดังกล่าวมีจำนวนจำกัด และจากศึกษาของเกษรินทร์ ธนูศิลป์ (2556 : 22 ) พบว่า ปัญหาด้านสุภาพก็ยังพบผู้เจ็บป่วยด้วยอาการของโรคเช่นเดียวกับคนทั่วไป เช่น โรคกลุ่มปวดเมื่อยกล้ าม เนื้อ เนื้องอก ภูมิแพ้ มะเร็ง ซึ่งได้เสนอแนะให้ทำการวิจัยในกลุ่มคนที่บริโภคมังสวิรัตินาน มากกว่า 5 ปี 10 ปี 15 ปี และ 20 ปีขึ้นไป ด้วย ชุมชนราชธานีอโศกเป็น เสมือน เมืองหลวง ของชาวอโศก มีพื้นที่ชุมชนกว้างขวางและ มีฐานงานหลากหลาย สมาชิกมาจากทุกภาคส่วนทั่วประเทศมาอยู่ร่วมกันเพื่อการขับเคลื่อนกิจกรรมการงานต่าง ๆ ถือเป็นชุมชนตัวแทนของชาวอโศก ทั้ งนี้ ผู้ วิจัยจึงสนใจศึกษาวัยผู้ใหญ่ ในชุมชนราชธานีอโศก เนื่องจากเป็นวัยที่เอาภาระการงาน เอาภาระวัยพึ่งพิง และ เป็นวัย เตรียมเข้าสู่วัยพึ่งพิงในอนาคต โดย ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง พฤติกรรม การดูแลสุขภาพตนเองกับภาวะสุขภาพของวัยผู้ใหญ่ในชุมชนราชธานีอโศก โดย ศึกษาข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับ พฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเอง และภาวะสุขภาพของวัยผู้ใหญ่ในชุมชนราชธานีอโศก เพื่อใช้เป็นแนวทางในการสนับสนุนและส่งเสริมการลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาทางด้านสุขภาพของวัยผู้ใหญ่ในชุมชนราชธานีอโศก ชุมชนชาวอโศกอื่น ๆ และบุคคลที่สนใจต่อไป วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1 . เพื่อศึกษา พฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองของวัยผู้ใหญ่ ในชุมชนราชธานีอโศก อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี 2 . เพื่อศึกษาภาวะสุขภาพของวัยผู้ใหญ่ ในชุมชนราชธานีอโศก อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี 3. เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองกับภาวะสุขภาพ ของวัยผู้ใหญ่ในชุมชนราชธานีอโศก อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี 4. เพื่อ หาตัวแปรพยากรณ์ที่ส่งผล ต่อภาวะสุขภาพของ วัยผู้ใหญ่ในชุมชนราชธานีอโศก อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี สมม ติฐานของการวิจัย 1. พฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเอง มีความสัมพันธ์ทางบวกกับภาวะสุขภาพของวัยผู้ใหญ่ ในชุมชนราชธานีอโศก อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี 2. ตัวแปรพยากรณ์อย่างน้อยหนึ่งตัวแปรส่งผล ต่อ ภาวะสุขภาพของวัยผู้ใหญ่ในชุมชน ราชธานีอโศก อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ขอบเขตของการวิจัย 1. ขอบเขตด้านเนื้อหาผู้วิจัยทำการศึกษาเนื้อหาที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองและภาวะสุขภาพของวัยผู้ใหญ่ในชุมชนราชธานีอโศก หมู่ 10 ตำบลบุ่งไหม อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ดังนี้ 1.1 พฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองตามหลักสุขภาพ 3 อ. ของวัยผู้ใหญ่ในชุมชน ราชธานีอโศก อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี 1.2 ภาวะสุขภาพ 4 ด้าน คือ ด้านร่างกาย ด้านจิต ใจ ด้านสังคม และด้านจิตวิญญาณ ของวัย ผู้ใหญ่ในชุมชนราชธานีอโศก 2. ขอบเขตด้านพื้นที่การศึกษา ผู้วิจัยทำการเลือกพื้นที่ แบบ เจาะจง ( Purposive Sampling ) คือ ชุมชนราชธานีอโศก หมู่ 10 ตำบลบุ่งไหม อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี 3 . ขอบเขตด้านประชากร ได้แ ก่ ผู้ใหญ่ที่มีอายุระหว่าง 20- 60 ปี ที่อาศัยอยู่ในชุมชนราชธานีอโศก ตำบลบุ่งไหม อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 205 คน 4 . ด้านระยะเวลา ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อม ูล ช่วงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2560- 15 ธันวาคม 2560 5 . ด้านตัวแปรที่ศึกษา 5.1 ตัวแปรต้น ได้แก่ พฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองตามหลัก 3 อ. คือ 5. 1 . 1 อ. อาหาร 5 1 . 2 อ. ออกกำลังกาย 5. 1.3 อ . อารมณ์ 5.2 ตัวแปรตาม ได้แก่ ภาวะสุขภาพของวัยผู้ใหญ่ในชุมชนราชธานีอโศก ทั้ง 4 ด้าน คือ 5. 2.1 ด้านร่างกาย 5. 2.2 ด้านจิตใจ 5. 2. 3 ด้านสังคม 5. 2.4 ด้านจิตวิญญาณ นิยามศัพท์เฉพาะ การศึกษาครั้งนี้มีนิยามศัพท์เฉพาะที่ต้องให้หมายเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันดังนี้ วัยผู้ใหญ่ หมายถึง บุคค ลที่มีอายุระหว่าง 20- 60 ปี คื อ ผู้ใหญ่ตอนต้น (อายุระหว่าง 20- 40 ปี) แล ะผู้ใหญ่ตอนปลาย (อายุระหว่าง 41- 60 ปี) ทั้งเพศหญิงและเพศชายที่อาศัยอยู่ในชุมชน ราชธานีอโศก หมู่ที่ 10 ตำบลบุ่งไหม อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี พฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเอง หมายถึง การกระทำหรือการแสดงออกเพื่อป้องกันโรคหรือความเจ็บป่วย และคงไว้ซึ่งภาวะสุขภาพหรือทำให้ภาวะสุขภาพดีขึ้น เป็นกิจกรรมที่ปฏิบัติหรือแสดงออกของบุคคลวัยผู้ใหญ่ในชุมชนราชธานีอโศก ตามหลัก 3 อ. คือ อาหาร ออกกำลังกาย อารมณ์ เพื่อสร้างสุขภาพองค์รวมดังนี้ อาหาร หมายถึง สิ่งที่เราบริโภคได้ โดยไม่เป็นพิษต่อร่างกาย แต่ ให้ประโยชน์ต่อร่างกาย ทำให้ร่างกายเจริญเติบโต ทำให้กระบวนการต่าง ๆ ในร่างกายดำเนินไปอย่างปกติ ซึ่งการศึกษาในครั้งนี้ ศึกษา การบริโภคอาหาร มังสวิรัติ คืออาหาร ที่ ปราศจาก เนื้อสัตว์ ทุกชนิด รวมทั้งนมและไข่ ข องวัยผู้ใหญ่ ในชุมชนราชธานีอโศก อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ออกกำลังกาย หมายถึง การทำให้ร่างกายได้ใช้แรงงาน เป็นการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อลาย เช่น การเดิน การวิ่ง การกระโดด เพื่อให้ส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดของร่างกายเกิดการเคลื่อนไหว เพื่อให้อวัยวะและระบบต่าง ๆ ในร่างกายพร้อมที่จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยกิจกรรมที่เลือกใช้ นั้นต้อง คำนึงตามความเหมาะสมของ เพศ วัย และประโยชน์ที่จะได้รับ การศึกษาในครั้งนี้ศึกษา การออกกำลังกายของวัยผู้ใหญ่ในชุมชนราชธานีอโศก อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี อารมณ์ หมายถึง สภาวะทางจิตใจที่ถูกกระตุ้นจากภายในและภายนอกแสดงออกหลากหลาย ทั้งในทางดีและไม่ดี ที่ ล้วนมีผลต่อสุขภาพ การศึกษาในครั้งนี้ศึกษา อารมณ์ ของวัยผู้ใหญ่ในชุมชน ราชธานีอโศก อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ภาวะสุขภาพ หมายถึง สภาพ ของร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณในช่วงเวลาหนึ่งของบุคคล ที่มีความสมบูรณ์เป็นองค์รวม ที่สามารถปฏิบัติกิจกรรมตามความต้องการขั้นพื้นฐานได้ สามารถให้ความหมายในแต่ละด้าน ดังนี้ 1. ภาวะ สุขภาพด้านร่าง กาย หมายถึง สภาพร่างกายที่แข็งแรง สมบูรณ์ ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บและไม่พิการ สามารถช่วยเหลือตนเองได้ 2. ภาวะ สุขภาพด้าน จิต ใจ หมายถึง สภาพจิตใจที่ดีงาม เบิกบานแจ่มใสและ มีความสุข เมื่อเผชิญกับปัญหาและการเปลี่ยนแปลง สามารถปรับตัวและควบคุมอารมณ์ได้ ไม่เครียดไม่กดดัน ให้กำลังใจตนเองได้ 3. ภาวะ สุขภาพ ด้าน สังคม หมายถึง การ มีสัมพันธภาพกับบุคคลรอบข้างด้วยดี ทั้งในครอบครัวและชุมชน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน มีความเสมอภาพและสันติภาพ อยู่ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่ดี 4. ภาวะ สุขภาพด้าน จิตวิญญาณ หมายถึง การ มีสติปัญญาแยกแยะ รับผิดชอบชั่วดี เสียสละ มีเมตตาต่อสังคมรอบข้าง ลดความเห็นแก่ตัว และมีเป้าหมายชีวิต ชุมชนราชธานีอโศก หมายถึง หมู่บ้านหรือชุมชนที่มีลักษณะเป็น บวร คือ มี บ้าน วัด และโรงเรียน อยู่ร่วมกัน เป็นชุมชนนักมังสวิรัติ ถือศีล 5 ละอบายมุข ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันแบบสาธารณโภคี ตั้งอยู่หมู่ที่ 10 ตำบลบุ่งไหม อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1. ทราบข้อมูลเกี่ยวกับ พฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเอง และภาวะสุขภาพของวัยผู้ใหญ่ในชุมชนราชธานีอโศก ที่สามารถอธิบายสาเหตุและทิศทางของสุขภาพได้ 2. เป็นแนวทางในการสนับสนุนและส่งเสริมการเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาทางสุขภาพของวัยผู้ใหญ่ในชุมชนราชธานีอโศก และชุมชนชาวอโศกอื่น ๆ ต่อไป 3 . เป็นแนวทางลดปัจจัยเสี่ยงและการเกิดปัญหาทางด้านสุขภาพของผู้รับประทานมังสวิรัติในวัยผู้ใหญ่ สำหรับประชาชนทั่วไป