คนไม่อยากคบคนมีศีลคือคนโง่.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์13 KB
วันที่แก้ไข22 เมษายน 2566

เนื้อหาในไฟล์

คนไม่อยากคบคนมีศีลคือคนโง่ _อัมพร กุลศักดิ์ศิริ · คนมีศีล สังเกตดูคนภายนอกไม่อยากคบด้วย เป็นเพราะอะไรครับ พ่อครูว่า... เป็นเพราะเขาโง่ ไม่อยากคบคนมีศีลเพราะเขาโง่ เขาเห็นว่าไม่เหมือนกับเรา พวกนี้เป็นคนต่างดาว คนอะไรวะไม่ฆ่าสัตว์ ยุงกัดก็ไม่ตบ จะบ้าหรือไง ก็ตบหน่อยเดียวมันก็ตายแล้วยุง คนอะไรถ้าไปฆ่าสัตว์มากินว่าบาป พระพุทธเจ้าก็สอนเป็นธรรมดาอยู่แล้วว่า อย่าฆ่าสัตว์ ฆ่าสัตว์ผิดศีลข้อที่ 1 ก็บาปแล้ว แม้คุณไม่ฆ่าแต่คนอื่นเขาฆ่ามาให้คุณ คุณก็เกี่ยวเนื่องไม่ได้ขาดกัน เท่ากับคุณเป็นคนว่าจ้างให้เขาฆ่ามา โดยไม่ต้องตกลงกัน คนฆ่าแล้วก็ไปที่ตลาดคุณก็ไปซื้อมาอีกที หรือว่าคนก็ทำอาหารให้คุณมากินอาหารเนื้อสัตว์ เพราะฉะนั้นเข้าใจว่าการกินเนื้อสัตว์นั้นเป็นบาป บาปเป็นอันมากไม่ใช่บุญเลยใน ชีวกสูตร 5 ข้อ 1. ผู้นั้นกล่าวอย่างนี้ว่า “ท่านทั้งหลายจงไปนำสัตว์ชื่อโน้นมา” (อุทิศ, อุททิสสะ คือ เจาะจงมุ่งหมายไปที่สัตว์ชื่อนั้น) 2. สัตว์นั้นเมื่อถูกเขาผูกคอนำมา ย่อมได้เสวยทุกข์โทมนัส 3. ผู้นั้นพูดอย่างนี้ว่า “ท่านทั้งหลายจงไปฆ่าสัตว์นี้” 4. สัตว์นั้น เมื่อกำลังถูกเขาฆ่าย่อมเสวยทุกข์โทมนัส 5. ผู้นั้นย่อมยังตถาคตและสาวกตถาคต ให้ยินดีด้วยเนื้อเป็นอกัปปิยะ ชื่อว่าย่อมประสพบาปมิใช่บุญเป็นอันมาก (ตถาคตํ วา ตถาคตสาวกํ วา อกปฺปิเยน อสฺสาเทติ อิมินา ปญฺจเมน ฐาเนน พหุง อปุญฺญํ ปสวตีติ) ชีวกสูตร ล.13 ข.60 เพราะฉะนั้นคนที่ไปบอกว่าพระพุทธเจ้าท่านฉันเนื้อสัตว์นี้ยังตื้นเขินมาก ในพระไตรปิฎกก็ ก็เรียนจบเปรียญ 9 จบด็อกเตอร์ ทางศาสนา ทางบาลี ทางสันสกฤตอะไรก็แล้วแต่ แต่อ่านคำตรัสของพระพุทธเจ้าไม่แตก ไม่ชัดเจน แล้วไปเบี้ยวมาลีว่า สัญจิตจ ปานัง ชีวิตาโมโรเปตุง สัญจิตจ คือมุ่งหมาย ปานัง คือชีวิต คือ ธาตุวิ

อ่านต่อ

ญญาณของชีวิต ไปทำให้มันตกร่วง เปตุง คือ ทำให้มันตกร่วง ชีพมันตก ชีวิตมันขาดตกไป ผู้มีเจตนาไปทำให้ชีวิตของสัตว์ตาย นี่คือผู้ที่มีความเจาะจงทำบาปเต็มรูปแล้ว เขาก็ไปเบี้ยวบาลีว่า เจตนาฆ่าสัตว์เพื่อคนชื่อนี้ คนนี้กินไม่ได้ คนอื่นกินได้หมด เห็นไหมนักเบี้ยบาลี เจาะจงสู่แดนธรรม สู่แดนธรรมกินไม่ได้นะสัตว์นี้เขาฆ่ามา แต่ท่านที่นั่งอยู่ ท่านดินไท ท่านแสนดินฉันได้ เขาไม่ได้เจาะจงท่าน เก่งไหมนักเบี้ยวบาลี โอ้โห!เก่งชิบหายเลย ชิบหายตัวเองด้วยเพราะตัวเองนั้นบาป เสร็จแล้วก็พาให้คนอื่นชิบหายไปด้วย นี่เป็นสัจจะ เพราะฉะนั้นอธิบายไป คนเขาเข้าใจอย่างพวกคุณพอรับได้ชัดเจน ไม่ต้องมามีวิบากที่จะไปเกี่ยวเนื่องกับสัตว์ทั้งหลาย เพราะแต่ก่อนเรายังไม่รู้ เราก็มีวิบากแก่กัน เป็นวิบากบาปเป็นหมาไล่เนื้อตามไล่เราอยู่ เพราะฉะนั้นเราหยุดวิบากบาปแล้ว จงสร้างแต่กุศลวิบากไปนำหน้าหมาไล่เนื้อ ก็จะมีสิทธิ์หมาไล่ไม่ทัน แต่ถ้าคุณยังทำต่ออยู่ เดี๋ยวก็หมางาบไปลงนรก ไล่ทัน วิบากบาปของเราไล่เราทัน อาตมาไม่ได้พูดเล่นนะ พูดจริง คนที่ยังกินเนื้อสัตว์อยู่ วันหนึ่งคุณก็จะตกนรกเพราะกินเนื้อสัตว์ที่มีวิบากบาป มันมากท่วมจนกระทั่งคุณจะต้อง เหตุปัจจัยของคุณที่เป็นวิบากบาปถึงขั้นนรก คุณก็จะตกลงนรก เพราะกินเนื้อสัตว์ ฟังดีๆอาตมาไม่ได้พูดเล่น สมณะเดินดิน... เขาจะแย้งข้างๆคูๆ บอกว่า เอาไปถวายพระก็อาจจะเป็นบาป แต่ก็ไม่ได้บอกนี่ว่ากินเองจะเป็นบาป (ขนาดถวายพระเป็นการเสียสละก็ยังบาปเป็นอันมาก แล้วเอามากินเองนะเห็นแก่ตัวชัด ๆ จะไม่บาปอย่างไร) พ่อครูว่า... ฉลาดก็ตามที่คุณฉลาดไป คนเราก็เป็นอย่างนั้นอธิบายเพื่อที่จะให้ตัวเองสมใจ จะโง่หรือฉลาดมันก็เป็นสัจจะ เราอธิบายชัดเจนว่าโง่เป็นอย่างนี้ ฉลาดเป็นอย่างนี้ จริงๆแล้ว คนฉลาดนั้นคือคนที่เลิกละหมดเลย เลิกละสิ่งที่จะเกี่ยวเนื่องเป็นวิบากบาปต่างๆ เข้าใจความหมายของวิบากบาป ถ้าเรากินพืชไม่มีวิบากบาป ถ้าเรากินสัตว์มีวิบากบาป เพราะฉะนั้นคนเข้าใจเท่านี้ เราก็ไม่ฉลาดมากหรอก เราเข้าใจแล้ว กินสัตว์วิบากบาปมากกว่ากินพืช เราก็มากินแต่พืช แล้วตายไหม ไม่ตาย แล้วเราจะไปมีวิบากบาปไหม ก็ไม่ คนนี้ก็ฉลาด แต่คนยังกินเนื้อสัตว์อยู่เขาก็ต้องมีวิบากบาป ยิ่งคนตะวันตกกินแต่เนื้อ พืชไม่ค่อยกิน เขาก็ยิ่งมีวิบากบาป เขาไม่รู้เรื่องหรอก เพราะฉะนั้นคนที่เป็นเทวนิยม คนนับถือพระเจ้า คนที่เป็นศาสนาที่ไม่ได้รู้ละเอียดเหมือนอย่างพระพุทธเจ้าถึงจิตวิญญาณ ถึงวิบากบาปวิบากบุญ ไม่เข้าใจเรื่องกรรมวิบาก เขาก็จะเป็นของเขาอย่างนั้น เขาจะสร้างอาวุธเขาจะฆ่ากัน เขาก็จะแย่งกันเป็นใหญ่อย่างนั้นไปตลอด ไม่จบหรอก ในโลกขณะนี้มีเมืองไทยที่เข้าใจเรื่องนี้ ดีขึ้น ดีขึ้น จนอาตมาเคยบอกว่า ถ้าพร้อม เมืองไทยจงประกาศความเป็นกลางเลย ใครจะรบกันที่ไหน เราจะเป็นกาชาดกับพลาธิการเท่านั้น ช่วย เราจะไม่รบกับใคร สร้างอาหารการกิน ทำหยูกทำยาไว้รักษา รู้จักวิธีการดูแลรักษาเจ็บป่วยได้ไข้ ซึ่งเป็นทุกข์อันสำคัญ ช่วยคน เท่านั้นก็มีพลังงานหรือว่ามีความสามารถหรือมีความรู้ที่จะสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์แก่มนุษยชาติสูงสุดแล้ว ไม่จำเป็นจะต้องรู้วิชาการอะไรเก่งกาจมากเกินการ 2 วิชานี้คือเหตุปัจจัย เป็นเหตุปัจจัยของชีวิต ส่วนข้าวกับบ้าน สร้างผ้าสร้างบ้านก็เป็นเหตุปัจจัยหนึ่ง ส่วนข้าวกับยาเราก็มาสร้างอันนี้ ทุกวันนี้มันก็ไม่น่าลำบากลำบนอะไร ถ้าคุณไม่มีที่อยู่ก็เอาป้ายหาเสียงมามุงๆๆ ก็เป็นบ้านได้แล้ว แล้วเมืองไทยก็ไม่ได้มีธรรมชาติอะไร โฮกฮาก เหมือนกับย่านอื่นๆ เมืองไทยนี้เป็นสุดแดนที่ธรรมชาติที่จะโหดร้ายลมแรง พัดพัง พายุน้ำท่วมหรือว่าแผ่นดินไหวอะไรต่ออะไร ที่เป็นภัยธรรมชาตินั้นน้อยที่สุดแล้ว _สู่แดนธรรม... ประเทศอื่นเป็นเกราะป้องกันไว้เยอะเลยครับ พ่อครูว่า... ประเทศอื่นๆเขาหนักกว่าหมดเลยในย่านเรา เพราะฉะนั้นคนจะเกิดในประเทศไทย เรียกว่า เสนาสนะสัปปาย เป็นคนมีกุศล เป็นคนไม่ใช่คนธรรมดาจะมาเกิดเป็นคนไทย นี่อธิบายถึงเชิงวิบาก เพราะฉะนั้นจงดีใจที่ได้เกิดเป็นคนไทยและนับถือศาสนาพุทธ ได้เกิดในย่านนี้เพราะวิบากที่เป็นกุศลของเราจริงๆ ยิ่งได้เกิดแล้วพบศาสนาพุทธก็ยิ่งเจริญ นอกจากพบศาสนาพุทธแล้วได้ศึกษา ได้เข้าใจโลกุตรธรรมอีก มันก็ยิ่งเจริญยิ่งๆขึ้น ยิ่งโลกุตรธรรมแล้วปฏิบัติจนบรรลุอรหันต์ก็จบกิจ คุณจะเกิดเป็นคนอีกหรือไม่เกิดเป็นคนอีกก็จบแล้ว คำว่า จบกิจ กตํ กรณียํ นารํ อิตฺถตฺตายาติ ปชานาติ ไม่ต้องไปทำอย่างอื่นอีกแล้ว คุณจะอยู่เป็นโพธิสัตว์อย่างอาตมาเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 เขาไม่เข้าใจเขาก็ไม่เชื่อ อาตมาไม่มีปัญหาไม่เชื่อก็ไม่เชื่อ อาตมาบอกว่าอาตมาพูดความจริง อาตมาบอกความเท็จไม่ได้ เพราะว่ารู้ว่าพูดความเท็จมันบาป อาตมาเป็นอรหันต์แล้วจะไปทำบาปทำไมโง่จะตาย อรหันต์จะทำบาปไหม ไม่ ไม่มี เราพูดเท็จหรือพูดจริงก็ต้องรู้ว่าเราพูดเท็จหรือพูดจริง เพราะฉะนั้นอาตมาจะไม่พูดเท็จ พูดมันเป็นกรรมที่เป็นอันทำหรือเปล่า ...เป็น แล้วคุณพูดเท็จ แล้วคุณจะบอกว่าเอายางลบลบนะ เอาลิควิดลบ พูดไปแล้วลบออกหน่อยเราไม่รับ ได้ไหม ไม่ได้ กรรมเป็นอันทำ คุณทำแล้วก็เป็นของคุณ กัมมัสโกมหิ กัมมทายาโท กัมมโยนิ กัมมพันธุ กัมมปฏิสรโณ กัมมังสัตเตวิภัชติ กัมมุนาวัตตติโลโก ทิ้งก็ไม่ได้ ไม่เอาก็ไม่ได้ มันต้องเป็นของคุณ มรดกกรรมคุณทำแล้วต้องเป็นของคุณ ทำดีทำชั่ว ทำหยาบทำละเอียดอะไรก็แล้วแต่ เพราะฉะนั้นศาสนาพุทธจึงมีกรรมเป็นกำเนิด กรรมเป็นเผ่าพันธุ์ เพราะฉะนั้นคุณจะยังไงคุณก็เพราะกรรมนี่แหละ พาคุณเป็นพาคุณไป กัมมโยนิ แล้วคุณก็พึ่งพาอาศัยกรรมของคุณเอง ไม่มีใครมาบัญชา ไม่มีใครมาสั่ง ไม่มีใครมาบันดาล คุณทำของคุณเองแล้วก็เป็นไปตามกรรมวิบากของคุณเองทั้งนั้น คือความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าสูงสุดแล้ว ถ้ารู้แล้วเราก็มาสำคัญที่กรรม เพราะฉะนั้นจบสูงสุดแล้วถ้าใครรู้ kama and time of continuum ไอน์สไตน์รู้ space and time of continuum อาตมารู้ kama and time of continuum ทุกอย่างก็มีแต่ contunuing กับ continuum ของสิ่งที่สังขารสังเคราะห์กันอยู่ในกรรมปัจจุบันนี้ ทุกอย่างก็เป็นความสัมพันธ์ของ กาละและกรรม ทุกวินาทีก็ไปกับกรรมที่คุณทำ กรรมของคุณจะเป็นกรรมดีหรือกรรมชั่วตามสมมุติสัจจะที่สุด กรรมของคุณนั้นพ้นดีพ้นชั่ว ทำแต่ดี สัพพปาปัสอกรณัง(ไม่ทำบาปทั้งปวง) และกรรมนั้น ทำกรรมอย่าง หมดสุขหมดทุกข์ กุสลสูปสัมปทา(ทำกุศลให้ถึงพร้อม) สจิตตปริโยทปนัง(ชำระจิตของตนให้ผ่องแผ้วจากกิเลส) เพราะฉะนั้นความรู้ที่เรียนรู้สุขทุกข์คือโลกุตระ ความรู้ที่เรียนรู้แค่ดีและชั่วคือโลกียะ ผู้ที่สอนกันบอกว่า มาทำดีอย่าทำชั่ว ก็สอนแค่โลกียะ ตะวันตกเทวนิยมก็สอนแต่ดีชั่ว ไม่ได้สอนเรื่องสุข และทุกข์ แม้แต่พระเจ้าก็เป็นสุขนิยม ไม่ได้พ้นสุขพ้นทุกข์ ไม่ได้มีนิพพาน พระเจ้า ไม่รู้เรื่องสุขไม่เรื่องทุกข์ เพราะไม่ได้รู้จักจิต เจตสิกรูป นิพพาน เพราะฉะนั้นก็จะวนเวียนอยู่กับสุขๆทุกข์ๆ ทุกข์ๆสุขๆ ไม่รู้เรื่องกายในกาย เวทนาในเวทนา จิตในจิต ธรรมในธรรม ไม่รู้เรื่อง พอเบื่อสิ่งที่พอใจซึ่งไม่ตรงกัน อะไรพอใจตัวเองได้สมใจ ได้สัมผัสอันก็เป็นสุขก็เท่านั้นเอง ก็ไม่รู้สุขทุกข์ ก็บำรุงสุขแล้วก็เป็นกิเลสไป ไม่เอาทุกข์เอาแต่สุข คุณก็สะสมกิเลสไป องค์ประกอบที่จะไม่ให้คุณทุกข์ คุณก็จะต้องมีสารพัดนึก มีทรัพย์ศฤงคารมีอำนาจบาตรใหญ่ที่จะทำตามที่คุณต้องการ ทำตามกิเลสตัณหาแล้วก็เอามาได้สมใจ ถือว่าสุดยอดแล้วมนุษย์สูงสุด ความต้องการอันยิ่งใหญ่บำเรอใจ แล้วก็หลงเป็นสิ่งที่บำเรอใจเป็นกิเลสสะสมไปเรื่อยๆ หนาขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีความจบของความหนา หรือ ปุถุ คือความหนา ความใหญ่ ความมาก ความโต ภาษาบาลีเรียก ปุถุ คนไม่เลิกเป็นปุถุชน มาเป็นอาริยชน เป็นคนเจริญ มาเป็นอาริยกะ คนไม่มาเป็นอาริยกะ ได้คือคนที่วนเวียนกับ มิลักขะ คนเถื่อนคนบาป คนโง่ แม้คุณจะบอกว่าคุณเจริญแต่คุณก็ยังมาสร้างระเบิดสร้างปืนมาฆ่ากัน แย่งอำนาจ แย่งยศศักดิ์ แย่งภูมิประเทศกัน แย่งความคิดที่ฉันได้เหนือกว่า ได้เปรียบกว่า ผู้ที่เสียเปรียบอย่างรู้ๆไม่ได้คิดว่าเสียรู้ เสียเปรียบอย่างรู้ๆเรียกว่าเสียสละด้วยความเต็มใจ คนนี้คือคนช่วยเศรษฐกิจ ช่วยรัฐกิจหรือช่วยการเมืองให้แก่สังคมมนุษยชาติ คนที่ยังแย่งอะไรอยู่ คือคนที่ก่อให้เกิดปัญหาในเศรษฐกิจและมีปัญหาในการเมือง ในรัฐศาสตร์ เขาไม่รู้เรื่อง ได้แต่แย่งแข่งกันแล้วก็ไปติดสินบนกัน เอาไป อายุ 16 จะได้หัวละ 10,000 บาท อะไรอย่างนี้ แล้วก็เป็นเรื่องกันอยู่ทุกวันนี้ คนที่ดูแลคลังก็บอกว่า พูดอย่างนี้ชิบหายใหญ่สิ จะเอาเงินที่ไหนมา คุณจะเอาไปละเลงเล่นอย่างนี้ ชิบหาย คุณได้คะแนนเสียง แต่การคลังหนักหนาสาหัส ไม่รู้เรื่องแล้วก็เป็นนักบริหาร เขาเก่งในการหาทางได้เปรียบไง กิจการแสนสิริของเขา โอ้โห!ได้เปรียบมารวยเละอะไรอย่างนี้ แล้วคุณก็จะเอาแบบนั้นของคุณมาทำกับสังคมประเทศชาติ อธิบายไปแล้วอาตมาก็เห็นแต่ น่าสังเวชใจน่าสมเพชความคิด ที่เขาว่าจะแก้ปัญหาเขาก็ไม่รู้ว่าเขาคือปัญหา เขายิ่งทำปัญหาให้มันยิ่งยากใหญ่ เขาก็ไม่รู้ตัว นี่แหละคือความฉลาดกับความโง่ มันอยู่ด้วยกัน ถ้าไม่เข้าใจตัวเองก็นึกว่าตัวเองฉลาด แต่แท้จริงตัวเองโง่ _สู่แดนธรรม... ทำไมคนภายนอกจึงไม่ค่อยอยากคบคนมีศีล เพราะว่าคนมีศีลเป็นอย่างที่พ่อท่านว่า แค่เขารู้สึกว่าเราประพฤติดีเราไม่ได้บอกเขาสักหน่อย เห็นความประพฤติแบบนี้ เขาจะหมั่นไส้ออกมาทันที พ่อครูว่า... นั่นแหละเป็นความถือดีเยอะ เห็นคนมีศีลแทนที่จะอนุโมทนา กลับหมั่นไส้ นั่นแหละเป็นความมีมานะอัตตา ไม่รู้ว่าตัวเองต่ำตัวเองโง่ น่าจะอนุโมทนากับคนมีศีล แต่แค่นี้เขาก็ไม่ฉลาดพอ ก็ตื้นๆ 660421 เกิดมาต้องรู้จักความเป็นคนกับสังคมจึงไม่เสียชาติเกิดพุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน