สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน หัวใจของศีลข้อที่ 1.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์13 KB
วันที่แก้ไข9 ธันวาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน หัวใจของศีลข้อที่ 1 อาตมาก็ขอเข้าสู่ที่ตั้งใจจะอธิบาย เข้าหาวิชาการของธรรมะคือไตรสิกขา ศีล สมาธิ ปัญญา พูดไปอธิบายแล้วๆเล่าๆก็ไม่ไปถึงไหนสักที ศีล สมาธิ ปัญญา การศึกษาของศาสนาพุทธทิ้งไม่ได้ ทิ้งศีล สมาธิ ปัญญา วิมุติ วิมุติญาณทัสนะไม่ได้ 5 คำละเอียดนี้ ถ้าจะพูด ศีล สมาธิ ปัญญา ก็เป็นเรื่องเบื้องต้น ครบก็ต้องเป็น ศีล สมาธิ ปัญญา วิมุติ วิมุติญาณทัสนะ ทำไมต้องเริ่มต้นด้วยศีล ศีลเป็นเบื้องต้นเป็นเบื้องแรก เหมือนของต่ำ ต้องมีหลัก มีศีล หากคนไม่มีศีล ไม่มีหลักอะไรจะจับได้เลยว่าคุณเป็นคนหรือเปล่าเป็นมนุสโสหรือเปล่า? มนุสโส คือผู้ที่มีจิตสูง จิตสูงจะวัดได้ เอาศีลข้อ1 มาวัด ศีลข้อ1 คือความเป็นสัตว์ ความเป็น ชีวะ ชีวะในระดับจิตนิยามคือสัตว์ ชีวะในระดับไม่เป็นจิตนิยามคือพืช ผู้ที่สามารถเรียนรู้เข้าใจถึงนิยามชีวิตทั้ง 5 ไปถึง กรรมนิยาม กรรมคือพระเจ้า คือ God เป็นอำนาจใหญ่ คนที่จัดการกรรม ทำกรรมได้ จนกระทั่งสามารถที่จะสังขารกรรมนี้ ตกแต่งกรรมให้เป็นโลกุตรธรรมได้ นั่นแหละคือ ขีดของอาริยบุคคล

มาเข้าสู่หลักวิชชา ขีดของบุคคล ศีลข้อ 1 คุณจะต้องสำคัญที่ความเป็นสัตว์ พืชพรรณธัญญาหาร ดินน้ำไฟลม มันต้องสู้ ต้องระวัง ความเป็นสัตว์ สำคัญกว่า เพราะดินน้ำไฟลมมันไม่มีทุกข์ร้อนอะไร ตัวมันเองก็ไม่เป็นตัวมัน ปล่อยมันไปเถอะ มันจะไปเป็นเบี้ยล่าง ไปตามลมเพลมพัดอำนาจอื่นๆบังคับมันหมด ส่วนมาเป็นพีชะมันมีตัวของมันเพิ่มขึ้นมีเชื้อของมัน แต่ไม่มีพยาบาทไม่มีรักไม่มีชัง มีแต่ตัวของมันเอง ไม่มีเวทนาไม่มีวิญญาณไม่มีความรู้สึก ไม่มีความรู้เกินกว่าที่มันรู้ของมัน คือสามเส้าเป็นประธาน แล้วเอาพลังงานบวกลบเข้ามาทำการดูดให้เกิดพลังงานไฟแม่เหล็กรวมตัวกับปล่อยกระจายออ

อ่านต่อ

ก เอาออกสิ่งที่เป็นขยะ ในตัวมันเองไม่ไปเบียดเบียนใคร อย่างเหล็กมันก็ทิ้งสนิม เป็นต้น พลังงานที่เราจะต้องคำนึง ก็ต้องสัตว์ขึ้นไป ฟังดีๆนะ อาตมาถึงบอกว่า เริ่มต้นตั้งแต่สัตว์เซลล์เดียว ต้องหวังประโยชน์เพื่อสัตว์ทั้งปวงอยู่ เห็นไหมว่าต้องคำนึงขนาดไหน จริงๆแล้วสัตว์เซลล์เดียว ราคามันสู้วัตถุไม่ได้ตั้งเยอะ สัตว์เซลล์เดียวไร้ค่าไร้ราคาไม่มีประโยชน์อะไรมากมาย ดีไม่ดีจะเป็นโทษด้วยซ้ำไปแบคทีเรีย ไวรัส เป็นต้น มันเป็นโทษด้วยซ้ำไปสำหรับสัตว์ แต่มันก็มีประโยชน์ตรงทำพลังงานของมัน สรุปแล้ว ความเป็นสัตว์สำคัญ ที่คุณจะต้องคำนึงถึงในศีลข้อที่ 1 คนที่จะนับว่าเป็นคนเป็นมนุสโส เป็นผู้ที่มีจิตสูงคุณจะต้องไม่ไปเบียดเบียนสัตว์ทั้งปวง แม้แต่สัตว์น้อยเซลล์ ศีลข้อที่ 2 นี้เป็นเรื่องของข้าวของไม่ใช่เรื่องของสัตว์ สัตว์มันก็มีตัวมันเองเป็นเจ้าของตัวมันเอง มันก็อยากอยู่ต่อ มันไม่อยากให้ใครมาทำร้ายมันเอง ใครมาทำร้ายมันมันก็พยาบาท ใครไปทำมันบาดเจ็บมันตายมันก็จำ ใส่สัญญาของมัน สัตว์มันมีสัญญาแล้ว พืชก็มีสัญญา พืชมีสัญญากับสังขาร จำธาตุนี้มาใส่ตัวเอง เช่นฟัก ก็รู้ว่าเอาธาตุที่มันจำได้มาสังเคราะห์ตัวมันเองไม่ไปแย่งชิงกับใคร ดึงดูดเอามาได้ก็เอามาสร้างตัวเอง เอามาได้ไม่พอน้อยไปตัวมันเองก็ตาย นี่คือธรรมชาติของพืช ความรู้เหล่านี้ ไม่มีใครมาอธิบายอย่างนี้ แต่อาตมาก็ได้มาจากความรู้ที่สั่งสมมาหลายๆชาติ ก็นำมาให้พวกคุณรู้ สรุปเข้าเป้า ความเป็นสัตว์จึงสำคัญกว่าของ สำคัญกว่าอุตุ แล้วสัตว์ก็ต้องสำคัญกว่าพืช ต้องรู้ลำดับ ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ขั้นที่ 1 2 3 ความเป็นลำดับนี้จึงสุดยอด เป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ทำให้ได้ลำดับส่วนสัด เริ่มนับอาริยบุคคล นับตรงไหน นับตรงศีล พระพุทธเจ้าตรัสว่าคนจะชมเราต้องชมเราว่าเรามีศีลแต่อย่างต่ำนัก จะชมมนุษย์ชมใครก็แล้วแต่ ต้องชมว่าคนนี้มีศีล หนึ่ง ไม่ทำลายสัตว์ใดเลย แต่ต่ำกว่าสัตว์เป็นพืชก็เอามาสังเคราะห์ตัวเอง แต่สัตว์ที่เป็นปวัตตมังสะก็กินได้ แต่สัตว์ที่ไม่ใช่ปวัตตมังสะ ก็ไม่กิน แม้ทุกวันนี้ ปวัตตมังสะมาอาตมาก็ไม่กิน มันมีอย่างอื่นให้กินตั้งเยอะ ใครที่ยังกินเนื้อสัตว์อยู่ ยังฆ่าสัตว์อยู่ จะสะดุ้งไหม อย่างที่พวกเราเขียนไล่เรียงมา ยังกินไข่อยู่เป็นต้น แต่ก็อย่าซีเรียส สมณะเดินดินว่า...มีบางคนที่เจ็บป่วยอยู่หมอก็ต้องให้กินไข่อยู่ พ่อครูว่า...ในพระวินัย ก็มีที่ต้องกินเลือดด้วยเพื่อรักษา กินก็เป็นวิบากเขา รับไปแต่เขาต้องการมีชีวิตอยู่ต่อ และเขาก็สามารถที่จะมีชีวิตอยู่ทำประโยชน์ต่อไปได้ เราก็ต้องคบหากัน ส่วนคนที่ไม่ต้องคบหากัน เขาจะกินหรือไม่กินก็ไม่ต้องดูดำดูดีอะไรมากมาย ก็เป็นธรรมชาติของการสัมพันธ์ การเกี่ยวข้อง เป็นไปตามธรรม

ทีนี้มาขยายความ ศีล สมาธิ ปัญญา วิมุติ ศีลข้อที่ 1 เมื่อสัมผัสกับสัตว์ใดๆแล้วอ่านจิตตัวเอง 1. จิตตนเองอ่านโทสะก่อน โทสมูล มันอยากฆ่า หยาบหรือละเอียด ...หยาบแล้ว จงจัดการกับจิตใจตัวร้ายของคุณให้ได้ นี่สำหรับศีลข้อ 1 นะ การแผ่เมตตา สัตว์ทั้งหลายเป็นเพื่อนทุกข์ เจ็บก็เรื่องของเอ็ง ข้าสุข เป็นเพื่อนทุกข์เกิดแก่เจ็บตายก็พูดไปเถอะไม่ได้เข้าเรื่องเข้าราวเข้าเนื้อหาอะไรเลย เปล่าดาย ...ต้องมาสำนึกต้องมาปฏิบัติอ่าน กายวาจาใจ แล้วก็ค่อยได้ เราก็ปฏิบัติของเราเองหากจิตใจเรามี โทสมูล ยังอยากจะทำร้ายเขา คุณจะทำร้ายเขาด้วยหลง หลงอะไร หลงว่ามันเป็นอาหาร หลงว่า ถ้ากินอันนี้แล้วจะเหาะได้ กินอันนี้แล้วจะสวย กินอันนี้แล้วจะอย่างโน้นอย่างนี้ มีเป็นล้านเหตุผล คนที่รู้ทันแล้ว เอาอันอื่นแทนได้อันนี้ไม่ต้อง กินพืชผักก็อยู่ได้แล้วอายุจะยืนกว่าคนกินสัตว์ด้วย ขอยืนยันมาพิสูจน์ได้ คนอยู่ขั้วโลกเหนือขั้วโลกใต้ หนาวไม่มีพืชผักอะไร ก็ได้แต่เนื้อสัตว์ อยู่ในย่านนั้นเอาไว้กิน คนพวกนี้โดยธรรมชาติของเขา เขาสำรวจมาหมดแล้ว ทำสถิติมาหมดแล้ว อายุสูงสุด 40 ปี สามสิบกว่าปี ชาวเอสกิโมพวกนี้ พวกอยู่บ้าน อิกลู อยู่บ้านน้ำแข็ง อายุสูงสุดเท่านั้น แต่คนที่อยู่เขาอยู่ป่าอายุร้อยอายุ 200 เป็นธรรมชาติธรรมดาเฉลี่ยแล้ว พวกนั้นเขากินพืชผัก นานๆกินเนื้อสัตว์ มันไม่มีเนื้อสัตว์มันมีน้อยแล้วเขาก็ไม่ได้นิยมกินด้วย แต่คนที่อยู่ป่า มันกินแต่เนื้อสัตว์ก็ล่าสัตว์กินก็ไม่กินพืชผักก็มีเหมือนกัน แต่คนสามัญที่เขาอยู่ป่าก็กินพืชมากกว่าสัตว์ เพราะว่าสัตว์กินล่าสัตว์ยากกว่าเอาพืชผักกิน สรุปอีกที คุณสัมผัสกับสัตว์และมีโทสมูลหรือไม่ ถ้าคุณมีแล้วบำบำเรอโทสะ ต้องการฆ่าก็ฆ่าเลยจะฆ่ามากินเดี๋ยวฆ่าเล่น พวกนักล่าสัตว์ มันไปฆ่าสนุกสนาน เท่ห์ก็เวรจริงๆ ฆ่ามากินก็พอสงสาร เขาต้องกิน ก็ไม่ว่ากัน แต่นี่ฆ่าเล่นฆ่าเบ่งอำนาจ นี่แหละพวกนี้แหละ มานึกถึงคนชนิดนี้ ฆ่าเล่น ฆ่าเบ่งอำนาจ หรือฆ่าเพื่อแย่งทรัพย์ศฤงคารบ้านช่องเรือนชาน แย่งประเทศนี่กำลังจะฆ่ากันแย่งประเทศ อะไรพวกนี้ สรุปแล้ว คนตายเกิดนี่เป็นเรื่องธรรมชาติไม่ต้องห่วงหรอก แม้คุณอ้างว่า จะต้องฆ่าเขาเพราะเขาจะมาฆ่าเรา ไม่ต้องอ้างเลย อาตมานี่ ใครจะฆ่าอาตมา อาตมาไม่ฆ่าเขาหรอกใครจะฆ่าก็ให้ฆ่า ฆ่าแล้วอย่างพระโมคคัลลานะ ฟื้นตัวได้แต่หลายทีมันฆ่าไม่ถอย ท่านก็ตรวจอนันตริยกรรม ไม่เสร็จหรอก มันไม่ฆ่าตอนนี้ก็ฆ่าตอนต่อไป ท่านก็ยอมแพ้อนันตริยกรรม ไปก็หักลบกลบหนี้ ถ้าคือเรายอมใช้หนี้วิบาก ราคาค่าใช้หนี้นี้สูง แต่เราไม่ยอมสู้มันสุดท้าย คุณสู้มันไม่ได้อยู่ดี กับคุณยอม ไม่มีจิตใจเลยก็มีราคาสูงกว่า ลดหนี้วิบากยวบเลย เป็นเรื่องอจินไตย คุณเป็นพระอรหันต์แล้ว ถ้าไม่ปรินิพพาน จะเกิดอีกก็เกิดได้ ถ้าถ้าจะไม่เกิดอีกเป็นปรินิพพานไปเลย สุญญตนิพพาน อนิมิตนิพพพาน นิพพานโดยไม่ตั้งจิตอะไรเลย ไม่ตั้งจิตหยั่งลงอีกเลย ไม่ยึดนิมิตอะไรเลย ถ้ายึดพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์เป็นนิมิตอีก คุณก็มาเกิดอีก กับพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์ แต่ถ้าคุณไม่นิมิตเลย ไม่ตั้งจิตต่อสุญญตนิพพาน อนิมิตนิพพานก็ปรินิพพานเป็นปริโยสาน ไม่เหลืออัตภาพจะมาวนเวียนในวัฏสงสารอีกเลย พระอรหันต์ทุกพระองค์จะเข้าใจและทำใจในใจของตนเองได้จึงจะสูญ ถ้าไม่อย่างนั้นก็ไม่สูญ เพราะพลังงานพวกนี้มันมีแรง แม่เหล็ก เป็นธรรมชาติอยู่ ถ้าคุณไม่ใช้พลังงาน อันเป็นพลังงานไฟ พลังงานฌาน พลังงานวิมุติ วิมุติ เป็นพลังงานอันยิ่งใหญ่กว่าฌาน ทำให้สลายไปตามธรรม ผู้ใดสามารถอ่าน ตั้งแต่โทสมูล แล้วอ่านกามต่อ ในคำสอนพระพุทธเจ้า ท่านสอนใน อนุปุพพิกถา ท่านไม่ได้สอนเรื่องโทสะ แต่สอนเรื่องกาม แต่โทสะนี้ต้องเอาออกก่อน เรื่องกามยังมีประโยชน์อยู่บ้าง ต้องอาศัยอยู่บ้าง แต่สิ่งที่ไม่มีประโยชน์เลย เอาออกไปเลยไม่ต้องให้มีในจิตใจเรา ไม่ต้องให้มีลีลาอะไรเลย คือโทสะ ถ้าคุณไม่เข้าใจเบื้องต้น เอาตามสูตรพระพุทธเจ้าคือสังโยชน์ 3 ต้องมีความเข้าใจ ทิฏฐิ รู้สักกายะคืออะไร คือรูปนามคือธรรมะ 2 คุณสัมผัสกับสัตว์ตัวนี้แล้วคุณเกิดโทสะมูลหรือราคมูล เมื่อกี้นี้พูดถึงกามาทีนวะ มันมีโทษสารพัดโทษจนกว่าคุณจะหมดมัน กามก็มีขีดขั้น กามภายนอก สัมผัสด้วยทวารทั้ง 5 เป็นกามคุณ 5 ถ้าคุณอยู่เหนือกามคุณ 5 สัมผัสอย่างไรกิเลสมันก็ไม่เกิด ไม่ผลักไม่ดูด แต่มันเหลือพริ้วพรายเป็น รูปราคะ อรูปราคะ มานะอุทธัจจะ อวิชชา ก็อ่านอาการมันมีนิวรณ์อีกไหม พระพุทธเจ้าสอนเรื่องกาม โทสะไม่สอน แต่โทสะนี้หยาบกว่ากาม อุปกิเลส 16 ท่านสอน อภิชาวิสมโลภะ เป็นอันที่ 1 อันที่ 2 พยาบาท ส่วนโกรธ คือการไม่ชอบใจที่แรง แต่พยาบาทนี้ผูกโกรธ พยาบาทนี้ผูกโกรธหยาบ แต่ผูกโกรธอีกคำคืออุปนาหะ อภิชาวิสมโลภะ พยาปาทะ โกธะ อุปนาหะ คือ 4 ตัวแรกของอุปกิเลส 16 สามตัว ตระกูลเดียวกันหมด พยาปาทะ โกธะ อุปนาหะ พยาบาทผูกโกรธอย่างหยาบ แก้แค้นอีกสิบชาติไม่สาย เป็นต้น ไม่รู้เรื่องเลยในหนังจีนแล้วบอกว่าหนังคุณธรรม อย่างนี้เป็นต้น ใน สี่ข้อของหมวดแรก มีเชิงโทสะสามอัน อันหนึ่งจะเป็นประธานแต่อีกสองอันมวลใหญ่นะ เราต้องเข้าใจความซับซ้อนอะไรก่อนหลัง เราต้องรู้ว่าตอนนี้อยู่ในภาวะใด อะไรเป็นตัวตั้งหรือตัวรอง ตรวจสภาพหมุนรอบเชิงซ้อน ที่ซับซ้อน ทำให้คนสับสนยากที่จะเข้าใจได้ เป็นอจินไตย เมื่อเจอสัตว์นี่แหละ สำคัญกว่าวัตถุกับพืชต้องคำนึง จะชมคนก็ต้องชมคนที่เกี่ยวกับสัตว์ อย่างพวกเราไม่เบียดเบียนสัตว์ หยาบ กลาง ละเอียด อย่างเรื่องกินนี่ก็ขั้นกลาง ยิ่งไปฆ่าเขานี่หยาบแล้ว ยังกินอยู่ก็ขั้นกลาง ต้องรู้หยาบ กลาง ละเอียด ของเราสัมผัสกับสัตว์ สมมุติว่าคุณกินเนื้อสัตว์อยู่ก็ไม่ฆ่าก็ได้ระดับหนึ่ง มันจะมีรายละเอียด ในสีหสูตร มี เป็นบาปไม่ใช่บุญเลย ห้าประการ 1. ผู้นั้นกล่าวอย่างนี้ว่า “ท่านทั้งหลายจงไปนำสัตว์ชื่อโน้นมา” (อุทิศ, อุททิสสะ คือ เจาะจงมุ่งหมายไปที่สัตว์ชื่อนั้น) 2. สัตว์นั้นเมื่อถูกเขาผูกคอนำมา ย่อมได้เสวยทุกข์โทมนัส 3. ผู้นั้นพูดอย่างนี้ว่า “ท่านทั้งหลายจงไปฆ่าสัตว์นี้” 4. สัตว์นั้น เมื่อกำลังถูกเขาฆ่าย่อมเสวยทุกข์โทมนัส 5. ผู้นั้นยังตถาคตและสาวกตถาคต ให้ยินดีไปด้วยเนื้อ ย่อมประสพบาปมิใช่บุญเป็นอันมาก (ตถาคตํ วา ตถาคตสาวกํ วา อุทฺทิสฺส ปาณํ อารภติ โส อิเมหิ ปญฺจหิ ฐาเนหิ พหุง อปุญฺญํ ปสวตีติ) ชีวกสูตร ล.13 ข. 60 อาตมาขยายความมาถึงตรงนี้แล้ว นี่เรื่องสัตว์เรื่องศีลข้อ1 นะ ยังจะมีตอนต่อไป อีก 601208_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ถอดรหัสศาสตร์พระราชา 9 ข้อ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน