สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน ไขรหัสศาสตร์พระราชา 9 ข้อ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.95 KB
วันที่แก้ไข9 ธันวาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน ไขรหัสศาสตร์พระราชา 9 ข้อ มาเข้าเรื่องคนจน ก็เอา ของในหลวงมาเป็นหลักก่อน เพราะว่าในหลวงท่านทรง คนจะรู้จัก ของในหลวงก่อน แต่เขาก็ไม่ชัดเจนกัน อาตมาก็ค่อยเอามาย้ำ ก็ค่อยๆลึกซึ้งกันมาด้วยเรื่อยๆ ธาตุรู้ของคนเดี๋ยวนี้ค่อยรู้กระแสโลกุตรธรรม โลกีย์คนต้องเอา มีลาภยศสรรเสริญโลกียสุขมากมาย ยกย่องเชิดชูกัน พวกที่รู้ไม่ทันก็หลงไปกับสิ่งที่โลกธรรม มีลาภ เงินทองข้าวของ ทรัพย์ศฤงคารเยอะก็หลงตัวหลงตนจนกลายเป็นพฤติกรรมด้วยอำนาจของคนเป็นทาส ลาภยศสรรเสริญ ก็เอาอำนาจพวกนี้ไปเอาเปรียบกดขี่ข่มเหงเป็นกรรมวิบาก เขาไม่รู้ความซ้อนพวกนี้ที่เป็นสัจธรรม เขาก็นึกว่าเขาได้เปรียบ ได้อำนาจ ได้ยศศักดิ์เสพส่วนตัวบำเรอความต้องการของตัณหาของตัวเอง พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ของเรา ทรง อาตมาก็มั่นใจว่า อาตมาเป็นผู้ที่พูดเองว่าท่านเป็นพระโพธิสัตว์ อาตมามั่นใจว่า อาตมาเป็นผู้กล่าวคนแรก เพราะอะไร เพราะคนไทยไม่ประสีประสาเรื่องพระโพธิสัตว์ ใครคือพระโพธิสัตว์ เป็นแต่เข้าใจหลวมๆว่า คือคนที่มีบารมีพระโพธิสัตว์เป็นผู้ที่ช่วยคน ก็แน่นอนในหลวงเป็นผู้ที่ช่วยคน ก็เหมาเลยว่านี่แหละผู้ที่ช่วยคนนั่นแหละคือพระโพธิสัตว์ คนหลายคนก็บอกว่าช่วยคน อย่างธัมมชโยก็บอกว่าเขาก็ช่วยคน นั่นก็สัตว์แท้ๆ ไม่ใช่โพธิสัตว์ คือสัตว์มันมีหลายอย่าง ต้องศึกษา อย่างน้อย พระพุทธเจ้าก็ให้ศึกษาสัตตาวาส 9 แล้วมันเลิกความเป็นสัตว์ทั้ง 9 ชนิด เป็นพรหมสัตว์ ก็มี สัตว์ก็หมายถึงทุกอย่างที่เป็นสัตวโลก เป็นแต่เพียงใครจะเข้าใจบัญญัตินั้นอย่างถูกต้อง ก็เอาบัญญัติมาให้รู้สภาวะ ในหลวงท่านตรัส อาตมาก็ขออภัยในหลวงท่านเป็นสายเจโต ท่านไม่ค่อยตรัสมากเพราะว่าท่านเอง สาธยายสิ่งแทนพวกนี้ ท่านอยู่กับสภาวะเนื้อแท้สาระที่ท่านมี

อ่านต่อ

มากพอ ท่านก็ไม่ขยายความด้วย จนอาตมาว่าในหลวงปางนี้ บําเพ็ญเป็นปางเตมีย์ใบ้ ใบ้ยุคนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่พูดเลย ในหลวงก็ตรัสน้อย ท่านก็ตรัสตามที่ท่านเห็นควรที่จะตรัสเพราะว่าท่านเป็นพระเจ้าแผ่นดินก็จะพูดเยอะมากไม่ได้ เป็นเหตุปัจจัยองค์ประกอบของแต่ละคน ท่านตรัสน้อยแต่แก่นๆทั้งนั้น อาตมาก็ขอสรุป ศาสตร์พระราชา ว่าเป็นความเจริญทางเศรษฐกิจ 1. ไม่เป็นหนี้ 2. ทำกินทำใช้พอเพียงให้ได้สำหรับตน แต่ในหลวงท่านจะตรัสว่าอย่าเป็นหนี้อย่างโพธิรักษ์ไม่ได้ เพราะคนจนคนรวยคนเกเรคนดีก็เป็นลูกของท่าน คนประเสริฐก็เป็นลูกของท่าน ท่านจึงลำบากมากที่จะตรัส ท่านก็ต้องบำเพ็ญ 3. ทำให้เหลือกินเหลือใช้ 4. เมื่อเหลือกินเหลือใช้ก็สะพัดเผื่อแผ่แก่ผู้อื่น เผื่อแผ่แบบ ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา ขาดทุนตามวิธีคิดของทุนนิยมนี่แหละ ทุนนิยมเขาคิดค่าแรงงานของคน คนที่ประกอบผลผลิตนั้นๆ หรือคนที่จัดการค่าแรงงาน เขาก็ต้องมีค่าแรงงานค่าจัดการ ก็ต้องลดค่าแรงงานค่าจัดการของเราเท่าที่เรามีค่าของเรา ลดเท่าที่คุณอยู่ได้ แต่ขาดทุนแน่ เอาค่าแรงงานเราสละให้คนอื่น ยิ่งมีความซับซ้อน อย่างอาตมาให้หมดเลยร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่คิดค่าแรงงานตัวเองเลย แต่พวกคุณมาหนุนให้ ปรปฏิพัทธา เมชีวิกา พวกคุณมาเลี้ยงดูไว้ให้ จะใช้อะไรเปรยปรายหรือไม่ทันอ้าปากก็หาไว้ให้แล้ว พอเพียง ขอให้คุณทำจนกระทั่งมีบารมี คนเห็นได้รู้ได้ คนที่จริงใจ คนมีภูมิปัญญา เขาไม่ทิ้งคนประเสริฐคนดีคนที่มีประโยชน์ต่อผู้อื่น และเป็นประโยชน์อย่างดีงาม เขาจะไม่ทิ้งไว้หรอก และมันมีเหตุปัจจัยเรื่องอจินไตยเรื่องธรรม ธัมโมหเวรักคติธัมมจาริง ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม ธรรมะไม่ปล่อยให้ผู้มีธรรมะตาย ธรรมะจะเลี้ยงผู้ประพฤติ ธรรมจะรักษาผู้ประพฤติธรรม 1.ไม่เป็นหนี้ 2. ทำกินทำใช้พอเพียงให้ได้สำหรับตน 3. ให้เหลือกินเหลือใช้ 4.เมื่อเหลือแล้วก็สะพัดออกเผื่อแผ่ผู้อื่น แบบขาดทุนของเราคือกำไรของเรา 5. สะพัดออกโดยไม่ต้องกักตุนไว้มาก มีไว้แต่น้อยๆ คนมีไว้แต่น้อยๆ จึงคือ คนจน 6.ไม่ต้องอยากรวยเลย 7. ขยันสร้างสรรเช่นนี้ เสมอๆ อย่าเกียจคร้าน 8. ถ้ามีหมู่กลุ่มรวมกันอยู่ก็จัดสรรโดยวิธีสาธารณโภคีเป็นดีสุด นี้คือศาสตร์ของพระพุทธเจ้าที่พระโพธิสัตว์ทุกพระองค์รู้จริงและนำพาปฏิบัติ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ก็คือพระโพธิสัตว์ที่ดำเนินพระจริยวัตร อย่างนี้ อาตมาไม่ได้โมเมนะ ในศาสตร์พระราชานี้ ถอดรูทออกมาได้อย่างนี้เลย 7- 8 ข้อนี้ ทวนอีกที หลายคนอาจไม่ทันโน้ตไว้

ถอดรหัสศาสตร์พระราชา 9 ข้อ โดยพ่อครูสมณะโพธิรักษ์

1.ไม่เป็นหนี้(โดยเฉพาะหนี้ที่เสียดอกเบี้ย) 2. ทำกินทำใช้พอเพียงให้ได้สำหรับตน 3. ให้เหลือกินเหลือใช้ 4. เมื่อเหลือแล้วก็สะพัดออกเผื่อแผ่ผู้อื่น แบบขาดทุนของเราคือกำไรของเรา 5. สะพัดออกโดยไม่ต้องกักตุนไว้มาก มีไว้แต่น้อยๆ คนมีไว้แต่น้อยๆ จึงคือ คนจน 6. ไม่ต้องอยากรวยเลย 7. เรียนรู้จิตอย่า สาเปกโข คืออย่าตั้งจิตให้แล้วอยากได้อะไรตอบแทน 8. ขยันสร้างสรรเช่นนี้ เสมอๆ อย่าเกียจคร้าน 9. ถ้ามีหมู่กลุ่มรวมกันอยู่ก็จัดสรรโดยวิธีสาธารณโภคีเป็นดีสุด

การบริหารทุกวันนี้อาตมาโยนให้พวกเราทำกัน ใครต่อใครก็ช่วยกัน อาตมาไม่ได้หนักเรื่องนี้แต่หนักเรื่องที่อธิบาย ตอนนี้สื่อสาร ก็มีฆราวาสเป็นหลักหลายคน มีผู้อำนวยการหนึ่งพุทธ ใครต่อใครหลายคนช่วยกันที่สันติฯ มีดินนา มีหนึ่งพุทธ เก็บขยะอยู่ที่นั่น ใครไม่รู้หรอกว่าเป็นผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ ใครก็ไม่นึกว่านี่คือผู้อำนวยการ หนึ่งพุทธ วิมุตินันท์ อยู่บ้านราชฯก็มี แต่สมณะมีน้อยที่มาช่วย ท่านหินมั่น ท่านใต้ดาว นอกนั้นก็มีฆราวาส ได้แรงงานเด็กเสียส่วนใหญ่ที่จบแล้วก็มาช่วย ที่บ้านราชฯก็มีอี๊ดเจมส์เป็นตัวหลักอยู่ เป็น floor manager วันนี้ดีนะมีช่างกล้องถึงสามคน หายไปไหนเมื่อกี้อยู่ครบ วันนี้เกินสาม นายชาติเมืองพุทธ ในศิลป์ เติมไพร เจริญ นายม่อนไปช่วยที่สันติฯ พวกเราก็แม้แต่มาช่วยตั้งวางเก้าอี้ จัดเวที เสร็จแล้วก็เก็บกัน คือพวกเรานี่มันอย่างนี้ flexible เคลื่อนไหวเร็ว 601208_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ถอดรหัสศาสตร์พระราชา 9 ข้อ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน