9. APPENDIX (edited)แล้ว.pdf

โฟลเดอร์65 นางสาวอรุณรัตน์ ไกรลาศศิริ เรื่อง โมเดลการจัดการความรู้การปลูกพืชเพื่อความมั่นคงทางอาหาร ในภาคกลาง
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์2.82 MB
วันที่แก้ไข1 มกราคม 2523

เนื้อหาในไฟล์

231 ภาคผนวก 232 ภาคผนวก ก เครื่องมือ 233 แบบสอบถาม (ส าหรับผู้ปลูกพืช) เรื่องโมเดลการจัดการความรู้การปลูกพืชเพื่อความมั่นคงทางอาหารในภาคกลาง ค าชี้แจง (เครื่องมือชุดที่ 1) แบบสอบถามฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความคิดเห็นต่อการจัดการความรู้การปลูกพืชเพื่อความมั่นคงทางอาหารของผู้จัดการความรู้(จิตอาสา) การได้รับความรู้ ความต้องการความรู้ และระดับความมั่นคงทางอาหาร ขอความอนุเคราะห์จากท่าน โปรดตอบแบบสอบถามอย่างครบถ้วนตรงตามความจริง และในโอกาสนี้ผู้วิจัยขอขอบคุณในความร่วมมือของท่านเป็นอย่างสูง แบบสอบถามมี 6 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 สภาพส่วนบุคคล สังคมและเศรษฐกิจ ตอนที่ 2 ความคิดเห็นต่อการจัดการความรู้การปลูกพืชเพื่อความมั่นคงทางอาหารของผู้จัดการความรู้ (จิตอาสา) ตอนที่ 3 การได้รับและความต้องการความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการปลูกพืชเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ตอนที่ 4 สภาพความมั่นคงทางอาหาร ตอนที่ 5 ปัญหาในการจัดการความรู้ ตอนที่ 6 ข้อเสนอแนะในการจัดการความรู้ ค านิยามศัพท์ องค์กร หมายถึง มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย ผู้ปลูกพืช หมายถึงผู้ผ่านการเข้าอบรมค่ายกสิกรรมไร้สารพิษของมูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทยสวนป่านาบุญ 3 ในระหว่าง วันที่ 1 มกราคม 2561 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2565 ผู้จัดการความรู้ (จิตอาสา) หมายถึงจิตอาสาของมูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทยสังกัดภาคกลางสวนป่านาบุญ 3 จังหวัดปทุมธานีที่ปฏิบัติหน้าที่ในค่ายกสิกรรมไร้สารพิษ การจัดการความรู้การปลูกพืชเพื่อความมั่นคงทางอาหาร หมายถึง การจัดการใน 3 องค์ประกอบได้แก่ ปัจจัยด้านคน ด้านกระบวนการด าเนินการใน 8 ขั้นตอน และ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ความมั่นคงทางอาหาร หมายถึงการมีพืชอาหารทั้งด้านปริมาณและด้านคุณภาพใน 4 มิติ ได้แก่ มิติอาห

อ่านต่อ

ารเพียงพอ มิติในการเข้าถึงอาหาร มิติการรู้จักใช้ประโยชน์จากอาหาร และมิติการมีเสถียรภาพด้านอาหาร พืช หมายถึง พืชผักอาหารซึ่งปลูกไว้ส าหรับการกินใช้ในครัวเรือน รวมถึงเพื่อจ าหน่ายเพื่อเป็นแหล่งรายได้ประกอบด้วยประเภทของพืช 5 ประเภทได้แก่พืชผักพื้นบ้านเช่น ขี้เหล็ก ก้านตรง ไชยา ผักน ้า ผักโขม ผักปลัง พืชผักตามฤดูกาลเช่นผักบุ้ง กวางตุ้ง บวบ มะเขือเปราะ แตงกวา พืชสมุนไพรเช่นย่านาง ใบเตย ขมิ้นชัน สะเดา ขิง พืชเครื่องเทศ เช่น ใบมะกรูด ตะไคร้ ข่า หอมแดง กระเทียม พริก พืชตระกูลถั่ว เช่นถั่วเขียว ถั่วลันเตา ถั่วลิสง ถั่วแขก ถั่วฝักยาว 234 ตอนที่ 1 แบบสอบถามสภาพส่วนบุคคล สังคมและเศรษฐกิจ ค าชี้แจง : โปรดเติมเครื่องหมาย ✓ลงใน หรือเติมข้อความในช่องว่าง 1. สภาพพื้นฐานส่วนบุคคล 1.1 เพศ  ชาย  หญิง 1.2 อายุ.......................ปี (เกิน 6 เดือน ให้นับเป็น 1 ปี) 1.3 อาชีพหลัก (ตอบเพียง 1 ข้อ)  แม่บ้าน  ค้าขาย/กิจการส่วนตัว  รับจ้าง/พนักงานบริษัท  รับราชการ  รัฐวิสาหกิจ  เกษียณ  เกษตรกร  อื่น ๆ ระบุ ............ 1.4 ระดับการศึกษาสูงสุดของท่านคือ  ไม่ได้เข้าศึกษาในระบบ  ประถมศึกษา  มัธยมศึกษาตอนต้น  มัธยมศึกษาตอนปลาย  อนุปริญญา  ปริญญาตรี  ปริญญาโท  ปริญญาเอก 1.5 ก่อนเข้าอบรมกับค่ายกสิกรรมไร้สารพิษ ท่านเคยปลูกพืชมาก่อนหรือไม่  ไม่เคยปลูก  เคยปลูก ปลูกมาเป็นระยะเวลา ............... ปี 1.6 จ านวนครั้งที่มารับการอบรมค่ายกสิกรรมไร้สารพิษชีวิตผาสุก .......... ครั้ง 1.7 เหตุผลในการปลูกพืช (กรุณาเรียงประเด็นจากความส าคัญล าดับมากไปหาล าดับน้อย โดยเขียนตัวเลขหน้าข้อความ) 1 = แปลว่ามากที่สุด 2 = มาก 3 = ปานกลาง 4 = น้อย  ด้านเศรษฐกิจ หมายถึง ลดรายจ่าย สร้างรายได้  ด้านสุขภาพ หมายถึง เสริมสร้างสุขภาพ ได้บริโภคผักปลอดสารพิษ  ด้านสังคม หมายถึง ความมั่นคงทางอาหารในยามวิกฤติ มีกลุ่มแบ่งปันช่วยเหลือกัน  ด้านสิ่งแวดล้อม หมายถึง เพิ่มพื้นที่สีเขียว ฟื้นฟูระบบนิเวศน์ ช่วยลดขยะและจัดการขยะลดมลพิษ 1.8 ท่านทราบข่าวการอบรมสัมนาค่ายกสิกรรมไร้สารพิษชีวิตผาสุกจากแหล่งใด (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)  ค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรม  เฟสบุ๊ค  หนังสือ/วารสาร  ยูทูป  เว็บไซต์หมอเขียวดอทเน็ต  ไลน์  เพื่อน/ญาติ  อื่นๆระบุ.......... 2. สภาพทางสังคม 2.1 ปัจจุบัน ท่านเป็นอาสาสมัครหรือผู้น าชุมชน ใดบ้าง  ไม่เป็น  เป็น (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)  สมาชิกองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น  ปราชญ์ชาวบ้าน  อาสาสมัครเกษตร  คณะกรรมการหมู่บ้าน  อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) 235 2.2 ท่านเป็นสมาชิกกลุ่มใดบ้าง  ไม่เป็น  เป็น (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)  สมาชิกมูลนิธิแพทย์วิถีธรรมช่องทางต่างๆ (เช่นไลน์กสิกรรมไร้สารพิษ/ ไลน์อาหาร พืช จืด สบายห่างไกลโรค/ไลน์พึ่งตนเรียบง่ายสไตล์พวธ.)  สมาชิกธกส  สมาชิกกลุ่มเกษตรกรธรรมชาติ  กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร  กลุ่มวิสาหกิจชุมชน  กลุ่มกสิกรรมไร้สารพิษแห่งประเทศไทย  กลุ่มแปลงใหญ่ 2.3 ท่านเป็นสมาชิกสื่อสังคมออนไลน์ใดบ้าง  ไม่เป็น  เป็น (ตอบได้มากกว่า 1 กลุ่ม)  ไลน์ (LINE)  เฟซบุ๊ก  ซูม (ZOOM)  ยูทูบ  TIK TOK  Twitter  อื่นๆ ระบุ...................... 3. สภาพเศรษฐกิจ 3.1 จ านวนสมาชิกในครัวเรือน  ชาย.......................คน  หญิง.....................คน 3.2 จ านวนแรงงานในการปลูกพืช ................ คน 3.3 ความพอเพียงของรายได้  ไม่พอใช้ มีหนี้สิน พอใช้ มีหนี้สิน  พอใช้ ไม่มีหนี้สิน  พอใช้ เหลือเก็บออม  อื่นๆ... 3.4 ลักษณะการใช้พื้นที่ปลูกพืชอาหาร  ปลูกพืชบริเวณรอบๆบ้านที่อาศัย  ปลูกหัวไร่ปลายนา  ปลูกพื้นที่ในสวน  ปลูกบริเวณที่รกร้างว่างเปล่า  พื้นที่ดาดฟ้า 3.5 ขนาดพื้นที่ในการปลูกพืช ........ ตารางเมตร หรือ .......... ไร่-งาน-ตารางวา 3.6 ประเภทของพืชที่ปลูก (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)  พืชผักตามฤดูกาล  พืชพื้นบ้าน  พืชสมุนไพร  พืชเครื่องเทศ  พืชผักการค้า  พืชถั่วหลากหลาย  อื่นๆ ระบุ .............. 3.7 ปริมาณพืชอาหารที่ซื้อบริโภคจากตลาดต่อเดือนหลังการได้รับการอบรม  น้อยลง  เท่าเดิม  มากขึ้น ระบุประเภทของพืชที่ซื้อบริโภค.................................. 236 ตอนที่ 2 ความคิดเห็นต่อการจัดการความรู้การปลูกพืชเพื่อความมั่นคงทางอาหารของผู้จัดการความรู้/ผจ.ความรู้(จิตอาสา) ค าชี้แจง: โปรดพิจารณาว่าทีมจิตอาสาควรมีการปฏิบัติตามองค์ประกอบการจัดการความรู้ต่อไปนี้หรือไม่ โดยเติมเครื่องหมาย  ในตาราง ตามความคิดเห็นของท่าน 1 = ควรจะมีการปฏิบัติระดับน้อยที่สุด 2 = ควรจะมีการปฏิบัติระดับน้อย 3 = ควรจะมีการปฏิบัติระดับปานกลาง 4 = ควรจะมีการปฏิบัติอย่างมาก 5 = ควรจะมีการปฏิบัติอย่างมากที่สุด ท่านเห็นว่าทีมผู้จัดการความรู้(ทีมจิตอาสา) ควรมีการปฏิบัติตามองค์ประกอบการจัดการความรู้ต่อไปนี้หรือไม่ในระดับใด องค์ประกอบการจัดการความรู้ ระดับควรปฏิบัติ 1 2 3 4 5 องค์ประกอบด้านคน 1. โครงสร้างบุคลากร 1.1 ผจ.ความรู้ควรจะปฏิบัติบทบาทหน้าที่ตามโครงสร้างบุคลากรขององค์กรได้แก่ ผู้ที่เริ่มเข้ามาช่วยงานอาสา (ผู้คบคุ้น) ผู้จัดการความรู้จร(จิตอาสาจร) ผู้จัดการความรู้ประจ า (จิตอาสาประจ า) ผู้เชี่ยวชาญประจ าฐานงาน (ผู้รับใช้ประจ าฐานงาน) ผู้จัดการเครือข่าย คณะกรรมการ รองประธานมูลนิธิ ประธานมูลนิธิ 2. เกณฑ์คุณสมบัติบุคลากรขององค์กร 2.1 ผจ.ความรู้ควรจะมีคุณสมบัติตามกฏเกณฑ์ที่องค์กรก าหนด ได้แก่ การถือศีล 5 การท างานฟรี และการรับฟังมติหมู่มิตรดี 3. การเสริมสร้างศักยภาพ 3.1 ผจ.ความรู้ควรจะท าตนเป็นต้นแบบการปลูกอยู่ปลูกกิน (มีรูปแบบการด าเนินชีวิตที่สอดคล้องกับเป้าหมายของการจัดการความรู้ ที่เน้นการพึ่งตนเป็นหลัก ท ากสิกรรมไร้สารพิษ และมีการกินใช้ประโยชน์จากพืชที่ปลูกหรือพืชตามธรรมชาติ) 3.2 ผจ.ความรู้ควรจะมีการเสริมศักยภาพโดยการเข้าอบรม/ศึกษาเพิ่มเติมด้านวิชาการที่เกี่ยวข้องการจัดการความรู้การปลูกพืชเพื่อความมั่นคงทางอาหาร 3.3 ผจ.ความรู้ควรจะมีการพัฒนาการเรียนรู้ของตนในระหว่างการร่วมท างานเป็นทีมในค่าย กสิกรรมไร้สารพิษ องค์ประกอบด้านกระบวนการ 8 ขั้นตอน 1. การระบุเป้าหมายการจัดการความรู้ 1.1 ควรจะมีการก าหนดเป้าหมายการจัดการความรู้โดยระบุถึงสถานการณ์ขาดแคลนอาหารครั้งใหญ่ของโลก The Great (Food) Shortage จากสาหตุเช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การเกิดวิกฤติราคาพืชอาหารสูงขึ้น ภัยจากปัญหาการใช้สารเคมีก าจัดศัตรูพืช ท าให้เกิดความไม่มั่นคงทางอาหาร 1.2 ควรจะระบุถึงคุณค่าและประโยชน์ในการจัดค่ายกสิกรรมไร้สารพิษเพื่อเป็นที่เข้าใจตรงกัน 1.3 ควรจะมีการปรับเป้าหมายย่อย(รอง)ในการจัดอบรมค่ายกสิกรรมไร้สารพิษอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์และสอดคล้องสามารถบรรลุเป้าหมายหลัก 237 องค์ประกอบการจัดการความรู้ ระดับควรปฏิบัติ 1 2 3 4 5 2. การก าหนดหัวข้อความรู้และรูปแบบกิจกรรม วิธีการ 2.1 ควรจะใช้วิธีการประชุมระดมสมองร่วมกัน (Brainstorming)ในการก าหนดหัวข้อความรู้และรูปแบบกิจกรรม 2.2 ควรจะมีการประชุมผสมผสานทั้งแบบการพบปะกันในค่ายสวนป่านาบุญ และผ่านทางออนไลน์ หัวข้อความรู้ 2.3 ควรจะก าหนดหัวข้อความรู้ที่เกี่ยวกับการผลิตพืชเพื่อความมั่นคงทางอาหาร เช่น การเตรียมดิน ประเภทพืชที่ปลูก การเก็บเมล็ดพันธุ์ การท าปุ๋ยอินทรีย์ การป้องกันก าจัดศัตรูพืช 2.4 ควรจะก าหนดหัวข้อความรู้เรื่องการจัดการผลผลิตจากพืชในด้านการบริโภคเพื่อการมีสุขภาพอนามัยที่ดี เช่น เทคนิคการปรุงและรับประทานอาหารปรับสมดุล (ดื่มน ้าสมุนไพรปรับสมดุล ผลไม้ สลัด/ผักสด ข้าวพร้อมกับข้าว ถั่วหรือธัญพืช) 2.5 ควรมีการก าหนดหัวข้อความรู้เรื่องการน าผลผลิตจากพืชที่ปลูกมาบริหารจัดการเพื่อการสร้างรายได้ได้แก่ ท าน ้าสกัดย่านาง ท ายาหม่องและลดรายจ่าย ได้แก่ท าปุ๋ยพืชสด การท าน ้ายาเอนกประสงค์ กิจกรรม 2.6 ควรจะจัดกิจกรรมหลักที่สอดคล้องกับวิถีการด าเนินชีวิตจริงเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารเช่น กิจกรรมลงแปลงปลูกพืช ท าปุ๋ยจากพืชสด กิจกรรมปรุงอาหารจากพืช กิจกรรมน าพืชสมุนไพรที่ปลูกมาดูแลสุขภาพ 2.7 มีการจัดกิจกรรมเสริมที่เน้นสร้างบรรยากาศที่ดีในการอบรมได้แก่ การสวดมนต์ การอ่านบททบทวนธรรม โยคะ มาร์ชชิ่ง พอก ทาร่างกาย และ แช่มือเท้า ด้วยสมุนไพร 3. การสร้างและแสวงหาความรู้ 3.1 ควรจะมีการสร้างความรู้จากการได้ทดลองลงมือปฏิบัติจริงจนสรุปเป็นผลส าเร็จ 3.2 ควรจะมีการแสวงหาความรู้ชัดแจ้ง (ความรู้ที่สามารถมองเห็นหรือสัมผัสได้) ที่เกี่ยวข้องกับการปลูกพืชเพื่อความมั่นคงทางอาหารจากคลังความรู้ขององค์กรได้แก่ วิดีทัศน์ เว็บไซต์หมอเขียวดอทเน็ต ภาพถ่าย 3.3 ควรจะมีการแสวงหาความรู้ในตัวคน (ความรู้ฝังลึก ประสบการณ์) จากผู้เชี่ยวชาญในองค์กร/นอกองค์กร 4. การประมวลและกลั่นกรองความรู้ 4.1 ควรจะมีการตรวจทานเรียบเรียง เนื้อหาความรู้ให้สอดคล้องกับเป้าหมายหลัก 4.2 ควรจะมีการตรวจทานเรียบเรียง เนื้อหาความรู้ให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย 238 องค์ประกอบการจัดการความรู้ ระดับควรปฏิบัติ 1 2 3 4 5 5. การจัดระบบคลังความรู้ 5.1 ควรจะมีการจัดเก็บความรู้เป็นหมวดหมู่ตามเนื้อหา ได้แก่หมวดกสิกรรม หมวดสุขภาพ หมวดอาหาร หมวดธรรมะ หมวดวิชาการ(งานวิจัยต่างๆ) 5.2 ควรจะมีการจัดเก็บความรู้ในลักษณะสิ่งตีพิมพ์ เช่น เอกสาร หนังสือ แผ่นพับ 5.3 ควรจะมีการจัดเก็บความรู้ในลักษณะสิ่งไม่ตีพิมพ์ เช่นรูปภาพ คลิปวีดีโอ ภาพถ่าย 5.4 ควรจะมีการจัดเก็บความรู้ในลักษณะอิเล็กทรอนิกส์ที่เข้าถึงได้ง่าย เช่นเว็บไซต์หมอเขียวดอทเน็ต เว็บไซต์สถาบันวิชชาราม 6.การแบ่งปันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 6.1 ควรจะแบ่งปันและแลกเปลี่ยนเรียนรู้โดยการจัดค่ายอบรมเชิงปฏิบัติการ ที่ด าเนินการหลากหลายวิธี เช่น การบรรยาย การสาธิต การให้ลงมือปฏิบัติจริง การเข้ากลุ่มสนทนา การจัดเวทีช่วงถาม-ตอบ 6.2 ควรจะมีการจัดตั้งเป็นฐานงานเรียนรู้ในเรื่องต่างๆเช่น ฐานกสิกรรม ฐานครัว ฐานขยะวิทยา และฐานสมุนไพร โดยในแต่ละฐานงานมีทีม 5-6 คน มีวิทยากรแม่ฐานที่เป็นผู้มีความส าเร็จจริง 6.3 ควรจะมีการสร้างบรรยากาศเสริมหนุนในระหว่างการอบรม เช่นบรรยากาศความเป็นมิตร ความสบายใจ ความเอื้อเฟื้อ รวมถึงให้อิสระในการแสดงความคิดเห็น มีเสียงเพลงที่สร้างความกระตือรือร้น(มาร์ชพลังชีวิต) 6.4 ควรจะมีการประเมินผลการเรียนรู้โดยให้ผู้เข้าอบรมบอกความรู้สึกและสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการเข้าอบรมสัมนา 6.5 ควรจะมีระบบการติดตามผลหลังการอบรมโดยให้เข้ากลุ่มไลน์/เฟสบุ๊ค กสิกรรมไร้สารพิษ ไลน์อาหารพืช จืด สบาย ห่างไกลโรค พึ่งตนเรียบง่ายสไตล์พวธ. การสมัครเรียนเป็นนักศึกษาวิชชาราม 7. การประเมินผลการจัดการความรู้ 7.1 ควรจะมีการพูดคุยทบทวนเพื่อประเมินผลการด าเนินการหลังจบการอบรมในแต่ละค่าย เช่นการสรุปงานสรุปใจ (บอกเล่าถึงความรู้สึกในการร่วมปฏิบัติงานในทีม)หลังจบการอบรมในแต่ละค่าย 7.2 ควรมีการจัดเก็บความรู้ใหม่ที่ผ่านการพิจารณากลั่นกรองจากทีมผู้รู้ในการอบรมแต่ละครั้ง 8. การเผยแพร่ขยายผลการจัดการความรู้ 8.1 ควรจะมีการจัดท าสื่อสิ่งพิมพ์ อาทิแผ่นพับ คู่มือปฏิบัติ หนังสือ มาเป็นเครื่องมือช่วยเผยแพร่ขยายผลการสร้างความตระหนักในความส าคัญของการปลูกพืชเพื่อความมั่นคงทางอาหาร 8.2 ควรจะขยายผลวาระการเป็นผู้สร้างอาหารโดยผู้จัดการความรู้(จิตอาสา)ด ารงชีวิตเป็นแบบอย่างที่เป็นรูปธรรมในการปลูกพืชอาหารพึ่งตน. 8.3 ควรมีการท ากิจกรรมส่งเสริมการปลูกพืชโดยร่วมกับภาคีพันธมิตรต่างองค์กรเช่น แพทย์แผนไทย สถาบันการศึกษา เครือข่ายกสิกรรมไร้สารพิษ 239 องค์ประกอบการจัดการความรู้ ระดับควรปฏิบัติ 1 2 3 4 5 8.4 ควรมีการจัดกิจกรรมให้มีการพูดคุย แลกเปลี่ยนผลงานการปลูกพืชของผู้ผ่านการอบรม และกิจกรรมแบ่งปันเมล็ดพันธุ์พืช/กิ่งพันธุ์พืชระหว่างกัน 8.5 ควรจะน าสื่อเทคโนโลยีต่างๆมาเป็นเครื่องมือช่วยกระจาย เผยแพร่ขยายผลการสร้างความตระหนักในความส าคัญในการปลูกพืชเช่น เว็บไซต์ ไลน์กสิกรรมไร้สารพิษ เฟซบุ๊กกสิกรรมไร้สารพิษ ยูทูบ สื่อวิทยุ องค์ประกอบด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ 1. เทคโนโลยีในการสื่อสาร 1.1 มีการใช้เทคโนโลยีการสื่อสารอินเทอร์เน็ต เพื่อประโยชน์ในการเข้าถึงคลังข้อมูลขององค์กร การค้นหาความรู้ที่เกี่ยวข้อง การติดต่อกับภาคีเครือข่าย 2. เทคโนโลยีสนับสนุนการท างานร่วมกัน 2.1 ควรจะมีการน าระบบ Zoom Meeting และ Line Chat มาใช้เพื่อประสานการท างานระหว่างทีมงานผู้จัดการความรู้ (ทีมจิตอาสา) 2.2 ระบบอื่นๆ(โปรดระบุ) .............. 3. เทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูล 3.1 ควรจะมีการน าเทคโนโลยี ได้แก่ Website (เทคโนโลยีคลาวด์) ยูทูป วิดีทัศน์ ฮาร์ดดิสก์และแฟลชไดรฟ์ มาใช้ในการจัดเก็บองค์ความรู้ขององค์กร 3.2 ควรจะมีการน าเทคโนโลยีการสแกนคิวอาร์โค๊ดเพื่อเข้าฟอร์มลงทะเบียนแบบออนไลน์มาช่วย ในการจัดเก็บข้อมูลทะเบียนผู้เข้ารับการอบรม 4. สังคมเครือข่าย 4.1 ควรจะมีการน าโซเซียลมีเดียมาใช้ในการสื่อสารและเผยแพร่องค์ความรู้ เช่นไลน์กสิกรรมไร้ สารพิษ เฟสบุ๊คกสิกรรมไร้สารพิษ ยูทูป TikTok 240 ตอนที่ 3 การได้รับความรู้และความต้องการความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการปลูกพืชเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ค าชี้แจง: โปรดระบุการได้รับและระดับความต้องการความรู้ของท่านในค่ายกสิกรรมไร้สารพิษ ที่เกี่ยวข้องกับการปลูกพืชเพื่อสร้างหรือหนุนเสริมความมั่นคงทางอาหารโดยการกาเครื่องหมาย  ลงในช่องที่ตรงกับความต้องการของท่านมากที่สุด 1 = ต้องการน้อยที่สุด 2 = ต้องการน้อย 3 = ต้องการปานกลาง 4 = ต้องการมาก 5 = ต้องการมากที่สุด ประเด็นความรู้ ไม่ได้รับ ได้รับ ระดับความต้องการ 1 2 3 4 5 1. หลักการผลิตพืชเพื่อความมั่นคงทางอาหาร 1.1 หลักการผลิตพืชเพื่อความมั่นคงทางอาหารขั้นพื้นฐาน 1) การปรุงดินด้วยอินทรีย์วัตถุต่างๆ 2) การจัดการน ้า ด้วยวิธีการท าธนาคารน ้าใต้ดินระบบปิด หรือบารายคัลเจอร์ เพื่อมีน ้าใช้การผลิตพืช 3) การจัดสภาพแสงให้เหมาะสมกับการปลูกพืช 4) การปลูกพืชผสมผสานหลากหลายประเภท ได้แก่ พืชพื้นบ้าน พืชสมุนไพร พืชเครื่องเทศ พืชถั่วหลากหลาย 5) วิธีเก็บเกี่ยวผลผลิตพืช 6) วิธีการเก็บส ารองเมล็ดพันธุ์พืช 7) การท าปุ๋ยอินทรีย์ที่หลากหลาย เช่น การท าปุ๋ยพืชสดจากขยะเศษอาหาร จากหญ้า 8) การป้องกันก าจัดศัตรูพืช เช่น น ้าหมักสมุนไพร การปลูกพืชแซม การอนุรักษ์แมลงที่มีประโยชน์ 1.2 หลักการผลิตพืชเพื่อความมั่นคงทางอาหารขั้นก้าวหน้า/เทคโนโลยีทันสมัย 1) การน าโดรนมาช่วยในการปลูกพืชแทนแรงงานคน อาทิช่วยให้ปุ๋ย /หว่านเมล็ด 2) เกษตรดิจิทัล เพื่อการเก็บข้อมูลและการวิเคราะห์ทางการเกษตรต่างๆทั้ง สภาพดิน สภาพน ้า อุณหภูมิ เพื่อช่วยในกระบวนการผลิตพืช 3) วิธีการปลูกพืชที่ใช้หลักเกษตรสมัยใหม่ เช่นการเพาะปลูกพืชผักแบบไร้ดิน การปลูกพืชด้วยแสงประดิษฐ์ 4) การน าระบบเทคโนโลยีทันสมัยของการปลูกผักในโรงเรือน (Greenhouse agriculture) เพื่อควบคุมปัจจัยการเติบโตของพืช 241 ประเด็นความรู้ ไม่ได้รับ ได้รับ ระดับความต้องการ 1 2 3 4 5 2. การจัดการผลผลิตจากพืชเพื่อความมั่นคงทางอาหาร 2.1 ด้านการการบริโภค 1) เทคนิคการปรุงอาหารบริโภคได้แก่ วัตถุดิบไร้สารพิษ ใช้พืชหลากหลาย ปรุงรสไม่จัด 2) เทคนิดการรับประทานอาหารได้แก่การรับประทานอาหารตามล าดับการย่อย (ดื่มน ้าสมุนไพรปรับสมดุล ผลไม้ สลัด/ผักสด ข้าวพร้อมกับข้าว ถั่วหรือธัญพืช) การเคี้ยวให้ละเอียดและปริมาณอาหารบริโภค 3) การถนอม/แปรรูปอาหารต่างๆจากพืชที่มี เช่นตากแห้ง ดอง คั่ว แช่แข็ง 2.2 ด้านเศรษฐกิจ (เพิ่มรายได้/ลดรายจ่าย) 1) เพิ่มรายได้โดยการท าขี้ผึ้งสมุนไพร 2) เพิ่มรายได้โดยการท าลูกประคบสมุนไพร 3) เพิ่มรายได้โดยการท าน ้าสกัดย่านางปรับสมดุล 4) ลดรายจ่ายโดยการท าปุ๋ยจากเศษขยะอาหาร เศษใบไม้กิ่งไม้ในบ้าน 5) ลดรายจ่ายโดยการท าน ้ายาเอนกประสงค์จากพืช ตอนที่ 4 สภาพความมั่นคงทางอาหาร ค านิยาม: ความมั่นคงทางอาหาร หมายถึงการมีพืชอาหารทั้งด้านปริมาณ และด้านคุณภาพเท่าที่ร่างกายจ าเป็นต้องบริโภคเพื่อการมีสุขภาพที่ดี มีองค์ประกอบส าคัญ 4 มิติ ได้แก่ 1. มิติการมีอาหารเพียงพอ 2. มิติการเข้าถึงอาหาร 3. มิติการใช้ประโยชน์จากอาหาร 4. มิติการมีเสถียรภาพด้านอาหาร ค าชี้แจง: โปรดประเมินตนเองเกี่ยวกับระดับความมั่นคงทางอาหารของท่านโดยเติมเครื่องหมาย  ลงในช่องที่ตรงกับความคิดเห็นของท่านมากที่สุด 1 = ระดับน้อยที่สุด 2 = ระดับน้อย 3 = ระดับปานกลาง 4 = ระดับมาก 5 = ระดับมากที่สุด ความมั่นคงทางอาหาร ระดับความมั่นคง 1 2 3 4 5 1. มิติการมีอาหารที่เพียงพอ 1.1 มีพืชผักพื้นบ้านเพียงพอส าหรับการบริโภคอย่างไม่ขาดแคลน 1.2 มีพืชตามฤดูกาลเพียงพอส าหรับการบริโภคอย่างไม่ขาดแคลน 1.3 มีพืชสมุนไพรเพียงพอส าหรับการบริโภคอย่างไม่ขาดแคลน 1.4 มีพืชเครื่องเทศเพียงพอส าหรับการบริโภคอย่างไม่ขาดแคลน 1.5 มีพืชถั่วหลากหลายเพียงพอส าหรับการบริโภคอย่างไม่ขาดแคลน 242 ความมั่นคงทางอาหาร ระดับความมั่นคง 1 2 3 4 5 2. มิติการเข้าถึงอาหาร 2.1 สามารถเก็บกินพืชผักจากการปลูกเองได้ตลอดเวลา เมื่อมีความต้องการบริโภค 2.2 มีพืชผักที่ขึ้นเองตามธรรมชาติรอบๆตัว เมื่อมีความต้องการบริโภค 2.3 สามารถเข้าถึงแหล่งจ าหน่ายพืชผักที่สด ปลอดภัย มีมาตราฐานรับรอง/เชื่อถือได้ โดยง่าย หากต้องการซื้อ 3. การใช้ประโยชน์จากอาหาร 3.1 ด้านการบริโภค 1) เลือกบริโภคพืชผักที่ปลอดภัยไร้สารพิษจากการปลูกหรือตามธรรมชาติมากกว่าผักตลาด 2) มีการปรุงอาหารตามหลักโภชนาการ เช่น ปริมาณเครื่องปรุงที่เหมาะสม ใช้พืชหลากหลาย การปรุงอาหารให้ครบ 5 หมู่ 3) มีการถนอม/แปรรูปอาหารโดยการน าพืชมาตากแห้ง หมัก คั่ว แช่แข็ง ดอง 3.2 ด้านเศรษฐกิจ(ที่มารายได้/ลดรายจ่าย) 1) สามารถหารายได้จากการน าสมุนไพรที่ปลูกมาแปรรูปได้แก่ ท าน ้าสกัดย่านาง ท ายาหม่อง 2) สามารถลดรายจ่ายในครัวเรือนจากพืชที่มีได้แก่ ท าปุ๋ยพืชสด ท าน ้ายาเอนกประสงค์ 4. มิติการมีเสถียรภาพด้านอาหาร 1) เป็นสมาชิกหมู่กลุ่มที่มีวัฒนธรรมการพึ่งพาและแบ่งปัน ท าให้มีพืชผักปลอดภัยรับประทานไม่ขาดแคลนในภาวะวิกฤติต่างๆ 2) สามารถปรับตัวในการบริโภคอาหารโดยใช้วัตถุดิบจากพืชที่มีโดยเน้นการกินเอาประโยชน์มากกว่ากินตามกระแสการโฆษณาด้วยใจที่ไร้ทุกข์หากเผชิญภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจ วิกฤติทางภูมิภาค และวิกฤติทางธรรมชาติ 243 ตอนที่ 5 ปัญหาเกี่ยวกับการจัดการความรู้การปลูกพืชเพื่อความมั่นคงทางอาหาร ค าชี้แจง: กรุณาใส่ระดับปัญหาของท่านที่ได้รับจากการจัดการความรู้การปลูกพืชเพื่อความมั่นคงทางอาหารในค่ายกสิกรรมไร้สารพิษทั้ง 3 องค์ประกอบ โดยการกาเครื่องหมาย  ลงในช่องที่ตรงกับความคิดเห็นของท่านมากที่สุด 1 = ปัญหาน้อยที่สุด 2 = ปัญหาน้อย 3 = ปัญหาปานกลาง 4 = ปัญหามาก 5 = ปัญหามากที่สุด องค์ประกอบการจัดการความความรู้ ระดับปัญหา 1 2 3 4 5 องค์ประกอบด้านคน 1. ทีมผู้จัดการความรู้มาจากหลากหลายอาชีพโดยส่วนใหญ่ไม่ได้มีพื้นฐานการท ากสิกรรม 2. จ านวนผู้จัดการความรู้ที่มีความช านาญด้านกสิกรรม มีไม่เพียงพอ 3. องค์กรขาดผู้จัดการความรู้ที่ท าหน้าที่สนับสนุน/ประสานงานผู้เกี่ยวข้อง 4.ผู้จัดการความรู้ส่วนมากมีทัศนคติว่า “ความรู้คืออ านาจ” จึงปกปิดความรู้ ไม่สนใจเพิ่มพูนความรู้ในองค์กร 5.องค์กรไม่มีระบบการให้รางวัลและยกย่องชมเชยที่ชัดเจน 6. ปัญหาอื่นๆ (โปรดระบุ) ................ องค์ประกอบด้านกระบวนการ 8 ขั้นตอน 1. การระบุเป้าหมายการจัดการความรู้ 1.1 ไม่มีการปรับทัศนคติเรื่องความส าคัญของการเป็นผู้สร้างอาหารโดยการท ากสิกรรมให้ผู้ปลูกพืช (ผู้เข้าอบรม) รับทราบ 2.การก าหนดหัวข้อความรู้ 2.1 การก าหนดความรู้ในการอบรมไม่สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย 2.2 การก าหนดหัวข้อความรู้ไม่อยู่บนพื้นฐานของการพึ่งตนเอง และไม่สามารถน าไปใช้ได้จริง 3. การสร้างและแสวงหาความรู้ 3.1 ผู้จัดการความรู้ไม่มีทักษะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการสืบค้นความรู้ที่ต้องการ 3.2 ผู้จัดการความรู้ขาดการแสวงหาความรู้ด้านเทคโนโลยีทางการเกษตรสมัยใหม่ 3.3 ปัญหาอื่นๆ (โปรดระบุ) ................ 4. การประมวลและกลั่นกรองความรู้ 4.1 ไม่มีการตรวจทานเนื้อหาความรู้ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการก่อนจัดเก็บเข้าคลังความรู้ 5. การจัดระบบคลังความรู้ 5.1 ระบบการจัดเก็บเอกสารยากต่อการสืบค้น 5.2 ขาดการสื่อสารถึงองค์ความรู้ที่มีและวิธีการเข้าถึงระบบคลังความรู้ที่มีขององค์กร 6.การแบ่งปันและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 6.1 สถานที่จัดการอบรมไม่เหมาะสมไม่มีแปลงพืชสาธิตแสดงจริง 6.2 กิจกรรมและบรรยากาศไม่กระตุ้นให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 6.3 อื่นๆ (โปรดระบุ) ................ 244 องค์ประกอบการจัดการความความรู้ ระดับปัญหา 1 2 3 4 5 7. การประเมินผลการจัดการความรู้ 7.1 ไม่มีการทบทวนถึงสิ่งที่ต้องการและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงหลังจบการอบรมค่ายแต่ละครั้ง 8. การเผยแพร่ขยายผลการจัดการความรู้ 8.1 ขาดการเชื่อมต่อและขยายผลองค์ความรู้สู่องค์กรภาคการเกษตรและผู้ที่เกี่ยวข้อง 8.2 การขยายผลเชิงประจักษ์ของการปลูกพืชเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารผ่านบุคคลต้นแบบมีจ านวนน้อย องค์ประกอบด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ 1. ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว และหลากหลาย ท าให้ต้องปรับตัวและเรียนรู้เพิ่มเติมตลอดเวลา 2. ผู้จัดการความรู้ขาดทักษะในการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ ปัญหาต่างๆเพิ่มเติม ................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................ ตอนที่ 6 ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการจัดการความความรู้การปลูกพืชเพื่อความมั่นคงทางอาหาร ค าชี้แจง: กรุณาใส่ระดับความคิดเห็นของท่านต่อข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการจัดการความรู้ในค่ายกสิกรรมไร้สารพิษ โดยการกาเครื่องหมาย  ลงในช่องที่ตรงกับความคิดเห็นของท่านมากที่สุด 1 = เห็นด้วยน้อยที่สุด 2 = เห็นด้วยน้อย 3 = เห็นด้วยปานกลาง 4 = เห็นด้วยมาก 5 = เห็นด้วยมากที่สุด ข้อเสนอแนะ ระดับความคิดเห็น 1 2 3 4 5 องค์ประกอบด้านคน 1. องค์กรควรมีแนวทางพัฒนาทักษะการมองโลกหรือประเด็นต่างๆอย่างเป็นระบบด้วยหลักอริยสัจ 4 (เห็นปัญหา/ทุกข์ หาเหตุแห่งป

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน