โพธิสัตว์ที่มาสืบทอดประชาธิปไตยโลกุตระในยุคนี้.docx
เนื้อหาในไฟล์
โพธิสัตว์ที่มาสืบทอดประชาธิปไตยโลกุตระในยุคนี้ _สู่แดนธรรม... พ่อท่านมาบำเพ็ญบารมีให้ธรรมะ ให้ ประชาธิปไตยด้วย แล้วมารที่มาทดสอบก็ต้องเก่งอย่างเช่นทักษิณ ต้องเก่งใช่ไหมครับ พ่อครูว่า... จะว่าทักษิณก็ใช้ แต่ไม่อยากพูดรุนแรงไปถึงกว่านั้น ไม่เป็นเรื่องจริงมันไม่ปรากฏหรอก มันต้องจริง บอนทูบี ต้องเกิดเป็นอย่างนี้จริง ทุกอย่างไม่มีความบังเอิญ สมมุติมันเป็นการสมมุติได้ไม่นาน แต่นี่มันเป็นเรื่องจริงไม่ใช่สมมุติ มันต้องเป็นคู่ที่พอฟัดพอเหวี่ยงกัน สู่แดนธรรม... หากพ่อท่าน จะเพิ่มบารมีเป็นระดับ 8 ทักษิณต้องแย่งชิงให้หนักกว่าเก่า พ่อครูว่า... ใช่ ต้องทำให้หนักกว่าเก่าๆจนกว่าจะกระอักเลือด ตอนนี้ทักษิณอยู่ได้ด้วยโลกธรรมที่เป็นตัวเงิน เงินที่ขี้โกงเอาไปเยอะมาก ทั้งโลภในตัวที่เอาเปรียบเอารัดประชาชนคนไทยกอบโกยตั้งแต่เขาทำงานอยู่ในประเทศ ตั้งแต่ได้สัมปทาน โทรคมนาคม ดาวเทียม กอบโกยไปมาก แม้แต่นอกประเทศก็เกรงใจเพราะอำนาจเงินของเขา สู่แดนธรรม... หากจะแพ้จนกระอักเลือด เป็นอุปมาเหมือนว่าเขาทำทุกสิ่งทุกอย่างแล้วทำไมไม่ชนะ สุดท้ายต้องแพ้ภัยตัวเองใช่ไหมครับ พ่อครูว่า... ใช่ แพ้ภัยตัวเอง แต่หากเขารู้สึกตัว แล้วก็บอกว่าตัวเองยอมแพ้ก็จะไปได้ เหมือนจิวยี่ อาเจียนเป็นเลือดพุ่งออกจากปาก หรือเหมือนนักบวชที่ บรรลุธรรม 60 กระอักเลือดอีก 60 อีก 60 รูปนั้นลาสิกขาไป 2 ต่อ 1 อย่างนี้เป็นต้น ในสัจธรรม ประชาธิปไตยนี้ก็เป็นประชาธิปไตยที่ยิ่งใหญ่ระดับของพระพุทธเจ้า ระดับของคนที่ใช้ตัวเองเป็นคนศึกษาสัจธรรมในเอกภพมหาจักรวาลนี้ จนกระทั่งบรรลุสูงสุดไม่มีอะไรเท่า ยืนยันได้ ไม่ใช่เรื่องลึกลับเหมือนพวกเทวนิยม ที่บอกว่า พระเจ้ายิ่งใหญ่ ส่วนของพระพุทธเจ้านั้น ขออภัย สามารถฆ่าพระเจ้าได้ด้วย ทำลายพระเจ้าได้ หรือ อย
อ่านต่อ
ู่เหนือพระเจ้าอย่างแท้จริง พระเจ้าเป็นสมมุติที่เขายังลึกลับอยู่ในเทวนิยม ทุกวันนี้ก็ยังลึกลับ แต่ของพระพุทธเจ้านั้น พิสูจน์ได้เลยว่า ผู้ที่เหนือกว่าพระเจ้าแล้ว พระเจ้าไม่บังอาจที่จะมาเป็นเจ้าของวิญญาณ ศาสนาพุทธพิสูจน์วิญญาณเป็นตัวเป็นตน เป็นอัตตา เป็นของตัวเอง รู้ตัวเอง และทำตัวเอง ปรินิพพานเป็นปริโยสาน ไปเอง ไม่ใช่ตายแล้วต้องไปอยู่กับพระเจ้าตามที่ศาสนาพระเจ้าเขาว่าอย่างนั้นเลย ไม่จริง พิสูจน์ชัดเจน ค้านแย้ง ตายแล้ว ปรินิพพานเป็นปริโยสาน มีหลักฐาน มีความเป็นจริงในบุคคล เป็นแต่เพียงว่า คนไม่เชื่อว่า เอ็งจะปรินิพพานเป็นปริโยสาน ตายแล้วเป็นดินน้ำไฟลงไปเลย ไม่เชื่อ เพราะเขาไม่เห็น แต่เห็นไม่เห็น ก็พิสูจน์ได้เป็นขั้นๆอยู่ในโลก เช่น ตายจากโลกอบาย ตายได้เด็ดขาด ผู้มีจิตวิญญาณบรรลุหลุดพ้นจากโลกอบาย หลุดจากโลกกามารมณ์ ก็ยังมีกาม สัมผัสกันอยู่ด้วยซ้ำไป แต่เราหมด เราไม่ตอแย ไม่ไปเอาแล้วเรื่องกาม ไม่จริงๆ จนกระทั่งถึงเรื่องของ รูปจิต อรูปจิต ก็พิสูจน์กันได้ว่าสามารถลดกิเลสในรูปจิต ในอรูปจิต จนเป็นพระอรหันต์ได้ เพราะฉะนั้น ผู้ที่จะพูดกันรู้เรื่องในเรื่อง รูปจิต อรูปจิต ก็ต้องเป็นผู้ที่บรรลุถึงขั้นอนาคามีขึ้นไปเป็นต้น ส่วนแม้แต่ชาวพุทธที่มิจฉาทิฏฐิ อย่างเช่น สายอาจารย์มั่น สายธัมมชโย สายนั่งหลับตาทั้งหลาย ธัมมชโยก็หลับตาแบบอาภัสรา ส่วนทางมหาบัว หลับตาทาง อสุภกิณหาด้วย ไม่รู้เรื่อง ของกิณหา ไม่รู้เรื่องของมืด ส่วนทางธัมมชโย ทางใส สว่างใส แต่ก็หลับตาทั้งนั้น นี่เป็นความซับซ้อนเป็นสัจจะจริงในประเทศไทย อาตมาก็ยืนยันความจริงอันนี้มาตลอด ยืนยันทั้งหลักฐานตัวอย่าง ทั้งอธิบายเนื้อหาสาระธรรมะขยายความ โดยปริยายไป ก็ยังเข้าใจกันยาก ไม่เป็นไร มันต้องยาก ธรรมะพระพุทธเจ้า คัมภีรา (ลึกซึ้ง) ทุททัสสา (เห็นตามได้ยาก) ทุรนุโพธา (บรรลุรู้ตามได้ยาก) สันตา (สงบระงับอย่างสงบพิเศษ แม้จะวุ่นอยู่) . ปณีตา (สุขุมประณีตไปตามลำดับ ไม่ข้ามขั้น) อตักกาวจรา (คาดคะเนด้นเดามิได้) นิปุณา (ละเอียดลึกถึงขั้นนิพพาน) ปัณฑิตเวทนียา (รู้แจ้งได้เฉพาะผู้เป็นบัณฑิต บรรลุแท้จริงเท่านั้น) (พตปฎ. เล่ม 9 ข้อ 34)
กลับมาหาการเมืองไทยใหม่ เมื่อกี้นี้อาตมาพูดยังไม่ทะลุยังไม่หมดยังไม่สิ้นกระแสความ เมื่อพลเอกประยุทธ์มารับไม้ต่อ โดยยังไม่ได้เป็นความเด็ดขาดสนิท จนกระทั่งว่า มีรูปธรรมว่าไปเชิญ ประชาชนที่ประท้วง หรือ Neo protest แม้ที่อื่นจะใช้ protest บ้าง แต่นี่เราใช้ Neo protest เป็นการประท้วงแนวใหม่ ที่เกิดขึ้นในโลก ซึ่งไม่ใช่เหมือนการประท้วงแบบที่พวกของทักษิณทำ ที่เขาทำอย่างรุนแรง แล้วตอนนี้ เขาทำรุนแรง ก็ทำอะไรรัฐบาลไม่ได้เพราะฤทธิ์เขายังอ่อนมาก ควรเปลี่ยนแปลงวิธีการ ตอนนี้ในรัฐสภาเขาก็มีลูกน้องที่ออกเสียงดัง เขาก็เลยออกมาวาดลวดลายจะเอาอุ๊งอิ๊งขึ้นมา ในระบบการเลือกตั้ง ซึ่งระบบการเลือกตั้งยังไม่ใช่ประชาธิปไตยที่แท้จริง มันเป็นประชาธิปไตยขาเดียว อันนี้ก็ยากที่คนจะเข้าใจ เพราะมองเผินๆ ว่า เป็นเรื่องของประชาชน แต่แท้จริง นามธรรมที่เป็นประชาธิปไตยจริงๆนั้น พลเอกประยุทธ์แสดงทั้ง 2 สภาพจริงๆให้ดู สภาพที่ไม่ได้เป็นการเลือกตั้งก็บริหารมาแล้ว 4 ปี สภาพที่ได้เป็นการเลือกตั้งก็บริหารมาแล้วกำลังจะเต็ม 4 ปี ยังมีผลงานที่ก้าวหน้า ด็อกเตอร์อานนท์ ลิสต์มา 61 อย่าง ที่เจริญฟื้นประเทศไทยขึ้นมา 61 ข้อ อาตมาเคยเอามาอ่านแล้ว ในเรื่องการเมืองอาตมาก็มีข้อมูลเข้ามาสาธยาย แต่อาตมาไม่ได้เอาตัวตนขึ้นมาเกี่ยวเป็นตัวบุคคลตัวละครอยู่ในๆการเมือง อาตมาจะเป็นตัวละครอยู่ในทางธรรมะ ปางนี้ชาตินี้ อย่างไรก็ไม่ไปทางโน้น แม้แต่การเมืองในวงสงฆ์ ในวงศาสนาพุธ จะให้อาตมาไปเป็นสังฆราชก็ไม่ไป เพราะมันไม่ใช่ประชาธิปไตย มันไม่ใช่สัจจะของพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าไม่ได้ตั้งตนเองเป็นสังฆราชนะ ท่านลงมาเสมอภาคกับทุกคน แต่ท่านมีความเลิศกว่าเขาจริงเท่านั้นเอง มันก็จริงในความเลิศ เหมือนอย่างอาตมา พวกคุณยกย่องอาตมา เคารพอย่างสูง เคารพอย่างสูงยิ่งอะไรอยู่ตลอดเวลา อาตมาบอกแล้วพวกคุณพูดกันด้วยความเข้าใจเอง อาตมาไม่ได้ใส่เข้าไป อาตมาก็ปล่อยให้เป็นตามสัจจะธรรม ไม่ได้เหนียม ไม่ได้มังกุ ก็เป็นไปตามจริง เพราะพวกคุณไม่ได้เสแสร้งสร้างภาพ เพราะฉะนั้นมันก็ไม่มีปัญหาอะไร มันเป็นความจริงในความจริงทั้งนั้นเลย มันไม่เหมือนกับนักการเมืองที่กำลังเล่นกันอยู่ ที่เป็นตัวอย่างต่อไปนี้ อาตมาก็บอกไปแล้วให้ดูคุณชัชชาติ เป็นนักดรามาติคตัวสำคัญ เป็นนักแสดงสร้างภาพ ที่เก่งฉกาจคนนึงเลย ก็เป็นตัวอย่างที่ต้องมีจริง เขาชื่อว่าชัชชาติ เกิดมาเป็นตัวชัดๆ ชช จะแจ่มแจ้งจริงหรือไม่จริง ชช เป็นตัวอักษรที่สื่อความรู้ เช่น ปรีชา แปลว่าความรู้รอบ ชา แปลว่า ความรู้ 2ช. 2ความรู้ นี่ต่อให้ 2 ความรู้เลย มันสู้ความรู้จริง 1 ไม่ได้หรอก นี่เป็นเรื่องอจินไตย อาตมา ชัดเจนอยู่ในตัวเอง ใช้พยัญชนะ ใช้สภาวะ อยู่ในประเทศไทยมันมีตัวจริงแสดงความจริงทั้งนั้น เป็นความจริงแสดงตัวจริง มาขยายความ ที่ประชาชนปฏิวัติอีกต่อหน่อย ประชาชนปฏิวัติรัฐประหาร รัฐบาลไปถึง 4 รัฐบาล ตั้งแต่ทักษิณไปจนถึงยิ่งลักษณ์ ก็เป็นฝีมือประชาชน อย่างสงบเรียบร้อยสวยงาม เป็นประชาธิปไตยที่โลกต้องศึกษา เป็นตัวอย่าง เป็นตำราโลกทางประชาธิปไตยที่ยิ่งใหญ่ในโลก มันไม่ใช่การเสแสร้ง ไม่ใช่การเนรมิตเล่นลิเกเอาง่ายๆ แต่มันเป็นเรื่องจริง เกิดจริงเป็นจริง ทุกคนทำเต็มใจจริง ตามใจจริง ที่จะจริงของตนเองอย่างหมดตัว เสร็จแล้วการรัฐประหารหรือประชาชนปฏิวัติได้หมดเกลี้ยง ได้อย่างสวยงาม ถึง 4 รัฐบาล 4 เป็นเลขที่ออกมาจากวงวนในวัฏฏะของ 3 แล้ว แล้วก็เป็น 5 เป็น 6 เป็น 2 เส้า 2 ตัว เมื่อเป็นเลข 7 ก็จะเป็นหมู่ที่ 3 อธิบายโดยสังขยาเลขพวกนี้ก็คนที่มีปฏิภาณปัญญาก็พอเข้าใจ คนที่ไม่มีปฏิภาณก็รับรู้ไว้ แม้สังขยาเลขก็ต้องใช้ สภาวะธรรมก็ต้องใช้ เพราะฉะนั้นในประชาชนคนไทย ไปแสดงประชาธิปไตยของพระพุทธเจ้าสำเร็จ ด้วยลักษณะสาธารณโภคี อาตมาพาทำสาธารณโภคี จนกระทั่งไปสำรองรูปหมู่บ้าน สาธารณโภคี ขึ้นที่สวนลุมฯ หมู่บ้าน “ดูไป” สิ่งเหล่านี้มีหลักฐาน ไม่ได้พูดลอยลม เป็นความจริง อาตมาพูดความไม่จริงไม่ออก พูดความจริงไม่จริงไม่เป็น คนที่เข้าใจจะชัดเจนว่าอาตมาย้ำความจริง แต่คนที่เขาไม่เชื่อถือก็จะบอกว่า มันทำย้ำซ้ำ คุยตัวยกตัวไม่มีจบ ก็เพราะว่ายังมีความจริงลึกซึ้งกว่านี้อีก ก็ว่ากันไปได้เรื่อยๆ เพราะฉะนั้นก็ติดตามชม ติดตามดูไป ไม่เข้าไปก็ได้ เป็นนักดู เป็นนักชมก็ได้ หรือ ใครจะสมัครเป็นตัวแสดงในนี้เลย ก็เชิญ ผู้ที่มีจิตถึงขั้นที่ว่า เราเป็นคนดูไม่สนุกหรอกก็มาเป็นคนแสดงเลย ก็มีฉันทะเต็มที่ มีฉันทะเป็นมูลกา มีความยินดีพอใจลงไปถึงราก ต้องเข้ามาในนี้ คนที่มีฉันทะเต็มรูป จะต้องเข้ามาสู่พุทธ แม้ผู้ที่มีมิจฉาทิฏฐิจนกว่าจะมีสัมมาทิฏฐิ มี อัญญธาตุขึ้นมา ถึงขีดจนกระทั่งมีปัญญาเต็มที่ว่า จะต้องเข้ามาอยู่ในหมู่นี้ หมู่นี้จริงๆ เพราะที่นี่คือแดนของโลกุตระ แดนศิวิไลซ์ที่แท้จริง ไม่ต้องไปร้องเพลงศิวิไลซ์อยู่ไหนหรอก อยู่ที่นี่ๆๆ นะจ๊ะ เพราะฉะนั้นพฤติการณ์ หรือการประพฤติปฏิบัติจริง มันไม่ใช่เป็นการสร้างภาพ ไม่ใช่แบบดรามาติค เพราะมันเป็นของจริง ๆๆๆ ทั้งนั้นทั้งสิ้น ในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นโพธิสัตว์องค์จริง สวรรคตไปแล้ว อาตมาก็ต้องทำให้เต็มที่ ในฐานะที่ต้องรับผิดชอบ อาตมาต้องรับผิดชอบธรรมะโลกุตระมากกว่าในหลวง ในหลวงทำสภาพรูป อาตมาทำสภาพนามที่ละเอียดลึกซึ้ง ละเอียดสุขุมมากกว่ารูป รูปนั้นหยาบกว่านาม มันเป็นสัจธรรมที่ลงตัวต้องเป็นอย่างนั้น เช่น พระโมคคัลลานะกับพระสารีบุตร เป็นต้น คนหนึ่งก็ต้องเป็นเบื้องขวา คนหนึ่งก็ต้องเป็นเบื้องซ้าย เป็นธรรมชาติธรรมดาของสภาพ 2 สภาพเทวะธรรมิกราช 2 องค์ก็ต้อง 2 แต่อาตมาต้องพิสูจน์ความจริงมาเป็นโพธิสัตว์ แล้วคนไม่รู้จักโพธิสัตว์ที่แท้จริง เมืองไทยเป็นเถรวาทแท้ เถรวาท ผู้เถระ คือ ผู้ที่เกิดเป็นพระเถระในยุคพระพุทธเจ้า แล้วก็เทศน์ไว้ บรรยายไว้จึงเป็น เถระวาทะเป็นคำพูดของเถระหรือสาวกพระพุทธเจ้า คำตรัสของพระพุทธเจ้าไม่ใช่เถรวาท ไม่ใช่วาทะที่เป็นของสาวก แต่คำพูดของสาวกพระพุทธเจ้าที่อยู่ในยุคพระพุทธเจ้าเรียกว่า เถระวาทะ จากเถรวาทะ จึงมาเป็น อาจาริยวาทะ เหมือนอย่าง เจ้าคุณประยุทธ์ นามสกุลท่านก็ อาจาริยะ ไม่ใช่เถระ นามสกุลของ นัยนา เถรวงค์ ไม่ต้องพูดถึงมันจะยาวความ กลับมาพูดถึงเนื้อหาสาระประชาธิปไตยกันใหม่ อาตมาได้บอกยืนยันแล้วว่า พลเอกประยุทธ์เป็นเนื้อแท้ แม้แต่ 4 ปีแรกยังไม่ได้รับเลือกตั้ง คนก็ยังไม่ถือว่าเป็นประชาธิปไตย เพราะเขาหลงว่าประชาธิปไตยมีขาเดียวว่าต้องมีวิธีเลือกตั้ง จึงถือว่าเป็นประชาธิปไตยเต็มใบ แต่พวกประชาธิปไตยเลือกตั้งนั้นไม่ได้สืบทอดทางกรรม อย่างพลเอกประยุทธ์นี้สืบทอดทางกรรมของพุทธศาสนา เป็นพระโพธิสัตว์จริงแล้วมาทำงานกับมนุษยชาติจริงๆ ส่วนประชาธิปไตยขาเดียวนั้นเลือกตั้งอย่างเดียว ไม่มีความรู้ทางธรรมะที่เป็นโลกุตระ อย่างไรอย่างไรประชาธิปไตยขาเดียวก็เป็นประชาธิปไตยพิการไม่เต็มใบหรอก ประชาธิปไตยของศาสนาพุทธที่สัมมาทิฏฐินี้เท่านั้นที่จะเป็นประชาธิปไตยเต็มใบจริงๆ เพราะฉะนั้นพลเอกประยุทธ์ในยุค 4 ปีแรกไม่มีเลือกตั้ง ก็ได้รับการโหวตมาเป็นนายก หรือ มันยังไม่สิ้นใย ยังมีพลเอกสนธิมาปฏิวัติยึดอำนาจ แล้วก็ให้คนรอขึ้นมาก่อน จนกระทั่งมาถึงพลเอกประยุทธ์ที่จะต้องเข้ามาเหมือนกับปฏิวัติ อย่างนั้นก็ขอยึดอำนาจ อย่างนี้เป็นต้นซึ่งมันยังไม่สนิทเนียน จนกระทั่งมาถึงขั้นว่า ตอนนี้พลเอกประยุทธ์มีเลือกตั้งใน 4 ปีหลังใน 4 ปีหลัง แล้วสภาก็โหวตพลเอกประยุทธ์ขึ้นมาเป็นนายกอีก คนก็ยังไม่เข้าใจ ยังเอาความหลังความเก่า ที่เขาดูเหมือนปฏิวัติ แต่แท้จริงไม่ใช่ ประชาชนปฏิวัติเสร็จแล้ว พลเอกประยุทธ์มารับไม้ต่อ รับช่วงต่อจากประชาชน ที่บอกว่าอย่างนั้นผมต้องยึดอำนาจจากคนขาลอยแล้วคือนิวัฒน์ ธำรง ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจในคนที่แยกไม่ออก อาตมาก็แยกแยะให้ฟังไปเรื่อยๆ นี่เป็นการสอนวิชารัฐศาสตร์นะ เพราะฉะนั้นสรุปแล้ว ขณะนี้พลเอกประยุทธ์ ก็เป็นนักประชาธิปไตยเบอร์ 1 ในโลก ที่เป็นผู้บริหารครบถ้วน ทั้งแบบโลก เขายืนยันว่าต้องมี 2 ขา แล้วสภาวะของจิตจริง ธรรมะจริงของพลเอกประยุทธ์ เป็นประธาน จิตเป็นประธานสิ่งทั้งปวงจึงเป็นไปได้ขนาดนี้ พลเอกประยุทธ์พัฒนาตัวเองขึ้นมาเยอะเป็นโพธิสัตว์ แต่ก่อนนี้ นี่เขาก็ยังยึดถือความหลังตอนที่พลเอกประยุทธ์อันเก่า แต่ตอนนี้ ทำงานเป็นโพธิสัตว์ จนดูเหมือนจะหวานเกินไปจนดูแล้วไม่ถูกกับบุคลิกเดิม คนก็นึกว่าเป็นการเสแสร้ง แต่ที่จริงมันเป็นการเปลี่ยน เป็นพัฒนาการของพลเอกประยุทธ์ นี่คนก็เข้าใจไม่ได้ เสแสร้งหรือเป็นเนื้อแท้ของความจริง คนก็เข้าใจไม่ได้ อาตมาให้กำลังใจพลเอกประยุทธ์อยู่ตลอดเวลา เพราะอาตมามั่นใจในความจริงนี้ ความจริงคืออะไร พลเอกประยุทธ์ชื่อประยุทธ์ เหมือนกับสมเด็จพุทธโฆษาจารย์ก็ชื่อประยุทธ์ ซึ่งก็ยังไม่สงบหรอก ยังมีเรื่องมาปะทะ ยังมีเรื่องต้องพากเพียร ตามฐานะของตน พลเอกประยุทธ์ต้อง พากเพียรกว่านี้ ผ่านวิบากพวกนี้ให้ได้ ซึ่งพลเอกประยุทธ์ก็รู้ตัว ทุกวันนี้ไม่ได้พูดว่าถอดใจหรือท้อใจ เป็นแต่เพียงพูดว่า ผมยังทำอยู่ ยังตั้งใจทำอยู่ ให้ผมทำผมก็ทำ ไม่ให้ผมทำผมก็ออก แล้วดูซิว่าผมออกแล้วใครจะทำได้ดีเท่าผมไหม ซึ่งอาจจะไม่ได้ word by word ไปหมดแต่เนื้อหาไม่ได้ผิดจากนี้หรอก ซึ่งพูดออกมานั้นเป็นความจริงทั้งนั้น อาตมาก็ส่งเสริมด้วยจริงใจเพื่อมวลมนุษยชาติทั้งโลก ไม่ใช่แต่เพียงประเทศไทย เพราะพลเอกประยุทธ์ทำงานอันนี้ มันไม่ได้ทำงานเพื่อประเทศไทยเท่านั้น แต่เป็นการทำเพื่อมวลมนุษยชาติทั้งโลก ซึ่งเป็นหน้าที่พระโพธิสัตว์ เพราะฉะนั้นผู้ไม่รู้ตัว แล้วก็เข้าใจเพลินไปว่า เชื่อผลโพลบ้าง อาตมาก็ติงสนธิญาณว่า อย่าไปเข้าข้างคนที่ไปดึงประยุทธ์ลง ถ้าแม้นว่า ประยุทธ์ลงจริงๆ ก็จะเกิดสภาพโปรโมทกัน ตั้งใจเอาอุ๊งอิ๊งขึ้นมา แลนด์สไลด์ สมมุติว่าเอาอุ๊งอิ๊งขึ้นมาจริงๆก็เสียเวลาขึ้นไปอีก อาตมาพยากรณ์ไปก่อนเลยว่า ใครเชื่อหรือว่าอุ๊งอิ๊งจะมีฝีมือเกินทักษิณ ฝีมือของอุ๊งอิ๊งอย่างไรก็ไม่เกินทักษิณหรอก แต่ทักษิณไม่มีตัวเล่น เพราะเข้ามาก็เข้าคุก อยากเข้ามาก็มาได้แต่กฎหมายก็ไม่ได้ห้ามคนเข้ามานะ อย่างคุณคำผกาก็บอกว่าไม่ให้ทักษิณเข้ามา รังเกียจอะไรทักษิณ ซึ่งไม่ได้รังเกียจอะไรทักษิณ แต่เขาเข้ามาต้องเข้าคุกเพราะเป็นนักโทษหนีคดี ในศาลฎีกาก็ตัดสินแล้ว ยังมีคดีอื่นอีก ที่ตัดสินต่ออีก แล้วมันจะเติมโทษเข้าไปอีก ทักษิณรู้กฎหมายเขาก็รู้ก็ไม่มา แล้วยังพูดว่าอยากจะมากราบแผ่นดินไทย ก็พูดไป เขาจะต่อเชื้อหรือ จะเอานอมินีไว้ต่ออย่างไรก็ตาม ตอนนี้ต้องอาศัยประยุทธ์ เพราะว่าโลกมันยังก้ำกึ่งว่าอำนาจคือทหาร อำนาจยังไม่ใช่ประชาชนแท้ เพราะคนในโลกยังไม่รู้ว่าประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจทั้งๆที่เรียกว่าเป็นประชาธิปไตยเป็นของประชาชนเขาก็ยังงมโข่งว่าอำนาจต้องเป็นของทหาร ซึ่งไม่จริงประเทศไทยแสดงแล้วว่าประชาชนต่างหากที่เป็นใหญ่แล้วทหารก็มาช่วยกัน ซึ่งทหารกับประชาชนนั้นขาดกันไม่ได้ หรือในกรอบของกฎหมาย ในกรอบของสมมติสัจจะมันต้องคู่กันไปกับปรมัตถสัจจะคือประชาชนกับจิตวิญญาณบริสุทธิ์ ส่วนกฎหมายหรือสมมติสัจจะเป็นทหารก็ดีก็เป็นสมมติ พลเอกประยุทธ์เคยพูด ว่า ผมเคยเป็นทหาร แต่ตอนนี้ผมไม่ได้เป็นทหาร ผมเป็นนายกฯ ผมเป็นนักการเมือง ผมไม่ใช่ทหาร คนก็ไม่ค่อยเข้าใจ ก็ยังเรียกพลเอกประยุทธ์อยู่ มันถอดไม่ได้ มันก็ต้องเป็นอย่างนั้นไป จนกว่าคนจะเข้าใจเนื้อแท้ๆ ซึ่งบัญญัติภาษา มันต้องมีคู่กับปรมัตถ์สัจจะไปตลอดเป็นสัจจะ 2 อย่าง ใครจะเข้าใจว่าอันไหนเนื้อแท้กว่ากันสมมุติมันไม่แท้ไปกว่าปรมัตถ์หรอก ประเทศไทยมีเนื้อแท้ของปรมัตถ์ที่เป็นสัจจะจริงๆ สมมติก็ต้องมีคู่กันไปไม่ได้แยกกันเพราะเป็น 2 อย่าง เพราะฉะนั้นจึงเป็นประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่ใช่เป็นประชาธิปไตยที่มีแต่ประธานาธิบดีขาเดียว ไม่ใช่ เมืองจีนมี สีจิ้นผิงใช้ประชาธิปไตย โดยอาศัยคำว่าคอมมิวนิสต์บ้าง แต่พฤติการณ์เป็นประชาธิปไตย จึงอยู่ได้และเด่นในขณะนี้ ถ้าเทียบจีนกับอินเดียแล้ว อินเดียก็เป็นประชาธิปไตย แต่เป็นสายศรัทธาสายเจโต มันก็ต้องเป็นเช่นนั้น แต่จีนมันเป็นสายปัญญาประชาธิปไตยสายปัญญา ก็จึงโดดเด่นกว่าอินเดีย นี่เป็นนัยยะสำคัญทั้งนั้น เพราะฉะนั้นที่อาตมาพูดถึงรัฐศาสตร์อยู่ขณะนี้จึงเป็นรัฐศาสตร์โลกุตระ เป็นรัฐศาสตร์ทางธรรมะ นักรัฐศาสตร์ก็พยายามฟังอาตมาบ้าง ฟังด้วยดีจะได้ปัญญา อาตมาเกิดมาชาตินี้พิสูจน์ตัวเองว่า อาตมาไม่มีความรู้เลย ไม่มีปริญญาตรีสักใบเลย มีแต่ทางอาชีวะด้วยซ้ำ อาศัยคณะจิตรกรรมเพียวอาร์ท ได้แค่อนุปริญญาหรือว่าได้แค่ปวส. ซึ่งอาตมาต้องมีเป็นเช่นนี้แหละ กระเสือกกระสนไปได้เท่านั้น ก็มีปัญญาทางด้านสมมุติ อาตมาใช้ปรมัตถ์ ใช้สัจจะความจริงดำเนินเรื่องไปตลอด เอาแต่ความจริงมาประพฤติ มากระทำ มาทำงานอยู่ตลอดเวลาขณะนี้ แล้วก็จะทำไปจนกว่าจะตาย ตายแล้วถ้าเผื่อว่ารู้ว่า ศาสนาพุทธจะไปไม่ถึง 5,000 ปีก็ต้องเกิดมาอีก แต่จะพยายามกระเสือกกระสน ทำให้ถึง 5,000 ปีก่อนแล้วตายไปจึงจะสบาย ตายไปแล้วอาตมาทำสำเร็จแล้ว ศาสนาจะยืนยาวมีเนื้อหาของสัจธรรมไปถึง 5,000 ปี อาตมาสบายแล้ว แม้อาตมาจะเกิดมาอีกก็มาชมชื่นฝีมือของตัวเองที่ทำไว้ หรืออาจจะทำงานโพธิกิจช่วยเหลือประชาชนไปบ้าง ไม่ต้องทำให้โดดเด่น หรือถ้ามันโดดเด่นจริงๆก็แล้วแต่ อาตมามีหน้าที่สืบทอดศาสนาให้ไปถึง 5,000 ปี อาตมายืนยันหลักฐานต่างๆตามพระไตรปิฎก ซึ่งในเถรวาทเป็นพระไตรปิฎกที่เก็บมาได้น้อยที่สุดแล้วก็ยังมีสิ่งนี้ไม่ตกหล่น ในมหาจัตตารีสกสูตร ข้อ 257 , 258 ก็ยังยืนยันว่า อาตมาคือ สยังอภิญญา สยังอภิญญา คืออะไร ใครล่ะ กล้าประกาศตัวเองเป็น สยังอภิญญา ในยุคนี้ ในเมืองไทยนี้หรือในประเทศอื่นเมืองอื่นก็ตาม เมืองอื่นยังไม่รู้เรื่อง สยังอภิญญา หรือแม้แต่พุทธศาสนาในประเทศไหนก็แล้วแต่ อินเดีย ก็ไม่เหลือแล้ว จะลังกา พม่า ลาว ญี่ปุ่น ก็ไม่มีใครสาธยาย โพธิสัตว์ 9 ระดับ อย่างที่อาตมาสาธยา เพราะมันเลื่อนไปหมดแล้ว เขาไม่รู้จักโพธิสัตว์ โพธิสัตว์ที่จริงคืออะไร เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นที่อาตมาต้องแสดงเนื้อแท้ของโพธิสัตว์ที่จริง แล้วก็ชี้นำโพธิสัตว์ที่จริงอีกคนอื่นๆ อาตมาเป็นไก่ตัวพี่ในยุคนี้ อาตมาพูดได้อย่าง ไม่เหนียมอาย ไม่มังกุ พูดได้เต็มปาก อาสโภ แกล้วกล้าอาจหาญจริงๆ อาตมามีหน้าที่ให้ความรู้ทั้งทางธรรมะและทางโลก คำว่าการเมืองเป็นภาษาทางโลก คำว่าธรรมะเป็นภาษาทางธรรมะ คนแยกธรรมะและการเมืองออกจากกัน กำลังฆ่าศาสนาพุทธ เพราะการเมืองไม่ได้แยกจากศาสนา แม้แต่คานธีก็บอกว่า ต้องเอาธรรมะสถาปนาลงไปในการเมือง ถ้าการเมืองไม่มีธรรมะก็พังชิบหายเท่านั้น แม้แต่ท่านพุทธทาสก็พูดอย่างนั้น แต่ท่านพุทธทาสไม่มีอำนาจ ไม่มีฤทธิ์ ไม่มีบารมี พอจะสถาปนาโลกุตระลงไปในมนุษยชาติลงไปในการเมือง อาตมาเป็นคนพยายามทำ ไม่ได้เป็นคนขี้ตู่นะ อาตมาพยายามทำสัจจะที่เป็นโลกุตระไปเรื่อยๆ แม้ว่าท่านพุทธทาสจะใช้คำว่าโลกุตระก่อนที่อาตมาจะมาทำงาน ท่านก็ได้เท่านั้นตามที่ท่านว่า เพราะท่านไม่มีเนื้อโลกุตระเท่าไหร่ แต่ท่านก็เป็นโพธิสัตว์รูปนึงเหมือนกัน เพราะฉะนั้นในสัจจะธรรม โพธิสัตว์จึงยิ่งใหญ่ ในมนุษยชาติ มีพระพุทธเจ้าและก็มีพระโพธิสัตว์ ตั้งแต่ระดับ 1 ไปถึงระดับ 8 แล้วถึงจะเป็นพระพุทธเจ้าคือมนุษยชาติฐานันดรที่ 9 ผู้ที่อยู่ที่ 9 เหมือนในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นลำลองของสมมุติสัจจะ โพธิสัตว์ เป็นรูปนำมาก่อน เหมือนกับ ศาสดาจะเกิดก็มี แบพติสต์มาก่อน ทางศาสนาเทวนิยมมีผู้นำทางมาก่อน อย่างในหลวงร.9 นำทางมาก่อนแล้วอาตมามาสวมต่อเป็นตัวจริง อาตมาไม่ใช่แบพติสต์ อาตมาคือตัวจริงคือผู้ที่จะสืบสานศาสนาไปจริงๆเลย นี่คือสัจจะที่อาตมา สมณะฟ้าไท... พ่อครูว่า... ต่ออีก 15 นาที MC อนุญาตแล้ว พูดต่ออีกหน่อย เราจะพยากรณ์อย่างไร คนที่กระเหี้ยนกระหือรือ เขาก็ไม่หยุดหรอกเขาก็ยังดันทุรัง ไม่ใช่ดันสุรัง ทุมันไม่ค่อยดี เขาก็ต้องทำเพราะมันเป็น Born To Be เกิดมาเขาก็ต้องเป็นเช่นนั้น เทวทัตเกิดมาก็ต้องเป็นเทวทัต พระพุทธเจ้าเกิดมาก็ต้องเป็นพระพุทธเจ้า เป็น Born To Be สิ่งที่เป็นความจริงก็ต้องเป็นความจริง มันต้องเป็นเช่นนั้น ไม่อย่างนั้นมันก็ไม่เป็นเช่นนั้น เหมือนคนมาสัมภาษณ์ในหลวงว่า ทำไมมาเป็นในหลวง ท่านก็บอกว่ามันเป็น Born To Be เหมือนอาตมาก็ Born To Be เหมือนกัน อาตมาต้องมาทำหน้าที่นี้ จะว่าไปแล้วทักษิณเขาก็ Born To Be เขาก็ต้องเป็นเช่นนั้น เขาบอกว่าเขากล่าวคำว่าแพ้ไม่เป็น อาตมาว่าอาตมาว่าผู้ที่จะกล่าวคำว่าแพ้ได้นั้น เขาจะเป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่ในโลกที่ยิ่งใหญ่จริงๆเลย ถ้าเขากล่าวว่าเขาแพ้ เขาจะเป็นเลย แต่ถ้าบอกว่าเขากล่าวคำว่าแพ้ไม่เป็น ตอนนี้เขาก็แพ้หัวซุกหัวซุน อยู่ได้ด้วยอำนาจเงิน ถ้าไม่อย่างนั้นไปอยู่ดูไบเขาก็ไม่ให้อยู่หรอก จริงๆนั้นเขาเป็นคนสัญชาติมอนเตเนโกร เขาไม่ได้เป็นคนดูไบ เขาเป็นคนมอนเตเนโกร เขาถือพาสปอร์ตมอนเตเนโกร ก็เท่านั้นเอง 650706 โพธิสัตว์ที่มาสืบทอดประชาธิปไตยโลกุตระในยุคนี้ พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ