ความเป็นโพธิสัตว์ในประชาธิปไตยไทย.docx
เนื้อหาในไฟล์
ความเป็นโพธิสัตว์ในประชาธิปไตยไทย _ธุลีดิน รักบ้านเมือง : ได้ดูรายการของช่อง Top News คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ได้นำเรื่องโพลของนิด้า ที่คุณอุ๊งอิ๊งได้เป็นนายก โพล โดยมีคะแนนทิ้งห่างจากลุงตู่อย่างมาก แม้แต่คุณพิธาซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคที่ยังไม่มีผลงานอะไร ก็ยังได้รับความนิยมเหนือกว่าลุงตู่ คุณสนธิญาณออกมาเตือนผู้ที่รักบ้านเมืองว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ลุงตู่คะแนนตกต่ำ ผลโพลของนิด้า(ที่ถือว่ามีมาตรฐานทางวิชาการ)ที่ผ่านมา 3-4 ครั้งพรรคเพื่อไทยได้รับคะแนนนำมาตลอด ส่วนพรรคพลังประชารัฐแทบจะคะแนนต่ำสุด และเมื่อเจาะลงไปในรายละเอียดแต่ละกลุ่มของประชากร ก็จะมีเพียงกลุ่มผู้สูงอายุเท่านั้นที่ลุงตู่มีคะแนนนำ นอกนั้นคุณอุ๊งอิ๊ง คุณพิธา มีคะแนนนำอยู่ทุกกลุ่มทุกอาชีพ ยิ่งพวกที่มีความรู้ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีขึ้นไป ทั้งคุณอุ๊งอิ๊ง คุณพิธา ต่างมีคะแนนนำอย่างขาดลอย แม้แต่กลุ่มคนจนก็ยังนิยมคุณอุ๊งอิ๊ง คุณสนธิญาณ นำเสนอให้เห็นถึงอนาคตอันมืดมนของสังคมไทย ที่จะมีการเลือกตั้งครั้งใหม่ในปี 2566 หลังเดือนมีนาคม คุณสนธิญาณนำเสนอทางออกว่า ลุงตู่จะต้องออกมาเป็นหัวหน้าพรรคเอง ให้ลุงป้อมเป็นประธานที่ปรึกษาพรรค มิฉะนั้นลุงตู่ก็จะเป็นนายกฯ ที่ขาลอย โดยไม่มีสส.ของตัวเองคอยค้ำบัลลังก์อำนาจให้ ขอเรียนถามปัญหากับพ่อครูดังต่อไปนี้ 1. ในยุคที่กระแสโซเชียลและสื่อ ต่างมีอิทธิพลต่อการชี้นำสังคมเช่นนี้ จนทำให้ได้ผู้ว่าโซเชียลแบบแลนสไลด์ ที่ฟิลิปปินส์ลูกของมาร์กอสก็ได้ขึ้นเป็นผู้นำด้วยอิทธิพลของโซเชียลด้วยคะแนนอย่างถล่มทลาย อยากทราบว่า การสร้างกระแส กับการสร้างความจริงที่ลุงตู่เดินหน้าทำอย่างทุกวันนี้ สุดท้ายแล้วอย่างไหนจะชนะครับ 2. FC ของลุงตู่ พยายามเรียกร้องให้ลุงตู่ลงมาเป็นหัวหน้าพรรคเอง เพื่อแก้ปัญหาเรื่องขาล
อ่านต่อ
อย พ่อครูมองว่าจะเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกต้องหรือไม่? 3.ใครๆก็มองว่า ลุงตู่ติดยึดอำนาจ เป็นนายกมา 8 ปี น่าจะพอแล้ว ประเทศไทยที่มีประชาธิปไตยอย่างล้าหลัง เป็นเพราะสาเหตุใหญ่มาจากการยึดอำนาจของลุงตู่ แต่น่าคิดว่าทั้งฟิลิปปินส์หรือแม้แต่อเมริกามีการเลือกตั้งกันมาตลอด ประชาชนคนของเขาดูจะท้อแท้สิ้นหวังยิ่งกว่าเมืองไทย พ่อครูมองว่าจะเอาหลักอะไรมาใช้ตัดสินความเป็นประชาธิปไตยกันครับ พ่อครูว่า... คำว่ามืดมน เป็นความมืดมนเพราะว่า เปลี่ยนจากพลเอกประยุทธ์มาเป็น อุ๊งอิ๊ง ตอบข้อสุดท้ายนี้ก่อน เอาหลักความจริงมาเป็นเครื่องตัดสิน ความจริงคืออะไร ความจริงคือ สิ่งที่แยกไม่ได้แล้ว เป็น 2 เพราะฉะนั้นการเลือกตั้ง มันยังเป็น 2 อยู่ กษัตริย์นี้เป็น 1 ในยุคไหนก็ตามกษัตริย์ก็เป็น 1 เสมอ การเลือกตั้งนี้คือ เขาใช้ ไม่ให้ยึดมั่นถือมั่น 2 อย่างนี้มันเป็นสภาวะ 2 ที่สลับสับเปลี่ยน สลับไปสลับมา ในยุคนี้เป็นยุคที่จะต้องกลับเข้ามาหาความเป็น 1 ไม่ใช่ว่าไปหลงความเป็น 2 ประชาธิปไตยของเทวนิยมเขาติดในความเป็น 1 เขาพยายามหาทางออกเป็น 2 แล้วเขาก็เลยมาหลง 2 กับการเลือกตั้ง ไม่ยึดมั่นถือมั่นใคร โดยมีประธานาธิบดีกับประชาชน เป็น 2 แต่เลือกได้ประธานาธิบดีขึ้นไปเมื่อไหร่ก็เป็นเผด็จการทั้งนั้น ไม่ใช่ประชาธิปไตย เพราะเขาไม่มีความรู้ในเรื่องโลก ไม่มีความรู้ในเรื่องอัตตาและธรรมะ อธิปไตยของโลกอธิปไตยของอัตตา อธิปไตยของธรรมะ อธิปไตย 3 โลกาธิปไตย อัตตาธิปไตย และ ธรรมาธิปไตย หากเข้าใจแล้วเป็นหนึ่งแล้ว ก็จะปฏิบัติกับโลกได้อย่างมีสัดส่วนพอ ปโหติ คำนี้ก็ยากมากที่จะจัดสัดส่วนให้พอเหมาะได้ คนที่ไม่มีอธิปไตย 3 ไม่มีทางที่จะรู้จริง รู้ละเอียด เมืองไทยเป็นเมืองพุทธ เป็นมีโลกุตระ พลเอกประยุทธ์ เป็นโพธิสัตว์ จึงสามารถนำพา การบริหารที่ดีมาได้ กำลังจะเต็ม 8 ปี แต่คนที่เบื่อบอกว่ามันยาวนานเกินไป ให้พักเถอะ ให้คนใหม่เข้ามาบ้าง อาตมาก็มองกลับกันกับคนที่เห็นว่าควรจะเปลี่ยน อาตมายังมองไม่เห็นคนที่มีภูมิธรรมพอ เท่าที่อาตมาจะมีภูมิปัญญาพอจะรู้ว่าสังคมไทยมีใครบ้างที่จะมาเป็นนายก แทนพลเอกประยุทธ์ อาตมายังไม่เห็น ยังไม่เห็นตัว ยังไม่เห็นใครที่เสนอหน้ามา ยิ่งอุ๊งอิ๊งแล้ว รับรองว่าชิบหายเลย ถ้าให้มาเป็นนายก ขออภัย เรือหายเลย ถ้าให้อุ๊งอิ๋งมาเป็นนายกนี่เรือหายเลย จะต้องมาพึ่ง บ้านราชเมืองเรือ เพราะบ้านราชมีเรือเยอะ ถ้าเอาอุ๊งอิ๊งมาเรือหายแน่ๆ เพราะเขาไม่เข้าใจ จะเป็นเพราะว่าเบื่อคนเก่าอยากได้คนใหม่ตามประสาคนโลกๆ โดยไม่รู้จักสัจจะความจริง ลึกเข้าไปไม่รู้จักสัจจะความจริงตรงที่ว่า คนผู้นี้เป็นโพธิสัตว์ พิสูจน์มาแล้ว 8 ปี นิยมชมชื่น เรื่องโพล โพลของใครก็ตาม มันเป็นเรื่องสถิติ เป็นเรื่องประมาณ คนในโลกขณะนี้จุดสำคัญก็คือ ในหลวง ร.9 เอา ประชาธิปไตยโลกุตระมาประกาศแบบรูปธรรม พลเอกประยุทธ์เป็นโพธิสัตว์มองออก ก็นำมาทำ ความยอมรับนับถือกษัตริย์กับนายกนี้ ไม่ใช่คนอย่างยิ่งเป็นชาวพุทธ ย่อมนับถือกษัตริย์เป็นหนึ่งมาแต่ไหนแต่ไร เพราะฉะนั้นนายกประยุทธ์ไม่เท่าหรอก และไม่ควรจะไปตีตัวเสมอด้วย ท่านก็ไม่ได้ตีตัวเสมอ อันนี้ก็เป็นคุณธรรมของพลเอกประยุทธ์อยู่เต็มที่ ก็ถูกแล้ว แต่ก็มีพวก Social เก่งๆ มันกด นี่แหละ อำนาจของ Social พวกคุณนี้ศรัทธาพลเอกประยุทธ์ คุณกดบ้างหรือเปล่า ไม่กดหรอก ไอ้พวกกดนี่ มันมีความมุ่งหมายว่าจะต้องกระหน่ำ เขาบอกว่าโซเชียลอย่างชัชชาติ นั่นแหละพวกฉาบ เปลือก สร้างกระแส ไม่ใช่ความจริง พยายามสร้างกระแสไม่ได้เข้าไปสู่ความจริง ความจริงที่เป็น Axiom เป็นความจริงที่ไม่เปลี่ยนแปลงแล้ว เป็นความจริงถาวรยั่งยืนตลอดกาล ไม่เปลี่ยนแปลงอีกแล้ว เปลี่ยนแปลงไม่ได้แล้ว เพราะฉะนั้นในขณะนี้กระแสของโซเชียลมันเก่ง ทำให้วูบวาบ อย่าไปหลงนะ มีตัวอย่างอยู่ในเมืองไทย คุณชัชชาติ นี้มาได้เพราะกระแส สร้างมาตลอด เดี๋ยวนี้ก็ยังทำกระแสอันนั้นอยู่ พยายามจะมาเป็นคนจริงทำจริง ก็พยายามไต่เต้าไป แต่ยังไม่เป็นตัวจริงหรอก คุณชัชชาติ ฉลาด พยายามออกจากเพื่อไทย แต่ฉลาดอย่างเทวนิยม ฉลาดเฉโก ยังไม่ใช่ฉลาดอย่างปัญญา เพราะฉะนั้นอาตมายังเชียร์ ยังส่งเสริมพลเอกประยุทธ์อยู่ ก็เห็นว่ายังแข็งแรง ยังไม่ได้เสื่อมทรุดอะไร ยังไปได้ อีก 10 ปีนะอาตมาว่าได้สบาย 20 ปีก็ยังได้ ถ้าหากพลเอกประยุทธ์พยายามไปอีก 10 ปี อาตมาว่าเมืองไทยมั่นคง ถ้ายิ่งเลย 10 ปีไปอีก หรือมีตัวแทนมีผู้แทนที่ทำแทนได้ขึ้นมาอีก ก็เอา ไม่มีปัญหาอะไร อาตมาจะช่วยขยายทางสัจธรรม เพราะอาตมาไม่ไปเอาทางโลกโลกีย์ ทางที่จะเป็นกษัตริย์เป็นนายก ไม่เอา อาตมามาเอาธรรมะขยายธรรมะอย่างเดียว ปางนี้ จะเป็นกษัตริย์ก็ไม่เอาแล้ว จะเป็นนายกก็ไม่เอาแล้ว ยิ่ง ลัทธิประธานาธิบดีนั้นยิ่งไม่เอาใหญ่เลย เป็นลัทธิที่ไม่ใช่คน เป็นพวกขาหัก เป็นพวกพิการ เป็นคนก็เป็นคนพิการ เป็นคนไม่เต็ม คนขาเดียว ประชาธิปไตยขาเดียว มาเข้าประเด็นการเลือกตั้ง อันนี้เชียร์ พลเอกประยุทธ์ต้องเข้าพรรค ไปเป็นหัวหน้าพรรค จะได้นำพาให้พรรคไปเลือกตั้งชนะ นี่ก็คือยังไม่เป็นประชาธิปไตย ถ้าเป็นประชาธิปไตย ผู้ที่เป็นหนึ่งจะต้องอิสรเสรี ไม่มีพรรคที่ไปตั้งพรรคโดยกฎหมาย โดยบังคับ แล้วก็มีกฎเกณฑ์หลักเกณฑ์อีกเยอะ ไม่ต้อง อิสระ ไม่ให้อยู่ในกฎเกณฑ์อะไร แต่ตอนนี้ต้องประมาณกฎเกณฑ์ให้ดี อย่างพลเอกประยุทธ์ต้องเอาตามกฎหมาย แต่ไม่ได้ยึดถือกฎหมายอย่างยึดมั่นถือมั่นอย่างที่คุณว่า ในกฎหมาย เพราะกฎหมายนั้นก็คือพวกที่เอาชนะคะคานอยู่ในประเภทหาเสียง ดีไม่ดีก็แจกกล้วย อะไรกันแล้วแต่ว่าไป ซึ่งมันดูแล้วเละเทะเลอะเทอะ พลเอกประยุทธ์นี้เป็นประชาธิปไตยโดยรูปธรรม โดยสัจจะที่จัดแจง สัจจะจัดแจงเองเลย พลเอกประยุทธ์ก็รู้และรักษาอันนี้ได้อยู่ คือยังไม่ยอมเข้าพรรค ยังไม่ยอมเป็นสมาชิกพรรค ไม่ต้องไปเป็นหัวหน้าแค่พรรค ไปเป็นพรรคต้องมีวิป มีอะไรต่ออะไรอีก มันตีกรอบไว้หมดไม่มีอิสระ เพราะฉะนั้นเป็นนายกก็เป็นอิสรเสรีอย่างนี้แหละ โดยสัจธรรม พลเอกประยุทธ์นั้นเขาก็หาว่ามาจากปฏิวัติ แล้วก็หาว่ามาเผด็จการ อาตมาก็อธิบายแล้วประเทศไทยไม่ใช่ ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยที่ยิ่งใหญ่ การปฏิวัติหรือรัฐประหารโดยประชาชน 4 รัฐบาลมาเลย เป็นการปฏิวัติโดยประชาชนที่ไม่ใช้อาวุธ ใช้ความสงบสยบความรุนแรง พวกนักรัฐศาสตร์ซึ่งไปเรียนมาจากตะวันตก จากอเมริกา จากอินเดีย ไม่เรียนประชาธิปไตยในเมืองไทย ก็อย่างว่า เมืองไทยเพิ่งจะเริ่มก่อรูปแต่ก็ลึกซึ้ง และเป็นประชาธิปไตยที่ Axiom แท้จริงที่สุด Absolute Ultimate บริบูรณ์เลย เพราะฉะนั้นตอนนี้ อาตมาก็ให้ความเห็น ฝากลมฝากแล้งไป ว่า มองพลเอกประยุทธ์ให้ลึก สิ่งที่ลึกที่สุดก็คือ ประชาธิปไตยที่แท้ ไม่มีตัวตน 2. ซื่อสัตย์ 3. รับใช้ประชาชนจริง แถมอีก1คือ 4. มีสมรรถนะ มี ความรู้ความสามารถ แล้วทำงานเต็มที่ตามความเป็นจริงของเรา พลเอกประยุทธ์รักษาได้ คนอาจจะมองยากตรงที่ไม่มีตัวตน การไม่ยอมเข้าพรรคไม่เป็นสมาชิกพรรค นี่ก็คือไม่มีตัวตน ถ้าไปอยู่ในพรรคก็จะมีความเป็นตัวเป็นตนเป็นพรรคของกู เป็นพวก เป็นประชาธิปไตยแบบพรรค แบบคอมมิวนิสต์ ประชาธิปไตยมีกฎหมายออกบังคับพรรค แล้วมีข้อบังคับในความเป็นพรรคการเมืองอีกเยอะแยะ แต่นี้ไม่มีกฎหมาย ไม่มีอะไรบังคับ อิสระ ใช้ปัญญาของตัวเองเต็มที่ ตัดสินได้เอง ทำเอง จึงเรียกว่าของเพียวๆ สะอาดบริสุทธิ์ ทำมาได้ 8 ปีก็มีคนถล่ม แล้วก็ใช้กระแสโซเชียล อย่าไปหลงกระแส มีตัวอย่างคู่เทียบเช่น นายชัชชาตินี่แหละ เป็นตัวแทนของผู้ว่ากระแส ไม่ใช่ผู้ว่าความจริง ดูตัวอย่าง อย่าไปดำเนินการตามชัชชาติ เป็นต้นว่า พอแล้วที่จะไปนั่งกินข้าวกับพวกข้างถนน ไม่ต้อง มันเลยแล้ว ประเทศไทยเลยจากยุคนั้นแล้ว เกินกว่ายุคนั้นแล้ว แต่ชัชชาติยังทำอยู่ พลเอกประยุทธ์ไปไหนไม่ได้ทำอย่างนั้นเลย มีแต่การปฏิสันถาร ความอบอุ่นไป ไม่ต้องถึงขนาดลงไปสร้างภาพอย่างนั้น จนได้รับว่า ค่อนข้างจะตัด ไม่ปฏิสันถาร สำหรับพลเอกประยุทธ์ ค่อนข้างจะตัด เป็นลักษณะบุรุษ เป็นสุภาพบุรุษไม่ใช่เป็นสตรีที่สุภาพ สตรีที่สุภาพเป็นการสร้างภาพ แต่สุภาพบุรุษเป็นเอกบุรุษ เป็น 1 จริง ไม่ใช่เป็นสตรีสร้างภาพ นี่คือนัยยะละเอียดของสภาพ 2 ที่อาตมาอธิบายสัจธรรมของทั้งความเป็นธรรมะและความเป็นโลก ให้ฟังให้เข้าใจ เพราะอาตมาเป็นโพธิสัตว์จริงๆ เป็นโพธิสัตว์ยิ่งกว่าประยุทธ์ ด้วยความจริงไม่ได้ยกตนข่มท่าน เพราะฉะนั้นก็ แนะนำหรือช่วยเหลือ เพราะตอนนี้นี่ ประชาธิปไตยทั่วโลก แม้ ประชาธิปไตย 2 ขา มีกษัตริย์ของประเทศต่างๆ ก็ตาม กษัตริย์ของบางประเทศเขาก็จัดการให้กษัตริย์เป็นป้าย เป็นสัญลักษณ์ของประเทศเท่านั้น โดยมีกฎหมายด้วยว่าอย่ามาเกี่ยวข้องกับการเมือง อย่ามาเกี่ยวข้องกับประชาชน แต่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านข้ามพ้นสิ่งเหล่านั้น ท่านนั้นมายุ่งกับประชาชนตลอด จัดการสั่งการประชาชน ทำหน้าที่เป็นนายกในที หนัก งานเยอะ แล้วท่านทำสำเร็จแล้วด้วยจนได้รับการยอมรับทั่วโลก เพราะกษัตริย์แต่ละประเทศนั้น เป็นกษัตริย์ที่บางประเทศเป็นแค่สัญลักษณ์ บางประเทศเป็นแค่ป้าย บอกว่าเป็นกษัตริย์ เหมือนกับที่ปิยบุตรและพวกกำลังพยายาม ออกกฎหมายมาบังคับให้พระเจ้าแผ่นดินเป็นป้าย ให้เป็นแค่สัญลักษณ์อย่างนั้นจริงๆ ไม่มีอำนาจไม่มีอะไรเลย เขาจะใช้วิธีนี้มัดมือไม้ในหลวง นี่แหละพฤติกรรมของปิยบุตร กับธนาธร ปิยบุตรตอนนี้ก็ไม่ค่อยจะเข้ามาในเมืองไทย เขามีคดีความ แต่ยังไม่ถึงกับติดคุก เขาเป็นนกรู้เป็นนักกฎหมาย หรือว่าอาจจะต้องเข้าคุกแน่ เขาก็ไม่ยอมมา นี่เป็นเหตุการณ์ที่เป็นเรื่องอจินไตย จริงๆ ของประเทศไทย ปิยบุตรแปลว่า ลูกที่รัก ที่จริงลูกที่รักกำลังกบฏ จะแย่งบัลลังก์ จะชิงบัลลังก์ กำลังกบฏ แต่เขาไม่รู้ตัวหรอก สรุปแล้ว ก็อยากจะฝากความไปถึงสนธิญาณด้วย ว่าอย่าพลอยไปกับลมกับแล้งมากนัก สนธิญาณแปลว่า ญาณเชื่อมต่อ ความรู้เชื่อมต่อ เรียกว่า เพิ่มญาณมากกว่า สนธิ ตัวเดียว จริง ภาษาก็ชัดเจนก พฤติกรรมก็ชัดเจน พฤติกรรมที่เป็นอยู่ขณะนี้ สนธิญาณ นามสกุลชื่นฤทัยในธรรม จะว่าไปแล้วสนธิญาณเขาก็เป็นโพธิสัตว์ เพราะฉะนั้นในความเป็นโพธิสัตว์ พาดพิงไปถึง สนธิญาณแล้ว ประยุทธ์ก็เป็นโพธิสัตว์จนกระทั่งมารับหน้าที่ ส่วน สนธิญาณ เขาก็เป็นพวกสื่อสาร เป็นพวกที่มีฐานันดรที่ 4 เพื่อจะวิจารณ์มองทั้ง 3 สถาบัน รักษาสถาบัน เป็นตัวชี้เตือน สื่อสาร มีพลังมีอำนาจ ทุกวันนี้ยิ่งมีพลังมีอำนาจสำหรับเรื่องของการสื่อสาร Social Media เพราะฉะนั้นคนรู้ทันจึงใช้ Social Media ใช้สื่อสาร พวกนี้ กระหน่ำทำก็ได้กระแสมา เพราะฉะนั้นกระแสก็เป็นตัวทดสอบความจริง ความจริงคือความตั้งมั่น กระแสคือ Dynamic ความจริงคือ Static ความจริงคือบวก กระแสคือลบ ลบคือ 1 บวกนี่คือ 2 ผนึกกันอย่างแน่นแล้ว ลบเป็นเพียง 1 ส่วนบวกนั้นมีทั้ง 2 อย่างอยู่ในตัว เพราะฉะนั้นความจริงของประชาธิปไตยในโลกขณะนี้ ในโลกยุคนี้ คือ เมืองไทยเป็นไก่ตัวพี่ เป็นพี่ใหญ่ของโลก ที่เป็นประชาธิปไตย ซึ่งในประชาธิปไตยของเมืองไทยนั้น เป็นประชาธิปไตยของพระพุทธเจ้า เกิดแก่นแกน ของชาวอโศกขึ้นมาแล้ว มีสาธารณโภคี พฤติกรรมหรือพฤติการณ์ของสาธารณโภคีนั้น เป็นสุดยอดของสังคมมนุษยชาติ เป็นสุดยอดของลักษณะที่ใช้ในสังคมมนุษย์ เศรษฐศาสตร์สาธารณโภคี รัฐศาสตร์สาธารณโภคี สังคมสาธารณโภคี ครบแล้ว ต้องขออนุญาตยกชาวอโศกให้ฟัง นี่พูดความจริงนะ ไม่ใช่ยกย่องเล่นๆ แต่เอาความจริงมาสาธยาย อโศกนั้น เป็นตัวนำของประชาธิปไตยโลกุตระ เอามาจาก ของพระพุทธเจ้า สำเร็จสาธารณโภคี เหมือนอย่างยุคพระพุทธเจ้า ที่ทำสำเร็จได้แต่ในเพียงหมู่สงฆ์ ยังไม่สามารถออกไปถึงฆราวาสได้ เพราะมีข้อจำกัด เนื่องจากสมัยนั้นเป็นยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มนุษย์ไม่รู้จักความอิสรเสรีภาพบริบูรณ์ ยังอยู่ในยุคทาส และ มนุษย์เองก็ยังไม่เข้าใจสิทธิมนุษยชนของตนเอง อย่างเต็มรูป เพราะฉะนั้นมันจึงไม่มีทางดิ้นออก พระพุทธเจ้าท่านจึงมีตัวอย่างถึงหมู่ภิกษุที่ทำได้เพราะมีกฎหมายของท่าน ทำได้เพราะเป็นเรื่องจริงบอร์นทูบี พระพุทธเจ้านั้นใหญ่ที่สุดในยุคนั้น ใหญ่กว่าพระเจ้าแผ่นดิน พระเจ้าแคว้นมคธ แคว้นโกศล ยิ่งใหญ่กว่าพระเจ้าแผ่นดิน ซึ่งแคว้นโกศลกับแคว้นมคธ เป็นแคว้นใหญ่ 2 แคว้น เหมือนกับจีนกับอินเดียทุกวันนี้ มีพระเจ้าแผ่นดินใหญ่สององค์ แต่พระพุทธเจ้านั้นใหญ่กว่า 2 องค์นี้อีก 2 องค์นี้ยอมรับ ว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่ทางธรรม ทั้งพระเจ้าปเสนทิโกศลและพระเจ้าพิมพิสาร ก็ล้วนแต่ยกย่องยอมรับพระพุทธเจ้า เป็นตำนานเรื่องยอมรับ เป็นสัจจะของโลกต้องเป็นเช่นนั้น แต่มันเป็นรูปธรรมที่ขยายยังไม่ออก มาถึงในยุคนี้ เมืองไทยเป็นเมืองพุทธแท้ กว่าที่ประเทศต่างๆในโลกขณะนี้ เป็นเมืองพุทธโลกุตระ มีเนื้อแท้สูงสุดแล้วคือ สาธารณโภคีกับสาราณียธรรม 6 นี่ก็เป็นคู่ของธรรมะ สาธารณโภคีนั้นคือ ตัวตน คือ Static สาราณียธรรม 6 คือ Dynamics องค์ประกอบและพร้อม แสดงพฤติกรรมต่างๆ แล้วสาธารณโภคีเขาอยู่เป็นแกนกลางของสาราณียธรรม 6 1 ใน 6 เป็น 1 ใน 6 ของสาราณียธรรม เพราะฉะนั้นใครรู้จักวรรณะ 9 แล้วคนที่มีคุณธรรมที่เป็นวรรณะ 9 จริง เป็นคนเลี้ยงง่ายเป็นคนบำรุงส่งเสริมให้พัฒนาง่าย วรรณะ 9 เลี้ยงง่าย (สุภระ) บำรุงง่าย, ปรับให้เจริญได้ง่าย (สุโปสะ) มักน้อย, กล้าจน (อัปปิจฉะ) ใจพอ สันโดษ (สันตุฏฐิ) ขัดเกลากิเลส (สัลเลขะ) เพ่งทำลายกิเลส มีศีลสูงอยู่ปกติ (ธูตะ, ธุดงค์) มีอาการน่าเลื่อมใส (ปาสาทิกะ) ไม่สะสม ไม่กักเก็บออม (อปจยะ) ตรงข้าม อวรรณะ 9 ขยันเสมอ, ระดมความเพียร (วิริยารัมภะ) เป็นคนขัดเกลาให้พัฒนาได้ง่ายโดยใช้หลักธูตะ ใช้หลักศีลหลักธรรม เป็นเครื่องขัดเกลา ผู้บรรลุแล้วเป็นศีลเคร่งก็เป็นศีลธรรมดาปกติไม่ต้องเคร่ง แต่เป็นได้ตามศีลนั้นอย่างสบายเฉยๆ สบม ทมด ปกต หห จจ ปกต หห จจ มชยลล คำว่าศีลนั้นต้องเข้าใจให้ได้ว่า หลักที่พระพุทธเจ้าบัญญัติมา ทำให้ได้ ตั้งแต่ศีลข้อที่ 1 2 3 4 5 ตามลำดับ หรือย่อเป็นหมวดเข้มข้นคือศีล 5 ถ้าเข้าใจศีล 5 แล้ว 3 ข้อแรกสมบูรณ์แบบ วันนี้จะไม่อธิบายมาก ข้อ 1 เกี่ยวกับสัตว์ ข้อ 2 เกี่ยวกับพืชกับของ ข้อที่ 3 เกี่ยวกับสัมผัส เกี่ยวกับกามคุณ 5 ผู้ปฏิบัติศีลแล้วมี อปัณณกปฏิปทา 3 ทำได้จริง ปฏิบัติตาม อปัณณกปฏิปทา 3 สำรวมอินทรีย์ โภชเนมัตตัญญุตา ชาคริยานุโยคะ จริงๆ อย่างเป็นสัมมาทิฏฐิ สัมมาปฏิบัติ สัมมาปฏิเวธ ก็บรรลุผล แทงตลอด ผู้ที่สามารถปฏิบัติ อปัณณกปฏิปทา 3 ได้ จึงสามารถพัฒนาได้ เป็นโลกุตรธรรม เป็นพุทธศาสนา ผู้ที่ไปหลับตาหลงป่า โมฆะ แต่มันก็เป็นจริงอย่างช่วยไม่ได้ เพราะโลกมันต้องมีแบบนั้นด้วย เพื่อที่จะเป็นคู่ 2 ปัญญากับศรัทธา หรือปัญญากับวิริยาธิกะ ปัญญานี้ต่อให้ศรัทธากับวิริยาธิกะ นั้น 2 เลย ปัญญาตัวเดียวนี้ คานสองส่วนนี้ได้ 1 ต่อ 2 ไม่ใช่ท้าชกกันนะ แต่น้ำหนักของความจริง 1 ชนะ 2 เพราะฉะนั้นคนที่หลง 1 จึงเป็นเทวนิยม ยึด 1 ไม่ให้ตีแตก ไม่ให้แยก ไม่ให้วิจัยวิจารณ์ ห้ามแตะต้อง ห้ามแยกออกเป็น 2 เลย ที่ว่า มีคนสูงอายุ เลือกพลเอกประยุทธ์ ผู้สูงอายุ ที่ภาษาสำนวนไทยบอกว่า เป็นคนอาบน้ำร้อนมาก่อน คือผู้ที่ได้พบ ได้เห็น ได้สะสม ผู้ที่เป็นโพธิสัตว์เป็นพระอริยะจริง คนไทยเป็นชาวพุทธจริง ก็สะสมภูมิธรรมที่เป็นอาริยะ เป็นพุทธขึ้นมา อาตมาอธิบายไว้แล้วว่าเมืองไทยตั้งแต่ตั้งประเทศไม่เคยขาดศาสนาพุทธ แล้วศาสนาพุทธไม่เคยล้มเหลวในเมืองไทย ทุกวันนี้ก็มีชาวพุทธถึง 95% ศาสนาอื่นพยายามจะมาตีแตกพุทธ สารพัดที่จะตีแตก ซึ่งโดยสัจธรรม ยาก ไม่ได้ท้าทายหรอก แต่โดยสัจธรรมนั้นยาก ที่จริงศาสนาอื่นควรจะมาศึกษาศาสนาพุทธ ฉะนั้นจะว่าจริงๆแล้ว พระพุทธเจ้าคือยอดมนุษย์ ที่ได้พากเพียรสั่งสมความรู้ ความจริง จนถึงที่สุดแห่งที่สุด ไกลเกินกว่าศาสดาทางเทวนิยมมากๆ เพราะกว่าที่ศาสนาเทวนิยมจะมารู้จักศาสนาพุทธ มารู้จักเริ่มต้นเป็นโสดาบัน. สกิทาคามี. อนาคามี อรหันต์ จากพระอรหันต์ยังเป็น อนุโพธิสัตว์ อนิยต โพธิสัตว์ นิยตโพธิสัตว์ มหาโพธิสัตว์ ไม่รู้อีกกี่ชั้นต่อกี่ชั้น เพราะฉะนั้น เทวนิยมจึงไกลมาก บางที ศาสนาพุทธได้เสื่อมไป เพี้ยนไป เพี้ยนน้อย หรือมาก แต่ตอนนี้เพี้ยนมาก ใกล้กลียุค ในศาสนาพุทธ จึงหาแก่นแกนได้น้อย ไม่ใช่เรื่องประหลาด ไม่ใช่เรื่องไม่จริง ในยุคนี้มีขนาดนี้ก็ดีแล้ว พระพุทธเจ้าสมณโคดมเป็นพระพุทธเจ้าองค์สุดท้ายของภัทรกัป หมดยุค พระพุทธเจ้าแล้วจะห่างไปนาน กว่าจะมีพระพุทธเจ้าศรีอริยเมตไตรยขึ้นมา เมื่อนั้นคนจะรับได้มากได้เยอะ เพราะมันจากกลียุคที่คนเกือบหมดโลก ไม่หมดทีเดียวก็เหลือแต่คนดี สมัยโบราณเรียกว่าคนมีบุญ ที่จริงคำว่ามีบุญคือผู้ที่มีกิเลสน้อย หรือตัดกิเลสไปแล้ว ก็เหลือแต่คนที่เป็นกุศลเยอะๆ ก็จะมาสร้างมนุษย์มวลใหม่ ก็หมุนเวียนอยู่อย่างนี้ไม่รู้กี่กัปป์กี่กัลป์ก็เป็นเช่นนี้ตลอด เมื่อกี้พูดถึงคำว่าคนแก่ ก็เป็นคนแก่ของพุทธ ไม่ใช่แก่เพราะกินข้าว เฒ่าเพราะอยู่นาน แต่นี่แก่มะพร้าวแก่มันแก่ดี แก่หัวกะทิ ซึ่งมีจำนวนน้อย หัวกะทิมีจำนวนน้อยกว่าหางกะทิ หัวกะทิเปรียบเสมือนยอดพีระมิด อันนี้อยู่ในประเทศไทย ซึ่งอาตมาเคยสาธยายมาแล้วว่าตอนนี้ย้ายชมพูทวีปจากอินเดีย มาอยู่ประเทศไทยแล้ว อาตมาไม่ได้พูดเล่นแต่พูดความจริงทั้งนั้น แต่คนยังไม่เข้าถึงความจริง เขาก็หาว่าพูดเป็นเพียงพยัญชนะบัญญัติ ที่จริงแล้วมันมีตัวรองรับ มีความจริงยืนยันทั้งนั้น แม้แต่คำว่า ประยุทธ์ คำนี้ก็เป็น อจินไตย เมืองไทยตอนนี้มีประยุทธ์อยู่ 2 ประยุทธ์งงทางธรรมและทางโลก คือยังรบอยู่ ประยุทธ์แปลว่า รบ ยุทธะ จริงๆ ยุต หรือยุติ คือ หยุดนะ แต่มาเป็นผู้รบ มันจะกลับกัน ท่านมหาปยุตท่านชื่อ ยุติหรือยุตะ แต่พลเอกประยุทธ์เป็น ยุทธ คือรบ สายทางธรรมคือความสงบ แต่ท่านมหาปยุตท่านไม่สงบจริง ท่านยังรบอยู่ โดยท่านใช้ สรณะเป็นที่พึ่ง สรณะแปลว่า ประกอบการรบ รณะ แปลว่า รบ สรณะคือ เกี่ยวกับการรบ ภาษาที่สิริมหามายาต่างๆเหล่านี้ อจินไตย อย่างนี้ รู้ยาก แต่อาตมา หยิบมาขยายความให้เห็น โดยมีสภาวะมีบุคคลมีพฤติกรรมรองรับ ถ้าใครฟังออกจะเข้าใจ คนที่ยังคะนองยังเป็นคนไม่มีราก แต่คนแก่ของชาวพุทธเป็นคนที่มีราก 1. มีฉันทะเป็นมูล 2. มีมนสิการเป็นแดนเกิด 3. ผัสสะเป็นปัจจัย 4. มีเวทนาเป็นที่ประชุมลง 5. มีสมาธิเป็นประมุข 6. มีสติเป็นอธิปไตย 7. มีปัญญาเป็นอุตตระ 8. มีวิมุติเป็นสาระ 9. มีอมตะเป็นที่หยั่งลง จากอมตะเป็นปรินิพพานเป็นปริโยสาน
บุคคล 9 ใน สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้า อุภโตภาควิมุติ ปัญญาวิมุติ กายสักขี ทิฏฐิปัตตะ สัทธาวิมุติ ธัมมานุสารี สัทธานุสารี พ่อครูว่า... คู่ที่ 1 สัทธานุสารี กับ ธัมมานุสารี สัทธานุสารี คือตระกูลศรัทธา ธัมมานุสารีคือตะกูลปัญญาหรือตะกูลพุทธิ โดยยังไม่เรียกว่า ปัญญา เรียกว่า ธัมมานุสารี ทั้ง 2 อย่างคือ ผู้แสวงหา สาระ ตามหาสาระ สาระนั้นก็คือ ปัญญาตรัสรู้ คนที่ 3 คือ สัทธาวิมุติ ซึ่งข้อนี้คนเข้าใจไม่ได้ง่ายๆ สัทธาวิมุติมีทั้งสาย เจโตและสายปัญญา สายเจโต ต้องใช้เวลาถึง 40 อสงไขยกับเศษแสนมหากัป แต่ถ้าเผื่อว่า ศรัทธา ไปฟุ้งซ่าน มันไม่ได้สาระ ไม่ได้ความเป็นสัจจะสาระ แต่เป็นความฟุ้งซ่าน ก็จะวนเวียนหรือไม่ก็เป็นผู้ที่ไม่อยากออกจาก ศรัทธา ก็จะจมอยู่กับความหลงติดยึดทางสมถะมาก เพราะฉะนั้นผู้ที่จะออกจากสัทธาวิมุติ ไปได้ ทิฏฐิปัตตะ เป็นสัมมาทิฎฐิ ปัตตะแปลว่าบรรลุ กว่าจะได้ธรรมะที่จะไปบรรลุสัมมาทิฏฐิ ซึ่งเป็นทิฏฐิชออกจากวงวนของศรัทธานุสารี ธัมมานุสารี กับ ศรัทธาวิมุติ ออกมาจาก 3 เส้าเป็นพลังงานตัวที่ 4 นี้ ธัมมานุสารี เป็นสายปัญญา จึงรับปัญญา บรรลุปัญญาเป็นทิฏฐิปัตตะได้ง่าย แต่ 2 แกนนี้ไปหาทิฏฐิปัตตะ ยาก ยิ่งผู้ใดศรัทธาจัด ก็จมอยู่ในสัทธาวิมุตินั่นแหละ นึกว่าตนเองบรรลุ นึกว่าตัวเองได้บรรลุจบกิจ ด้วยศรัทธา ก็จมอยู่ในการติดยึด 1 โดยไม่ไปหา 2 เพราะฉะนั้นเทวนิยมเป็นสายศรัทธาและจมอยู่ใน 1 ตลอดกาล ห้ามตีแตกแยกแยะ ห้ามวิจัยวิจารณ์ ยอมรับถ่ายเดียว เป็นเผด็จการ เป็นคำสั่ง ก็ไม่เป็นประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นสายเทวนิยม สายยุโรป สายอะไรต่างๆนานา ยังไม่เข้าแกนของพุทธ ก็จะเป็นอย่างนั้น วนเวียนเปลี่ยนแปลงไปเป็นสมบัติผลัดกันชม แย่งลาภยศสรรเสริญโลกียสุขอยู่อย่างนี้เห็นๆ ฆ่าแกงกันเป็นวิบากอีกนับชาติไม่ถ้วน คนพยากรณ์ว่า สงครามรัสเซียกับยูเครนนี้ มันจะก่อให้เกิดสงครามโลก อาตมาขอบอกว่า ตอนนี้ประเทศทุกประเทศเข็ดสงครามโลกแล้ว และสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็มีการสร้างระเบิดปรมาณู ใช้ระเบิดปรมาณูมาแล้ว เห็นฤทธิ์ของระเบิดปรมาณูมาตั้งแต่ตอนยุคโน้น ยังไม่เก่งเท่าไหร่ แต่ปรมาณูในยุคนี้มันเก่งกว่าตอนนั้นไม่รู้กี่เท่า เป็น 100 เท่าแล้วมั้ง ต่างคนต่างรู้ว่าฤทธิ์เดชของปรมาณูที่ตัวเองสร้างไว้นี่ มันล้างโลกได้นะ ตัวเองก็ตาย เพราะฉะนั้นก็ต้องบอกว่าระวังแต่ละประเทศกดปุ่มนะ ตัวเองก็ตายด้วยนะ มันล้างโลกจริงๆ ก็มีแต่ประเทศที่บอกว่า กูกดแน่ ก็มีอยู่ไม่กี่ประเทศ ส่วนประเทศที่เขารู้ตัวเองว่าขืนกดตัวเองก็ตายด้วยก็ไม่กล้ากด ประเทศที่จะกล้ากดจริงๆ ก็มีไม่กี่ประเทศ มีเกาหลีเหนือเป็นต้น ที่กล้าพร้อมจะกดปุ่ม ส่วนสหรัฐอเมริกานั้น ก็มีรัสเซียเป็นผู้คานอำนาจ นี่อาตมาอธิบายจากภูมิรัฐศาสตร์อยู่ ที่พูดประเทศนั้นประเทศนี้ เป็นรูปธรรมขยายความ ทางความรู้ต่างๆ ที่อาตมารู้ เคยเป็น เคยสัมผัสมา ไม่รู้กี่กัปแล้วก็จะมาเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 ไม่ใช่เรื่องเล่น จนกระทั่งตอนนี้ประเทศไทยบริหารอยู่นี่ยังไม่ใช่โพธิสัตว์ระดับ 7 หรอก ยังไม่อยากบอกว่าระดับไหน แต่ก็ระดับตามบารมีของพลเอกประยุทธ์ บริหารได้ครบ 4 กับ 4 เป็น 8 ตอนนี้ก็เดากันว่าจะเต็ม 8 หรือไม่ อีกไม่กี่เดือน จะเลือกตั้งใหม่ มีนาคมปี 2566 คนก็สร้างกระแสมาล้มล้างพลเอกประยุทธ์ ใช้กระแสโซเชียล ที่ดูใหญ่ แต่ถึงอย่างไรอาตมาก็ยังมั่นใจว่า ทำลายไม่ลงหรอก นอกจากพลเอกประยุทธ์จะมีตัวแทนที่เชื่อได้ ให้ตัวแทนทำ ด้วยตัวเองวางมือเสีย เช่นยกตัวอย่าง บางคนบอกว่าให้ลุงป้อมบริหารต่อ หรือคนอื่น เห็นตัวไหม เพราะฉะนั้นเป็นข้อจำนนที่ยังไม่เห็นตัวผู้จะมาแทน หรือจะปล่อยให้อุ๊งอิ๊งขึ้นมาบริหาร เสี่ยงไหม ยังไม่เข็ดหรือ 4 รัฐบาล ทักษิณ สมัคร สมชาย ยิ่งลักษณ์ จนกระทั่งมีตัวอย่างว่ารัฐบาลสุดท้ายเป็นผู้หญิงนะ อุ๊งอิ๊งก็เป็นผู้หญิงนะ ได้นี่ ขนาดยิ่งลักษณ์ ยังโด๊ปกันขนาดหนัก 49 วันยังได้เป็นนายกฯเลย พลังโกง พลังเก๊ มันก็ได้อย่างที่มีตัวอย่าง เดี๋ยวนี้ก็ยังเป็นสัมภเวสี บอกว่าอยากจะกลับมาเมืองไทย อยากไปเถอะ ก็ทั้งนั้นแหละ ไม่รู้จักเข็ดจักหลาบ ไม่รู้จักดูตัวอย่างที่แท้จริง ไม่ใช่ไปดูถูกดู แคลนอุ๊งอิ๊งหรอก แต่อย่าเสี่ยงเลย ชั่งน้ำหนักให้ดีๆ คนที่ยังไม่เคยเ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive