ฝึกฆ่าผีสลึมสะลือ คือ ผีถีนมิทธะ.docx
เนื้อหาในไฟล์
ฝึกฆ่าผีสลึมสะลือ คือ ผีถีนมิทธะ _*สว่างแสง ขวัญดาว* : น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ แม้ยุคนี้สังขารพ่อครูจะมาถึงวัยชราแล้ว แม้พ่อครูจะไม่ได้ตีระฆังเป็นยามบอกเวลาให้พวกเรา แต่พ่อครูก็ปรับเปลี่ยนวิธีการ ในยามค่ำคืนขณะที่คนส่วนมากกำลังหลับสนิท พ่อครูก็คุยกับเทวดา ถามเทวดา เพื่อเตรียมข้อมูลมาสอนพวกเรา ชีวิตพ่อครูมีอยู่เพื่อช่วยคนให้พ้นทุกข์อย่างแท้จริงค่ะ น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยเศียรเกล้าค่ะ พ่อครูว่า...แต่ก่อนนี้อาตมาฝึกตัวเองด้วยและก็ให้สัญญาณคนอื่นด้วย อาตมาตื่นทุกชั่วโมงแล้วก็หลับ ตีกังสดาล บอกเวลา กี่ทุ่ม กี่โมง กี่ยาม ครบ 12 เวลา ทุกชม. ไม่ได้นอนครบ 12 ชม.หรอก ธรรมดานอน 3 ทุ่ม เดี๋ยวนี้เขาพยายามพากเพียรให้อาตมานอน 2 ทุ่ม เมื่อก่อนก็เคาะทุกคืน นานหลายปี เป็นสิบปี จนกระทั่งความตื่นของสติ ความตื่นกับความง่วงเหงาหาวนอน อาตมาจับตัวอาการนี้ได้เลย ทุกคนที่ไปติดอาการของความง่วง ติดหลับติดนอน ต้องพยายามอ่านจิตตัวเอง มันง่วงก็พยายามอ่านจิตตัวเอง ไม่นอนนี่แหละมันง่วง ถ้านอนหลับไปเลยมันก็สบาย ไม่ง่วง ง่วงก็นอนหลับไปเลย สบาย แต่ความง่วงก็คือตอนยังไม่ได้นอนหลับนี่แหละ ง่วง ให้พยายามตื่น ทำความตื่น ไปรู้ไอ้ที่มัน ถีนมิทธะ ทำความตื่นให้ละเอียด ปัญญาจะเกิด พยายามพิจารณาในจิตของเรา อันนี้ไม่ได้พิจารณาข้างนอกแต่พิจารณาจิตในจิต พิจารณาให้เห็นอาการของความติด ความสะลึมสะลือ อาตมาก็ไม่รู้จะเรียกมันว่าไง มันเป็นอาการเหมือนคนเมา คนติดความเมาเขาไม่รู้จักอาการความเมา จะไปติดมันทำไม เมามันมีสติไม่เต็ม สะลึมสะลือก็สติไม่เต็มเหมือนกัน แต่เมานี่มันเมาตื่นๆ คนเมาเหล้าเมาอะไรต่ออะไร มันตื่น เมากัญชาก็ตื่น สนุก ส่วนอันนี้มันอร่อย ติดหลับ มันไม่ได้หลับจริง มันไปหลับ ถีนมิทธะ มั
อ่านต่อ
นเป็นหลับแบบสะลึมสะลือ พวกเจโต พวกศรัทธาจริต ก็ไปกดจิตให้หลับ ดับ ไม่ได้มาอ่านความสะลึมสะลือนี้ พอเห็นหน้า ความสะลึมสะลือก็บอกว่า เอ็งเป็นตัวการ ไป อย่ามาวอแวกับข้า ไปเชียว เอ็ง เป็นตัวผีตัวมันหลอก เราจะกำหราบด้วยปัญญา เจอเมื่อไหร่ ปัญญามันจะกำหราบ ปัญญาคือความเฉลียวฉลาด มันจะขึ้นมารู้จริงๆว่า ปัดโธ่เอ๋ย! มันเป็นกิเลส มันเป็นตัวมาร เป็นตัวผี มันไม่ใช่ตัวเรา มันเป็นอาคันตุเก อาคันตุกะ มันเป็นตัวหลอก ปัญญาก็จะรู้ว่ามันเป็นตัวเก๊ตัวหลอกเรา เราก็จะไปโง่กับมันทำไม ปัญญามันถึงขีดก็จะรู้ว่า มันไม่ใช่เรามันมาแฝง กิเลสทุกตัวเหมือนกันหมด ถีนมิทธะ ก็เหมือนกัน มันเป็นตัวแฝง ไม่ใช่ตัวเรา มันเป็นอาคันตุกะ เป็นภาษาสิริมหามายายังไม่ถึงขั้นละตัวเรา มันอยู่ใน นิวรณ์ 5 แค่นั้นด้วยซ้ำยังไม่ได้ปฐมฌาน ระวังจะไม่ได้โสดาบันนะ เพราะฉะนั้นจะต้องอ่านมันให้ออกเลยไอ้ตัวที่มันกรึ่มๆ อาตมา จับได้เพราะเพื่อนคนหนึ่งชื่อปรีชาทำงานอยู่ทีวีด้วยกัน เขาเคยเล่า เขาเล่าว่า เขาปวดเยี่ยว นอนหลับ แล้วมันตื่นเพราะปวดเยี่ยว เขาก็เสียดายความหลับที่มันสบายดี เพราะมันหลับสนิทดี สบายดี ที่จริงเขาก็มีกิเลสติดตัวสะลึมสะลือนี่แหละ เขาก็บอกว่าเขาพยายาม ปวดเยี่ยวก็ต้องลุกไปเยี่ยว มันไม่เหมือนเราที่ใส่กระบอกได้แต่นี่เขาต้องเดินไปห้องน้ำ ฉี่ใส่กระบอกก็สะลึมสะลือได้ นี่เขาต้องเดินไปเขาจึงต้องรักษาความสะลึมสะลือกลัวมันจะหลุดไป เพราะมันอร่อย รักษาความสะลึมสะลือไป จนไปเยี่ยวสุดแล้วเขาก็รักษาความสะลึมสะลือกลับมานอนต่อ อาดมาก็จับได้ว่าโอ้โห! ผีมันคือตัวสะลึมสะลือนี่เอง ก็พยายามอ่านจนเจอความสะลึมสะลือของตน รู้ว่ามันเป็นอาการนี้เอง ไปเชียว ไปไหนก็ไป ขึ้นสวรรค์หรือลงนรกก็ไป แต่เอ็ง คงเป็นพวกผีนรก เหมือนพระพุทธเจ้าท่านกำราบมารว่าเรารู้หน้ามารแล้ว เราหักเรือนยอดของมารแล้ว บ้านเอ็งพังหมดแล้ว สมัยโบราณ บ้านต้องมีจั่วงาม แต่บ้านแบบเพิงนี่บ้านคนจน เราจะหลับก็หลับแล้วจะตื่นก็ตื่น ยิ่งสายเจโตหลับปึ๊ด ง่าย ท่านหนักแน่น ท่านลั่นผาก็หลับง่ายตื่นง่าย ไว สายเจโตนี่หลับง่ายตื่นง่ายกว่าปัญญา ปัญญานี้มันสายฟุ้งซ่าน เจโตสายสมถะ ตกผลึก ง่าย ก็นี่เรียกว่า สอย ที่บอกว่าคุยกับเทวดา ก็อีกเรื่องหนึ่ง การหลับแล้วตื่นแล้วหลับกันนั่งตีระฆังนั้นมันเป็นความตื่นที่เต็มที่ดี ก็ลุกมาทุกชั่วโมง กะเวลาไม่ให้ผิดพลาด เรากำหนด ก่อนจะถึง เวลา 10 นาทีหรือเลยจากนั้นไป 10 นาที ไม่ให้เก่งขนาด บวกลบ 5 นาที กว่าจะถึงชม.นั้น บางทีมันก็เกินไปบ้าง บางทีมันก็ก่อนไปบ้างก็ตี ทำได้ มันไม่เป๊ะทีเดียว แต่มันก็เก่งขึ้นเรื่อยๆค่อนข้างจะเป๊ะขึ้นเรื่อยๆ อย่างนี้เป็นต้น คุยกับเทวดานี่คือ เทวดาก็คือตัวเรา เทวดาคือ ภูมิธรรมของเราที่มี คุณไม่มีภูมิเทวดาของคุณ นอกจากจะมีคนที่มาเสริมเป็นไก่ตัวพี่ อย่างเช่นอาตมามีพระพุทธเจ้า มีพระโพธิสัตว์ที่เป็นรุ่นใหญ่กว่าเป็นรุ่นพี่ อาตมาก็ได้จากองค์พี่หรือได้จากพ่อ ก็ฝึกฝนได้เท่าไหร่มันก็เป็นของเรามาเกิด จะไปเอาที่ไม่ใช่ของเรามาไม่ได้ เราต้องเอาจากพี่หรือต้องเอาจากพ่อ อย่างอาตมามาในชาตินี้ไม่มีพี่ อาตมาเป็นไก่ตัวพี่ ขออภัย ธัมมิกราช 2 องค์ อาตมาก็เป็นไก่ตัวพี่ ต้องพูด เดี๋ยวจะหาว่าข่มไปลบหลู่ หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ อันนี้ กำลังสาธยายปรมัตถธรรมในระดับที่ลึกซึ้งให้ฟัง อาตมาต้องมาทำงานโพธิสัตว์อย่างนี้ไป ก็ หนัก มันยาก จนกระทั่งจะหมดขันธ์ด้วย มันมีความซับซ้อน อาตมาจะต้องอายุน้อย ขันธ์ต้องไม่อยู่ได้มาก แต่มันต้องทำงานหนักเป็นความซับซ้อนที่ต้องฝึกต้องหัดต้องพากเพียรเอาชนะ แม้แต่เอาชนะอายุขัย อย่างที่ได้พากเพียรให้ดูอยู่นี้ ก็ดูไป ตอนนี้ลดจาก 151 มาเป็น 133 แล้ว ถ้าได้ 120 ก็ถึงหลักชัยแล้ว เอาเท่ากับหมอเฉก ตอนนี้ก็ใกล้ 100 แล้ว อาตมาก็ย่างเข้า 89 มาไม่กี่วัน นี่ก็เรื่องปกิณกะเรื่องหนึ่ง ชัดอยู่นะเทวดาคือตัวเรา คุยกับเทวดาก็คือคุยกับตัวเรา พระพุทธเจ้าคุยกับเทวดาก็เป็นตัวท่านเอง ท่านก็ดึง ของเก่าของท่านขึ้นมาทั้งนั้น อาตมาก็ดึงของตัวเองมา นอกจากจะมีไก่ตัวพี่ก็ได้เทวดาจากไก่ตัวพี่ หรือได้เทวดาจากไก่ตัวพ่อ เพราะฉะนั้นเทวดาอย่าไปเข้าใจว่าเป็นเทวดาล่องลอย หลับตาแล้วก็ไปตามวิมาน เหมือนกับสายอาจารย์มั่น ท่านมหาบัว อะไรอย่างนี้ โอ้โห! มีเล่านิยายเพ้อพกไป กลายเป็นเทวนิยม กลายเป็นสัญญาเก่า ไม่ใช่ปัญญา มันเป็นการรู้อย่างเทวนิยม อย่างเดียรถีย์รู้ ไม่ใช่รู้ของพุทธ ที่รู้จากพระพุทธเจ้า รู้จักเจตสิก รู้จักเวทนา 108 มันไม่ใช่ สายโน้นมาอธิบายเวทนา 108 อย่างอาตมาไม่ได้ หรืออธิบายธรรมะพระธรรมทุกหมวดนั่นแหละ ซึ่งมีอิทัปปัจจยตาขยายความซึ่งกันและกัน เป็นเหตุปัจจัยแก่กันและกัน เพราะฉะนั้นสายปัญญาจึงจะชัดเจนที่สุด สายอื่นที่ปฏิบัติผิดก็ได้เทวดาเก๊ ก็ขอย้ำว่าเลิกหลับตาได้แล้ว มาศึกษาทางอโศกนี่ จะพาปฏิบัติตาม จรณะ 15 วิชชา 8 จริงๆ อันนี้ก็พูดแล้วพูดอีก แหม ก็เห็นแค่จรณะ 15 วิชชา 8 มันต่างจากฌานที่ได้จากจรณะ 15 กับฌานที่ได้จากการนั่งหลับตา มันคนละโลกคนละเรื่องเลย มันไม่ยากเลยนะ แต่ทำไม หลับตากับลืมตาแค่นี้ก็แยกกันไม่ออก ไปจมอยู่กับการนั่งหลับตา เทวะ 2 หลับตาก็เป็น 2 ไปงมงายอยู่กับเทวะที่แยกไม่ออก เหมือนกับพวกชาวเทวนิยม อย่างเช่น สายคริสต์ สายอิสลาม ก็เป็นเทวะแยกไม่ออก 650704 ความเป็นโพธิสัตว์ในประชาธิปไตยไทย รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 44