6.0บทคัดย่อไทย พิมพ์.docx
เนื้อหาในไฟล์
เกื้อกุศล บูรพากล้าจน : ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความเมื่อยล้าของคนงานทำเสื่อกก กรณีศึกษา ศูนย์ศิลป์เสื่อบางสระเก้า อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี วิทยา ศาสต รมหาบัณฑิต สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราช ภัฏ สุรินทร์ ปีการศึกษา 2560 . อาจารย์ที่ปรึกษา : ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประดับ เรียนประยูร และ อาจารย์ ดร.ภัทรพล ทองนำ . 104 หน้า . บทคัดย่อ การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) ศึกษา ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความเมื่อยล้าของคนงานทำเสื่อกก 2) ศึกษา ปัญหาความเมื่อยล้า และระดับความเมื่อยล้าของคนงานทำเสื่อกก เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ ใช้วิธีการศึกษาแบบตัดขวาง (Cross sectional research) จาก สมาชิก ศูนย์ศิลป์เสื่อบางสระเก้า ตำบลบางสระเก้า อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี จ ำ นวน 115 คน โดย เครื่องมือที่ใช้ เป็น แบบสอบถามและแบบประเมิน ค่าดัชนีความผิดปกติใน 8 ด้าน มีค่าความเที่ยงเท่ากับ 0.714 และเครื่องวัด ความดันโลหิต ระบบอัตโนมัติ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการหาค่าสหสัมพันธ์แบบ Pearson Bivariate และ Fisher’s Exact Test ผลการศึกษาพบว่า 1. ข้อมูล ส่วนบุคคล อายุเฉลี่ย 58 ปี ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง แต่งงาน ประกอบอาชีพหลักและมีอาชีพรองที่สอง ร้อยละ 75. 65 , 68.70 และ 63. 48 ตามลำดับ 2. ข้อมูลปัญหาสุขภาพ โดยสมาชิก ร้อยละ 38. 26 มีโรคความดันโลหิตสูง เป็นโรคประจำตัว แต่ ไม่เคยประสบอุบัติเหตุรุนแรงก่อนทำเสื่อกก ร้อยละ 87.8 3 3 . ข้อมูล สภาพแวดล้อม การทำงาน ส่วนใหญ่คนงานต้อง ออกแรง ที่ไม่เกินกำลัง มีการ เพ่ง หรือใช้สายตา จดจ่อ ในการ ทำงานอยู่กับที่ เป็นเวลานาน มีผลต่อ อา การ เกร็ง เจ็บปวดกระดูก ข้อ และกล้ามเนื้อ แต่ ไ
อ่านต่อ
ม่ก่อให้เกิดความเครียดอย่างมาก และมีท่าทางในการทำงาน โดยนั่งมากกว่า การยืน ใช้มือออกแรงบีบจับชิ้นงาน มีการ เคลื่อนไหว บริเวณ แขนเป็นหลัก มี การยกชิ้นงาน ที่ ไม่ใหญ่เทอะทะ แต่ก็ต้องยกอยู่เหนือไหล่ หรือวางมือ ต่ำกว่าเข่า โดยยก ไม่ห่างจากลำตัว 4. ข้อมูลลักษณะความเมื่อยล้า พบว่า มีความ รู้สึกเมื่อยล้าเป็นบางครั้งหลังเลิกงาน ร้อยละ 57. 39 มี อาการเจ็บปวดหรือรู้สึกไม่สบายตามส่วนต่างๆ ของร่างกายเป็นส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 91.3 0 หากมีอาการ เมื่อยล้า ในช่วงเวลาทำงาน เมื่อได้พักแล้วก็จะหายได้ การเคลื่อนไหว ขณะทำงาน ใช้ อวัยวะบริเวณแขนส่วนล่าง มือ/ข้อมือ และ ข้อศอก เป็นประจำ ทั้งนี้อาชีพทำเสื่อกกมีความเป็นอิสระแต่ต้อง มีความ รับผิดชอบ 5 . ระดับความ เมื่อย ล้า ของคนงานอยู่ ในระดับมีปัญหาเล็กน้อยพอทนได้ ร้อยละ 75.65 นอกจากนั้นผลการศึกษายังแสดงให้เห็นว่า ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับ ความเมื่อยล้าของคนงานทำเสื่อกก อย่างมีนัยส ำ คัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น .05 ได้แก่ ปัจจัย ส่วนบุคคล อายุ ( r = -. 2 02 p < . 05 ) ปัจจัยสภาพแวดล้อมการทำงาน ด้านสภาพทั่วไป ( 2 = 5.702 p < .05 ) ด้านท่าทางการทำงาน ( 2 = 5.931 p < .05 ) ด้านการยกและการเคลื่อนย้ายสิ่งของ ที่ มีน ้ำหนั กมากหร ื อม ี ขนาดใหญ ่ ( 2 = 12.720 p <.01 ) และมี ระยะในแนวระนาบ ค่อนข้างมาก ( 2 = 9.550 p < . 01 ) ปัจจัย ลักษณะความเมื่อยล้า มีอาการเจ็บปวด บริเวณ ข้อศอกด้านขวา ( 2 = 7.846 p < . 05 ) บริเวณแขน ส่วนล่างด้านขวา ( 2 = 7.812 p < . 05 ) บริเวณน่อง ด้านขวา ( 2 = 5.432 p < . 05 ) มีการเคลื่อนไหว บริเวณ ข้อศอก ( 2 = 6.883 p < . 05 ) และ บริเวณ น่อง ( 2 = 4.524 p < . 05 ) ส่วนปัจจัยอื่นๆ ไม่มีความสัมพันธ์กับ ความเมื่อยล้า ฉะนั้น การใช้ หลักการย ศาสตร์มาเป็นหลักคิดในการทำเสื่อกก จะช่วยลดปัญหาความเมื่อยล้าจากการทำงาน ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและปัญหาสุขภาพโดยรวมได้ผลดี