ธรรมะกับการเมืองเป็นเรื่องเทวะ.docx
เนื้อหาในไฟล์
ธรรมะกับการเมืองเป็นเรื่องเทวะ พ่อครูว่า...เรื่องของประชาธิปไตยกับธรรมะมันขาดกันไม่ได้หรอก เรื่องของการเมือง เขาก็ไปแยกการเมืองออกจากคำว่าธรรมะ ในการเมืองที่ไม่มีธรรมะนั้นมันไม่ได้ ไปแยกออกไม่ได้ มันเป็นพฤติกรรมของมนุษย์ มนุษย์อยู่ที่ไหนธรรมะก็อยู่ที่นั่น มนุษย์หนึ่งคนก็ต้องมีการเมืองมีธรรมะอยู่ไหนคนนั้น 1 คน มนุษย์ 2 คนก็ต้องมีการเมืองอยู่ใน 2 คน แล้วก็มีธรรมะอยู่ใน 2 คน มนุษย์ 3 คน ก็มีธรรมะและการเมืองอยู่ใน 3 คน ก็ต้องรู้สภาวะธรรมะกับการเมืองเป็นอย่างไร มันเป็นการเถียงกันด้วยพยัญชนะเท่านั้นเอง การเมืองกับธรรมะเป็นเทวธัมมาเป็นธรรมะ 2 มันแยกกันไม่ออก ในมนุษย์จะต้องมีธรรมะ ในมนุษย์ คุณจะไม่มีการเมืองเลยนั้น ก็แสดงว่าคุณเองคุณอยู่คนเดียวโดดเดี่ยว อยู่ในถ้ำเขาป่า ไม่เกี่ยวกับอะไรเลย อย่างนั้นจะอธิบายว่าไม่มีการเมือง ไม่เกี่ยวกับสังคม ไม่เกี่ยวกับผู้อื่นอยู่ผู้เดียว เอาแต่ผู้เดียว เดินผู้เดียว ไปผู้เดียว มาผู้เดียว กินผู้เดียว นอนผู้เดียว ตายผู้เดียวจนไม่มีใครรู้เลยว่าไปตายอยู่ที่ไหน บางคนก็เห็นแต่กระดูกแห้งอยู่ในป่า อะไรอย่างนี้ก็ได้ ทำอย่างนั้นก็ได้ แต่มันเป็นธรรมดาธรรมชาติของสัตว์ที่เป็นมนุษย์ มนุษย์เป็นสัตว์โขลง เป็นสัตว์สังคมอยู่ด้วยกัน มีจิตวิญญาณชั้นสูง สูงกว่าสัตว์เดรัจฉานด้วย สัตว์เดรัจฉานที่มันอยู่เป็นโขลงมันก็มีวัฒนธรรม มีธรรมชาติเลี้ยงดูกันช่วยเหลือกัน เกื้อกูลกันเสียสละต่อกันต่างๆนานามีแล้ว ในสัตว์เดรัจฉานมีแล้ว แล้วเป็นสัตว์มนุษย์ จะไปต่ำกว่าสัตว์เดรัจฉานได้อย่างไร สัตว์มนุษย์ก็ต้องมีสิ่งเหล่านี้สูงกว่าสัตว์เดรัจฉานอีก สูงกว่ามากๆด้วย สูงได้ประเสริฐสุดเลย อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นจะไปแยกธรรมะกับประชาธิปไตยไม่ได้ มหาตมะคานธีบอกว่าต้องเอาธรรมะสถาปนาลงไปใน
อ่านต่อ
การเมือง ถ้าการเมืองไม่มีธรรมะ ชิบหาย ไปไม่ได้ ผู้ที่มีพลังงานมีความรู้มากมีสิ่งที่อุ้มชูผู้อื่นเกื้อกูลผู้อื่นได้ช่วยเหลือผู้อื่นได้มากก็ต้องเสียสละอันนั้นได้มาก พ่อแม่ก็ต้องเสียสละให้แก่ลูกที่ยังเล็กที่ยังช่วยตัวเองไม่ได้ธรรมดาธรรมชาติสัตว์เดรัจฉานมันก็ทำแล้วรู้แล้ว แล้วเป็นคนไม่รู้ได้อย่างไร มันก็โง่ยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉานเท่านั้น แล้วไม่ทำก็ต่ำกว่าเดรัจฉานอีก มันก็ไม่ได้ มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ 631018_รายการวิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ศึกษาเทวะให้เกิดประชาธิปไตยอาริยะ