DNA โลกุตระของคนไทย.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.51 KB
วันที่แก้ไข19 ตุลาคม 2563

เนื้อหาในไฟล์

DNA โลกุตระของคนไทย พ่อครูว่า…เมืองไทยมีดีเอ็นเอโลกุตระ เติมต่อยอดมาแต่ละยุคสมัยตั้งแต่พ่อขุนรามคำแหง มาถึงรัชกาลที่ 9 เป็นรูปธรรม ที่จริงอาตมาเกิดมาก็ทำตามประสาของอาตมา ตามสายของธรรมะ ด้านของจิต ไม่ใช่กายของอย่างอื่น อาตมาจึงต้องทำต้องพยายามต่อไป ทั้งๆที่อาตมาเองจริงๆนั้น โดยเหตุปัจจัยจริงๆแล้ว มันต้องจบแล้วมันก็ต้องเลิกไปแล้ว ให้พวกเราทำแหละ แต่ทีนี้มันเป็นความทรมานของอาตมาเป็นวิบากของอาตมาเอง อาตมาก็จะต้องรับวิบากอันนี้หรือรับทรมานอันนี้ ในการทรมานอันนี้ 1. ความสืบสานของการทำงาน เพื่อจะต่อภูมิของคุณธรรมให้แก่มนุษยชาติก็ยากมาก ทรมานทรกรรม มันเหน็ดเหนื่อยทั้งกายและใจ พลังกายก็ใช้ ยิ่งใจต้องใช้พลังใจมากด้วย มันทั้งอย่างนั้น และ ต่อทั้งอายุขัย ก็ยากลำบากทรมานจริงๆ แต่ยังดี ที่อาตมามีวิบากโรคภัยไข้เจ็บ ที่จริงมีแค่นี้ มันไม่มากมายอะไรหรอก มันก็ทรมานขนาดหนึ่งประมาณหนึ่งเท่านั้นเอง ที่จริงอาตมาว่ามันดี ถ้าอย่างนี้ทนไปสู้ไปได้ อาตมาว่าถ้าสู้ไปแล้ว ถ้าเผื่อว่ากุศลของอาตมามีมากขึ้น กุศลจะไปชะลออกุศลชะลอสิ่งที่เกิดทุกข์ทรมานให้ลดลง ชลอหรือลดสิ่งเหล่านั้นมันจะดีขึ้น เพราะฉะนั้นก็ทำไปพยายามพากเพียรสร้าง อาตมามีคติของตัวเองว่า “ทำดียังไม่ได้ดี เพราะทำดียังไม่มากพอ” เพราะฉะนั้นก็ต้องวิริยะอุตสาหะให้มากขึ้น เราก็ทำไป และก็ความซับซ้อนที่อาตมาทำนี้ หากอาตมาทำพากเพียรไปอีก และสามารถรักษาขันธ์ยังขันธ์ไปได้ ไม่ตาย มันสู้ได้ไม่สุดทน ไปได้ถึง 100 ปี ถึง 108 ปี นี้อาตมาพูดผ่านมาบ้างแล้ว ก็ไปดูตอนนั้น ว่าสรีระร่างกายทั้งหลาย วิบากต่างๆที่มันเจ็บป่วยหรือทรมานลำบากลำบนพวกนี้จะลดลงหรือว่าจะหนักยิ่งขึ้น ก็ไปดูที่ตอนนั้นในอายุ 108 ปี ถ้ามันหนักยิ่งขึ้นจนกระทั่งไม่ไหวแล้วนะ ก็คงจะบ๊ายบายกันต

อ่านต่อ

อนนั้น แต่ว่าจะถึง108 หรือเปล่ายังไม่รู้นะนี่พูดไป มันเป็นพิมพ์เขียวเท่านั้นเอง อีก 22 ปีจะถึง 108 มันจะเป็นอย่างไรก็ว่ากันไปเรื่อยๆ ตอนนั้นอาตมาก็กะไว้ว่าจะสรุปผลตอนนั้นว่า อาตมาจะอยู่ต่อหรือไม่อยู่ต่อ ถ้ามันสุดทนจริงๆไปไม่ไหวทรมานเกินไป และผลที่ได้ไม่คุ้ม ก็คงจะต้องเกิดมาใหม่ อาจจะมาเกิดอีกในช่วงยังไม่ถึง 5,000 ปีนี้แหละ มาเกิดอีกทีก็ว่ากันไป หรือว่ามันไปไม่รอดไม่คุ้มเลย เพราะอาตมาพูดจริงๆก็อาตมารับจากพระพุทธเจ้ามาจริงๆ พระสมณโคดมนี่แหละ นี่ไม่ได้พูดเล่นนะพูดเรื่องจริง พวกคุณไม่มีสิทธิ์จะรู้ได้ตามอาตมาเท่านั้นเอง เพราะเป็นเรื่องส่วนตัวอาตมากับพระพุทธเจ้าก็รู้กัน องค์อื่นก็รู้ แต่เกิดในยุคก่อนนั้นพูดกันได้ ก็จะอ้างอิงถึงองค์นี้ไงองค์นี้ไงอยู่ในยุคเดียวกัน แล้วท่านก็รับรองด้วย ส่วนอาตมาไม่มีก็มาคนเดียว อาตมารับจากพระพุทธเจ้า ว่าจะมาทำงานต่อสืบสานต่อ เพราะฉะนั้นหลักฐานต่างๆที่มีแม้แต่ในพระไตรปิฎกบันทึกอยู่ว่าอาตมาเป็นผู้ที่เป็น สมณะพราหมณา เป็นภิกษุผู้จะสืบสานศาสนาเป็น สยังอภิญญา เป็นผู้มีของตนเองมาเองแล้ว สยัง พูดแล้วผู้ที่เขาไม่เข้าใจในธรรมะลักษณะพวกนี้เขาก็หาว่าอวดตัวอวดตน พูดแล้วเลอะเทอะหลงตนเอง แต่ถ้าผู้ที่แสวงหาและตั้งใจศึกษา นานวันก็จะค่อยๆเข้าใจ เพราะว่าผลงานของอาตมาจะยืนยันให้เขาเชื่อได้ เช่นว่า อาตมาพาใทำให้มาชัดเจนว่า พาคนมาจนจริงๆ ไม่ใช่พูดแต่ว่าพาคนมาจนเท่านั้น ไม่ใช่ได้แต่พูด แต่พาคนมาทำจริง เป็นจริง มาเป็นคนจน ถามจริงๆว่าพวกคุณมาแกล้งจนหรือเปล่า หรือว่ายอมจน มุ่งมาจน มาตั้งใจจน หรือว่าแกล้งมาจน ...ตั้งใจจน 631018_รายการวิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ศึกษาเทวะให้เกิดประชาธิปไตยอาริยะ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน