ได้โดยไม่ยากไม่ลำบากในฌาน 4.docx
เนื้อหาในไฟล์
ได้โดยไม่ยากไม่ลำบากในฌาน 4 _สู่แดนธรรม...จากพระสูตรเมื่อกี้นี้ ข้อ 1 มีมิตรดี, ข้อ 2 มีศีล, ข้อที่ 3 คือเป็นผู้ไม่ยากในการจะพูดเรื่องกถาวัตถุ 10 แปลว่ากถาวัตถุ 10 ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆก็จะพูดได้ แต่เพราะว่าพวกเรามีมิตรดีมีศีล นิมนต์พ่อท่านพูดขยายความข้อที่ 3 ได้มั้ยครับ พ่อครูว่า…ได้ เพราะฉะนั้นก็อธิบายตามข้อ 3 ว่า ได้โดยไม่ยาก ได้โดยไม่ลำบาก สำนวนนี้คงติดหู ได้โดยไม่ยากไม่ลำบากในฌานทั้ง 4 คำว่าฌานทั้ง 4 คือ สภาพของพลังงานที่เผากิเลส ฌานคือพลังงานไฟ อุณหธาตุ เผาไฟ ราคะ โทสะ โมหะ ซึ่งเขาพูดมาก่อนแล้ว ฌาน เขาก็พูดมาแล้วแต่เขาไม่พูดกัน ฌานคือไฟ เขาก็ไม่พูด ฌาน เขาพูดกันไปว่าเป็นความเย็นด้วยซ้ำไป ถ้าจิตเป็นฌานก็เย็น ที่จริงแล้ว ฌานมันเป็นไฟ ดีนะ พจนานุกรมบาลีเขายังแปลว่าไฟ แปลว่าเพลิง แต่เขาไปแปลว่าเพ่ง อันนั้นของฤาษี ใช่ฌานฤาษีเอาแต่เพ่ง แต่ของพระพุทธเจ้านั้นไม่เพ่ง ปรุง พัดไฟให้ร้อนเลยไม่ใช่เป็นนั่งนิ่งให้เย็น แต่ทำให้เกิดไฟมากเลยตรงกันข้ามคนละขั้วเลยของพระพุทธเจ้า ฌานปรุงแล้วเป็นไฟ ไม่ใช่ฌานแล้วทำให้เย็น ท่านพุทธทาสก็เหมือนกันบอกว่าเย็น นิพพานแปลว่าเย็น..ไม่ใช่ ผู้ที่บรรลุธรรมะ กำจัดราคะโทสะโมหะได้ ก็มีไฟฌานที่เผาได้สำเร็จ ฌานต้องมีปัญญา มีคู่หู พอฌานกับปัญญาร่วมกันเมื่อไหร่ก็เกิดบุญ เกิดเป็นพระเพลิงใหญ่เลย เผาราคะโทสะโมหะ บุญ คือตัวสำเร็จผลของฌาน กับปัญญา ร่วมมือกัน มีวิธีเผา จนทำพลังงานปัญญาพลังงานฌาน เป็นพลังงานบุญ สลายราคะ สลายโทสะ สลายโมหะได้ ก็ยิ่งเป็นฌานยิ่งใหญ่ เป็นไฟกองใหญ่เลย ร้อนไหม? ผู้ที่เป็นฌานเสียเองจะไปร้อนทำไม เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับฌาน แต่ คนที่ไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับ ฌาน แน่นอนทนยาก ใครทนโพธิรักษ์ได้เก่งก็เยี่ยมเพราะโพธิรักษ์สาดฌานอยู่เรื่อย สาดไฟอย
อ่านต่อ
ู่เรื่อย ไม่หยุดหรอก เพราะฌานนี้เป็นสุดยอด จะได้ฌาน ก็ต้องรู้จักกระบวนการของธรรมะพระพุทธเจ้าคือ ศีล อปันกปฏิปทา 3 สัทธรรม 7 รวมแล้ว 11 องค์ เป็นกระบวนการใหญ่ที่ก่อให้เกิด ฌาน 1 2 3 4 ของพระพุทธเจ้าเป็นพุทธคุณ 9 แต่ฌาน ฤาษี นั่งหลับาเป็น ชานหมาก หรือชานเรือน หรือนอกชาน มันไม่ใช่ ฌาน ไม่ใช่สภาวะอันนี้ นี่ไม่ใช่พูดเล่นนะ พูดจริงไม่ได้ใส่ความใส่ใคร้ ไม่ได้พูดออกนอกเรื่อง พูดเข้าหาแก่นแท้เนื้อหาสาระธรรมะของพระพุทธเจ้าเลย _สู่แดนธรรม...พ่อท่าน อธิบายการได้ โดยไม่ยากไม่ลำบาก ในฌาน แต่คราวนี้ในข้อที่ 3 คำพูดที่เป็นเครื่องขัดเกลากิเลส พ่อครูว่า… ที่กำลังพูดนี่แหละเป็นเครื่องขัดเกลากิเลส สภาวะใช่หมดเลย แต่สู่แดนธรรม กำลังทวงพยัญชนะ แต่ที่พูดนี้พูดเครื่องกำจัดกิเลสแล้วให้เกิดจิตที่สบาย พวกคุณปิดหมดเลยแต่อาตมาทะลุทะลวงเพื่อเปิดจิต เพื่อให้เลิกยึดถือเสียอันนั้นแหละเบื่อหน่าย ไปยึดอยู่นั่นแหละเบื่อหน่ายซะที เพื่อจะได้คลายกิเลสกำหนดต่างๆ จะได้ดับ เพื่อความดับความสงบจากกิเลส ไม่สงบแล้วมานั่งแข็งมานั่งไม่พูดมานั่งไม่คิดไม่ใช่ สงบของพระพุทธเจ้านี้ปราดเปรียวคล่องแคล่วว่องไว เป็นกายปาคุญญตา เป็นจิตปาคุญญตา คล่องแคล่วว่องไวไม่ใช่ไปเฉื่อยเนือย นั่นไม่ใช่ของพุทธ พุทธปราดเปรียวคล่องแคล่วว่องไวทั้งนอกและในเหมือนอย่างโพธิรักษ์ ยังปราดเปรียวน้อยไปนะ แล้วหาว่า เรานั้นยิ่งกว่าลิง แต่จริงๆแล้วมันเร็วยิ่งกว่าแสง นี่ยังน้อยนะ ถ้าถึงแสงเมื่อไหร่คุณเอ๋ย ไหม้คุณไม่เหลือ ซึ่งมันเข้าใจผิดจริงๆเลยคนละเรื่อง เป็นไปเพื่อการสงบระงับกิเลส กิเลสยิ่งหมดไปเท่าไหร่ยิ่งแคล่วคล่องว่องไวยิ่งปราดเปรียวยิ่งแรงและเร็ว ธรรมะของพระพุทธเจ้ามันจึงเป็นความรู้ยิ่งเร็วไวหมดเลย เป็นความตรัสรู้เพื่อนิพพาน เพราะฉะนั้นกิเลสมันจะแอบมาเล็กน้อยอย่างไรไม่เหลือหรอความเร็วของเรารู้ทันหมด
640303_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ปฏิบัติจรณะ 15 พาให้พ้นสวรรค์คนโง่