กลียุค กับ บุญเก่าและบุญใหม่เป็นเช่นไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
กลียุค กับ บุญเก่าและบุญใหม่เป็นเช่นไร _นุช ไทยเจริญพร : โลกนี้ช่วงนี้วุ่นวายนักเจ้าค่ะ พ่อครูว่า…โลกยุคนี้ใกล้กลียุค ก็ย่อมวุ่นวายเป็นธรรมดา ก็จะไม่สงบเรียบร้อยกันหรอก ไม่ใช่ต่างคนต่างอยู่สบาย นานๆจะมีคนกระเหี้ยนกระหือรือกิเลสแรง เลยไปรุกรานคนอื่นเขา ทุกวันนี้ก็เลยมีความต้องการกันเยอะ รุกรานกันเยอะ ต้องการเป็นใหญ่ ต้องการที่จะโลภโมโทสัน เอาเปรียบใครให้ได้ ต้องการที่จะ ชนะคะคานกันอะไรก็แล้วแต่ซับซ้อน ถ้าไม่ศึกษาโลกุตรธรรมที่มีความ คัมภีรา (ลึกซึ้ง) ทุททัสสา (เห็นตามได้ยาก) ทุรนุโพธา (บรรลุรู้ตามได้ยาก) สันตา (สงบระงับอย่างสงบพิเศษ แม้จะวุ่นอยู่) . ปณีตา (สุขุมประณีตไปตามลำดับ ไม่ข้ามขั้น) อตักกาวจรา (คาดคะเนด้นเดามิได้) นิปุณา (ละเอียดลึกถึงขั้นนิพพาน) ปัณฑิตเวทนียา (รู้แจ้งได้เฉพาะผู้เป็นบัณฑิต บรรลุแท้จริงเท่านั้น) (พตปฎ. เล่ม 9 ข้อ 34) พยัญชนะของพระพุทธเจ้าเก็บเอามาไล่รายละเอียด ซาบซึ้งทั้งนั้น มันลึกซึ้ง ซับซ้อนต่างๆนานา ยากที่คนสามัญปุถุชนจะหยั่งรู้กันได้ง่ายๆ ผู้มีภูมิธรรมระดับอริยะขึ้นไปจึงจะค่อยๆรู้ และไม่ได้รู้หมดทีเดียว ก็ค่อยๆรู้ไปตามลำดับๆ โลกวุ่นวายจริง เพราะมันใกล้กลียุคดังกล่าว เราอยู่ในเสนาสนะที่เป็นชมพูทวีปอย่างประเทศไทย เป็นแดนชมพูทวีปที่มีฤทธิ์ มีธรรมฤทธิ์ มีราศี รังสี กัมมันตภาพรังสี กันความรุนแรงวุ่นวายจากภายนอกเข้าได้ ซึ่งเป็นความลึกซึ้งอจินไตย ขบคิดเอาเองไม่ได้หรอก เป็นความลึกซึ้งมากเลย ว่า เราไม่มีความรุนแรงโต้ตอบ แต่มีอำนาจยิ่งใหญ่ที่ต้านความรุนแรงได้ นี่เป็นเรื่องไม่ใช่ปากพล่อยพูดพล่อยนะ แต่เป็นเรื่องที่สุดลึกซึ้ง มันต้องมีเองแล้วก็ปรากฏได้ อันนี้อาตมาเอง เป็นผู้ที่รู้จักอันนี้ แล้วก็พาทำอันนี้มา ในประเทศไทยนี่แหละ ตั้งแต่เริ่มไปทำในรอบกว้าง
อ่านต่อ
ตั้งแต่ออกไปสู่สังคมการเมืองพาทำกันไป แล้วอาตมาก็ไม่ได้กำหนดตัวว่า เป็นเจ้าลัทธิเป็นเจ้าใหญ่เป็นเจ้าของ ก็มีคนอื่นมีแสดงตัวเด่นกว่าอาตมาเยอะแยะ มีสุเทพ เทือกสุบรรณ มีพลเอกปรีชา เอี่ยมสุพรรณ แต่ดูเหมือนจะเป็นสุเทพ เทือกสุบรรณ เด่น ในงานนั้น ก็คืองานปราบรัฐบาลยอดแย่ จริงๆคือ รัฐบาลทักษิณ จนเดี๋ยวนี้ก็ยังมีเหลือเศษๆเหลือๆอยู่เลย ยังไม่หมด คืออาตมาว่า ถ้าทักษิณ ขออภัยพูดตรงๆถ้าทักษิณยังไม่ตาย อาตมาว่าแกไม่หยุดหรอก 1. แกหมดทรัพย์ หมดแรง หมดอำนาจที่จะมายุแหย่ให้คนอื่นด้วยอำนาจเงินอำนาจคนหลง คนหลงทักษิณก็ยอมสู้ตายด้วยไม่ต้องให้เงินก็ได้ตายแทนได้ก็เขาก็ทำ ก็เป็นธรรมชาติธรรมดาของคน ที่หลงยึดติดหลงยกย่องกัน ก็เป็นไป แต่เห็นได้ว่าโรยราลงเรื่อยๆ แต่ก็ยังมีพวกที่คิดว่า ถ้าทักษิณตายไปข้าจะแทนทักษิณ จะพยายามเป็นตัวตายตัวแทนก็มีอยู่บ้าง ก็แอคอาร์ทกันไป คุณลองคิดดูดีๆเถอะอาตมาจะบอกความซับซ้อนลึกซึ้ง อย่างหนึ่ง คนไม่ฉลาดพอไม่รู้ คือ ผู้ที่ปฏิบัติการเหมือนว่าจะทำตัวให้เหมือนทักษิณ คุณไม่ได้จบวิชาการอาชญวิทยา คือ วิทยาการทางอาชญากรรม ความเลวร้ายซุกซ่อนวิธีการซับซ้อนของคนเลว อาชญะ เขาไปจบด็อกเตอร์อาชญวิทยามานะทักษิณ คุณเป็นใคร คุณจบอาชญวิทยา ปริญญาตรีหรือโทหรือปริญญาเอกเท่าทักษิณไหม อย่าผยองเลย คนที่เป็นตัวอย่างชัดเจน คนระดับปริญญาเอกอาชญาวิทยามาทำแล้วเห็นไหมมีฤทธิ์เดชมาก จนป่านนี้ยังไม่เสร็จสิ้น แล้วคุณจะเอาอย่าง คุณไปเรียนอาชญวิทยาให้จบด็อกเตอร์เช็คก่อนสิ แล้วโกงเอาเงินมาให้มากๆ หาพวกให้ได้มากๆสร้างบุญคุณให้คนนับถือให้มากๆ คุณลองทำดู ยังไม่มีเหตุปัจจัยในคุณเลยอย่าแอคเลย เห็นช้างขี้อย่าขี้ตามช้างเลย บ่มีไก๊หรอก เพราะฉะนั้นในเรื่องรัฐทั้งหลายแหล่ ที่อาตมาหยิบเอามายืนยันเอามาพูด ใช้ศึกษาเถอะแล้วจะรู้ความซับซ้อนอีกเยอะมากในมนุษยชาติ อาตมาเองอาตมาไม่ยุ่งเกี่ยวจะไปแย่งอำนาจโลกีย์ หรือแม้แต่อำนาจทางธรรมก็ไม่แย่ง แต่อาตมาเต็มใจทำงานทางธรรม โลกีย์นั้นตัดทิ้งเลย ไม่แย่งไม่อะไรทั้งนั้น ไม่ไปออกฤทธิ์ออกแรงอะไรทั้งนั้น มีตามบารมี คำว่า บารมี ไม่ใช่บุญ แต่คำว่า บารมี นี่ เป็นเรื่องของผู้ที่สามารถเข้าใจบุญ และทำบุญมีผลสำเร็จ บุญ เป็นปัจจุบันธรรม เป็นพลังงานที่สร้างขึ้นได้ในปัจจุบันธรรม แล้วมีหน้าที่ล้างจิตวิญญาณตัว กลิ จิตวิญญาณที่เป็นตัวโทษตัวภัยในมนุษยชาติ ตั้งแต่ของตัวเองล้างหมดเป็นอรหันต์แล้ว ก็ให้คนอื่นรู้ตัวแล้วล้างของตนเอง ล้างให้กันไม่ได้ ไม่มีใครจะล้างกิเลสให้ใครไม่ได้ แม้แต่พระพุทธเจ้าก็ล้างกิเลสให้ใครคนอื่นไม่ได้ ได้แต่บอกให้เข้าใจแล้วไปทำอย่างนี้ ไปสร้างพลังงาน ฌาน เป็นไฟ เป็นอำนาจฤทธิ์แรง แล้วในฌานมีปัญญา ปัญญามันจะรู้แจ้งว่ากิเลสมันตัวนี้ตัวภัย แล้วฆ่ากิเลสแท้ๆ ตัวปัญญา ไม่ทำให้ไประแคะระคายเคืองแก่จิตสะอาด ไม่เลย บุญมีปัญญา ธรรมวิจัยสัมโพชฌงค์ วิจัยได้ละเอียดมากเลย แล้วทำลายแต่สิ่งที่ควรทำลายได้อย่างมีสัดส่วน ยอดเยี่ยมเลย นี่เป็นความละเอียดลึกซึ้งที่อาตมาพยายามขยายความจริงให้ฟัง มันไม่ง่าย แต่มันได้จริงๆ มันเป็นจริงไม่เป็นพิษเป็นภัยอะไรแก่อะไรเลย ตั้งแต่ หยาบ กลาง ละเอียด ทั้งหมดเลย หยาบก็ไม่มีไปละเมิด ยิ่งกลางเข้าไปก็ละเอียด ไม่ละเมิด ยิ่งละเอียดก็ยิ่งไม่ละเมิด ที่จริงละเอียดก็ไม่มีอะไรที่ละเมิดอีกแล้ว เข้าไปหาความหมด นี่คือนัยยะสำคัญของบุญ และบุญเก่า บุญใหม่ ก็ยากที่จะเข้าใจกัน เมื่อกี้พูดถึงบุญเก่า บุญใหม่ เช่น บุพเพกตปุญญตา คนเข้าใจไม่ได้ง่ายๆ บุพพะ กับ กตนะ กตะ ที่บุญ มันจัดการมาแล้ว กตะ แปลว่า เสร็จแล้ว จบแล้ว บุญที่ทำหน้าที่แต่ก่อน ชาติไหนก็แล้วแต่ คุณได้ทำพลังงานเป็นบุญกำจัดกิเลสนั้นหมดมาแล้วเสร็จแล้วนะ กตญาณ เสร็จแล้วจบแล้วได้แล้วนะ คุณไม่ต้องใช้บุญอีกแล้ว บุญไม่มีมานะ ซับซ้อนไหม คุณเสร็จแล้ว บุพเพกต บุญสำเร็จเรียบร้อยแล้วไม่มีมาอีกนะ มีแต่จิตสะอาดจากกิเลสอันนั้นมาอย่างแข็งแรง นี่คือบารมีของผู้ที่ทำ บุพเพกตปุญโญ เพราะฉะนั้นคำว่า ปุพเพกตปุญญตา คนไม่มีความรู้ละเอียดอย่างนี้ จะบอกว่าบุญมีแท่งมีก้อนมีแต่บุญเก่ามา ซึ่งบุญไม่มีตามมา ยากไหม? ...เงียบ แสดงว่ายาก บางคนบอกไม่ยาก เห็นไหมยาก ตรงที่ว่า ถ้าว่าไม่ยากทำไมไม่รีบตอบ แสดงว่า ยาก ขนาดพวกคุณนะฟังเรื่องนี้มาถึงพันถึงแสนครั้งหรือไม่นะ อาจจะถึงหรือกว่าแล้วก็ได้ ใช่ไหม เห็นไหมว่ามันไม่ง่าย คัมภีรา (ลึกซึ้ง) ทุททัสสา (เห็นตามได้ยาก) ทุรนุโพธา (บรรลุรู้ตามได้ยาก) สันตา (สงบระงับอย่างสงบพิเศษ แม้จะวุ่นอยู่) . ปณีตา (สุขุมประณีตไปตามลำดับ ไม่ข้ามขั้น) อตักกาวจรา (คาดคะเนด้นเดามิได้) นิปุณา (ละเอียดลึกถึงขั้นนิพพาน) ปัณฑิตเวทนียา (รู้แจ้งได้เฉพาะผู้เป็นบัณฑิต บรรลุแท้จริงเท่านั้น) (พตปฎ. เล่ม 9 ข้อ 34) ไม่ง่ายที่จะเห็นตามรู้ตาม มันสงบเนียนลึกซึ้งซับซ้อนหลายชั้นมากเลย สุขุมประณีตละเอียด เดาไม่ได้ อตักกาวจรา คาดคะเนเอาไม่ได้ต้องเจอสภาพเอง มันละเอียด นิปุณา อาตมาไม่รู้จะแปลภาษาไทยว่าอะไร มันละเอียดขั้นนิพพาน ไม่รู้จะใช้พยัญชนะอะไรมาสื่อ คนที่เข้าไปถึงสภาวะของนิพพาน ซึ่งเริ่มตั้งแต่มีจิตสะอาดจากกิเลสเป็น ปริสุทธา แล้วจะมีปริโยทาตา แล้วจิตจะมีสภาวะ 2 มุทุภูตธาตุ จะได้มากได้ดีได้แนบเนียนเก่งทั้งสองสภาพสะสมจึงสามารถทำกรรมได้ดี เหมาะควร ไม่มีผิดพลาด ทุกกรรมทำได้เหมาะสม จึงเป็นกรรมที่ไม่มีโทษเลยรับรอง รับรองด้วยคุณสมบัติพิเศษ ไม่มีใครรับรองต้องของคุณวิเศษเอง ของผู้นั้นเอง เจ้าของเองรับรองเป็นจริง ซื่อสัตย์จริงใจทำได้ เป็นจริงอย่างนั้นเรียกว่ากัมมัญญา จะทำกรรมอีก เจอกับโจทย์อีกเท่าไหร่ก็ไม่มีเพลี่ยง ไม่มีพล้ำ ไม่มีเสียหลัก ไม่มีเสียท่า ผ่องใสสะอาดอยู่ตลอดกาลนาน ประภัสสร อาตมาหยิบสภาวะมาขยายเป็นภาษาไทยๆแปลให้ฟังแต่ละคำ บุญเก่า มันเป็นคำสองคำ คำว่า บุญตามมาใหม่ บุญเก่าตามมาไม่มี บุญเก่าไม่มี บุญมีแต่บุญปัจจุบัน จะเรียกว่าใหม่ก็ใหม่ปัจจุบัน หมดปัจจุบันแล้วไม่มีบุญ อนาคตยังมาไม่ถึง คุณกำลังทำพลังงานฆ่ากิเลส ขณะนี้มันกำลังทำสงคราม สรณะ ประกอบสงครามกันอยู่เลย กำลังทำปฏิกิริยาของเหตุปัจจัยที่กำลังเกิดทันทีทันใดบัดนี้ คุณก็ล้างกิเลสขณะนี้ปัจจุบัน มันก็คือพยายามสร้างพลังงานให้เป็น ไฟฌานขึ้นมาล้าง สู้กับกิเลสทำลายกิเลส คุณทำลายกิเลส จบได้ เผด็จศึกได้ จึงชื่อว่าบุญ ฌานกับบุญ ตัวเดียวกัน แต่คำว่าบุญมันคือตัวสำเร็จงานของฌาน ไฟเท่านี้ จัดการสลายกิเลสสำเร็จเรียกว่า บุญ เพราะฉะนั้นคุณทำได้เสร็จจบ บุญมันหมดอาสวะสิ้นก็จบเรื่อง แต่ถ้าบุญคุณไม่สำเร็จยังไม่จบ อาสวะยังเป็นได้แค่เพียงบางส่วน 100 คุณได้สัก 20 ได้สัก 30 ได้สัก 50 มันก็เลยอีกส่วนหนึ่งเพราะคุณเป็นแค่เสขบุคคลต้องทำต่อ สร้างบุญให้ล้างก้อนกิเลสก้อน 100 นี้ให้หมด 100 ถ้ายังไม่หมด 100 ก็คือมีส่วนบุญ ได้ทำไปบางส่วน ที่เหลือก็ทำให้หมด เป็นเสขบุคคล หมดแล้วก็ อเสขบุคคล ก็ไม่ต้องทำอีก การศึกษาจบกิจ หมดกระบวนการที่จะรบ อรณะ ไปเป็นส่วนๆ ไม่มีสงครามอีกเรื่อยๆ อย่างนี้ต่างหาก เพราะฉะนั้นคำว่าบุญเก่าและบุญใหม่เป็นพยัญชนะที่คลุมเครือ ถ้าไม่รู้สภาวะแล้วอ้างอธิบาย บุญเก่าบุญใหม่ จะอธิบายไม่ได้ง่ายๆ
640305_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ปฏิจจสมุปบาทสลายอวิชชาให้สิ้นอาสวะอนุสัย