โมฆบุรุษ และเดรรัจฉานกถา ใช้ได้ทั้งนักบวชและฆราวาส.docx
เนื้อหาในไฟล์
โมฆบุรุษ และเดรรัจฉานกถา ใช้ได้ทั้งนักบวชและฆราวาส _ฟอด เทพสุรินทร์ : ขอน้อมกราบนมัสการ พ่อครู ด้วยความเคารพยิ่งครับ ผมขอกราบเรียนถาม พ่อครูในคำว่า โมฆบุรุษ จะใช้ได้ทั้งนักบวชและ ฆราวาส แต่คำว่าเดรัจฉานกถา นั้นจะใช้เฉพาะนักบวช หรือเปล่าครับ พ่อครูว่า…โมฆบุรุษ คือ คนที่เกิดมาในชาติหนึ่งใช้เวลาทิ้งไปเปล่า ไม่ได้คุณธรรมที่ควรจะเป็นโดยเฉพาะโลกุตรธรรม โดยเฉพาะเกิดมาในชาตินี้ สัมมาทิฏฐิยังไม่ได้เลยอย่างนี้ก็มีเยอะ อาจจะรู้ดีรู้ชั่ว แล้วพยายามสร้างความดีในแต่ละชาติ แต่ไม่ได้โลกุตรธรรม เข้าใจโลกุตรธรรมไม่ได้ โดยเฉพาะชาวพุทธ ที่พระพุทธเจ้าเป็นเจ้าของโลกุตรธรรมที่ค้นพบและเอามาประกาศแก่มนุษยโลก เพราะฉะนั้นชาวพุทธนี่แหละเป็นโมฆะบุรุษแท้ ส่วนพวกที่ไม่ใช่ชาวพุทธนั้นต้องเห็นใจเขา เขาไม่รู้เรื่องโลกุตรธรรม ตามประสาของเขา เขาไม่รู้เรื่อง เขาเกิดมาก็เอาแต่ดีๆๆ ดีมากสุดแล้วตายไปชาติหนึ่ง ได้ดีมากๆก็ลืมดีลืมต้น ได้ดีปลายก็ลืมต้น วนมาทำชั่ว หลงว่าชั่วเป็นดี วนเวียนดีเป็นชั่ว ชั่วเป็นดีอย่างนั้น เพราะคนเรามีสิทธิ์ลืม ซ้ำของเดิมได้เพราะโลกมันก็หมุนอยู่ 2 อย่าง ดีกับชั่ว ไม่รู้จักจบแล้วยาวนานมากมาย ไม่มีอื่น โลกุตระจึงมีอื่นออกมาว่า หยุดทีเถอะภาวะสอง คือหยุดดีชั่ว เลิกเลย ดีก็เป็นมายา ชั่วก็เป็นมายา แต่เอาละ ในประเด็นว่าดีมันดีกว่าชั่วไหมล่ะ ก็ใช่ แต่ดีที่ดีกว่าชั่ว มันจำเพาะในแต่ละกาละ แต่ละยุคๆ แต่ละหมู่ชนที่สมมุติกันไป มันมีความแตกต่างซ้อนอยู่ในความไม่เที่ยงแท้ นี่มันลึกซึ้งไปอย่างนั้น เพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าจึงสอนให้รู้ว่ามันซ้อน สอนให้รู้ทั้งว่า 1 ที่ดีคืออะไร จึงสอนทีละคู่ๆ เทวะ แล้วให้รู้จักกาละ เทศะ ฐานะ ตามสัปปุริสธรรม 7 ขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัย ธัมมัญญุตา อัตถัญญุตา มีทั้ง 2 อย่าง แล้ว
อ่านต่อ
ก็จะต้องรู้จักการประมาณ รู้จักการจัดสรรว่า 2 อย่างนี้เมื่อใดแล้วก็ต้องไปถึง กาลัญญุตา แล้วก็ต้องไปถึงหมู่กลุ่ม ปริสัญญุตา แต่ละหมู่แต่ละหมู่กลุ่มก็จะกำหนดกัน ตามกาละโอกาส หรือแต่ละบุคคล ปุคคลปโรปรัญญุตา ต้องรู้ธรรมะ รู้อรรถะ เรารู้ตัวเอง อัตตัญญุตา มัตตัญญุตาค่าเฉลี่ยทั้งเหตุผลตัวเราเองทั้งกาละเวลาและหมู่กลุ่มทั้งแต่ละบุคคล นี่เป็นสูตรสำเร็จของพระพุทธเจ้าที่ยิ่งใหญ่มากเลย ถ้ามาจัดสรร เอามาสรุป 7 ตัวนี้ ยิ่งใหญ่มาก แต่ขนาดนั้นก็ยังมีมหาปเทส 4 ขึ้นอยู่กับแต่ละยุค ยุคที่มีการกำหนดซ้อนกันอีก กัปหรือกาละที่รวมเอาขนาดไหน ย่อลงมาน้อย จนกระทั่งถึงพระพุทธเจ้าองค์เดียว พุทธกัป มีเท่านี้ พระพุทธเจ้าทั้งหลายพระองค์ ของพระพุทธเจ้าสมณโคดม เป็นพุทธกัป ของพระพุทธเจ้าสมณโคดม 5,000 ปี ขององค์อื่นก็มีตั้งเป็นแสนปี ก็แต่ละองค์ ซึ่งก็เป็นการกำหนด แล้วเราก็จะรู้ตามกำหนดว่ามันชัดเจน ตามสื่อภาษาที่บอกทุกอย่างเป็นสภาวะต่างๆ โมฆบุรุษ ก็มีทั้งนักบวชและฆราวาสได้ทั้งคู่ เดรัจฉานกถา ก็มีได้ทั้งคู่เหมือนกัน ไม่ได้มีเฉพาะนักบวช แต่นักบวชนั้นจะต้องศึกษา ฆราวาสไม่ได้ศึกษา เขาก็จะพูดไม่ได้ง่ายๆ คำว่าเดรัจฉานกถา คือคำพูดที่เป็นเดรัจฉาน ไม่ได้ด่านะ แต่เป็นคำพูดที่ไม่เป็นไปเพื่อนิพพาน มันไม่ถูกต้องตามทางที่จะพาไปนิพพานหรือขวางทางนิพพาน เป็นคำพูดที่ไม่สอดคล้อง พาไปหานิพพานเลย มันหมุนวนเป็นโลกียะไม่เป็นโลกุตระเลย นั่นคือเดรัจฉานกถา โมฆบุรุษ ก็เป็นได้ทั้งฆราวาสและพระนักบวช สูญเปล่า เกิดมาชาติหนึ่งๆ หรือพูดไม่เป็นไปทางเพื่อนิพพาน ก็เป็นได้ทั้งพระทั้งฆราวาส และไม่จำเป็นต้องให้เฉพาะพระเท่านั้น ฆราวาสนี่แหละ ยิ่งตัวดี ถ้าพวกเราศึกษาแล้วก็ไม่พูดเดรัจฉานกถา พูดไปอย่างนั้นเสียเวลา อาจจะอนุโลมพูดกับเด็กเล็กๆ เขายังไม่รู้เรื่องไม่ประสีประสา หรือแม้แต่คนข้างนอกคนนี้ยังไม่ได้เข้าโลกุตระ ยังไม่เข้าใจทางไปนิพพาน ก็เอาแค่ความดีความชั่วกับเขาพูดอนุโลมไปกับเขา ถ้ามีเวลาไม่มากก็พูดพอประมาณ มีเวลามากก็พูดกับเขามากหน่อย คนนี้ควรช่วยมากหน่อย หรือคนนี้น่าจะเข้าสู่โลกุตระได้ก็ลงทุนหน่อย ถ้าใครที่ไม่น่าลงทุนเลย ยังเอาอัตตาเป็นใหญ่ ถ้าไม่ได้สมใจแล้วลาออกจากอโศก ไอ้อย่างนี้อาตมาว่า ก็คงจะไปที่ชอบที่ชอบ วนเวียนอยู่ในนรกอเวจีนานเลยนะ
640305_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ปฏิจจสมุปบาทสลายอวิชชาให้สิ้นอาสวะอนุสัย