สายศรัทธาสายปัญญากับการอบรมจิตควบคุมจิต.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.98 KB
วันที่แก้ไข28 ตุลาคม 2565

เนื้อหาในไฟล์

สายศรัทธาสายปัญญากับการอบรมจิตควบคุมจิต _สว่างแสง ขวัญดาว · น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ มีท่านผู้แสดงความคิดเห็นต่างต่อพ่อครู ต่อการที่พ่อครูสอนให้ลูกๆ"อบรมจิต ควบคุมจิตเพื่อลดละกิเลส" นั้นท่านว่าโดยความจริงแล้วจิตมีสภาพเป็นอนัตตา เราจึงไม่สามารถเข้าไปอบรม หรือควบคุมจิตได้ โดยท่านได้ตั้งประเด็นไว้ว่า พ่อครูจะต้องตอบปัญหานี้ภายใต้ความคิดที่ท่านมีความเชื่อว่า"ความจริงจิตเป็นอนัตตา"นี้นับว่าเป็นโจทย์ที่ยากมาก เพราะเป็นการเดินตามคำบอก ของผู้ที่เข้าใจผิด แต่พ่อครูก็ตอบท่านผู้เห็นต่างอย่างรักษามิตร อย่างอนุโลมโดยไม่ให้เสียสัจจะว่า เราไม่ต้องควบคุมจิตก็ได้ แต่เราต้องรู้ว่าจิตมีสภาพเป็นสอง พ่อครูคะ นี่ใช่ไหมคะที่พ่อครูว่า เราต้องอนุโลมให้กับโลกอย่างเป็นสองคือ รู้ปรมัตถสัจจะ รู้สมมุติสัจจะ และเราอยู่อาศัยกับความเป็นหนึ่ง(พีชะ) น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ พ่อครูคะ การที่ลูกเรียนหนังสือไม่เก่งเป็นคนปึ๊กมากๆ แต่มาปฏิบัติธรรมแบบมี"กาย" แยกเวทนาแท้ เวทนาเทียม ทำใจในใจหน่ายคลายในเวทนาเทียมเสมอๆจะถือว่าลูกปฏิบัติธรรมอย่างสายปัญญาได้ไหมคะ น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ พ่อครูว่า...เออ..พอเข้าใจ ใช่ๆๆ ต้องอนุโลมกับโลกอย่างเป็น 2 รู้ปรมัตถสัจจะ รู้สมมุติสัจจะ ถือว่าปฏิบัติธรรมอย่างสายปัญญาได้ๆๆ นึกว่าตัวเองปึ๊ก แต่ที่จริงเป็นสายปัญญา มันไม่รู้ เพราะมันไม่รู้ แต่พอรู้แล้วมันก็รู้มันไม่ยาก ขยับกลับเข้าไปให้เห็นว่าความจริงจิตที่เป็นอนัตตานั้น อย่าไปควบคุมมัน ความที่คุณสว่างแสงพูดมา คำว่า ควบคุม คำนี้ กับรู้ความจริงตามความเป็นจริง ควบคุม ภาษาก็บอกอยู่แล้วว่ามันถูกควบคุม เหมือนคุณเป็นนักโทษ ที่จริงมันละเอียดนะ ควบคุมหรือระมัดระวัง พิจารณ

อ่านต่อ

า แล้วจัดการ ขยายความอย่างนี้ ระมัดระวังดูแลเห็นอะไรผิดพลาดก็แก้ไขปรับปรุงทำใหม่ อย่างนั้นใช้ปัญญา ไม่ใช่ไปควบคุม ใช้ความรู้ความเห็นตามความเป็นจริง แล้วเราก็มีปฏิภาณปัญญารู้แล้วว่า อะไรควรมี อะไรไม่ควรมี เราก็จัดการไป ทีนี้จะมีหรือไม่มี เราก็ต้องสร้างพลังงานทางจิตที่เรียกว่า ฌานหรือปัญญา ฌานหรือปัญญาจึงไม่ใช่ไปนั่งหลับตาสะกดจิต แต่เป็นจิตที่จะต้องเห็นความจริงจริงๆ มีสติสัมโพชฌงค์ธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์ วิริยสัมโพชฌงค์ ละเอียดขึ้นเรื่อยๆเลย รู้แยกกายแยกเวทนาแยกจิตแยกทำได้ละเอียดขึ้นเรื่อยๆ มันก็รู้ความจริงที่มันแยกได้ละเอียดไปเรื่อยๆ เท่าที่จะสามารถละเอียดได้ ทุกวันนี้อาตมาก็แยกละเอียด ซ้อนไปเรื่อยๆ ยังไม่จบนะ ยังจะมีละเอียดอีก สนุก ผู้ที่มีธรรมรสแล้วยิ่งไปถึงวิมุติรสด้วยแล้ว สนุก รู้ด้วยปัญญาให้ละเอียดไปตามลำดับ จิตจะไปถึงขนาดนั้น คำว่าควบคุมจิต กับ คำว่าอบรมฝึกฝน อบรมจิตฝึกฝนเรียนรู้จิต อย่างให้เห็นละเอียดด้วยปัญญาอันยิ่ง บริบูรณ์สมบูรณ์ เป็นการรู้ชัดแจ้งกระจ่าง รู้หมดปัญหา รู้ทุกสิ่งทุกอย่าง รู้ไม่เหลือเศษ ภาษาบาลีว่า วิเศษ เศษ แปลว่าเหลือ ไม่เหลือเหลือ วิเศษก็คือไม่เหลืออย่างยิ่ง มันก็จะเหลือชีวิตอยู่ มีปัญญายิ่งเหลืออยู่ _สู่แดนธรรม... ปัญหาที่เขานำมาถามพ่อท่าน ที่เขาบอกว่าอย่าไปควบคุมจิตเพราะว่า การปฏิบัติที่ทำจิตให้มีกำลังแล้วนี่ มักจะเอาจิตไปเล่นกับอำนาจ ไปบังคับให้มัน เป็นอย่างโน้นอย่างนี้ พ่อครูว่า... เป็นสายบังคับ พวกสายเจโต ข่มบังคับ อันนี้ละเอียดลึกซึ้งนะ เรื่องสายศรัทธากับสายปัญญา สายข่มบังคับกับสายรู้ด้วยปัญญา เป็นเรื่องใหญ่นะ จุดนี้เป็นจุดใหญ่ จุดใหญ่ 2 อย่างนี้ ที่ใช้ภาษาเรียกใหญ่ๆว่าปัญญากับศรัทธา หรือเจโตกับปัญญา ศรัทธากับปัญญา พลเมืองอินเดียกับจีนเป็นตัวอย่างศรัทธากับปัญญา เรียนศึกษาดีๆเถอะ มันทั้งมี หยาบ กลาง ละเอียด ที่ลึกซึ้งมาก อาตมาก็พยายามหยิบตัวอย่างพวกนี้มาอธิบายให้ฟัง แล้วก็เห็นตัวอย่าง จนกระทั่งเข้ามาใกล้ตัว จนกระทั่งถึงสิ่งที่อยู่กับตัวเอง ปฏิบัติประพฤติเป็น และอ่านทั้งกายวาจาใจ หรืออ่านทางกาย เวทนา จิต ธรรม และว่าจะค่อยๆแยกภาวะ 2 ในโลก หรือ ภาวะในโลกที่เปรียบเทียบ 2 อย่างทีละคู่ๆๆ นี่แหละ แล้วคุณจะแยกได้ อ๋อ.. อันนี้แหละใช่ เป็นตัวอย่างที่จะรู้ด้วยปัญญาอันนี้ถูกอันนี้ควร เป็นตัวอย่างเทียบไปเรื่อยๆ คุณก็จะเจริญ ไพบูลย์ งอกงามไพบูลย์ ไปตามปัญญาที่มันเจริญงอกงามไพบูลย์ ไม่ใช่ไปบีบบังคับ ไปควบคุมให้มันเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ไม่ใช่ มันจะมีความเจริญงอกงามไพบูลย์ไปตามขั้นตามตอน เหมือนฝั่งทะเลที่ลาดลุ่ม ยิ่งพูดยิ่งสวยงาม เอ้า.. ค่อยๆทำความเข้าใจไป 651028 บุญกิริยาวัตถุ 7 ข้อที่เป็นเนื้องอกของศาสนาพุทธ พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน