ภาวะ ความเป็นศูนย์กับความเป็นหนึ่ง ของพระอรหันต์คือเช่นไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
ภาวะ ความเป็นศูนย์กับความเป็นหนึ่ง ของพระอรหันต์คือเช่นไร _ผาหิน จอมภูผา · กราบนมัสการพ่อครูอีกรอบครับ....กฐินทุกวันนี้อวดกัน วัดไหนได้เงินมากกว่ากัน....วันก่อนอาแป้งพูดว่า เราอาศัยภาวะ 0 แต่พ่อครูย้ำว่าต้องอาศัยภาวะ 1 อยู่ร่วมกับภาวะ 2 ผมจึงเข้าใจว่าเมื่อเราทำภาวะ 2 เป็น 1 ได้เราจึงเป็นอรหันต์ จะทำภาวะ 0 ก็ต่อเมื่อเราจะทำปรินิพพานปริโยสานใช่ไหมครับ...แต่เมื่อวานฟังทบทวนจากท่านซาบซึ้งว่าเราต้องอาศัยภาวะ 0..จึงทำให้ผมชักไม่แน่ใจ....ส่วน จักษุ ปัญญา ญาณ วิชชา อาโลก ผมฟังแต่ไม่ได้จดบันทึก จึงทำให้สับสน...กราบขอบพระคุณมากครับ พ่อครูว่า...ตอบไปก่อนว่า ใช่ ก็คงต้องการให้ขยายความบ้าง คำว่า 0 คือกิเลสมันหมด เราสามารถปฏิบัติตั้งแต่ตอนเป็นๆ ยังไม่ตาย การบรรลุธรรมต้องบรรลุธรรมตั้งแต่ยังไม่ตายทำให้สำเร็จ ทำ 0 ทำให้กิเลสหมด สูญ ก็คือกิเลสนะ แยกให้ดี กิเลสหมด 0 แต่ความเหลือยังเหลือชีวิตชีวะของคุณยังไม่ตายยังเป็น 1 อยู่ แล้วความเป็น 1 ของคุณนี้รู้ภาวะ 2 ภาวะเทวะ ภาวะที่ไปเปรียบเทียบกับสิ่งอื่น ซึ่งจะต้องแยกเอา 1 ยืนหยัดอยู่กับ 1 แต่คุณจะต้องอยู่กับ 2 เพราะฉะนั้น คำว่า ธรรมทั้งสองเหล่านี้ รวมเป็นอันเดียวกันกับเวทนา โดยส่วนสอง (เทฺว ธมฺมา ทฺวเยน เวทนาย เอกสโมสรณา ภวนฺติ ฯ ) ล.10 ข.60 เทฺว ธมฺมา พระพุทธเจ้าให้ศึกษา 2 จากเวทนา แล้วขยายบาลีว่า ทฺวเยน เวทนายะ คือให้ขยาย 2 จากเวทนา ให้เป็น 1 ให้รวมลงเป็น 1 ทำให้สรุป เหลือตัวความจริงความแท้ เวทนาแท้กับเวทนาเก๊ เวทนาเทียม เวทนาที่ถูกกิเลสปรุงแต่ง กับเวทนาที่รู้ความจริงตามความเป็นจริง ไม่มีกิเลสเข้าไปร่วม ให้ชัดเจน ภาษาพยัญชนะก็บอกอย่างนี้ คุณต้องตามรู้ภาษาให้รู้ถึงสภาวะจริงให้ได้ _ล. ๙ ข. [๘๗] ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมณพราหมณ์เหล่าใดมีทิฏฐิว่
อ่านต่อ
า นิพพานในปัจจุบัน ย่อมบัญญัติว่า นิพพานปัจจุบันเป็นธรรมอย่างยิ่งของสัตว์ผู้ปรากฏอยู่ด้วยเหตุ ๕ ประการ เขาเหล่านั้นเว้นผัสสะแล้วจะรู้สึกได้ นั่นไม่เป็นฐานะที่จะมีได้ _ธรรมทั้งสองเหล่านี้ รวมเป็นอันเดียวกันกับเวทนา โดยส่วนสอง (เทฺว ธมฺมา ทฺวเยน เวทนาย เอกสโมสรณา ภวนฺติ ฯ ) ล.10 ข.60
พ่อครูว่า…เว้นจากผัสสะจะไม่มีเวทนาให้ปฏิบัติ เพราะฉะนั้นไม่เป็นฐานที่จะมีได้ เป็นกรรมฐาน แล้ว ธรรมทั้งสองเหล่านี้ รวมเป็นอันเดียวกันกับเวทนา โดยส่วนสอง (เทฺว ธมฺมา ทฺวเยน เวทนาย เอกสโมสรณา ภวนฺติ ฯ ) ล.10 ข.60 อาตมาก็ขยายความด้วยภาษาไทยง่ายๆ คุณต้องมีสภาวะรองรับ มีเหตุปัจจัยที่มีความรู้ประกอบไปเรื่อยๆ ไม่เช่นนั้นคุณปฏิบัติธรรมไม่รู้เรื่องหรอก มันต้องฟังแล้วก็เข้าใจ อ้อ..อันนี้มีความรู้อันนี้ มีองค์ประกอบอย่างไรอย่างไร มีกาย มีเวทนา มีจิตก็ต้องมีธรรมะ จะต้องรู้ประกอบเป็นจริง ถ้าไม่อย่างนั้นคุณไม่รู้องค์ประกอบของมัน เป็นกระบวนการที่มันจะต้องใช้ร่วมกัน มันขาดไป หล่นไปมันก็บกพร่อง มันก็ไม่ครบ มันก็ทำไม่ได้ ทำไม่สำเร็จ สรุปตรงที่ภูผาหินเขางงๆนี่ก็คือว่า ผู้ปฏิบัติธรรมกิเลสลดสูญได้แล้วตอนเป็นๆอยู่ ก็คือ ผู้ได้ปรินิพพาน แต่ยังไม่ตายชนิดที่ตายอย่างสูงสุด ตายอย่าง สุญญตนิพพาน อนิมิตนิพพาน อัปนิหิตตนิพพาน ตายอย่างนิพพาน 3 คือ ไม่มีนิมิต ไม่ตั้งจิต ไม่สร้างภพชาติอะไรอีก แล้วไม่ตั้งจิตอีกเลย จิตก็ไม่ตั้ง สถานที่ก็ไม่กำหนดภพชาติอะไรอีกเลย คุณตายด้วยสภาวะ สุญญตนิพพาน อนิมิตนิพพาน อัปนิหิตตนิพพาน จิตของคุณก็จะสลายเป็นดิน น้ำ ไฟ ลมเป็น ปรินิพพานเป็นปริโยสาน จิตของพระอรหันต์ก็จะแยกเป็นดินน้ำไปลงไปเลย พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า เหมือนพวงมะม่วง ถูกตัดตกลงมาแตกกระจายหายไปเลย มันไม่กลับไปเป็นพวงมะม่วงกันอีก อย่างนี้เป็นต้น จะไม่เหลือพวงมะม่วงให้อีกแล้ว มันเอามารวมกันอีกไม่ได้ มันขาดมันแตกไปหมดแล้ว นั่นคือดับเป็น 0 ชนิดปรินิพพานเป็นปริโยสาน แต่คุณทำให้กิเลสหมดแล้วเป็น 0 ได้แล้วตั้งแต่ตอนเป็นๆ ตั้งแต่โลกอบาย โลกกาม โลกรูปโลก อรูปโลก ครบหมดทุกโลก ไม่มีโลกใดเหลืออีกแล้ว คุณก็เป็นพระอรหันต์ คุณยังไม่ตายคุณยังมีโลกที่คุณจะอาศัยอยู่ เกิดหมุนเวียนอยู่ในโลกนี้ไป และเป็นผู้ที่ได้ภูมิธรรม ขั้นอรหัตตผล ได้แล้วมันต้องได้จริง สัมมาทิฎฐิจริงมีมรรคมีผลสมบูรณ์จริง มันจริง มันไม่ใช่พูดด้วยปาก ไม่ใช่เหลาะแหละ เป็นเรื่องจริง ทำอย่างให้ชัดเจนด้วยความรู้ และปฏิบัติให้ตรงตามความจริงนั้นให้ครบบริบูรณ์เถอะ แล้วคุณจะยืนยันได้ ค่อยๆศึกษาไป เพราะฉะนั้นคุณเมื่อได้แล้ว คุณผาหินงงๆ ที่ว่า จักษุ ปัญญา ญาณ วิชชา อาโลก มันยังไง คือเวลาตรัสรู้ จะต้องตรัสรู้ด้วยตาเปิด จักษุ ต้องมี ตากระทบรูป หูกระทบเสียง จมูกกระทบกลิ่น ลิ้นกระทบรส โผฏฐัพพะกระทบภายนอก เห็นอยู่มีแสงสว่าง(อาโลก) แล้วปฏิบัติให้เกิดปัญญา ญาณ วิชชา นี่คือการตรัสรู้ของพุทธเจ้าที่จะบรรลุธรรม การรู้ตามคำตรัสของพระพุทธเจ้า คือการตรัสรู้คือรู้ตามคำสอนคำตรัสของพระพุทธเจ้า การจะตรัสรู้ได้ต้องมีครบองค์อย่างนี้ จักษุ ปัญญา ญาณ วิชชา อาโลก _สู่แดนธรรม... ที่คุณผาหินเขาว่า ผมพูดไม่ตรงกับพ่อท่าน ที่ว่าอาศัยภาวะ 0 คือผมหมายถึงว่า 0 เป็นที่พึ่งเป็นหลักประกันในการปฏิบัติที่แท้จริง ไม่ได้หมายกำหนดว่าใช้อาศัย ผมหมายถึงว่า 0 เป็นหลักประกันเอา 0 เป็นหลังพิง 0 ไว้เลย เป็นที่พึ่งสุดท้ายก่อน แล้วสู้กันด้วย 1 พ่อครูว่า... เอาอย่างนั้นก็ได้สู้กับ 1 แล้วเอา 0 เป็นเทรนเนอร์เป็นโค้ชอยู่ข้างหลังแล้วจะมีกี่ 2 ก็นับคู่ชกมาแล้วเอาทีละ 1 หรือจะมาทีละ 2 ทีละ 3 ถ้าเก่ง เป็นอย่างนั้น 651028 บุญกิริยาวัตถุ 7 ข้อที่เป็นเนื้องอกของศาสนาพุทธ พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ