07 บทที่ 2 พริ้วลมบุญ.docx
เนื้อหาในไฟล์
บทที่ 2 เอกสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การวิจัยใน ครั้งนี้เป็นการศึกษา เรื่อง ผล ของการ ใช้บทเรียนออนไลน์ ต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของผู้เข้าร่วมกิจกรรมค่ายแพทย์วิถีธรรม ผู้วิจัยได้ศึกษา ค้นคว้า แนวคิด เอกสาร ตำราวิชาการ ทบทวนวรรณกรรม แนวคิดทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 1. แนวคิด บทเรียนสำเร็จรูป 2. ทฤษฎีการเรียนรู้สำหรับผู้ใหญ่ 3 . แนวคิดการดูแลสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรม 4 . แนวคิดเกี่ยวกับพฤติกรรมสุขภาพ ( KAP ) 5. แนวคิดเกี่ยวกับสื่อออนไลน์ 6. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 7 . กรอบแนวคิดของการวิจัย แนวคิด บทเรียนสำเร็จรูป ความหมาย เปรื่อง กุมุท (2519 : 134) ใ ห้นิยามบทเรียนสำเร็จรูปไว้ว่า “ บทเรียนสำเร็จรูป หมายถึง ลำดับประสบการณ์ที่จัดไว้สำหรับผู้เรียนไปสู่ความสามารถ โดยอาศัยหลักความสัมพันธ์ของสิ่งเร้ากับการตอบสนอง ได้พิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพ” สุวิทย์ มูลคำ และ อรทัย มูลคำ (2545 : 39) ได้กล่าวว่า บทเรียนโปรแกรมหรือบทเรียนสำเร็จรูป ว่าเป็นบทเรียนที่นำเนื้อหาสาระที่จะให้ผู้เรียน ได้เรียนรู้มาแบ่งเป็นหน่วยย่อยหลาย ๆ กรอบ ( Frame ) เพื่อให้ง่ายต่อการเรียนรู้ ในแต่ละกรอบจะมีเนื้อหาคำอธิบายและคำถามที่เรียบเรียงไว้ต่อเนื่องกันจากง่ายไปหายาก อัญชลี ธรรมะวิธีกุล ( 2552 ) ให้ความหมายว่า บทเรียนที่ผู้สอนจัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้ผู้เรียนรู้เรียนรู้ด้วยตนเอง ในแต่ละสาระการเรียนรู้ที่กำหนดไว้ในแต่ละบทเรียน โดยเริ่มจากเนื้อหาสาระที่ง่าย ๆ ไปสู่เนื้อหาที่ยากขึ้นไปตามลำดับ เป็นบทเรียนที่สร้างขึ้นโดยกำหนดวัตถุประสงค์ เนื้อหา วิธีการ และสื่อการเรียนการสอนไว้ล่วงหน้า ผู้เรียนสามารถศึกษา ค ้ นคว้า และประเมินผลการเร
อ่านต่อ
ียนด้วยตนเองตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ ตรีคม พรมมาบุญ (2560 : 164) เป็นสื่อสำหรับให้นักเรียน เรียนด้วยตนเอง อาจให้ศึกษาเป็นรายบุคคลหรือรายกลุ่ม เพื่อเสริมการเรียนหรือนอกห้องเรียน เป็นการสนองควา มต้องการของเด็กเรียนเร็วและใช้ซ ่ อมเสริมเด็กเรียนช้า หรือใช้เสริมเฉพาะจุดประสงค์ที่เด ็ก ขาดความรู้ความเข้าใจ จากข้อมูลข้างต้น ผู้วิจัยสรุปได้ว่าบทเรียนสำเร็จรูป หมายถึง บทเรียนสำเร็จรูปที่ผู้สอน จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ที่ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ ค้นคว้าและประเมินผล การเรียนได้ด้วยตนเอง เนื้อหาสาระการเรียนจะเริ่มจากง่ายไปหายากตามลำดับ มีวัตถุประสงค์ เนื้อหา วิธีการ และสื่อการเรียนการสอนไว้ล่วงหน้า สามารถเลือกเรียนได้ตามความพร้อมของแต่ละคน จุดมุ่งหมายของบทเรียนสำเร็จรูป 1. เพื่อให้ผู้เรียนสามารถประกอบกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเอง อย่างเต็มความสามารถ โดยผู้สอนเป็นผู้คอยแนะนำเมื่อมีปัญหา 2. เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากลำดับง่ายไปหายาก 3. เพื่อให้ผู้เรียนสามารถประเมินผลตนเอง และทราบถึงพัฒนาการในการเรียนรู้ของ ตนเอง 4. เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความภาคภูมิใจ เมื่อประสบผลสำเร็จในการเรียนรู้ หลักการเรียนรู้ด้วยบทเรียนสำเร็จรูป 1. ผู้เรียนได้ปฏิบัติกิจกรรม หรือมีส่วนร่วมในกิจกรรม 2. ผู้เรียนได้ประเมินตนเอง และรู้คำตอบทันที 3. มีการเสริมแรงให้ผู้เรียนเกิดความภาคภูมิใจ เมื่อปฏิบัติได้ถูกต้อง และพยายามแก้ไข ส่วนที่บกพร่อง 4. ผู้เรียนได้เรียนรู้ไปทีละลำดับ จากง่ายไปยากตามศักยภาพและความสามารถของ แต่ละบุคคล ลักษณะและรูปแบบของบทเรียนสำเร็จรูป บทเรียนสำเร็จรูปมีลักษณะที่แตกต่างกัน เราอาจใช้เป็นสื่ออย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น อาจทำ ในรูปบทเรียนสำเร็จรูป เทปบันทึกเสียง รายการทางโทรทัศน์ วิทยุ ภาพเลื่อน ภาพนิ่ง เครื่องช่วยสอน และบทเรียน หรือชุดการสอนเป็นต้น บทเรียนสำเร็จรูปมีลักษณะที่แตกต่างกัน การออกแบบ การบรรจุเนื้อหา และสาระการเรียนรู้ออกเป็นกรอบ นำมาจัดทำเป็นหน่วยย่อย ๆ ลงในกรอบนั้น โดยเรียงลำดับจากง่ายไปหายาก ลักษณะ ที่สำคัญของบทเรียนสำเร็จรูปประกอบด้ว ย 1. เนื้อหาของบทเรียนถูกแบ่งออกเป็นหน่วยเล็ก ๆ เรียกว่า “ กรอบ ( Frame ) ” การอธิบาย เนื้อหาในแต่ละกรอบคำถามต่อเนื่องกันไป เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจหน่วยย่อยถัดไป 2. การเขียนเนื้อหาในแต่ละกรอบ บางกรอบพาดพิงไปถึงกรอบที่ผู้เรียนได้ศึกษามาก่อนแล้ว เป็นการทบทวนบทเรียนให้เข้าใจยิ่งขึ้ น 3. ผู้เรียนมีส่วนร่วม และตอบสนองในกิจกรรมต่างๆ ที่จัดไว้ในแต่ละกรอบ 4. ผู้เรียนค่อย ๆ เรียนไปทีละกรอบ เรียงลำดับต่อเนื่องกันไป 5. การตอบของผู้เรียนได้รับการเสริมแรง ( Reinforcement ) โดยการทราบคำตอบทันที 6. ผู้เรียนมีโอกาสเรียนด้วยตนเอง ไม่กำหนดเวลา การศึกษาบทเรียนจึงขึ้นอยู่กับระดับสติปัญญาและความสามารถ ของผู้เรียนแต่ละคน 7. แ บบประเมินผลหลังเรียน ชนิดของกรอบในบทเรียนสำเร็จรูป กรอบสาระการเรียนรู้กำหนดไว้ 4 ชนิด ดังนี้ 1. กรอบตั้งต้น ( Set Frame ) กรอบนำ เสนอ เข้าสู่บทเรียน กรอบข้อมูลการเรียนรู้และทฤษฎี มีคำถามง่ายๆ ที่กำหนดให้ผู้เรียนตอบคำถามได้ถูกต้อง เพื่อเป็นการเสริมแรงให้มีความสุขกับการเรียน 2. กรอบฝึกหัด ( Practice Frame ) กรอบให้ผู้เรียนได้ฝึกหัดทำกิจกรรมที่มีสาระเชื่อมโยง จากกรอบตั้งต้น เป็นกรอบสำหรับการฝึกทักษะเช่น การอ่าน การคิด การวิเคราะห์ และการเขียน เนื้อหาสาระการเรียนรู้จะเพิ่มมากขึ้นกว่ากรอบตั้งต้น 3. กรอบรองกรอบส่งท้าย ( Sub-terminal Frame ) กรอบการเรียนรู้ที่จะถึง กรอบการเรียนรู้สรุป โดยมีเนื้อหาสาระเข้มข้นขึ้นตามลำดับ ผู้เรียนใกล้จะสรุปองค์ความรู้ที่สมบูรณ์ที่ผ่านขบวนการเรียนรู้จากบทเรียนสำเร็จรูปได้อย่างชัดเจนและถูกต้อง 4. กรอบส่งท้าย ( Terminal F rame ) กรอบการเรียนรู้สรุปสุดท้ายหรือกรอบจบของบทเรียนสำเร็จรูป เป็นกรอบที่มีเนื้อหาสาระเข้ม และยากกว่ากรอบการเรียนรู้อื่น ๆ ที่ผ่านมา ประเภทของบทเรียนสำเร็จรูป การจัดทำบทเรียนสำเร็จรูป มีรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 3 ประเภท ได้แก่ 1. บทเรียนสำเร็จรูปแบบเส้นตรง ( Linear Programme ) มีการจัดทำเนื้อหาสาระ เรียงลำดับตั้งแต่กรอบที่ 1-2-3 จนถึงกรอบจบ ตามที่ผู้สอนออกแบบ ซึ่งเนื้อหาสาระจะเรียงจากง่าย ไปยาก มีความสัมพันธ์ต่อเนื่องกัน เรียงตามลำดับไม่ข้ามกรอบ ถ้าข้ามกรอบการเรียนรู้ เนื้อหาสาระจะขาดหายไป ลักษณะเด่นของบทเรียนสำเร็จรูปแบบเส้นตรง ผู้เรียนรู้ได้เร็วจะจบเร็ว การทำบ ท เรียนง่าย เพราะเนื้อหาสาระในแต่ละกรอบไม่มาก 381000 67310 กรอบ เนื้อ หาสาระที่ 1 0 0 กรอบ เนื้อ หาสาระที่ 1 4243705 76835 กรอบ เนื้อ หาสาระที่ 4 0 0 กรอบ เนื้อ หาสาระที่ 4 2857500 76835 กรอบ เนื้อ หาสาระที่ 3 0 0 กรอบ เนื้อ หาสาระที่ 3 1701800 66675 กรอบ เนื้อ หาสาระที่ 2 0 0 กรอบ เนื้อ หาสาระที่ 2 0 19050 0 0 3679825 124460 cvcv 0 0 cvcv 2421890 114935 cvcv 0 0 cvcv 1210945 95885 cvcv 0 0 cvcv แผน ภาพ ที่ 1 บทเรียนสำเร็จรูปแบบเส้นตรง ( Linear Programme ) ที่มา (อัญชลี ธรรมวิธีกุล. 2552 ) 2. บทเรียนสำเร็จรูปแบบสาขา ( Branchine Programe ) เป็นกรอบการเรียนรู้หลัก (กรอบยืน) เหมือนบทเรียนสำเร็จรูปแบบเส้นตรง แต่ต่างกันที่ มีกรอบสาระหลักแล้ว มีกรอบสาร ะ การเรียนรู้สาขาเพิ่มเข้ามา กรอบสาระการเรียนรู้ แบบ สาขา สำหรับผู้เรียนที่ขาดความพร้อมที่จะเรียนรู้ในกรอบต่อไป ได้เรียนรู้พื้นฐานเพิ่มเติม จะมีกรอบ แบบ สาขาเรียนรู้ 1 หรือ 2 กรอบเสมอ ให้โอกาสผู้เรียนที่ตอบคำถามผิดพลาด ได้มีโอกาสศึกษาเรียนรู้เพิ่มเติมในกรอบสาระการเรียนรู้ แบบ สาขา 1077402 81004 กรอบ สาระ การเรียนรู้สาขา กรอบ สาระ การเรียนรู้สาขา กรอบ สาระ การเรียนรู้สาขา 0 0 กรอบ สาระ การเรียนรู้สาขา กรอบ สาระ การเรียนรู้สาขา กรอบ สาระ การเรียนรู้สาขา 3976 9441 0 0 853440 1366520 cvcv 0 0 cvcv 1273810 1118870 กรอบสาระ การเรียนรู้ 2 0 0 กรอบสาระ การเรียนรู้ 2 151130 1180465 กรอบสาระ การเรียนรู้ 1 0 0 กรอบสาระ การเรียนรู้ 1 1387503 232051 กรอบสาระการเรียนสรุป กรอบสาระ การเรียนรู้ 4 cvcv 0 กรอบสาระการเรียนสรุป กรอบสาระ การเรียนรู้ 4 cvcv 367030 83185 กรอบสาระ การเรียนรู้ 3 0 0 กรอบสาระ การเรียนรู้ 3 1046480 56515 cvcv 0 0 cvcv -108585 55245 cvcv 0 0 cvcv 4144645 86995 cvcv 0 0 cvcv 1123315 207341 กรอบ สาระ การเรียนรู้สาขา 0 กรอบ สาระ การเรียนรู้สาขา 2570784 30480 กรอบ สาระ การเรียนรู้สาขา 0 0 กรอบ สาระ การเรียนรู้สาขา 3971677 6930 กรอบ สาระ การเรียนรู้สาขา 0 0 กรอบ สาระ การเรียนรู้สาขา แผน ภาพ ที่ 2 บทเรียนสำเร็จรูปแบบสาขา Branchine Programme ที่มา (อัญชลี ธรรมวิธีกุล. 2552 ) 0 0 0 0 แผน ภาพ ที่ 3 บทเรียนสำเร็จรูปแบบสาขา Remedial loops ที่มา (อัญชลี ธรรมวิธีกุล. 2552 ) การเรียนรู้ในกรอบบทเรียนสำเร็จรูปแบบสาขา Remedial loops ผู้เรียนไม่สามารถตอบ คำถามบทเรียนหลักได้ เข้าศึกษาเพิ่มเติมในกรอบสาระการเรียนรู้ที่แตกแขนงออกมาตั้งแต่สองสาขาขึ้นไป ถ้าศึกษาสาระการเรียนรู้สาขาแรกผ่านแล้วก็สามารถกลับศึกษากรอบสาระเรียนรู้หลักได้ทันที แต่ถ้ายังไม่ผ่านก็ศึกษากรอบสาระการเรียนรู้สาขาอื่นๆ จนพร้อมจึงกลับไปศึกษาและทดสอบในกรอบ สาระหลักอีกครั้ง เมื่อผ่านแล้วจึงศึกษาในกรอบถัดไป -19685 0 0 0 แผน ภาพ ที่ 4 บทเรียนสำเร็จรูปแบบสาขา Secondary Tracks ที่มา (อัญชลี ธรรมวิธีกุล. 2552 ) การเรียนรู้ในกรอบบทเรียนสำเร็จรูปแบบสาขา Secondary Tracks ผู้เรียนศึกษาในกรอบสาระ การเรียนรู้ที่ 1 สามารถตอบคำถามได้ก็ผ่านไปเรียนรู้ในกรอบที่ 2 ถ้าไม่ผ่านก็กลับมาเรียนรู้ในกรอบ สาระการเรียนรู้ที่ 1 ถ้าตอบถูกก็ผ่านไปเรียนรู้ในกรอบที่ 2 ถ้าตอบคำถามผ่านก็ไปเรียนรู้ในกรอบสาระถัดไป 0 234950 0 0 1317625 99060 เดินหน้า ( wash-ahead) 0 0 เดินหน้า ( wash-ahead) 4124325 425450 กรอบสาระ การเรียนรู้สรุป 0 0 กรอบสาระ การเรียนรู้สรุป 714668 169105 3171532 168910 3169920 1299845 723265 1302385 723900 169545 1149350 689610 cvcv 0 0 cvcv 1642745 156845 กรอบสาระ การเรียนรู้ 2 0 0 กรอบสาระ การเรียนรู้ 2 2882265 156845 กรอบสาระ การเรียนรู้ 3 0 0 กรอบสาระ การเรียนรู้ 3 445770 157008 กรอบสาระ การเรียนรู้ 1 0 0 กรอบสาระ การเรียนรู้ 1 2353310 172085 0 0 3613150 184313 0 0 1151255 250190 ถอ ยกลับ ( wash- back ) 0 0 ถอ ยกลับ ( wash- back ) 727075 26670 แผน ภาพ ที่ 5 บทเรียนสำเร็จรูปแบบสาขา Gate Frame ที่มา (อัญชลี ธรรมวิธีกุล. 2552 ) การเรียนรู้ในกรอบบทเรียนสำเร็จรูปแบบสาขา Gate Frame เมื่อศึกษากรอบสาระ ที่ 1 แล้ว สามารถที่จะข้ามไปกรอบข้างหน้าอื่นๆ ได้ และสามารถตอบคำถามในกรอบได้ ถ้าไม่สามารถตอบคำถามได้ต้อง ถอยย้อนกลับมากรอบสาระการเรียนรู้ที่ 1 เพื่อศึกษาเพิ่มเติมอีกครั้ง 3. บทเรียนสำเร็จรูปแบบไม่แยกกรอบ เป็นบทเรียนสำเร็จรูปที่มีการนำเสนอเนื้อหาสาระเพิ่มขึ้นทีละน้อยตามลำดับขั้น ไม่นำเสนอเป็นกรอบเหมือนบทเรียนแบบเส้นตรงหรือแบบสาขา แต่นำเสนอแบบเดียวกับลักษณะหนังสือ ตำรา หรือบทความ ให้ผู้เรียนศึกษาตอบคำถามหรือตรวจคำตอบ โดยมีแนวการตอบให้ผู้เรียนได้ใช้เป็นข้อมูลป้อนกลับว่า ผู้เรียนตอบคำถามถูกหรือผิด เหมือนบทเรียนสำเร็จร ู ปแบบที่ 1-2 แตกต่างกันที่ ว่าบทเรียนสำเร็จรูปนี้มีการถามตอบ ให้ผู้เรียนได้ทบทวนความรู้ตลอดเวลา เป็นการป้อนข้อมูลย้อนกลับ ( Feedback ) เป็นการเสริมแรงแก่ผู้เรียน เมื่อตอบคำถามถูก นิยมนำมาใช้กับผู้เรียนที่ต้องการแสดงความคิดเห็น มีคำตอบถูกต้องหลายแนวทาง เอกสารชุดการสอนของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชเป็นตัวอย่างบทเรียนสำเร็จรูปแบบไม่แยกกรอบ ดังนี้ 750139 -241911 0 0 ภาพ ที่ 1 บทเรียนสำเร็จรูปแบบ ไม่แยกกรอบ ที่มา (อัญชลี ธรรมวิธีกุล. 2552 ) ส่วนประกอบของบทเรียนสำเร็จรูป ส่วนประกอบของบทเรียนสำเร็จรูป ประกอบด้วย คำชี้แจง/คำแนะนำในการศึกษาด้วยบทเรียนฉบับนั้น แนวคิด วัตถุประสงค์ที่ต้องการให้เกิดจากการศึกษาบทเรียนสำเร็จรูป เนื้อหาเรียงลำดับจากง่ายไปหายาก แบบฝึกหัด/คำถาม เพื่อทบทวนความเข้าใจในเนื้อหาที่ได้ศึกษา พร้อมเฉลย แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน เฉลยแบบทดสอบ กระบวนการผลิตและพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูป ขั้นตอนการผลิตและพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูปมี 4 ขั้นตอน ขั้นการวางแผน ( Planning ) ขั้นการผลิต ( Production ) ขั้นการทดลองต้นฉบับ ( Prototype testing ) ขั้นทดลองใช้จริง ขั้นการวางแผน ( Planning ) ศึกษาหลักสูตรเพื่อให้ทราบถึงเนื้อหาสาระที่จะนำมาจัดทำเป็นบทเรียนสำเร็จรูป กำหนดเนื้อหาสาระที่จะนำมาทำบทเรียน กำหนดมาตรฐานการเรียนรู้และองค์ประกอบอื่นๆ เช่น จุดประสงค์นำทาง จุดประสงค์ปลายทาง ผลการเรียนรู้ที่คาดหวังว่าเมื่อผู้เรียนปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้จบแล้ว ผู้เรียนได้เรียนรู้อะไรบ้าง วิเคราะห์ความยาก-ง่ายของเนื้อหา เตรียมสร้างแบบทดสอบทั้งก่อนและหลังเรียนในแต่ละกรอบสาระการเรียนรู้ให้ครอบคลุม ความรู้ ( Knowledge ) เจตคติ ( Attitude ) ทักษะ/กระบวนการ ( Skills Practice / Process ) ขั้นการผลิต ( Production ) เขียนบทเรียนสำเร็จรูปประกอบด้วย จุดประสงค์ของบทเรียนสำเร็จรูป ข้อทดสอบก่อนและหลังเรียน กิจกรรมการเรียนรู้ในแต่ละกรอบสาระการเรียนรู้หลักและสาระการเรียนรู้สาขา นำไปจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามที่วางแผนไว้ การวัดผลประเมินผล สร้างแผนการเรียนรู้ ศึกษาวิธีการสร้างแผนการเรียนรู้ ศึกษาบทเรียนสำเร็จรูป เขียนแผนการเรียนรู้ตามเนื้อหาโดยพิจารณาความสอดคล้องกับจุดประสงค์ เนื้อหาและเวลาที่ใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ นำแผนการเรียนรู้ให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบคุณภาพ ปรับปรุงแก้ไข ตามข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญ ขั้นการทดลองต้นฉบับ ( Prototype testing ) นำบทเรียนสำเร็จรูปต้นฉบับไปทดลองกับกลุ่มทดลองที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง ขั้นตอนดังต่อไปนี้ ขั้นหนึ่งต่อหนึ่ง นำบทเรียนสำเร็จรูปไปทดลองกับกลุ่มทดลองที่ยังไม่เคยศึกษาเรื่องนั้นมาก่อน เพื่อดูความถูกต้องของเนื้อหา ขั้นตอนต่างๆ ในการเรียนรู้ ความเหมาะสมของเวลาที่ใช้ จากนั้นจึงนำผลและข้อบกพร่องที่พบ มาปรับปรุงแก้ไข เพื่อใช้ในการทดลองขั้นกลุ่มเล็กต่อไป ขั้นกลุ่มเล็ก นำบทเรียนสำเร็จรูปที่ผ่านการปรับปรุงแก้ไขในขั้นหนึ่งต่อหนึ่งไปทดลองกับกลุ่มที่กำลังเรียนเนื้อหาวิชานั้น เพื่อตรวจสอบความบกพร่องของบทเรียน และเพื่อหาประสิทธิภาพของบทเรียนสำเร็จรูปว่า สามารถพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้หรือไม่ เมื่อทดลองแล้วพบว่ามีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้หรือไม่ เมื่อทดลองแล้วพบว่าประสิทธิภาพยังต่ำกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ จะต้องปรับปรุงแก้ไขเนื้อหาของบทเรียนสำเร็จรูป และปรับปรุงกิจกรรมต่างๆ รวมทั้งแบบทดสอบให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น ขั้นกลุ่มใหญ่ นำบทเรียนสำเร็จรูปมาทดลองกับกลุ่มทดลองที่กำลังเรียนเนื้อหาวิชานั้นและเป็นกลุ่มทดลองที่มีลักษณะและคุณสมบัติใกล้เคียงกับกลุ่ ม อย่างจริงๆ ว่าสามารถพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้หรือไม่ เมื่อทดลองแล้วพบว่ามีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ ก็ดำเนินการจัดทำต้นฉบับเพื่อนำไปใช้กับกลุ่มตัวอย่างต่อไป ขั้นทดลองใช้จริง การทดลองใช้จริง เพื่อหาประสิทธิภาพบทเรียนสำเร็จรูป มีขั้นตอนในการดำเนินงานตามนี้ 1. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยบทเรียนสำเร็จรูป ให้ผู้เรียนศึกษาและทำความเข้ าใจเกี่ยวกับขั้นตอนการเรียนอย่าง ละเอียด โดยอ่านจากคำชี้แจง/คำแนะนำในการศึกษาด้วยบทเรียนสำเร็จรูป ให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน( Pre - test ) ผู้สอน ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียนและให้คะแนน ผู้เรียนทำกิจกรรมการเรียนที่ระบุไว้ในบทเรียนสำเร็จรูปครบถ้วนแล้ว ให้ทำแบบฝึกหัดและตรวจคำตอบจากคำเฉลยที่ให้ไว้ ทำเช่นนี้ทุกหน่วยการเรียนรู้จนครบ ผู้สอน ตรวจสอบการตอบคำถามในแต่ละกรอบและการทำแบบฝึกหัดของผู้เรียนทุกหน่วยการเรียนรู้ หลังจากผู้เรียนทำกิจกรรมการเรียนรู้ ในบทเรียนสำเร็จรูปจบแล้วให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน ( Post - test ) 2. เครื่องมือที่ใช้ในการหาประสิทธิภาพของบทเรียนสำเร็จรูป 2.1 แบบฝึกหัด 2.2 แบบทดสอบวัดผลเรียน รู้ 3. การหาคุณภาพของเครื่องมือวัดผลการเรียนรู้ เครื่องมือที่ใช้วัดผลการเรียนรู้ เช่น แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จะต้องให้ได้ข้อมูลตรงกับวัตถุประสงค์ที่ต้องการทราบ ครอบคลุมเนื้อหา สอดคล้องกับจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมและไม่ง่ายหรือยากจนเกินไป อาจจะตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญหรือโดยการวิเคราะห์ดังนี้ 3.1 หาความตรงเนื้อหา เป็นการหาว่าแบบวัดจะวัดได้ครอบคลุมกับสิ่งที่ต้องการวัดหรือไม่ โดยอาศัยการพิจารณาของผู้เชี่ยวชาญหลายๆ คน ซึ่งเหมาะกับเครื่องมือแบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ และแบบทดสอบ 3.2 หาความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม โดยให้ผู้เชี่ยวชาญพิจารณา 3.3 การหาความยากง่าย การวิเคราะห์ความยากง่าย เป็นการวิเคราะห์รายข้อ เกณฑ์ความยากง่ายที่ยอมรับได้มีค่าอยู่ระหว่าง 0.20-0.80 ถ้าค่า P มีค่านอกเกณฑ์ที่กำหนด จะต้องปรับปรุงข้อสอบนั้นหรือตัดทิ้ง 3.4 การหาค่าอำนาจจำแนก การวิเคราะห์ค่าอำนาจจำแนกเป็นการดู ความเหมาะสมของรายข้อว่า ข้อคำถามสามารถจำแนกกลุ่มเก่งและกลุ่มอ่อนได้จริง หรือจำแนกผู้ที่มีคุณลักษณะสูงจากผู้ที่มีคุณลักษณะต่ำได้ เกณฑ์อำนาจที่ยอมรับได้มีค่าอยู่ที่ 0.20 ขึ้นไป ถ้าค่าอำนาจจำแนกต่ำกว่า 0.20 จะต้องปรับปรุงแบบทดสอบข้อนั้นหรือตัดทิ้ง 3.5 การหาค่าความเชื่อมั่นของเครื่องมือวัด 1. การหาค่าความเชื่อมั่นแบบคู เดอร์ -ริ ชาร์ด สัน เป็นการหาความเชื่อมั่น ซึ่งใช้ได้ดีกับเครื่องมือที่วัด หรือข้อสอบที่ให้คะแนนแต่ละข้อคำถามตรวจให้คะแนน 1 หรือ 0 (ถูกได้ 1 ผิดได้ 0 ) ใช้สูตรการคำนวณของ Kuder-Richardson-20 ( KR-20 ) เกณฑ์ความเชื่อมั่นที่ยอมรับได้ จะมีค่าตั้งแต่ 0.75 ขึ้นไป 2. การหาความเชื่อมั่นแบบครอนบ ัค ( Cronbach ) เป็นการหาค่าความเชื่อมั่นของเครื่องมือวัดจากการคำนวณหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา ( a Coefficient ) ซึ่งใช้ได้ดีกับเครื่องมือวัดที่แต่ละข้อคำถามไม่ได้ตรวจให้คะแนน 1 หรือ 0 แต่เป็นการตรวจให้คะแนนในลักษณะอื่นๆ เช่น การทำข้อสอบอัตนัยที่ตอบแล้วให้คะแนนแต่ละข้อไม่เท่ากัน การทำแบบสอบถามที่ตอบแล้วได้คะแนนแต่ละข้อเป็น 5, 4, 3, 2, 1 เป็นต้น 4. ทดสอบความแตกต่างของระดับความรู้ก่อนและหลังการเรียนรู้โดยการหาค่า Pair Sample-T-Test ข้อดีของบทเรียนสำเร็จรูป 1. ส่งเสริมให้ผู้เรียนพัฒนาการเรียนรู้ด้วยตนเอง เป็นการจัดกิจกรรมการเรียนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ 2. ผู้เรียน สามารถนำความรู้มาใช้ในชีวิตประจำวันได้ 3. ลดเวลาการสอนของ ผู้สอน 4. สามารถช่วยแก้ปัญหาการเรียนซ้ำของ ผู้เรียน ข้อจำกัดของบทเรียนสำเร็จรูป 1 . การออกแบบบทเรียน ต้องมีการออกแบบที่ดี จึงจะมีประสิทธิภาพการสอนสูงสุด 2 . การเรียนแบบซ้ำๆ ทำให้ผู้เรียนเกิดความเบื่อหน่ายได้ 3 . การเรียนแบบบทเรียนสำเร็จรูป ไม่เหมาะกับเด็ก เพราะผู้เรียนแต่ละคนจะอยู่กับงานไม่มีป ฏิ สัมพันธ์ทางสังคมร่วมกับผู้อื่น ไม่ควรใช้การเรียนนี้อย่างเดียว 4. ขาดผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบบทเรียนสำเร็จรูป 5 . เป็นอุปสรรคต่อผู้เรียนที่อ่านหนังสือไม่ออก หลักการและแนวคิดเกี ่ ยวกับการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ รูปแบบการเรียนรู้ของเด็กกับผู้ใหญ่มีความแตกต่างกัน การส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับผู้ใหญ่ส่วนมากใช้กระบวนการอบรมซึ่งเป็นการจัดการเรียนรู้หลังวัยเรียน ผู้เรียนมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ ความคิด เจตคติ คุณค่า ความสนใจ มุมมองและวิสัยทัศน์ที่จะช่วยให้การทำงานหรือการทำกิจกรรมสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีตามจุดมุ่งหมาย ในการจัดทำหลักสูตรและการจัดกิจกรรมฝึกอบรมจึงต้องคำนึงถึงหลักการทางจิตวิทยาของผู้ใหญ่ด้วย (สุวัฒน์ วัฒนวงศ์ , 2545) ทฤษฎีการเรียนรู้สำหรับผู้ใหญ่ ทฤษฎีการเรียนรู้สำหรับผู้ใหญ่ ศึกษาค้นคว้าและพัฒนาการมาจาก แนวความคิดของเดิม ของ ธอร ์นไดค์ ( Edward L. Thorndike. 1982) ศึกษาถึงความสามารถในการเรียนรู้ โดยเน้นให้เห็นว่าผู้ใหญ่นั้นสามารถเรียนรู้ได้ เป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก จากการเขียนเกี่ยวกับ"การเรียนรู้ของผู้ใหญ่" ซึ่ง มิได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับการเรียนรู้ของผู้ใหญ่โดยตรง นักการศึกษาผู้ใ หญ่จำนวนมากได้ศึกษาค้นคว้าจนได้ พย านหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ว่า ผู้ใหญ่สามารถเรียนรู้ได้ รวมทั้งยังได้ พบว่ากระบวนการเกี่ยวกับด้านความสนใจ และความสามารถนั้น แตกต่างออกไปจากการเรียนรู้ของเด็กเป็นอันมาก นอกจากวิธีการทางวิทยาศาสตร์แล้ว ยังมีแนวความคิดทางด้า นที่เป็นศิลป์ ในการเรียนรู้ ซึ่งเป็นการค้นหาวิธีการในการรับความรู้ใหม่ๆ และการวิเคราะห์ถึงความสำคัญของประสบการณ์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเกี่ยวข้องกับว่า "ผู้ใหญ่เรียนรู้อย่างไร" ลินเดอร์ แมน ( Edward C. Linderman) กล่าวว่า "ความหมายของการศึกษาผู้ใหญ่" ได้รับอิทธิพลค่อนข้างมากจากนักปรัชญาการศึกษาผู้ที่มีชื่อเสียง คือ จอห์น ดิว อี้ ( John Dewey) โดยเน้นอย่างมากเกี่ยวกับการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ ควรเริ่มต้นจากสถานการณ์ ต่างๆ ( Situations) มากกว่า เริ ่ มจากเนื้อหาวิชา ซึ่งวิธีการเรียนการสอนโดย ทั่วๆ ไปมักจะเริ่มต้นจากครูและเนื้อหาวิช าเป็นอันดับแรก และมองดูผู้เรียนเป็นส่วนที่สอง มีข้อคิดที่สำคัญว่า "ถ้าหากการศึกษาคือชีวิตแล้ว ชีวิตก็คือการศึกษา" ( If Education is Life, then Life is Education) สรุปได้ว่าประสบการณ์คือ ตำราที่มีชีวิตจิตใจสำหรับนักศึกษาผู้ใหญ่ ในการเรียนแบบเดิม ผู้เรียนต้องปรับตัวเองให้เข้ากับหลักสูตร แต่ การศึกษาผู้ใหญ่ควรเริ่มจากจุดนี้ หลักสูตรควรสร้างขึ้นมาจากความสนใจ และความต้องการของผู้เรียนเป็นสำคัญ ผู้เรียนจะพบว่าตัวเองมีสถานการณ์เฉพาะอันเกี่ยวกับหน้าที่การงาน งานอดิเรก หรือสันทนาการ ชีวิตครอบครัว ชีวิตในชุมชน สถานการณ์ต่างๆ จะช่วยให้ผู้เรียนได้ปรับตัว ส่วนด้านตำราและผู้สอนนั้นถือว่ามีหน้าที่และบทบาทรองลงไป แหล่งความรู้ที่มีคุณค่าสูงสุดในการศึกษาผู้ใหญ่คือ ประสบการณ์ของผู้เรียนเอง และจากแนวความคิดของ ลินเดอร์ แมน ทำให้ได้ข้อสันนิษฐานที่สำคัญๆ และเป็นกุญแจสำคัญสำหรับการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ รวมทั้งการวิจัยในระยะ ต่อๆ มา ทำให้โน ลส์ ( M.S.Knowles.1954) ได้พยายามสรุปเป็นพื้นฐานของทฤษฎีการเรียนรู้สำหรับผู้ใหญ่สมัยใหม ่ ซึ่งมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้ 1. ผู้ใหญ่จะถูกชักจูงให้เกิดการเรียนรู้ได้ดี ถ้าหากว่าตรงกับความต้องการ และความสนใจ ในประสบการณ์ที่ผ่านมา เขาก็จะเกิดความพึงพอใจ เพื่อให้ผู้ใหญ่เกิดการเรียนรู้นั้นจะต้องคำนึงถึง สิ่ ง นี้ด้วยเสมอ เพราะฉะนั้นควรจะมีการเริ่มต้นในสิ่งเหล่านี้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะการจัดกิจกรรมทั้งหลาย 2. การจัดหน่วยการเรียนที่เหมาะสมเพื่อการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ ควรจะยึดถือสถานการณ์ทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับชีวิตผู้ใหญ่เป็นหลักสำคัญ มิใช่ตัวเนื้อหาวิชาทั้งหลาย สถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตผู้ใหญ่ ถ้าหากถือเอาตัวผู้ใหญ่เป็นศูนย์กลาง การเรียนรู้ของผู้ใหญ่จะได้ผลดี ในการเรียนการสอน 3. วิธีการหลักสำหรับการศึกษาผู้ใหญ่ คือ การวิเคราะห์ถึงประสบการณ์ของผู้ใหญ่แต่ละคนอย่างละเอียด ว่ามีส่วนไหนของประสบการณ์ที่จะนำมาใช้ในการเรียนการสอนได้ แล้วจึงหาทางนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เนื่องจากประสบการณ์เป็นแหล่งการเรียนรู้ที่มีคุณค่ามากที่สุดสำหรับผู้ใหญ่ 4. ผู้ใหญ่ต้องการเป็นผู้นำตนเอง ความต้องการที่อยู่ในส่วนลึกของผู้ใหญ่ก็คือ การมีความรู้สึกต้องการที่จะสามารถนำตนเองได้ เพราะฉะนั้นบทบาทของครูจึงควรอยู่ในกระบวนการสืบหา หรือค้นหาคำตอบร่วมกับผู้เรียนมากกว่าการทำหน้าที่ส่งผ่านหรือเป็นสื่อสำหรับความรู้ แล้วทำหน้าที่ประเมินผลว่าเขาคล้อยตามหรือไม่เพียงเท่านั้น 5. การสอนผู้ใหญ่จะต้องจัดเตรียมการในด้านนี้อย่างดีพอ เช่น รูปแบบของการเรียนการสอน เวลาที่ใช้ทำการสอน
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive