สื่อธรรมะพ่อครู(นิยามชีวิต 5) ตอน เลือดระดูกับนิยามชีวิต 5.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.50 KB
วันที่แก้ไข30 เมษายน 2560

เนื้อหาในไฟล์

เลือดระดูกับนิยามชีวิต 5 7630พ่อท่านกับคนที่นั่งในห้องส่งคงไม่รู้เรื่อง เมื่อเวลา 19.28 พ่อท่านกำลังอธิบายเรื่อง เมน(ผู้หญิง) พ่อท่านพูดว่า"อาตมาสะดุด" ภาพก็สะดุดนิ่งเลย จนถึงเวลา 19.33 น. จึงขยับได้ ผมไม่อยากคิดว่าเป็นเรื่องปาฏิหาริย์ แต่ทำไมมันพอดีอย่างนั้นได้ พ่อท่านช่วยไขความด้วยครับ. /สอง เมืองอุบล. พ่อครูว่า...พีชะมีน้ำแต่ไปเรียกว่าเลือด แต่สัตว์มีน้ำที่เรียกว่าเลือด มนุษย์เลยก็มีเมนส์ของมนุษย์คือเลือด แต่อาตมาว่าเลือดเป็นชีวะก็มาสะดุด พระพุทธเจ้าท่านเรียกว่าอุตุ แต่อุตุไม่มีชีวะนะ อาตมาไม่ได้ยินมาจากอาจารย์ไหนหรอก แต่เป็นภูมิรู้เก่าของอาตมา เมนส์คือเลือดเสียแล้ว พ้นจากความที่จะให้เกิดเป็นชีวะได้อีกแล้ว หมดหน้าที่ที่จะเป็นชีวะ จะเอาเชื้อไปผสมกับมันอีกก็ไม่เกิดชีวะ 100 % เลือด ไข่ ละเอียดเป็นกลละ เล็กละเอียด คือเป็นธาตุน้ำจับตัวไป "รูปนี้เป็นกลละก่อนจากกลละเป็นอัพพุทะจากอัพพุทะเกิดเป็นเปสิ จากเปสิเกิดเป็นฆนะจากฆนะเกิดเป็น ๕ ปุ่ม(ปัญจสาขา) เล่ม ๒๕ ข้อ ๓๐ และเครื่องคุณดับหรือของคนอื่นดับด้วยไหม?...คนอื่นก็ว่าดับไปห้านาทีอย่างที่ว่านี้เหมือนกัน เลือดเป็นดินน้ำไฟลม แต่เลือดที่ในร่างกาย ไม่ใช่เลือดเสีย มันเป็นอาการ 32 เป็นชีวะ เป็นแต่เพียงถ้าเสื่อมก็ไปฟอกเลือด มันทำงานอยู่ไม่หมดอายุของมัน ไม่ได้เป็นเลือดระดูนะ แม้เลือดดำหรือแดงหมุนเวียนผ่านหัวใจ ไม่ใช่เลือดตาย แต่ระดูคือเลือดตายต้องไหลทิ้งไป ไม่มีทางเอามาเป็นชีวะ เป็นอาการ 32 ได้ ถ้ามันไม่ออกมาผู้หญิงคนนั้นลำบากแล้ว จะป่วยจะยุ่งแล้ว แต่เมนส์หรือระดูเป็นน้ำเสียแล้วต้องทิ้งไป ถ้าจะอามากลั่นใช้อีกก็แล้วแต่ แต่ที่เป็นระดูคือเลือดเสียแล้ว ต้องทิ้งไป แจกละเอียดเพื่อให้รู้ว่า นิยาม 5 ของพระพุทธเจ้านี้ ไม่ใช่เรื่องที่

อ่านต่อ

วิทยาศาสตร์จะรู้ได้ง่ายๆ แต่อาตมาได้ความรู้นี้จากพระพุทธเจ้าโดยตรง ไม่ใช่ความรู้ของอาตมาเอง แต่ศึกษาเรียนรู้จากพระพุทธเจ้าที่ท่านค้นพบมาก่อน ท่านเป็นธรรมสามี แล้วก็เอามาแจกแจง ชีวิตเราประกอบด้วยอุตุ พีชะ จิต แล้วทำให้มันเกิดกรรมที่จะทรงไว้ ทำรูปคือความนิ่งและทำนามคือความเคลื่อนไหว ให้ตกผลึกสั่งสมเป็นตัวฐานกำลัง static เสร็จแล้วจะช่วยพลังงานเคลื่อน บวกเป็นฐาน ลบเป็นตัวทำงานสนับสนุนช่วยเหลือ คุณก็จัดการกรรม จัดการปรุงแต่ง บวกลบคูณหาร สังเคราะห์สังขาร ได้ผล สั่งสมตกผลึกเป็นต้นทุน ควบแน่น ตั้งมั่นเป็น static ผู้ที่เจริญเป็นอาริยบุคคลจะมี ธาตุทั้งสอง static กับ dynamic คือ เจโต กับปัญญา หรือศรัทธากับปัญญา ทำงานร่วมกันเจริญขึ้นจนกว่าจะสูงสุดเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ใดครั้งหนึ่ง ใครอยากได้บ้าง ต้องปฏิบัติเอาด้วยกรรม จะมีธรรมะตกผลึกก็ด้วยกรรม กรรมกับธรรมะจึงเป็นสองอันสุดท้าย ต้องรู้จักอุตุ พีชะ จิต ในจิตวิญญาณ ของคุณสามารถเอาธาตุอุตุ มาเป็นองค์ประกอบ เพื่อที่จะให้คุณเกิดเป็นชีวะ ชีวะก็มีสองคือ พีชะ กับจิต ถ้าทำให้มีคุณลักษณะสมบูรณ์แบบ คือให้เกิดเป็นพีชธาตุ คือธาตุเจริญ ไม่เป็นพิษภัยกับใคร แล้วมีส่วนเกินคือจิต เป็นประโยชน์คุณค่าต่อคนอื่น อันนี้เป็นตัวปัญญาซื่อสัตย์ที่สุด มีแต่ประโยชน์ อะไรเป็นโทษ เป็นความไม่ดีงาม รู้ให้ชัดแล้วไม่ทำมันอีก เส้นทางอันประเสริฐสุดที่ทำงานกับฐานเจโต ปัญญาทำงานส่งเสริมกันตลอดเวลา เป็นบทสรุปของการสร้างพลังงานทั้งหลายแหล่ แล้วจะเป็นพลังงานที่ได้ประโยชน์สูงสุด ในสัตว์โลกที่เราเป็นเจ้าของ สามารถทำพลังงานให้เป็นประโยชน์สูงสุด อย่างซื่อตรงที่สุดประเสริฐที่สุด เพราะว่าแต่ละคนที่เป็นคนประเสริฐอย่างนี้ได้ เป็นคนมักน้อยสันโดษ ไม่เอาอะไรอีกแล้ว พลังงานนี้มีจริง เป็นศรัทธาที่เป็นปัญญาเป็นความประเสริฐ แล้วทำงานให้แก่โลก จิตวิญญาณนิโรธไม่ได้นิ่งแข็งไม่ทำอะไร แต่เป็นประโยชน์คุณค่าอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดแคล้วคล่องว่องไว แล้วไม่เบียดเบียนใครเลย เป็นคุณสมบัติพิเศษของศาสนาพุทธ แต่เขาไปหลงผิดว่าไปทำให้จิตให้หยุดนิ่ง เป็นนิพพานเป็นนิโรธแปลว่าดับ ดับอย่างนิ่งเฉยหยุดนิ่ง พยัญชนะ ปาคุญญตา เป็นความคล่องแคล่วว่องไวของเวทนาสัญญาสังขาร ของกลุ่มหมู่ของเวทนาสัญญาสังขาร ที่เป็นเจตสิก คือวิญญาณ ทำงานอยู่ทั้งกำหนดรู้ และความรู้สึกคือเวทนา และปรุงแต่งอยู่ เรียกว่า solution เป็น solvent ทำการ solve เป็น solvent แล้วสูงสุดเป็น solution solve คือปรุงแต่งอยู่ แล้วได้ผลเป็น solvent ทำได้ผลๆ อันนี้เป็นลักษณะที่เรียกว่า Integretion หรือ Integrity หรือที่เราแปลเป็นไทยว่าบูรณาการ เป็นคุณสมบัติของพลังงานสุดวิเศษ

แล้วถามว่าทำไมต้องสะดุดตรงนั้นเวลานั้น… ถ้าจะให้ขยายความ ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นภูมิรู้อย่างแท้จริงของอาตมานะ แต่คาดคะเนได้ แต่บางอย่างเป็นเรื่องลงตัว บางที่อาตมาเจตนาจะเทศน์เรื่องนี้ให้คนนี้ฟัง ทุกวันเขามา แต่วันนี้เขาไม่ได้มาพอดี เราจะให้แต่คุณไม่มาเอาก็แล้วไป ธรรมดาเขาจะต้องมาไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มันไม่ถึงเวลาของเขานะ แล้วเป็นเรื่องดี ถ้าเขามาแล้วอาจเกินพอดี เป็นอจินไตยที่อาตมาพยายามพูดเท่านั้น อย่าไปคิดมาก ไม่ต้องไปทำเพิ่ม ให้เป็นอย่างนี้ ให้เป็นตามสัจธรรม หากไปเพิ่มให้ก็ไม่ใช่อีก 600428_พุทธศาสนาตามภูมิ สันติอโศก ให้หมดตัวคือกำไรหมดตัว

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน